ภายในบริษัทั์ใหญ่ในรัฐเอนเทียเขตหนึ่ง เหล่าพนักงานออฟฟิศต่างวุ่นวายกับการจัดเตรียมการประชุมครั้งใหญ่นี้และหนึ่งในนั้นก็คือ อบิเกล หญิงสาวผิวขาวผมยาวตรงสีดำสนิท เธอเป็ผู้หญิงที่มากไปด้วยความสามารถจนทำให้ได้รับตำแหน่งเลขาฯประจำตัวของประธานบริษัทและด้วยภาระหน้าที่งานต่างๆทำให้เธอแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวเลยทีเดียว เมื่อถึงยามว่างเธอจึงมักจะคลายเครียดด้วยการเล่นเกมกับเพื่อนสนิทของเธอเป็ประจำและวันนี้ก็เป็อีกหนึ่งวันที่แสนวุ่นวายของเธอเฉกเช่นเคย ในขณะนี้อบิเกลได้รีบเร่งเตรียมข้อมูลเพื่อที่จะให้ประธานบริษัทแห่งนั้นนำเสนอในที่ประชุมได้อย่างสมบูรณ์แบบและไม่มีผิดพลาดโดยเมื่อถึงเวลาประชุมแล้วหน้าที่ของเธอก็คงมีเพียงแค่รับฟังและจดบันทึกในที่ประชุมเท่านั้น
ภายในห้องประชุมที่มีบรรยากาศอันขมุกขมัวได้มีชายหนุ่มทรงผมอันเดอร์คัตสีดำั์ตาสีดำเข้มที่กำลังนั่งด้วยท่าทางสบายๆและด้านตรงข้ามของเขาก็มีหญิงสาวผิวขาวผมบ๊อบสั้นสีดำสวมใส่แว่นตาทรงกรมที่มีเลนส์อันหนาเตอะนั่งก้มหน้าก้มตาอย่างสงบเสงี่ยมในส่วนด้านหัวโต๊ะประชุมนั้นอบิเกลได้ยืนเคียงข้างชายแก่ที่นั่งอยู่ และเขามีรูปร่างท้วมใส่แว่นกรอบสี่เหลี่ยมและผมบางปะปรายอันขาวโพลนเขานั่งอ่านเอกสารเงียบๆก่อนที่เขาจะเริ่มเอ่ยขึ้น
“มีเื่อะไรจะบอกไหมคุณมิคาเอล?”
ชายแก่ร่างท้วมถามหญิงสาวผมบ๊อบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“ค่ะ ท่านประธาน”
“ดิฉันได้รับแจ้งมาจากทางผู้เล่นว่าพบ NPCBlacksmith ประจำเมืองอัลคาเดียได้เกิดปัญหาขึ้น”
มิคาเอลถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะพูดต่อว่า
“ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็ฝีมือของเธอคนนั้นค่ะ”
“แต่ดิฉันได้จัดการแก้ไขปัญหาโดยการลบตัวละครNPC Blacksmith ทิ้งไปแล้วค่ะ”
เมื่อชายหนุ่มผมดำได้ยินดังนั้นจึงยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยสวนไป
“เธอควรรับผิดชอบมากกว่าแค่ลบนะ….ถูกมั้ย?”
“คุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ คุณเบรฟ?”
“ให้ลาออกอย่างงั้นหรอ...ถ้าลาออกแล้วปัญหาจบฉันก็ยินดีจะทำให้ค่ะ”
“พอใจคุณหรือยังคะ?”
“เงียบ!”
เสียงตวาดดังลั่นขึ้นมาจากทางประธานบริษัทที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุมทำเอาหญิงสาวและชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก
“ความผิดคุณมันมากยิ่งกว่าการลาออกซะอีกรู้มั้ยคุณมิคาเอล!”
“ถ้าคุณไม่ทำอะไรเห็นแก่ตัวแบบนั้น ปัญหานี้ก็คงไม่เกิดขึ้นและบริษัทก็คงไม่วุ่นวายขนาดนี้หรอก”
“แต่ถ้าท่านประธานไม่คิดทำโปรเจคนั้นขึ้นมาถึงแม้ดิฉันจะทำเื่เห็นแก่ตัวแบบนั้นไปก็ตาม ปัญหามันคงไม่ตีวงกว้างขนาดนั้นหรอกจริงมั้ยคะ?”
