และแน่นอนว่าเมื่อพลังธาตุน้ำของน้องกระดุมน้อยยังสามารถสร้างได้หลายเลเวลแบบนี้ พวกพี่ชายทั้งหมดก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็พลังธาตุอื่นๆด้วยเล่า…..?????
“น้องกระดุมน้อยสามารถสร้างสรรค์ใช้พลังธาตุน้ำได้หลากหลายแบบนี้ พลังธาตุอื่นๆคงไม่แตกต่างกันนะครับเนี่ย…???? เหมือนกับเกมส์ออนไลน์ที่พวกเราเคยเล่นกันเลย”พี่ใหญ่ทีซวี่
“ใช่ๆ หงึก….หงึก….”พวกพี่ๆน้องๆ
“คนอื่นๆ ที่สามารถปลุกพลังพิเศษได้ ก็คงทำตัวเหมือนเล่นเกมส์ออนไลน์นะครับผมว่า ไม่น่าจะแตกต่างกันจริงๆนั่นแหละ”พี่รองโต่วเผิง
“พี่ว่าก็ประมาณนั้นนั่นแหละ ก็มีเหมือนกันเลยนี่หน่าในเกมส์ก็เรียกว่าพลังธาตุเช่นกัน”พี่ฉือเยาไต้
“เพียงแต่ว่าชีวิตจริงของพวกเราในตอนนี้ กับการเล่นเกมส์ออนไลน์มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงน่ะสิครับ”พี่สามว่ายเท่า
“จริง ไม่สนุกเลย”พวกพี่ๆน้องๆ
“ยังดีนะครับที่น้องกระดุมน้อยสามารถปลุกพลังพิเศษได้แล้ว อย่างน้อยๆในครอบครัวของพวกเราก็มีคนมีพลังพิเศษล่ะ”พี่สี่หยี่อี
“ใช่ๆ…”พวกพี่ๆน้องๆ
“เอาล่ะน้องชาย อย่ามัวแต่คิดเื่ๆเศร้าๆกันเลยนะ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปพี่ชายเชื่อเหลือเกินว่า น้องกระดุมน้อยจะพาพวกเราทุกๆคน มีความสุข กินอิ่ม นอนหลับกัน”พี่ฉือเยาไต้
“ใช่ๆ หงึก…หงึก…”พวกน้องชาย
“พวกเรามาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่นะ กับแสงสว่างที่กำลังส่องลงมาหาพวกเรากันแล้วล่ะ”พี่ฉือเป้ยซิน
“ได้เลยพี่”พวกน้องชาย
จริงๆแล้วมันก็คล้ายๆกับเกมส์ออนไลน์บางประเภทจริงๆนั่นแหละ ที่มีการต่อสู้เอาตัวรอดในวันสิ้นโลก พร้อมกับมีการให้เลือกใช้พลังธาตุบ้าง พลังวิเศษแบบต่างๆบ้าง อาวุธวิเศษบ้าง แต่ในชีวิตจริงที่กระดุมน้อยกับทุกๆคนในครอบตัวเผชิญอยู่นี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนในเกมส์ออนไลน์น่ะสิถ้าพวกคุณปราศจากพลัง
แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ แต่ละวันที่ผ่านมาช่างแสนยาวนานเหลือเกินจริงๆ เพียงแค่เดือนเดียวเหมือนเป็ปีๆเลยในการมีชีวิตในแต่ละวัน เพราะแต่ละคนมีแต่ความหวาดระแวง หวาดกลัว ไปหมดเลยจริงๆกับทุกๆสิ่งๆทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น ทุกๆคนต่างพยายามจะไม่คิดเื่ในอดีตกัน แต่มันก็ห้ามไม่ได้จริงๆ มันลืมได้ยากมากๆกับความรู้สึกหวาดกลัวแบบนั้น
ในวันที่ทุกๆสายตาของมนุษย์ในโลกใบนี้ ที่สองตาของทุกๆคนมองเห็นอะไรบางอย่างที่กำลังร่วงหล่นจากบนท้องฟ้า และมันก็เลวร้ายทันทีเมื่อพวกมันตกลงบนพื้นโลก ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปโดยทันที ชีวิตที่ไม่อาจย้อนคืนและไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปของมนุษยชาติบนโลกใบนี้
ในขณะที่พวกพี่ชายก็กำลังคุยกันเพลิดเพลิน พวกน้องสาวก็พากันออกมาจากห้องน้ำได้เสียที ถ้านานมากไปกว่านี้พวกพี่ชายก็คิดไว้ว่าจะเรียกหาแล้วล่ะ
