ฉินอวี้ซีมองไปยังเด็กน้อยอายุไม่มากแค่12 ปีด้วยแววตาอึ้งค้างอยู่นาน เด็กหนุ่มที่เป็ชาวบ้านธรรมดาตากแดนตากฝนปลูกข้าวิญญาและหาของป่าเลี้ยงชีพแต่กลับมีผิวพรรณที่ขาวเนียนราวกับไข่มุกดวงตาสีครามที่งดงามและเส้นผมสีดำอันเงางามราวกับรัตติกาลที่เต็มไปด้วยดวงดาว
“ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน”หลิงหยวนเดินออกมาจากบ้านก่อนจะทักทายชายชราและมองไปยังฉินอวี้ซีด้วยความระวัง
“หลิงหยวนท่านเซียนผู้นี้มีเื่จะคุยกับเ้า”ผู้ใหญ่บ้านกล่าว
ฉินอวี้ซีได้สติหลังจากที่อึ้งกับรูปลักษณ์ของหลิงหยวนอยู่นานนางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเซียนอย่างนางที่ลงมาจากแดนเซียนเพื่อซ่อนตัวกลับต้องถูกรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้เสียกิริยาเช่นนี้
“ข้าวิญญาตรงนั้นเป็เ้าที่ปลูกเองงั้นเหรอ”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ใช่เป็ข้าเองมันมีปัญหาอะไรหรือไม่” หลิงหยวนกล่าวด้วยแววตากังวล
“แน่นอนว่าไม่แต่ข้าวที่เ้าปลูกค่อนข้างมีคุณภาพเยี่ยมดังนั้นข้าจะมาเพื่อมอบรางวัลเพิ่มเติมให้กับเ้า”ฉินอวี้ซีกล่าวก่อนจะมอบถุงเงินให้กับหลิงหยวนเพิ่มอีกถุงใหญ่
“นี่มัน”แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ใกับจำนวนเงินที่เซียนผู้นี้มอบให้หลิงหยวนเพราะมันเท่ากับจำนวนเงินที่พวกเขาหามาตลอดชีวิต
“นี่มันมันมากเกินไปหรือไม่” หลิงหยวนกล่าว
“ไม่หรอกข้าวิญญาของเ้าค่อนข้างมีคุณภาพสูงหากนำไปขายในเมืองหลวงเกรงว่าจะได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ”ฉินอวี้ซีกล่าว
“มันมีความแตกต่างกันอย่างไรงั้นเหรอ”ผู้ใหญ่บ้านอดที่จะสงใสไม่ได้เพราะเมล็ดพันธุ์ก็ใช้แบบเดียวกันแต่ทำไมข้าวิญญาของหลิงหยวนกลับมีคุณภาพสูงกว่าพวกเขา
“คนธรรมดาจะแยกไม่ออกแม้แต่ผู้ฝึกตนที่พึ่งเริ่มก็แทบแยกไม่ออกแต่หากบ่มเพาะถึงขอบเขตเช่นข้าจะสามารถมองออกถึงความต่างอย่างเช่นข้าวที่อยู่ในหม้อตรงนั้นมีพลังิญญาหนาแน่นกว่าข้าวิญญาทั่วๆไป”ฉินอวี้ซีชี้ไปที่ข้าวในหม้อที่หลิงหยวนหุงเอาไว้
“หลิงหยวนเ้าทำได้ยังไง”ผู้ใหญ่บ้านกล่าวด้วยแววตาเป็ประกายหากทุกคนในหมู่บ้านปลูกข้าวิญญาที่มีคุณภาพเช่นนี้ได้ทุกคนคงไม่ต้องทำงานอีกต่อไปคงสามารถใช้ชีวิตที่เหลือได้สบายๆ
“ข้าก็ปลูกตามที่พวกท่านสอน”หลิงหยวนกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจเหมือนกัน
“เ้าพวกโง่คิดจะปลูกข้าวิญญาให้เหมือนกับนายท่าน ฝันกลางวันชัดๆ” ไก่สีแดงกล่าว
“นั่นสินายท่านคือตัวตนเช่นไรทุกการกระทำของนายท่านล้วนแต่เทียบได้กับเต๋าแม้แต่กับข้าวของนายท่านยังอร่อยและมีประโยชน์อย่างมากพวกเราที่ติดตามและกินอาหารของนายท่านยังได้รับประโยชน์าแที่ยากจะหายมานานหลายปีก็เริ่มดีขึ้นมากแล้ว”แมวสีขาวกล่าว
“แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนในแดนเบื้องล่างแน่นางจงใจกดขอบเขตของตัวเองเอาไว้เห็นได้ชัดว่านางคือเซียนคนหนึ่ง”ปลาสีทองกล่าว
“แล้วจะเอายังไงหากนางมีเจตนาร้ายกับนายท่านละก็”ไก่สีแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“แน่นอนว่าต้องเชือดทิ้ง”แมงสีขาวทำท่าปาดคอทันที
“อืมก็จริงหลิงหยวนนั้นพวกเราเป็คนสอนปลูกข้าวเองเขาก็ทำตามพวกเราทุกอย่างแต่ดูเหมือนหลิงหยวนจะมีบางอย่างพิเศษไม่น้อยจะว่าไปในตอนที่ตาแก่หลิงพาเ้ากลับมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยมีเื่ร้ายๆเกิดขึ้นที่หมู่บ้านเลยแม้แต่สัตว์อสูรก็ไม่โผล่ออกมา”ผู้ใหญ่บ้านกล่าว
“โอ้มีเื่เช่นนี้ด้วยงั้นเหรอ” ฉินอวี้ซีหรี่ตาลงนางมองหลิงหยวนและยิ่งรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่น่าใช่คนธรรมดาแต่นางก็มองไม่ออกเช่นกันว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดาอย่างไรยกเว้นเื่หน้าตา
“เด็กน้อยเ้าอยากจะติดตามข้าขึ้นเขาไปฝึกตนหรือไม่”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ข้ามีท่านปู่และท่านย่าต้องดูแลข้าไม่อาจจากไปไหนได้” หลิงหยวนกล่าว
“หืม”ฉินอวี้ซีแผ่จิตััเข้าไปในบ้านไม้เล็กๆก็พบว่ามีสองสามีภรรยาที่แก่ชรามากแล้วอายุไขเหลืออีกไม่ถึง3 ปีด้วยซ้ำ
“เช่นนั้นรอให้เ้าหมดสิ้นพันธะก่อนแล้วข้าจะมารับเ้าขณะเดียวกันข้าก็จะช่วยเ้าไปตรวจสอบในเทือกเขาแห่งทวยเทพด้วยว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่หากมีสิ่งผิดปกติข้าจะได้ช่วยจัดการได้ทัน”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ขอบคุณท่านเซียน”ผู้ใหญ่บ้านรีบกล่าวทันที
“หนุ่มน้อยอีก3 ปีข้าจะมารับเ้านะ” ฉินอวี้ซียื่นมือไปจับแก้มของหลิงหยวนและพบว่ามันนุ่มมากจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถูกชะตามากกว่าเดิม
“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องรับเขาเป็ศิษย์ให้ได้”ฉินอวี้ซีคิดในใจ
“นางผู้หญิงคนนั้นกล้าดีอย่างไรถึงกล้าััตัวนายท่าน”แมวสีขาวกางกงเล็บออกมาเตรียมบุกเข้าไปจัดการฉินอวี้ซีทันที
“เ้าใจเย็นก่อนอยากให้ตัวตนถูกเปิดเผยหรือไงถึงตอนนั้นเ้าอาจจะไม่ได้อยู่ข้างกายนายท่านอีกเลยนะ”ไก่สีแดงกล่าวห้ามทันที
“แต่เ้าดูนางสิแววตาของนางเห็นได้ชัดว่ามีเจตนาร้าย” แมวสีขาวแยกเขี้ยว
“พวกเ้าควรทำตัวให้ชินได้แล้วสำหรับมนุษย์การััเช่นนี้ไม่ถือว่าแปลกอะไรเพราะมันคือผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก”ปลาสีทองกล่าว
“เ้าหุบปากไปเลย”แมวสีขาวคำราม
หลังจากนั้นหลิงอวี้ซีก็ตรงเข้าไปในเทือกเขาแห่งทวยเทพซึ่งถูกเรียกว่าสถานที่อันตรายที่สุดเมื่อนางเข้าไปรอบนางก็พบว่าสัตว์อสูรต่างอยู่อย่างสงบและเป็ระเบียบมากพวกมันไม่เผยความดุร้ายออกมาเลยและไม่มีทีท่าว่าจะออกไปก่อเื่ข้างนอก