มิคาเอลเถียงขึ้นอย่างทันควัน ทำเอาประธานบริษัทแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“เอาเถอะผมยอมรับว่ามันก็เป็ความผิดของผมส่วนหนึ่งเหมือนกัน”
“แต่จะโทษกันไปกันมามันก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาหรอก”
ประธานบริษัทได้พยายามควบคุมอารมณ์และตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยเมื่อมิคาเอลเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดสงสัยไม่ได้
“ทำไมท่านประธานถึงไม่ยอมให้ดิฉันลบข้อมูลของเธอคนนั้นล่ะคะปัญหาจะได้จบๆไป”
เบรฟหัวเราะขึ้นกลางที่ประชุมและหันไปบอกกับมิคาเอล
“เธอคิดว่ายัยนั่นแทรกแซงเราไปแล้วถึงขนาดไหนแล้วคุณมิคาเอล?”
“.......”
มิคาเอลได้แต่เงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่เบรฟจะพูดต่อ
“ตอนนี้ยัยนั่นหลอมรวมเข้ากับฐานข้อมูลหลักของตัวเกมไปเกือบหมดแล้ว”
“ถ้าเธอจะลบยัยนั่น อาจทำให้ฐานข้อมูลเกมบางส่วนเสียหายได้....”
เบรฟหยุดพูดไปสักพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่ออย่างใจเย็น
“และถ้าความเสียหายนั้นมันส่งผลกระทบต่อระบบบัญชีของผู้เล่นล่ะ”
“เธอจะรับผิดชอบไหวไหม...ถ้าพวกผู้เล่นรวมตัวกันฟ้องบริษัทเรา?”
“และถ้าพวกเขาฟ้องเราก็ต้องยอมให้ศาลตรวจสอบข้อมูลต่างๆของบริษัทถูกมั้ย?”
“ซึ่งนั้นก็หมายความว่าพวกเขาจะรับรู้ถึงการทดลองที่ผิดกฎหมายของท่านประธาน”
“และการกระทำที่เห็นแก่ตัวของเธอด้วย...คุณมิคาเอล”
เมื่อเบรฟพูดจบลงสีหน้าของมิคาเอลก็ซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัดประธานบริษัทจึงพูดเสริมต่อไปว่า
“ถูกของคุณนะ คุณเบรฟ”
“ตอนนี้รู้รึยังล่ะคุณมิคาเอลว่ามันเป็เื่ใหญ่แค่ไหน?”
“แล้วก็ไม่ใช่ว่าผมจะอยากทดลองต่อหรอกนะแต่มันหยุดไม่ได้แล้วต่างหาก”
มิคาเอลจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่รีบูทระบบล่ะคะแบบนั้นข้อมูลก็จะไม่เสียหาย และเจตจำนงของเธอก็จะหายไปอย่างสมบูรณ์ แค่นี้ปัญหาทุกอย่างก็จบแบบสวยๆแล้ว”
“ผมได้ให้คุณเบรฟไปทำก่อนตัวเกมจะเปิดแล้วแต่มันไม่สำเร็จเธอคนนั้นสามารถฟื้นฟูข้อมูลตัวเองได้”
ประธานบริษัทบอกกล่าวกับมิคาเอลด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอากับความดื้อรั้นของเธอ
“รู้อย่างนั้นแล้ว ทำไมท่านประธานยังสั่งให้เปิดตัวเกมอีกคะ?”
มิคาเอลพยายามผลักไสว่าทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของตนเลย
“ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเธอคนนั้นฟื้นฟูข้อมูลตัวเองได้ถ้าคุณเบรฟไม่เก็บเงียบไว้ป่านนี้เราคงไม่ต้องมานั่งเครียดกันแบบนี้ จริงไหมคุณเบรฟ?”