“พี่ชาย พวกเราอาบน้ำเสร็จแล้วค่าาาา”น้องสาวทั้งสองคน
“น้องสาวโป๊…!!!!”พวกพี่ชาย
“โอ๊ะโหยว…….!!!!”กระดุมน้อย ที่ก้มลงมองดูตัวเองและพี่สาว
“ไอ้หยา…!!!!”พี่สาวโส่วผ้า
“โอ๊ะโอ่….!!!”พวกพี่ชาย
“กรี๊ดดดดด…..!!!”น้องสาวสองคน
สองสาวน้อยที่พึ่งรู้ว่าตัวเองว่าพากันวิ่งออกมา ใส่แต่กางเกงในเปียกๆ รีบพากันหันหลังวิ่งปิดก้นน้อยๆเข้าไปด้านใน และควานหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาใส่กันอย่างรวดเร็ว
ส่วนพวกพี่ชายก็แทบจะปิดหูแทบไม่ทันเสียงแหลมปรี๊ดดดด….ของน้องสาวดังเข้ามาถึงโสตรประสาทหูด้านในเลยทีเดียว และรีบพากันปิดตาด้วย และหันหลังให้แทบไม่ทัน เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่ทำแบบนี้น้องสาวสองคนจะยิ่งรู้สึกอายกว่าเดิมอีก เพราะพวกพี่ชายรู้ว่าน้องสาวในเื่นี้บางครั้งทำเหมือนเด็กโตรู้จักเขินอายเป็แล้วด้วย
“งานเกือบเข้าพวกเราแล้วไหมล่ะ!!! ดีนะครับทีพวกเราก็แสดงเก่งเหมือนกัน”พี่สี่หยี่อี
“ก็ใช่น่ะสิ”พวกพี่ๆน้องๆ
พวกพี่ชายที่ยังคงพากันหันหลังให้น้องสาวสองคนกันอยู่ เพื่อที่ว่าพอน้องสาวกลับมาจะยังคงเห็นว่าพวกพี่ชายไม่ได้มองพวกเธอเลยนั่นเอง พวกพี่ชายรอจนกระทั่งพวกน้องสาวส่งเสียงเรียกกันอีกครั้ง……นี่คือที่รู้กันระหว่างพี่น้องจริงๆ ในการรับมือระหว่างกันและกันของพี่น้อง
“พี่ชายหันมาได้แล้วค่าาาา”กระดุมน้อย
“ครับน้องสาว”พวกพี่ชาย
“จะไปไหนกันต่อไหมล่ะน้องสาว…???? หรือจะรออยู่ที่นี่ดี..??? บอกพวกพี่ชายมาเลยนะพวกพี่จะตามใจน้องทุกๆอย่างเลย”พี่สี่หยี่อี
“ใช่ๆ หงึก…หงึก….”พวกพี่ชาย
“อึมมมมมมม………….”กระดุมน้อย
น้องสาวสองคนกำลังครุ่นคิดกันอยู่ว่าจะไปไหนกันดีนะ แต่ที่แน่ๆตอนนี้ท้องน้อยๆก็ร้องเป็ระยะๆ เตือนถึงความหิวนี่แหละ จะไปเล่นไกลๆจะมีแรงไหมเล่า…???? แล้วถ้าแม่ขาาร้องเรียกให้กินข้าวจะได้ยินไหมล่ะ…????? แต่จริงๆแล้วเ้ากระดุมน้อยไม่รู้หรอกว่าประสาทััของตัวเองน่ะดีกว่าใครๆเลย และดีกว่าผู้ปลุกพลังพิเศษคนอื่นๆอีกด้วย
ใจหนึ่งเองก็อยากจะสำรวจพื้นที่วันสิ้นโลกที่ว่านี้ให้มากกว่านี้ ยิ่งตอนนี้มีพาหนะแบบเ้าก้อนลมที่สามารถจะสร้างเมื่อขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ และพาเหาะเหินเดินอากาศไปที่ไหนก็ได้ไม่ต้องเปลืองแรงให้เหนื่อยแบบนี้ จะใกล้หรือไกลก็ไม่มีปัญหาอีกต่อไปแล้ว
“แต่ว่านะครับ ทุกๆคนลืมไปหรือเปล่าว่าถ้าน้องกระดุมน้อยจะไปไหน จะต้องมีผู้ใหญ่ติดตามไปด้วยอย่างน้อยหนึ่งคนน่ะ…????!!!”พี่ใหญ่ทีซวี่
“ไอ้หยา…..!!! ลืมไปเลย”พวกพี่ๆ
“ละละแล้ว ถ้าน้องกระดุมน้อยอยากไปจริงๆขึ้นมาเล่า…??!!”พี่รองโต่วเผิง
“พวกเราแย่แน่นอนเลยน่ะสิ..!!!”พี่ฉือเป้ยซิน
“แย่แล้ว…!!!”พวกพี่ชาย
“แล้วทีนี้ใครจะเป็คนบอกน้องกระดุมน้อยกันเล่า ว่าพวกเราไปกันไม่ได้แล้วน่ะ…???!!!”พี่ฉือเยาไต้
“ไม่รู้….ควั่บ….ควั่บ…..!!!!”