“แปลกแปลกมากจริงๆด้วย” ฉินอวี้ซีขมวดคิ้วนางออกสำรวจรอบๆเทือกเขาแห่งทวยเทพในพื้นที่รอบนอกอื่นๆทันทีเทือกเขาแห่งทวยเทพมีอาณาเขตที่กว้างขางอย่างมากขนาดของมันกินอาณาเขตของทวีปทั้งสี่ไป1 ใน 4 ส่วนทำให้ขุมอำนาจส่วนใหญ่ล้วนมีอาณาเขตติดกับเทือกเขาแห่งทวยเทพนี้
หลิงหยวนยังใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆชายชราและหญิงชราก็เริ่มอ่อนแรงลงแม้ข้าวิญญาของหลิงหยวนจะช่วยให้พวกเขาต่อลมหายใจนานขึ้นและไม่รู้สึกเจ็บป่วยแต่อายุขัยเมื่อหมดลงก็ไม่อาจมีสิ่งใดเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้หากทั้งสองเป็ผู้ฝึกตนและได้ทานข้าวิญญาของหลิงหยวนตลอดหลายปีคงต่ออายุขัยได้อีกนานแต่ทั้งสองไม่ใช่
“หยวนเอ๋อหลังจากที่พวกเราจากไปแล้วเ้าก็ตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีหากเซียนท่านนั้นกลับมารับเ้าจริงๆก็จงเดินทางไปฝึกฝนกับนางเสียเถอะอย่าได้ปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปเด็ดขาดส่วนพวกเราได้ใช้ชีวิตอยู่กับเ้ามานานสิบกว่าปีก็เพียงพอแล้วไม่มีอะไรที่พวกเราไม่พอใจแล้ว”ทั้งสองกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงขณะมองหลิงหยวนด้วยแววตาอ่อนโยน
หลิงหยวนกัดฟันแน่นพยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาทั้งชีวิตหลิงหยวนไม่รู้จักคำว่าพ่อแม่ไม่รู้ถึงความอบอุ่นของพ่อแม่แต่ได้รับความอบอุ่นจากท่านปู่ท่านย่าแทนและตลอดหลายปีมานี้หลิงหยวนก็ไม่เคยถามว่าตนมาจากไหนแล้วใครคือพ่อแม่ของตน
“ท่านปู่ท่านย่าไม่ต้องกังวลหยวนเอ๋อจะดูแลตัวเองอย่างดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” หลิงหยวนกล่าว
“ดีแล้วที่จริงหลายปีมานี้เ้าควรจะออกไปเจอกับโลกภายนอกบ้างเพราะพวกเราขังเ้าไว้ที่หมู่บ้านแห่งนี้มานานมากพอแล้วโลกด้านนอกนั้นมีอะไรหลายอย่างให้เ้าได้เรียนรู้ นอกจากการปลูกข้าวิญญาและการหาของป่าตกปลาเย็บผ้าแล้วยังมีหลายอาชีพที่น่าตื่นเต้นและคู่ควรให้เ้าไปสำรวจ” ทั้งสองกล่าวขณะลูบผมของหลิงหยวน
ในวันอายุ15ปีของหลิงหยวนทั้งสองก็ได้หมดลมหายใจอย่างสงบทั้งสองไม่มีความทรมานเลยแม้แต่น้อยขณะจากไปก็ยังมีรอยยิ้มอยู่เต็มใบหน้าหลิงหยวนที่ได้ใช้เงินสร้างหลุมศพให้ทั้งสองก็ยังไม่ได้จากไปไหนและรอให้ฉินอวี้ซีกลับมารับตนขึ้นเขาไปฝึกฝน
ในตอนนี้หลิงหยวนอายุ15ปีก็เติบโตขึ้นอย่างมากรูปร่างเริ่มแตกหนุ่มมากขึ้นทั้งใบหน้าและน้ำเสียงล้วนแต่ทำให้หญิงสาวต้องหลงใหลขนาดเมื่อเร็วๆนี้พ่อค้าที่มักจะนำสินค้ามาขายที่หมู่บ้านยังพาลูกสาวของตนมาด้วยเมื่อลูกสาวของพ่อค้าได้เห็นรูปโฉมของหลิงหยวนก็ถูกใจทันที้าจะเข้าไปจีบแต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็ถูกไก่สีแดงไล่จิกและแมวสีข้าวไล่ข่วนทำให้นางได้แต่วิ่งหนีกลับไป
