เช้าวันต่อมา
เช้าวันนี้สินค้าที่สั่งไว้ก็มาส่งเป็ที่เรียบร้อย ซินดี้จึงได้จัดการน้ำเข้าไปเรียงด้านในมิติเพื่อความเป็ระเบียบเมื่อเห็นว่ายังมีที่พื้นเหลืออยู่มาก เธอจึงไปธนาคารเพื่อเบิกเงินสดทั้งหมดออกจากบัญชีแล้วไปที่สถานรับแลกเปลี่ยนเงินตราก่อนจะเปลี่ยนจากเงินบาททั้งหมดเป็เงินหยวนแล้วเก็บไว้ในมิติ แล้วเก็บรถจักรยาน รถเข็นรถจักรยานยนต์ และรถยนต์รวมถึงกระถางต้นไม้เธอก็ขนพวกมันใส่ในมิติไปทั้งหมด ก่อนจะมานั่งท่องโลกอินเทอร์เน็ตเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับยุคนั้นไปพลางๆเพื่อเตรียมพร้อมก่อนจะถึงเวลาที่ท่านเทพจะมารับตัวเธอไป
“มันจะเป็ยังไงกันนะ ถ้าเราหาข้อมูลเื่ลอตเตอรี่ของจีนไว้ด้วยน่ะ?” ซินดี้เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“ฮวยหรือหวยนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศจีนและได้พัฒนามาเป็ระบบภาษี ทุกๆใบเสร็จการซื้อสินค้าจะมีสิทธิ์ลุ้นหวยขูดจากเลขใบเสร็จ โอ้ว น่าสนใจจังเลย”
“นอกจากหวยขูดแล้วยังมีลอตเตอรี่แบบปกติด้วยถึงจะไม่เหมือนของไทยก็เถอะนะถ้าอย่างนั้น...ผลการออกรางวัลแต่ละรอบก็สั่งพิมพ์ออกมาดีกว่า เพื่อไว้ใช้เป็มรดกให้ลูกหลานได้ฮี่ๆ” ซินดี้ยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะทำการสั่งพิมพ์เอกสารผลรางวัล แต่ขณะนั้นเองก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
“แค่มีมิติช่องว่างเ้าก็ถือว่าโกงมากพอแล้วหากข้าให้เ้านำเลขพวกนี้ไปด้วย มีหวังชาติต่อไปเ้าไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดกันพอดี เพราะแบบนี้มันไม่ต่างกับการแย่งชิงโชคของผู้อื่นมาเลยเ้ารู้ตัวหรือไม่นังหนูซู่ซินหมายเลขสอง!”
มือเรียวที่กำลังคลิกเม้าท์พลันชะงักก่อนจะหันมามองเสียงชราด้วยความกลัวๆ กล้าๆ
“หูย..ท่านเทพเ้าคะ ท่านก็อย่าได้จริงจังนักเลย ข้าไม่รู้นี่นา ก็ท่านบอกแค่ว่าให้เอาอะไรก็ได้ใส่ลงไปในมิติข้าก็เลยคิดสิ่งนี้ก็น่าจะใส่ลงไปได้เหมือนกัน เพราะพื้นที่มันยังพอเหลืออยู่”
“ฮึ่ม!เื่นี้ข้าผิดเองถือว่าเป็ข้าที่ไม่ได้บอกเ้าใครมันจะไปคาดคิดว่าเ้าจะเ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้กันล่ะ ปกติโลกก่อนหน้าพ่อของเ้าบอกไว้ว่าตัวเ้ามันโง่งมขนาดไหนโง่งมจนถูกคนใกล้ตัวหลอกใช้และฆ่าแกง แล้วพื้นที่เหลือน่ะจะเก็บไว้ทำไม ทำไมเ้าไม่ซื้อของเข้าไปให้มันเต็มข้าอุตส่าห์ใจดีให้พื้นที่กว้างมากแก่เ้า เ้านี่ปล่อยให้คาดสายตาหน่อยไม่ได้เลยนะเออ นี่เ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง?” ท่านเทพพูดอย่างไม่พอใจจนเคราขาวๆนั่นกระตุกเป็จังหวะสามช่า
