ตอนที่ 4 เจอกันอีกครั้ง
“โลกมันกลมจริงๆด้วยแฮะ” ผมเดินเข้าไปหาเธอคนนั้นทันทีเพราะผมก็อยากได้กระเป๋าของผมคืน และดูเหมือนว่าเธอก็กำลังมาหาซื้อเสื้อผ้าอยู่เหมือนกัน
“คุณครับ...คุณครับ” ผมเดินเข้าไปหาและเรียก เธอหันซ้ายหันขวาแล้วมองมาที่ผม
“คุณ...เรียกฉันเหรอคะ” ฉันรู้สึกว่าเหมือนมีคนกำลังเรียกฉันอยู่แต่ฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าจะมีคนมาเรียกฉันที่นี่ เพราะที่นี่ฉันแทบจะไม่รู้จักใครเลยด้วยซ้ำ
“ครับผมเรียกคุณนั่นแหละ” ฉันกำลังงงว่าผู้ชายคนที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันเขามีธุระอะไรกับฉันกันแน่
“คุณมีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” ผมกำลังเข้าใจว่า เธอคงจำผมไม่ได้แต่มันก็ไม่แปลกเพราะตอนที่เราเดินชนกัน ต่างคนต่างก็รีบ แทบจะไม่ทันได้มองหน้ากันเลยด้วยซ้ำแต่พอดีผมเป็คนช่างสังเกตและจำชุดที่เธอใส่ได้
เธอใส่เสื้อสีแดงเืนกกับกระโปรงบานสีขาวรองเท้าผ้าใบเสริมส้นดูแล้วน่ารักสมวัย ตอนนี้ผมเริ่มจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ เธอสวย...ผิวขาว ผมเดินเข้าไปหาเธอใกล้ๆรีบพูดเื่กระเป๋าทันที ก่อนที่เธอจะคิดเป็อย่างอื่น
“คุณใช่คนที่เดินชนกับผมที่สนามบินเมื่อ่สายๆหรือเปล่าครับ” ฉันตาโตทันทีเมื่อได้ยินผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าฉันพร้อมกับมาแสดงตัวว่าเป็เ้าของกระเป๋าใบนั้น
“คุณคือเ้าของกระเป๋าใบนั้นเหรอคะ” ผมยิ้ม ไม่คิดว่าจะได้กระเป๋าของผมคืนเร็วขนาดนี้
“ครับ ส่วนกระเป๋าของคุณอยู่ที่บ้านผม”
“กระเป๋าใบของคุณอยู่ที่โรงแรม ที่ฉันพักอยู่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นต่างคนต่างกลับไปเอา แล้วกลับมาเจอกันที่นี่ดีไหมครับคุณสะดวกหรือเปล่า” ผมเสนอ เพราะน่าจะใช้เวลาได้เร็วขึ้น
“สะดวกค่ะ” ฉันรีบตอบ เพราะฉันก็อยากได้กระเป๋าของฉันคือฉันก้มมองถุงที่อยู่ในมือ ก็ฉันซื้อของเกือบครบแล้วน่ะสิน่าจะเจอกันให้เร็วกว่านี้อีกหน่อยก็ไม่ได้
“เอ่อ...ถ้าผมจะขอเบอร์โทรคุณไว้คุณฟ้าจะสะดวกไหมครับ” พอดีผมได้ยินเธอแทนตัวเองว่าฟ้าตอนที่เราเดินชนกันที่สนามบิน
“…….” เธอขมวดคิ้วคงคิดว่าผมรู้จักชื่อเธอได้ยังไง
“อ่อพอดีผมได้ยินคุณแทนชื่อตัวเองตอนที่เราชนกันที่สนามบินน่ะครับ” ผมอธิบายเธอก็เลยทำหน้าเข้าใจ
“อ่อค่ะ ถ้าอย่างนั้นแลกเบอร์กันค่ะ” เธอยื่นมือถือของเธอให้ผม ส่วนผมก็ยื่นมือถือของผมให้เธอเช่นกันแล้วมือถือของเรามันก็ดันเป็แบรนด์เดียวกัน สีเดียวกัน รุ่นเดียวกันอะไรมันจะมีความชอบเหมือนกันขนาดนี้ ผมเริ่มรู้สึกสนใจผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วสิจากนั้นผมก็ยื่นมือถือคืนให้เธอ พร้อมกับบันทึกชื่อตัวเองให้เสร็จ
“พนัส” เธอพูดขึ้นเมื่อเห็นชื่อของผมบนหน้าจอมือถือของเธอ