พวกพี่ๆน้องๆ แต่ละคนพากันส่ายหน้าไปมากันอย่างเดียวเลย ทีนี้ล่ะไม่มีใครอาสาเอ่ยปากบอกน้องกระดุมน้อยว่า “ไปไม่ได้แล้ว”...!!!
พวกพี่ชายที่พากันใหน้าตาเลิ่กลั่กกันหมดแล้ว รีบหันมามองดูน้องกระดุมน้อยกันอย่างลังเล และหวาดวิตกกันทันทีทันใดเลย พวกพี่ชายลืมเื่สำคัญนี้ไปได้อย่างไรกัน….!!!
พอเห็นสีหน้าน้องสาว ที่เหมือนจะนึกอะไรออก และทำท่าจะพูดออกมาพวกพี่ชายนี่บอกได้เลยว่าเหงื่อซึมกันเลยทีเดียวล่ะ และเป็แบบนี้อยู่หลายต่อหลายรอบด้วย
เป็เพราะอะไรน่ะเหรอ…????? ก็เป็เพราะว่าเ้ากระดุมน้อยจงใจทำ และอยากจะแกล้งพวกพี่ชายอย่างไรเล่า สิ่งที่พวกพี่ชายกระซิบกระซาบพูดคุยกัน เ้ากระดุมน้อยน่ะได้ยินชัดเจนหมดทุกๆ คำเลย โดยพี่ชายไม่รู้กันเลยว่าระบบประสาทััของน้องกระดุมน้อยนั้นไม่ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว…!!!!
และตอนนี้เ้ากระดุมน้อยกับพี่สาวโส่วผ้า ก็พากันจูงมือออกไปนั่งเล่นด้านนอกที่พักกันแล้วด้วย พวกพี่ชายยิ่งพากันใจแป้วยิ่งกว่าเดิม กลัวเหลือเกินว่าน้องสาวจะพูดคำว่า “พี่ชายนึกออกแล้วล่ะว่าจะไปเล่นที่ไหนกันน่ะ”....!!!!
“พูดสิเ้าสี่ …..”พี่สามว่ายเท่า
“ไม่ดีมั้งพี่สาม ผมน่ะเป็น้องเล็กอายุน้อยสุดนะไม่กล้าพูดนำพวกพี่ชายทั้งหมดหรอก พวกพี่นั่นแหละพูดกับน้องสาวสิมีความเป็คนโตมากกว่าผมอีกนะ”พี่สี่หยี่อี
“ไม่เกี่ยวหรอกเ้าสี่ ใครจะพูดก็เหมือนกันแหละเพราะก็โตกว่าน้องสาวอยู่ดีนั่นแหละนะ!!”พี่รองโต่วเผิง
“ใช่ๆ หงึก…หงึก….”พวกพี่ๆน้องๆ
พวกพี่ชายแต่ละคน ที่ดันไหล่กันบ้าง ผลักกันบ้างเพื่อให้มีคนก้าวไปด้านหน้าเอ่ยปากบอกน้องกระดุมน้อยกัน แต่ก็เหมือนกับแข่งกันว่าใครแข็งแรงกว่าด้วยเช่นกัน ที่จะยืนตัวตรงและแข็งมากไม่โดนอ่อนเวลาโดนดันหรือผลักหลังกัน
เ้ากระดุมน้อยเองก็เหล่ตามองไปอย่างไม่สนใจหรอก แต่ก็ยังหาทางแกล้งพวกพี่ชาย เพื่อฆ่าเวลารอมื้ออาหารพิเศษของวันนี้อยู่นั่นเอง
“ฟืดดดด……ฟืดดดดดดดด….”