ซินดี้ได้แต่คิดในใจว่าหากท่านเทพรู้ว่าของที่เธอซื้อทั้งหมดมาจากบัตรเครดิตของท่านเทพที่มอบไว้ให้เธอั้แ่ครั้งนั้นเขาจะไม่พูดอย่างนี้แน่
“โถ่วๆๆข้าเกรงใจท่านน่ะเ้าค่ะ ว่าท่านเป็เทพ แล้วเทพนี่หัวใจวายได้ไหมเ้าคะ ตัวข้าน่ะก็พร้อมแล้วทั้งจักรยาน รถยนต์ อะไรต่างๆ เขาก็นำเข้ามา เก็บไว้ในมิติรอท่านมารับท่านดูห้องข้าสิเ้าคะ เห็นหรือไม่ว่ามันโล่งขนาดไหน นี่ก็เหลือแค่คอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์นี่ล่ะเ้าคะที่ยังไม่ได้ใส่เข้าไป” ด้วยความที่เจอกันบ่อยครั้งขึ้นทำให้ซินดี้เริ่มที่จะคุ้นชินจนกล้าที่จะหยอกเย้าท่านเทพแห่งความยุติธรรมผู้นี้
“เ้านี่นะ!ข้าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเ้าแล้วหากชักช้าจะไม่ทันการณ์อีกทั้งฝ่ายทางโน้นก็พร้อมแล้ว เอาเป็ว่าเราไปกันเถิด”
“แล้วความทรงจำของเ้าของร่างที่ข้าจะไปอาศัยล่ะเ้าคะท่านไม่มอบให้ข้าด้วยหรือ” ซินดี้รีบทักท้วงเมื่อเห็นว่าเทพชราดูเหมือนจะลืมเื่สำคัญไป
“โอ้วข้าลืมไปเสียสนิท แฮ่ะๆ ่นี้ข้าทำโอทีจะหนักไปหน่อยน่ะ” ว่าแล้วท่านเทพชราก็ยื่นเม็ดยาเม็ดหนึ่งให้ซินดี้พร้อมกับของอีกหนึ่งอย่าง
“ยาเม็ดสีขาวนั่นจงรีบกินเสียส่วนของสิ่งนั้นคือสิ่งที่ท่านเทพแห่งโชคชะตาฝากข้ามาให้เ้า เ้าคงพอจะรู้มาบ้างว่าชาติหนึ่งของเ้านั้นเคยเป็ธิดาของตาเฒ่านั่นมาก่อนแต่เพราะสิ่งที่เ้าทำบ่วงกรรมและคำสาปที่ผูกมัดตัวเ้าไว้ทำให้เ้าต้องเป็เช่นนี้และนี่เองทำให้พ่อของเ้าไม่สามารถช่วยเหลือเ้าได้มากเมื่อเทียบกับนังหนูซู่ซินหมายเลขหนึ่งแต่พ่อของเ้าก็พยายามช่วยอยู่นะ ด้วยสิ่งนี้ยังไงล่ะ เ้ามีโอกาสใช้มันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นของสิ่งนี้จะช่วยรักษาอาการาเ็และป่วยไข้ให้ดีขึ้น แต่จะรักษาจนหายหรือไม่ นั่นก็คือขึ้นอยู่กับอาการแรกเริ่มก่อนจะได้รับสิ่งนี้เข้าร่างกายเพราะฉะนั้นต้องคิดทบทวนให้รอบคอบก่อนจะใช้มัน เข้าใจไหม?”
ถึงเธอจะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ท่านเทพแห่งความยุติธรรมเอ่ยออกมาแต่ซินดี้ก็รับเอาขวดแก้วใสที่ด้านในมีเม็ดยาอยู่จำนวนมากมาและเก็บมันไว้อย่างดีภายในมิติซึ่งเรียกได้ว่าเก็บดีจนลืมไปว่าเธอมีของสิ่งนี้ติดตัวมาด้วย! จากนั้นเธอก็กินยาเพื่อระลึกความทรงจำของเ้าของร่างที่เธอกำลังจะเข้าไปผสานจิติญญา
“ข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะ!!!”
“อืมเช่นนั้นก็ไปกันเลย เ้าน่ะ ไปอยู่ที่นั่นก็ทำตัวใหม่ล่ะ ข้าอยากให้ลองมองรอบตัวดีๆข้าเชื่อว่าที่นั่นมีคนที่จริงใจต่อเ้าแน่นอนโชคดีนังหนูซู่ซินหมายเลขสอง”
พลั่ก!!!
