ระหว่างทาง...
“ทำไมพ่อถึงให้ลุงมารับอ่ะ” เสียงเล็กถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“มันเมา ขับรถไม่ไหว ลุงออกมาซื้อเหล้าเพิ่มพอดีเลยอาสามารับเราเอง”
“ถ้าไม่ไหวก็น่าจะบอกกันก่อนสิ ผมเรียกแท็กซี่ก็ได้”
“เวลานี้ไม่ค่อยมีแท็กซี่ ถ้ามีคงไม่มีใครไปส่งนอกชานเมืองหรอก”
น้ำเสียงเข้มของคนขับรถทำให้ต้นหนคิดตาม
เด็กหนุ่มหันไปมองร่างสูงใหญ่กำยำของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมเข้มของลุงทศเปลี่ยนไปเล็กน้อย รอยเหี่ยวย่นตามอายุขีดยาวบนหน้าผาก แต่หุ่นโดยรวมั้แ่หัวจรดเท้าก็ดูแข็งแรงมากกว่าพ่อของเขา รายนั้นอ้วนลงพุงมากขึ้นทุกๆปีจนลูกชายอดเป็ห่วงไม่ได้
“มีอะไรหรอ”
“ป…เปล่าครับ”
เมื่อลุงทศรับรู้ถึงการจ้องมอง ชายวัยกลางคนจึงหันมาถาม คนตัวเล็กที่สำรวจร่างกายหนาใหญ่มานานจึงรีบเบือนหน้าหนี
“เมื่อกี้แฟนหรอ”
“แฟนเก่า”
“อ๋อ ทำไมทะเลาะกันหนักขนาดนั้นล่ะ ลุงถามได้หรือเปล่า”
“เื่มันยาวน่ะลุง”
“อืม ชีวิตวัยรุ่นก็อย่างนี้แหละ”
หลังจากประโยคนั้น ภายในรถก็ไม่เคยเงียบงันอีกเลย ลุงทศถามไถ่เื่ราวมากมายของลูกชายเพื่อนจนต้นหนเริ่มตอบไม่ไหว ั้แ่เื่เรียนมหาลัยจนไปถึงเื่อนาคต เด็กหนุ่มยังไม่คิดถึงส่วนนั้น ชีวิตต่างวัยของทั้งคู่ทำให้คำตอบของต้นหนเริ่มยากมากขึ้นทุกที
“ลุงถามเยอะจัง”
“….?”
“พ่อผมไม่คุยด้วยหรือไง”
ด้วยความหงุดหงิดที่เกิดเื่บ้าๆหน้าผับ บวกกับคำถามของชายวัยกลางคนผู้มีหน้าที่การงานเพียบพร้อมจนน่าอิจฉา มันเลยทำให้ต้นหนพูดขวานผ่าซากท่ามกลางบทสนทนาอันน่าอึดอัด แต่แทนที่ลุงทศจะโกรธ ร่างสูงกลับหัวเราะในลำคอเบาๆเหมือนไม่คิดอะไร
“ถามเยอะขนาดนี้ ผมขอถามเื่ส่วนตัวของลุงบ้างได้มั้ยล่ะ”
“เอาสิ”
“ั้แ่เลิกกับเมียไป ได้ยินข่าวว่ามากินเหล้ากับพ่อที่บ้านผมทุกวันเลยหนิ”
“…..”
“ไม่มีที่อื่นไปแล้วหรอ”
นอกจากจะอารมณ์ไม่ดีที่ได้เจอเื่บัดซบ ดูเหมือนฤทธิ์เหล้าที่กระดกผสมกับเบียร์จะเริ่มแสดงผล ต้นหนไม่ได้สนใจมารยาทหรือความเป็ผู้หลักผู้ใหญ่เลยสักนิด เด็กหนุ่มได้ยินแม่พูดกับพ่ออยู่บ้างถึงการหย่าร้างของเพื่อนสนิท ได้ข่าวว่าเมียเก่าเอาลูกน้องไปเลี้ยงเองด้วย ชีวิตของพ่อลูกอ่อนคงเหงาหงอยถึงขั้นมานั่งดื่มย้อมใจที่บ้านคนอื่นแทบทุกวัน!