ประธานบริษัทพูดแขวะขึ้นมาพร้อมกับจดจ้องไปที่เบรฟด้วยแววตาที่กราดเกรี้ยวทำให้เบรฟต้องรีบพูดแก้ตัวกับเขาในทันที
“ต้องขอโทษด้วยครับท่านประธาน แต่ตอนนั้นผมคิดว่าเป็แค่ความผิดพลาดเล็กน้อยจากการทดลองของท่านและผมไม่ทราบถึงการกระทำอันเห็นแก่ตัวของคุณมิคาเอลเลยไม่ได้รายงานเื่นั้นไป”
“เอาเถอะ เลิกโยนความผิดกันไปมาแล้วมาช่วยคิดแก้ปัญหากันดีกว่า”
ประธานตอบด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นขึ้น
“เอ้...แต่คุยกันตอนนี้จะดีหรอคะ?”
มิคาเอลพูดกับประธานบริษัทพร้อมกับหันไปมองอบิเกลที่กำลังยืนจดข้อมูลการประชุมอยู่อย่างเงียบๆ
“อบิเกล ทำลายที่จดทั้งหมดนั่นทิ้งไปซะ”
“แล้วเธอจะไปทำอะไรก็ไป”
ประธานออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยกับอบิเกลเธอจึงได้แต่ตอบรับและเดินออกไปจากห้องประชุมอย่างเงียบๆ และเมื่อระยะเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งประธานก็ได้โทรตรงเข้ามายังมือถือของเธอ
“อบิเกล คุณช่วยไปเอาเอกสารที่บ้านของมิคาเอลให้ผมหน่อย”
“มิคาเอลเธอบอกว่าได้สั่งให้เมดจัดเตรียมเอกสารไว้รอแล้วให้เข้าไปรับได้เลย”
เมื่อประธานพูดจบก็ได้วางสายไปอบิเกลเห็นดังนั้นจึงเตรียมตัวเดินทางไปยังบ้านของมิคาเอลตามคำสั่งของท่านประธานบริษัท
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บนถนนสายหนึ่งในรัฐเอนเทียเขตหนึ่งนั้น ได้มีคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลเครย์ตั้นตั้งอยู่และบริเวณรอบๆคฤหาสน์หลังนั้นก็เต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่กำลังผลิดอกออกผลบานสะพรั่งอบิเกลได้เดินเข้าไปกดกริ่งที่หน้าประตูรั้วของคฤหาสน์หลังนั้น และเพียงไม่นานนักคนรับใช้จึงได้เดินออกมาเปิดประตูให้แก่เธอประหนึ่งได้รับแจ้งมาอยู่ก่อนแล้วก็ไม่ปาน
“เชิญด้านในก่อนค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเตรียมเอกสารของคุณหนูให้”
เมื่ออบิเกลเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ เธอก็พบกับเฟอร์นิเจอร์สไตลยุโรปที่ดูหรูหราและมีราคาแพง้าเพดานถูกประดับตกแต่งด้วยโคมระย้าขนาดใหญ่ พื้นกระเบื้องทำด้วยหินอ่อนชั้นดีเสาบ้านนั้นถูกแกะสลักเป็ลวดลายอันวิจิตรตระการตา อบิเกลค่อยๆนั่งลงบนโซฟาเบาะหนังขนาดใหญ่อย่างช้าๆเบาะของมันนุ่มมากราวกับนั่งอยู่บนสำลีก็ไม่ปาน
“บ้านคุณมิคาเอลสวยมากเลยแหะ”
อบิเกลบ่นพึมพำในลำคอก่อนที่ตนจะถือวิสาสะหยิบกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูอย่างสงสัยในนั้นรูปมีเด็กสาวสองคน คนหนึ่งผมบ็อบสีดำใส่แว่นตาหนาเตอะกำลังกอดคอกับเด็กสาวอีกคนหนึ่งผมยาวตรงสีดำและสวมใส่แว่นตาเช่นเดียวกันกับเธอ
“เด็กผมบ็อบน่าจะเป็คุณมิคาเอลตอนเด็กๆ”
“แต่เอ้...เด็กผู้หญิงผมยาวนี่ใครกันนะดูคุ้นๆเหมือนกันแหะ”
“เคยเห็นที่ไหนกันนะ”
อบิเกลบ่นพึมพำด้วยความสงสัยและในขณะนั้นเองสาวรับใช้ของตระกูลเครย์ตั้นก็เดินมาพร้อมกับยื่นซองเอกสารให้กับอบิเกลเมื่อเธอรับมาแล้วเธอจึงกล่าวคำอำลาพร้อมกับเดินออกจากคฤหาสน์หลังนั้นไป
“ไหนๆก็มาแถวนี้แล้ว แวะหาไมอาสักหน่อยดีกว่า”
เมื่อเธอได้ตัดสินใจดังนั้น เธอจึงเดินทางไปหาไมอาเพื่อนสนิทสมัยมัธยมต้นของเธอที่คอนโดของเขาและเมื่ออบิเกลได้มาถึงยังคอนโดหรูใจกลางเมืองหลวงในรัฐเอนเทียเขตหนึ่ง เธอจึงได้โทรตามไมอาให้ลงมาเปิดประตูให้กับเธอ
“ฮัลโหล ไมอาฉันอยู่หน้าคอนโดแกแล้วนะ”
“ลงมารับเดี๋ยวนี้เลย นี่เป็คำสั่ง!”