“ครับผมชื่อพนัส แยกย้ายกันเลยนะครับ ถ้าคุณมาถึงก่อนเข้าไปนั่งรอในร้านอาหารร้านนั้นก็ได้นะครับ แต่ถ้าผมมาถึงก่อนผมก็จะไปนั่งรอคุณที่ร้านนั้นเช่นกัน” ผมบอกเธอ คิดซะว่าเป็จุดนัดพบก็แล้วกัน
“โอเคค่ะ” จากนั้นฉันกับเขาก็แยกย้ายกันรู้สึกอายขึ้นมาเลย เพราะเขาคงจะเปิดกระเป๋าดูแล้วถึงได้รู้ว่ากระเป๋าใบนั้นไม่ใช่ของเขา แล้วไหนจะชั้นในนั่นอีกใส่มาหลายตัวเลยด้วยเผื่อเลือก มีทั้งสีสดและสีอ่อน โอ้ย...คิดแล้วก็อับอายขายขี้หน้าจริงๆ
ทางด้านพนัส
ผมแยกย้ายกับ...ผมจะเรียกเธอว่าคุณฟ้าแล้วกันนะครับ ผมแยกย้ายกับคุณฟ้า ตรงกลับบ้านเลยที่จริงเสื้อผ้าในกระเป๋าใบนั้น ผมไม่ได้เสียดายมันหรอก แต่ที่ผมอยากได้คืนก็คือของฝากที่ผมตั้งใจซื้อมาฝากทุกคนที่บ้านต่างหาก
“อ้าวตานัสทำไมกลับมาเร็วจัง ไหนเห็นแม่บอกว่าแกออกไปซื้อเสื้อผ้าไง” เป็เสียงคุณพ่อที่เอ่ยถามขึ้นท่านคงเห็นผมเดินเข้ามาในบ้านตัวเปล่า เพราะผมยังไม่ทันได้ซื้ออะไรเลยผมก็เจอกับคุณฟ้าซะก่อน
“พอดีผมเจอคนที่เอากระเป๋าไปแล้วครับแล้วตอนนี้เราก็กำลังแยกย้ายต่างคนต่างกลับมาเอากระเป๋าไปคืนกันครับ”
“อ่อ...” คุณพ่อพยักหน้าเข้าใจแล้วไม่ได้ถามอะไรอีก แต่ผมได้ยินเสียงของคุณแม่พูดขึ้นว่า…
“สวยไหม” ฮึ...คุณแม่ถามอะไรครับเนี่ย ผมทำหน้างงๆ
“แม่หมายถึงว่า ผู้หญิงคนที่ลูกแลกกระเป๋ากันน่ะ เธอสวยไหม” อ่อ...ตอนนี้สมองของผมกำลังประมวลผล
“สวยมากครับ”ผมตอบอย่างมั่นใจ เธอสวย ใบหน้าหวานเธอแต่งหน้าเบาๆมองแล้วน่ารักกำลังดี อายุของเธอน่าจะน้อยกว่าผมสักสองสามปีเห็นจะได้ตัวเล็กแต่สูง มองรวมๆแล้วสวยมาก...
“พรหมลิขิตหรือเปล่า” แน่! อีกแล้วนะครับคุณแม่นี่จะให้ผมหาเมียให้ได้เลยใช่ไหม ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรแต่ตอนนี้ผมเริ่มคิดแล้ว
“คุณแม่คร๊าบ...”ผมลากเสียยาว ประมาณว่าอย่าแซวสิครับ
“เอ้าๆ รีบไปเดี๋ยวคนสวยมาก เธอจะรอนาน” คุณแม่ของผมนี่ก็ไม่เบานะครับว่าไหมส่วนคุณพ่อท่านไม่ได้พูดอะไรก็แค่ยิ้มๆให้เท่านั้น
“ครับ” คุณแม่นี่ก็ชอบชงอะไรให้คิดตลอดส่วนผมก็พูดไปตามสิ่งที่คิดเท่านั้น แล้วผมก็เดินขึ้นไปเอากระเป๋าใบนั้นลงมา
แต่ผมจะไม่ขับแรมโบกินี่ไปแล้วผมจะใช้รถธรรมดาขับไปเท่านั้น เพราะผมไม่อยากให้คุณฟ้ารู้ว่าผมรวยว่าจะลองจีบสักหน่อย อาจจะเป็พรหมลิขิตอย่างที่คุณแม่พูดก็ได้
“ป้าจันทร์ ผมขอกุญแจฮอนด้าซีวิคหน่อยครับ”
“อ้าวทำไมถึงเปลี่ยนรถคะ” ป้าจันทร์แกก็ถามพร้อมกับเดินไปหยิบคุณแจรถคันที่ผม้ามาให้
“จะขับไปจีบสาวสักหน่อยครับป้า” ผมพูดอย่างอารมณ์ดี เพราะผู้ชายอย่างผมถึงจะอกหักมาจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมก็บอกกับตัวเองเสมอว่า อกหักดีกว่ารักไม่เป็แล้วผมก็จะเลือกผู้หญิงที่รักผมจริงๆเท่านั้น ไม่ใช่รักที่เงินของผม
นี่ก็ดีเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ทำตัวยากจนเอาแบบจน จนเสื้อผ้าจะใส่ก็ยังไม่มี...แฮ่ๆไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ แบบนั้นมันก็เกินไป เอาแค่กลางๆพอยังคงความดูดีอยู่บ้าง ให้เกียรติหน้าตาหล่อๆของผมหน่อย
“จีบสาวมันก็ต้องคันขาว สาวไม่ชอบเหรอคะ” ป้าจันทร์ถามผมแต่ผมก็แค่ส่งยิ้มให้เท่านั้น เป็จังหวะที่ผมได้กุญแจพอดีผมรับกุญแจดอกใหม่มาและยื่นกุญแจดอกเก่าคืนให้ป้าจันทร์เอาไปเก็บจากนั้นผมก็เดินออกไป พร้อมกับกระเป๋าลากใบที่ผมกลับมาเอา
ห้างสรรพสินค้ากลางใจเมืองใหญ่
“ขอโทษทีนะคะฉันมาช้าไปหน่อย คุณมารอนานหรือเปล่าคะ” ฉันพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาถึงโต๊ะที่เขานั่งอยู่พอฉันเข้ามาถึง ฉันก็เห็นว่าเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ผมพึ่งจะมาถึงเมื่อสักครู่นี้เองครับ ไม่ต้องคิดมากอ่ะนี่ครับกระเป๋าของคุณ”ผมส่งกระเป๋าใบที่ผมไปเอามาให้เธอ
“นี่กระเป๋าของคุณค่ะ ฟ้าต้องขอโทษด้วย น่าจะเป็ฟ้าเองที่หยิบกระเป๋าของคุณผิดมา ตอนที่เราเดินชนกัน” ผมกับเธอแลกกระเป๋ากันเรียบร้อยผมส่งกระเป๋าให้เธอส่วนเธอก็ส่งกระเป๋าให้ผม
“มันเป็อุบัติเหตุช่างมันเถอะครับยังไงผมก็ต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทเปิดดูกระเป๋าของคุณ” ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวน่าจะแดงขึ้นมาทันทีเพราะความเขินอาย ก็ในนั้นมันมีอะไรต่อมิอะไรอยู่ที่ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ไม่ควรมาเห็นน่ะสิ
“ฟ้าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกันแต่ถ้าไม่เปิดดูเราก็คงจะไม่รู้ว่าหยิบกระเป๋าผิดไปไม่ใช่เหรอคะ” เื่นี้ไม่มีใครผิดเพราะมันเกิดขึ้นโดยที่เราสองคนไม่ได้ตั้งใจ อีกอย่าง เราก็ได้ของคืนแล้ว
“ครับ ไหนๆเราก็นั่งที่ร้านอาหารนี้แล้วคุณฟ้านั่งทานอาหารกับผมก่อนสิ ผมเลี้ยงคุณเอง” ผมเอ่ยชวนทั้งๆที่ผมทานอาหารที่บ้านฝีมือป้าจันทร์มาได้สักพักแล้วก็ตามแต่ในเมื่อผมอยากทำความรู้จักกับเธอคนนี้สักหน่อย มันก็ต้องหาข้ออ้างกันหน่อยจะปล่อยให้เธอเดินจากไปได้ง่ายๆยังไงล่ะครับ จริงไหม
“เอ่อ...” ฉันกำลังช่างใจ ว่าจะทานดีหรือไม่ทานดีเพราะว่าฉันกับเขาเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แล้วฉันก็ไม่ชอบไว้ใจใครง่ายๆด้วย
“ไม่ต้องเกรงใจ ผมอยากหาเพื่อนทานข้าวอยู่พอดี” ถ้าฉันจะปฏิเสธก็คงจะเสียมารยาทเกินไป
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ดูรวมๆแล้วเขาก็ดูสุภาพดีเขากวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟในร้านให้มารับเมนู
“สั่งเลยครับ ผมเลี้ยง” ถึงผมจะไม่ได้อยากอวดรวยแต่ผมก็เป็สุภาพบุรุษพอที่จะเลี้ยงข้าวผู้หญิง เพราะมันเป็มารยาทที่ผู้ชายควรทำผมกับเธอสั่งอาหารมาทานกัน จากนั้นเราก็พูดคุยกัน โดยมีผมชวนเธอคุย