“่นี้มีพวกไร้ยางอายมากเกินไปแล้วเห็นรูปโฉมของนายท่านทีไรก็พุ่งเข้าหาทุกที”แมวสีขาวบ่น
“เสี่ยวหวงเสี่ยวไป๋ได้เวลากินอาหารแล้ว” หลิงหยวนที่ย่างปลาและหุงข้าวเสร็จก็เรียกทั้งสองก่อนจะนำอาหารใส่ชามวางเอาไว้แล้วเดินไปให้อาหารเสี่ยวหลงในบ่อปลา
“ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังสุดยอดเหมือนเดิม”ทั้งสามกินอาหารอย่างมีความสุขหากลูกหลานเผ่าอสูรมาได้เห็นบรรพบุรุษของพวกเขาไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงคงใตายแน่ๆ
ขณะนั้นเองได้มีกระบี่บินเล่มหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้าก่อนจะจอดลงที่ลานบ้านของหลิงหยวนฉินอวี้ซีมองไปยังหลุมศพที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ก่อนจะเข้าใจว่าตนมาถูกเวลาแล้ว
“ข้ามาตามที่สัญญาแล้วเ้าเต็มใจที่จะขึ้นเขาไปฝึกฝนกับข้าหรือไม่”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ก่อนหน้านั้นข้าอยากรู้ว่าข้าฝึกตนได้จริงๆงั้นเหรอ” หลิงหยวนกล่าว
“แน่นอนทุกคนบนโลกล้วนแต่สามารถฝึกฝนได้เพียงแค่บางคนเส้นลมปราณในร่างอุดตันจึงไม่อาจดูดซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้และวิธีแก้ก็ใช้ทรัพยากรจำนวนมากคนทั่วไปเลยต้องละทิ้งโอกาสฝึกตน”ฉินอวี้ซีกล่าว
“เช่นนั้นช่วยตรวจสอบให้ข้าได้หรือไม่ว่าข้าฝึกฝนได้หรือไม่ได้”หลิงหยวนกล่าว
ฉินอวี้ซีมองหลิงหยวนที่ตอนนี้โตขึ้นมานางยิ่งรู้สึกว่าไม่อยากปล่อยอีกฝ่ายไปและตัดสินใจว่าต่อให้เส้นลมปราณของหลิงหยวนอุดตันนางก็จะรับหลิงหยวนเป็ศิษย์อยู่ดี
“เช่นนั้นขยับเข้ามาใกล้ๆ”ฉินอวี้ซีกล่าว
หลิงหยวนไม่ลังเลและขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายกลิ่นหอมบนร่างของหลิงหยวนทำเอาฉินอวี้ซีสติหลุดไปพักหนึ่งกลิ่นหอมนี้เหมือนกับกลิ่นของผลไม้เต๋าที่บริสุทธิ์ไม่มีสิ่งใดเทียบได้นางอดไม่ได้ที่อยากจะลิ้มรสชาตินี้สักครั้ง
“กุ๊กกุ๊ก” อยู่ๆเสี่ยวหวงก็เดินมาใกล้ๆแล้วส่งเสียงออกมาทำให้ฉินอวี้ซีได้สติ
นางหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะถลึงตาใส่เสี่ยวหวงที่ทำลายความฝันดีๆของนางแล้วส่งพลังปราณเข้าไปในร่างของหลิงหยวนแต่พริบตานั้นเองพลังปราณของฉินอวี้ซีก็ถูกสะท้อนออกมาราวกับมีบางอย่างคอยกีดกันไม่ให้พลังปราณเข้าสู่ร่างของหลิงหยวน
“นี่มันอะไรกัน”ฉินอวี้ซีทดลองอีกครั้งแต่ก็ไม่อาจทำสำเร็จนางลังเลก่อนจะส่งจิตััเข้าไปในร่างของหลิงหยวนกลับพบว่าสามารถทำได้แต่เมื่อสำรวจก็ต้องใร่างของหลิงหยวนนั้นเส้นลมปราณทั่วร่างล้วนเปิดทั้งหมดไม่มีเส้นลมปราณสักเส้นที่ปิดอยู่แต่ในร่างกลับไม่มีพลังปราณฟ้าดินอยู่เลยสักนิดราวกับว่าร่างกายนี้กำลังปฏิเสธพลังปราณอยู่