“อืม จะรีบลงไปนะ”
ไมอาตอบรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายกับนิสัยของอบิเกลเขาลงลิฟท์มาและเปิดประตูให้เธอเข้ามา และทั้งสองก็ขึ้นลิฟท์ไปยังห้องของไมอา
ภายในห้องของไมอานั้นถูกจัดอย่างเป็ระเบียบและประดับตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากยุโรปอย่างหรูหราไม่ต่างกับคฤหาสน์ของมิคาเอลเลยและเมื่อเดินเข้าไปยังใจกลางห้องก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“ฉันล่ะชอบสเปรย์ปรับอากาศกลิ่นนี้จัง”
อบิเกลพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“อืม ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”
ไมอาถามเธอด้วยความสงสัยเพราะร้อยวันพันปีเธอจะมาหาเขาสักที
“ป่าว แค่แวะมาแถวนี้เลยหาเื่แอบอู้จนหมดเวลาทำงานน่ะี้เีกลับเข้าออฟฟิศแล้ว”
“ว่าแต่แกเล่นเกม Dragon Tales Online ไปถึงไหนแล้วล่ะ”
อบิเกลนั่งลงบนโซฟาภายในห้องของไมอาและทำตัวอย่างสบายๆประหนึ่งบ้านของตนก็ไม่ปาน
“อืม ก็เลเวล 8 แล้วล่ะพอดีตอนนี้มีคนใจดีพาเก็บเลเวลน่ะ”
“หืม…ใคร?”
อบิเกลถามขึ้นอย่างทันควัน
“เธอชื่อเอมม่าน่ะ กับน้องชายของเธอชื่อลูคัสเขาเห็นผมเก็บประสบการณ์คนเดียวเลยสงสาร”
“หรอ?”
อบิเกลตอบอย่างห้วนๆด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์
“ได้เพื่อนใหม่แล้วล่ะสิ ถึงว่าเงียบหายไปเลย”
“ปะ-ป่าวนะ ก็อบิเกลเป็คนทิ้งผมไว้คนเดียวไม่ใช่หรอ”
ไมอาสวนขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“หึ ฉันก็แค่แกล้งนายเล่นๆเท่านั้นแหละ กะว่าจะไปรับนายเข้าทีมเหมือนเดิมหลังเลิกงานวันนี้แต่ไม่นึกว่านายจะไปเล่นกับคนอื่นแล้วทิ้งฉันไว้คนเดียว”
“ก็ดี ฉันจะไม่ได้ต้องมีตัวถ่วงแบบนาย เชิญไปเล่นกับยัยผู้หญิงที่ชื่อเอมม่าอะไรนั้นเลยย่ะ”
“แค่นี้เองทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ”
ไมอาถามอย่างสงสัยกับท่าทีของอบิเกล
“ปะ-ป่าวซะหน่อย ไม่ได้โกรธอะไรหนิ”
“เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานต่อละ ไว้เจอกันละกัน”
อบิเกลตัดบทด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากและก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไป เธอจึงหันกลับมามองไมอาพร้อมกับบอกว่า
“เออ ไมอา”
“่นี้ก็พยายามอย่าเข้าไปเล่นเกมนั้นบ่อยนะ”
“ฉันได้ยินประธานกับพวกทีมงานคุยกันแปลกๆเหมือนว่าจะเกี่ยวกับการทดลองผิดกฎหมายอะไรสักอย่างกับผู้เล่นหรือตัวเกมเนี่ยแหละ”
“และแกอย่าเอาเื่ที่ฉันบอกนี้ไปบอกกับใครนะไม่งั้นฉันโดนไล่ออกแน่”
อบิเกลพูดเตือนไมอาด้วยความหวังดีก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้องของเขา
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภายใต้เศษซากของเรือสำราญลำใหญ่ที่จมอยู่ใต้แม่น้ำทาทารัสมีหญิงสาวผิวสีน้ำตาลแดงตัวแคระแกรนคนหนึ่งว่ายไปรอบๆเศษซากเรือสำราญลำใหญ่นั้นด้วยความสงสัยเป็อย่างมาก
“ทำไมเบรฟต้องเร่งอีเว้นท์สายน้ำที่กราดเกรี้ยวด้วยเนี่ย?”