“พ่อเราอยู่ใกล้บ้านลุงมากที่สุดไง” ลุงทศยังคงตอบแบบไม่คิดอะไร เพราะเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าลูกชายเพื่อนกำลังเมามายกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“อยู่ใกล้ก็ไม่จำเป็ต้องมาทุกวันมั้ย”
“พ่อเราต่างหากที่โทรเรียกลุงมาเลี้ยงเหล้าทุกวัน”
“โกหก”
ต้นหนหันไปมองชายวัยกลางคนอีกครั้ง
ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมเข้มและหุ่นล่ำสัน พร้อมกับคิดในใจถึงเหตุผลที่ภรรยาคนเก่าจำเป็ต้องเลิกรากับชายคนนี้ หน้าตาเขาไม่ได้ดูแย่ แถมยังมีหน้าที่การงานครบองค์ทุกอย่าง แต่ความสงสัยก็อยู่ภายในใจได้ไม่นาน เมื่อริมฝีปากอวบอิ่มเริ่มขยับ กลับกลายเป็ต้นหนเสียเองที่เริ่มละลาบละล้วงเื่ครอบครัวคนอื่นมากขึ้นทุกประโยค
“ถามไรหน่อยสิลุง”
“อะไรหรอ”
“ทำไมถึงเลิกกับเมียอ่ะ”
“….ก็ เราสองคนคงรู้ล่ะมั้งว่าไม่ได้รักกันแล้ว”
“ชิ…” เด็กหนุ่มจิปาก “คำแก้ตัวของคนเ้าชู้น่ะสิไม่ว่า”
ต้นหนหันไปพูดกับชายวัยกลางคนตรงๆ เพราะประโยคที่ลุงทศพึ่งจะกล่าวมานั้นมันเหมือนกับประโยคที่ไอ้เวรแฟนเก่านั่นบอกเขาเมื่อปีที่แล้วเปะๆ!
“งั้น…ลุงขอเปลี่ยนเป็…ลุงงี่เง่าเองดีมั้ย”
“ลุงงี่เง่า…หรือลุงเอาใครไม่เป็กันแน่”
“…..”
“เมียลุงอาจจะเบื่อที่ลุงลีลาไม่เด็ดหรือเปล่า”
“…..”
“เงียบทำไมลุง ผมแค่พูดแหย่เล่นขำๆ ไม่อยากให้บทสนทนามันจริงจังไปมากกว่านี้”
เด็กหนุ่มยังมีนิสัยติดเล่นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน หลังจากที่ต้นหนเห็นการสนทนาเริ่มตึงเครียด เขาจึงเพียงแค่แหย่ให้ชายรุ่นพ่อหลุดขำก็เท่านั้น แต่ดูเหมือนใบหน้าคมเข้มนั้นจะไม่ได้ขำไปกับประโยคคำถามนั้นเท่าไหร่นัก
“แล้วเราอยากรู้มั้ย ว่าจริงๆแล้วลุงงี่เง่า….หรือลุงเอาใครไม่เป็”
“กล้าถามแบบนี้เลยหรอครับ”
“ลุงถามว่าอยากรู้มั้ย”
“อยากสิ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าลุงจะมีแรงเหลือหรือเปล่า”
“…..”
ลุงทศไม่ได้โต้ตอบอะไร ส่วนต้นหนที่พูดเล่นไปเรื่อยก็คิดว่าตัวเองไปฝ่ายชนะ ดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มหลับลงและนั่งรอเพื่อจะให้รถยนต์ของเพื่อนพ่อไปส่งถึงบ้าน แต่ปลายทางของชายวัยกลางคนเริ่มเปลี่ยนไปั้แ่ที่จบบทสนทนานั้นแล้ว!