“กลิ่นอาหารลอยมาแต่ไกลเลยน้องกระดุมน้อย หอมมว๊ากกกก”พี่สาวโส่วผ้า
“ใช่ๆ พี่สาว พวกเราไปที่นั่นกันดีกว่านะ กระดุมว่าอาหารมื้อนี้ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะกลิ่นส่งแรงมาถึงขนาดนี้แล้วล่ะ และมันเป็กลิ่นเนื้อเสียด้วยสิพี่สาว”กระดุมน้อย
“งั้นไปกันเล้ยยยย…!!”พี่สาวโส่วผ้า
“เนื้อ…เนื้อ….เนื้อ….”สองสาวน้อย
“ฟู่…..ฟู่…..ฟู่……”
“ค่อยยังชั่วหน่อย น้องสาวสนใจของกินมากกว่าออไปเล่นข้างนอกแล้วล่ะ”พี่ใหญ่ทีซวี่
“ก็นั่นน่ะสิครับ พวกเรารอดแล้ว…!!”พี่รองโต่วเผิง
“ดีนะที่กลิ่นเนื้อลอยมาแรงขนาดนี้ เลยดึงดูดความสนใจของพวกน้องสาวได้น่ะครับ”พี่สามว่ายเท่า
“ใช่แล้วล่ะ”พวกพี่ๆน้องๆ
“แต่จะว่าไปนะครับ เนื้อนกกลายพันธุ์นี่ทำไมมันห๊อมมมมหอมมมากมายขนาดนี้กัน ผมว่ามันหอมกว่าเนื้อสมัยก่อนมากนัก ถึงจะไม่ได้กินเนื้อมาหลายอาทิตย์ก็ตามทีเถอะนะครับ ว่าไหมพี่ๆ…????”พี่สี่หยี่อี
“จริงอย่างที่เ้าสี่ว่าเลยนะ”พี่ฉือเป้ยซิน
“คงจะเป็เพราะที่พวกมันกลายพันธุ์ก็อาจจะเป็ไปได้นะ ขนาดตัวที่ใหญ่มหึมา กลิ่นของพวกมันก็เลยหอมมากหน่อยน่ะ”พี่สามว่ายเท่า
“ใช่ๆ…หงึก…หงึก…”พวกพี่ๆน้องๆ
พวกพี่ชายพากันเป่าปากอย่างโล่งอกกันไปหมดเลย ในที่สุดน้องสาวสองคนก็ไม่ได้สนใจที่จะออกไปเที่ยวเล่นกันแล้ว แต่ว่าสนใจอาหารแทนนั่นเอง
จึงพากันเดินตามพวกน้องสาวกันไปอย่างเงียบๆ และตามกลิ่นเนื้อกลายพันธุ์ไปด้วยเช่นกัน ด้วยความหอมมากมายขนาดนี้พวกพี่ชายเองก็อยู่เฉยไม่ได้เหมือนกัน
พอไปถึงบริเวณที่เป็แหล่งรวมตัวเวลาแจกจ่ายอาหารกัน พวกเด็กๆ ทั้งหมดก็พากันรออยู่ที่นี่แล้ว ต่างชะเง้อมองครัวกองกลางที่คุ้นเคยของพวกเขากันอย่างใจจดใจจ่อเลย
เสียงกลืนน้ำลาย เสียงพูดคุย เกี่ยวกับเื่อาหารของมื้อนี้เป็หัวข้อหลักเพียงอย่างเดียวจริงๆ ณ เวลานี้
“เด็กๆ กับข้าวเรียบร้อยแล้วนะ”ยาย
“ค่ะ…!!!! / ครับ…..!!!!”พวกเด็กๆ
*****************
ประสาทััที่เฉียบคมของเ้ากระดุมน้อย ก็เริ่มมีพัฒนาการเรื่อยๆ และชัดเจนมากขึ้นโดยที่เ้าตัวไม่ได้ทันสังเกตตัวเองมากนัก การที่เ้ากระดุมน้อยมีประสาทััที่ดีแบบนี้เป็ทั้งผลดี และผลเสีย
ผลดีก็คือ ทำให้ระมัดระวังจากสิ่งต่างๆรอบด้านได้เป็อย่างดี แต่ผมเสียนี่น่ะคงจะเป็ผลเสียของผู้คนรอบข้างที่อยู่ใกล้เ้ากระดุมน้อยเสียมากกว่า เพราะคงจะแอบทำอะไรไม่ได้เ้าตัวเล็กจะรับรู้ทั้งหมดเลย
############
พลังพิเศษที่โดนปลุกได้แล้ว
1.พลังมิติ
2.พลังธาตุไม้
3.พลังธาตุดิน
4.พลังธาตุน้ำ
5.พลังธาตุลม