“แถมท่านประธานยังสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับการกระทำของตานั่นอีก”
“ทั้งคู่ต้องแอบปิดบังอะไรอยู่แน่ๆ”
ระหว่างที่มิคาเอลตรวจสอบบริเวณซากเรืออัปปางอยู่นั้นเธอก็พลันหวนนึกถึงอดีตอันหอมหวานของเธอ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภายในสนามเด็กเล่นแห่งหนึ่งในรัฐเอนเทียเขตหนึ่ง ได้มีเด็กสาวผมยาวตรงสีดำนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนกองทรายที่เธอเล่นค้างไว้เธอจึงเดินเข้าไปหาเด็กสาวคนนั้น
“เป็อะไรไป ใครแกล้งเธอ!”
“บอกพี่มาเลยนะ เดี๋ยวพี่จะไปจัดการให้”
เด็กสาวคนนั้นค่อยๆหยุดร้องไห้และหันมามองเธอพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอด
“พี่จ๋า พวกนั้นหาว่าหนูเป็ไอ้ตัวเชื้อโรค”
เมื่อมิคาเอลได้ยินดังนั้นเธอจึงกำหมัดแน่นและวิ่งเข้าไปต่อยเหล่าเด็กชายที่กลั่นแกล้งน้องสาวเธอ
“ไปตายซะ ไอ้พวกเด็กเวร”
“ถ้ามายุ่งกับน้องฉันอีกนะ แกได้เจอดีแน่!”
เธอะโไล่หลังเด็กๆเ่าั้ที่กำลังวิ่งหนีไปและเมื่อพวกนั้นได้หนีไปแล้ว มิคาเอลจึงได้กอดและลูบหัวน้องสาวของเธออย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็ไรนะ ถ้าพวกนั้นมาแกล้งอีกบอกพี่ได้เลย”
“แต่หนูเป็ตัวเชื้อโรคจริงๆใช่มั้ยคะพี่”
“แล้วหนูจะต้องตายจริงๆใช่มั้ย?”
น้องสาวถามมิคาเอลพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อทะลักไหลอาบสองแก้ม
“ป่าวเลย ถึงร่างกายเธอจะอ่อนแอแต่ถ้าจิตใจเข้มแข็งยังไงก็หายอยู่แล้วน่า”
มิคาเอลยิ้มให้เด็กสาวคนนั้นพร้อมกับเอามือลูบไล้ไปยังแก้มของเธออย่างอ่อนโยน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภายในคฤหาสตระกูลเครย์ตั้น ได้มีหญิงสาวและชายหนุ่มวัยกลางคนกำลังทำสีหน้ากราดเกรี้ยวและมองไปยังเด็กสาวผมยาวตรงสีดำด้วยท่าทีที่โมโหอย่างสุดขีด
“นี่คืออะไร!”
เสียงตวาดดังลั่นของชายหนุ่มวัยกลางคนทำให้เด็กสาวผู้นั้นถึงกับสะดุ้งและเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า
“พ่อบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าให้ตั้งใจเรียนทำไมถึงได้เกรดแค่ 3.5”
“ดูอย่างพี่ของแกซิ ได้เกรดสี่ตลอดทุกวิชา”
“แกนี่มันไม่เอาไหนจริงๆเลยนะฉันไม่รู้จะทำยังไงกับแกแล้ว”
“แล้วก็ดันมาป่วยเป็โรคบ้าๆนี่อีก ออกไปไหนก็แทบจะไม่ได้”
“กีฬาก็เล่นไม่ได้ การเรียนก็ห่วยแตกศิลปะก็แย่ แกจะมีเื่ดีๆให้ฉันภูมิใจสักเื่บ้างได้มั้ยเนี่ย!”