ยังไม่ทันที่ซินดี้จะได้ขานรับอะไรท่านเทพแห่งความยุติธรรมก็พาิญญาเธอออกจากร่างนี้แล้วถีบเธอข้ามไปยังปีคริสต์ศักราช1976 ทันที
ณ ค่ายทหารแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมณฑลจี๋หลิน
ซินดี้ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของไช่ซุนหลันภรรยาของหัวหน้ากองร้อยผู้มีนามว่า ร้อยตรีหลี่เหวินไคพลทหารชั้นสัญญาบัตร เธอรู้สึกปวดศีรษะและปวดตามเนื้อตัวเป็อย่างมากแต่ก็ยังพยายามที่จะลุกขึ้นอย่างช้าๆเธอมองไปยังปฏิทินเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าิญญาของเธอนั้นได้ทะลุมายังอีกมิติหนึ่งจริงหรือไม่
“27 มิถุนายนค.ศ.1976 นี่เรามาอยู่ที่นี่จริงๆ แล้วสินะ ไช่ซุนหลันถอนหายใจยาวๆ โดยปราศจากความตื่นเต้นใดๆเพราะตัวเธอนั้นเคยอยู่มาถึงสามชาติสามยุค เื่แค่นี้มันไม่สามารถจะทำให้เธอตื่นเต้นได้เลยเพราะการที่ได้มาอยู่ในยุคที่ความเจริญล้าหลัง โลกที่มีแต่ความแร้นแค้นมันน่าตื่นเต้นตรงไหนกัน?
แม้ซินดี้จะไม่ตื่นเต้นเื่การทะลุมิติครั้งนี้แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอนั้นรู้สึกกลัว ทั้งกลัวเื่สภาพแวดล้อมกลัวการพบเจอผู้คน และที่สำคัญกลัวครอบครัวของเ้าของร่างเดิมนี้ด้วย!”
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมนี้เริ่มไหลเข้าสู่สมองและจิติญญาของซินดี้อย่างช้าๆเสมือนภาพยนตร์ที่ฉายให้รับรู้เื่ราวเป็ชาติ และนั่นเองทำให้ซินดี้เข้าใจได้ในทันทีว่าที่เธอรู้สึกปวดหัวและปวดตามร่างกายนี้มันมีสาเหตุสืบเนื่องมาจากไช่ซุนหลันหรือเ้าของร่างคนก่อนนั้นได้มีปากเสียงใหญ่โตกับหลี่เหวินไคผู้เป็สามีตัวไช่ซุนหลันนั้นโกรธเกรี้ยวและโมโหมาก เธอพยายามทำร้ายร่างกายสามีด้วยการทุบตีและบีบคอ
แต่ด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรงเพราะฝึกหนักของหลี่เหวินไคเมื่อหลี่เหวินไคโต้กลับแม้จะใช้กำลังเพียงน้อยนิดก็สามารถทำให้ไช่ซุนหลันเจ็บตัวได้พอหลี่เหวินไคเห็นว่าผู้เป็ภรรยาทุบตีเขาระบายอารมณ์จนพอใจและหมดเรี่ยวแรงแล้ว เขาก็รีบออกจากบ้านด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวส่วนไช่ซุนหลันนั้นก็ยิ่งโกรธเพราะสามีไม่สนใจเธอเลยเธอจึงพยายามจะลุกขึ้นเพื่อจะวิ่งตามไปต่อว่าอีกครั้งหนึ่ง แต่ช่างน่าเศร้าเพราะเธอกลับเสียหลักลื่นล้มหัวฟาดขอบโต๊ะอย่างรุนแรงจนสิ้นใจตายตกไป
เหตุการณ์นี้ผ่านมาหนึ่งวันแล้วแต่หลี่เหวินไคกลับไม่รู้เื่เลยว่า ภรรยาผู้แสนร้ายกาจนั้นได้จากไปยังไม่มีวันหวนคืนซึ่งทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ทะเลาะกันเกิดขึ้น หลี่เหวินไคจะไม่กลับบ้านพักเลยเขาเลือกที่จะนอนที่กองทัพมากกว่าที่บ้านเพราะที่บ้านนั้นมีแต่ไฟร้อนลุกโชนมานอนพักกายแต่ไม่เคยสบายใจ
ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกันในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่าเ้าของร่างเดิมได้รับรู้ข่าวจากน้องสาวของภรรยาพลทหารที่มีชื่อว่าซูเจี๋ย ซูเจี๋ยถือว่าเป็เพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของไช่ซุนหลันณ ที่ค่ายทหารนี้ เดิมทีไช่ซุนหลันนั้นอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีนคนละมณฑลกับค่ายทหารนี้บ้านที่เธออาศัยนั้นเป็บ้านของหลี่เหวินไค ซึ่งจะอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่พร้อมกับลูกอีกสามคนที่อายุแค่ไม่กี่ขวบ