เมื่อชายวัยกลางคนพูดจบเขาก็ได้เดินออกจากห้องไปด้วยความหงุดหงิดและในส่วนเด็กสาวผู้ที่โดนต่อว่าก็ปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ และพยายามจะวิ่งเข้าไปกอดหญิงสาวผู้เป็แม่แท้ๆของเขาแต่ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับผลักตัวเด็กสาวออกและเดินตามสามีของตนออกไป
“ทำไม ทำไมต้องเป็หนูที่ต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย”
“หนูพยายามทุกอย่างแล้ว ทำไมทุกคนถึงไม่เห็น”
เด็กสาวผู้นั้นพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“ถ้าไม่มีพี่หนูก็คงไม่โดนเปรียบเทียบแบบนี้หรอก”
“ถ้าไม่มีพี่ พ่อแม่ก็คงรักหนูมากขึ้นแท้ๆ”
“หนูเกลียดพี่ที่สุดเลย”
เด็กสาวพลั่งพลูความรู้สึกอัดอั้นที่ตัวเองเก็บงำมาตลอดพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับคนที่เสียสติก่อนที่เธอจะหยิบคัตเตอร์ที่วางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเงียบๆเพียงลำพัง....และเมื่อมิคาเอลกลับมาจากโรงเรียนก็ได้ยินเสียงไซเรนรถพยาบาลดังกังวานไปทั่วบริเวณคฤหาสน์ตระกูลเครย์ตั้นเธอได้เห็นเ้าหน้าที่เวรเปลกำลังพยุงชีพของน้องสาวของเธออยู่ก่อนจะนำตัวขึ้นรถพยาบาลไป
“เกิดอะไรขึ้นกับน้องคะแม่”
“ไม่มีอะไรหรอกจ่ะ น้องแค่ไม่สบายน่ะแม่เลยเรียกรถพยาบาลมารับไป”
หญิงสาวพูดกับมิคาเอลและยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนซึ่งมิคาเอลได้รู้ดีว่าแม่ของตนกำลังโกหกเธออยู่เป็แน่แท้
“ถ้าอย่างนั้นหนูขอตามไปเฝ้าน้องที่โรงพยาบาลนะคะ”
“อย่าเลยจ่ะ ไปรบกวนพวกคุณหมอเขาปล่าวๆ”
“เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ แม่เตรียมของว่างไว้ให้แล้วไปทานกันดีกว่านะคะ”
หญิงสาววัยกลางคนได้พยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ให้มิคาเอลได้ล่วงรู้ถึงการกระทำของน้องสาวเธอก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับเข้าคฤหาสน์ไปอย่างเงียบๆเหลือทิ้งไว้เพียงความสงสัยของมิคาเอล
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภายในงานศพที่ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆ เหล่าผู้คนต่างยืนไว้อาลัยให้กับรูปของเด็กสาวที่มีรอยยิ้มอันสดใสแต่มีเพียงคนหนึ่งที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นปานกับสูญเสียแล้วซึ่งทุกสิ่ง เธอได้ยืนกำหมัดแน่นพร้อมกับพึมพำในลำคอตลอดเวลา
“พะ-พี่ขอโทษ”
“ถ้าพี่เอะใจสักนิดว่าเธอต้องกดดันมากแค่ไหน”
“พี่คงหาทางออกและช่วยเธอได้แล้ว”
มิคาเอลได้เอามือปาดน้ำตาตนเอง
“พี่สัญญา พี่จะทำทุกทางทุกวิธีเพื่อให้เธอกลับมา”
“ไม่ว่ามันจะผิดศีลธรรมหรือเลวร้ายแค่ไหนพี่ก็จะทำ”
“พี่สัญญา อลิเซีย”
มิคาเอลได้พึมพำอย่างหนักแน่นด้วยดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตา