ปฐมเทพแห่งพาราห์เดีย
เทพเ้าแห่งเกษตรกรรมค่อนข้างเหมือนอย่างที่ผมจินตนาการเอาไว้
เขามีใบหน้าเป็ชายวัยกลางคนเคราดกดำ ริ้วรอยแห่งการทำงานหนัก ผิวสีดำไหม้แดดเหมือนเกษตรกรมือฉมัง ผมสั้น ใบหน้าดูขึงขังเอาจริง อยู่ในชุดสูทสีดำ มีครึ่งบนเป็ชายร่างกำยำ และมีครึ่งล่างเป็วัวกล้ามเนื้อเป็มัดๆ เขาดูเหมือนกับเซ็นทอร์ในหนัง เบื้องหน้าของเขาคือโต๊ะเอกสาร นั่นไม่เข้ากันซักนิด และเขากำลังนั่งตรวจข้อความพลางเซ็นรับรองอย่างมีสมาธิ
“ขอรบกวนเวลาหน่อยนะคะท่านลุง” อันธีเซียยิ้ม
เทพแห่งเกษตรกรรมถอนหายใจ “ในที่ทำงาน เ้าไม่ควรจะเรียกข้าเช่นนั้น หลานข้า” เพียงแค่อำนาจที่ผสมผสานอยู่ในน้ำเสียงก็ทำให้ผมรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของตัวตนศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าได้ มันเป็ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ราวกับผมกำลังพูดกับผู้คนนับล้านที่ส่งเสียงและแรงกดดันออกมาพร้อมๆกัน ถึงจะไม่ได้ดังเท่า แต่ก็สั่นะเืจิตใจจนผมต้องฝืนอย่างหนักไม่ให้ตัวเองคุกเข่าลงตรงหน้าของเทพองค์นี้
“แต่…นั่นก็ไม่ได้เป็ปัญหามากมายอะไร จะเรียกก็เรียกไปเถอะ” จอเจียร์ทิ้งท้ายไว้อย่างตามใจ อันธีเซียแลบลิ้นแผล่
“ข้าพาเทพองค์ใหม่ของแผนกเรามาแนะนำตัวค่ะ” อันธีเซียผายมือไปทางเทพแห่งการเกษตร “ขอแนะนำให้รู้จักนะคะ นี่คือท่าน จอร์เจียร์ เทพเ้าแห่งเกษตรกรรม ตัวแทนแห่งการเกษตรทั้งปวง หนึ่งในปฐมเทพแห่งพาราห์เดีย แล้วก็ยังเป็หัวหน้าเทพเ้าแผนกเกษตรกรรมของเราด้วยค่ะ”
ผมขนลุกซู่ คุณไม่มีทางเข้าใจได้หรอกว่าการเผชิญหน้ากับตัวตนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มันสร้างความรู้สึกอะไรในใจคุณบ้าง ผมตัวเย็นเฉียบ ใจเต้นโครมคราม อาจเพราะความตื่นเต้นหรือความยำเกรงก็ไม่แน่ใจ ผมก้มหัวด้วยท่วงท่าที่คิดว่านอบน้อมที่สุดที่เคยทำมา
“ส่วนท่านนี้คือท่านแอคกริโอ เทพแห่งวัชพืชค่ะ” อันธีเซียแนะนำตัวผมบ้างในตอนที่ผมเงยหน้าขึ้นมา
“ฝากตัวด้วยนะครับ ท่านจอร์เจียร์” ผมภาวนาขอให้ตัวเองออกเสียงชื่ออีกฝ่ายไม่ผิด การกลายเป็แมลงศัตรูพืชคงจะเป็จุดจบที่เลวร้ายยิ่งกว่าการต้องกลับสู่ความว่างเปล่าแน่ๆ
เทพแห่งการเกษตรโบกมือ เอกสารสองสามแผ่นบินจากลิ้นชักที่เปิดออกเองเข้ามาสู่มือที่มีขนห่อหุ้ถึงของมือของเทพองค์นั้น เขาหยิบแว่นตาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาสวม นั่นทำให้เขาดูธรรมดาขึ้นเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วพินิจพิเคราะห์ประวัติของผม ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“ยินดีต้อนรับอีกครั้ง” เทพครึ่งวัวพูดด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง “แผนกของเราไม่ได้มีพิธีรีตองวุ่นวาย แค่ทำงานให้หนัก ทุ่มเทให้สุดตัว และ…มีความหวังเข้าไว้ แค่นี้แหละ” เขากล่าวปลุกใจก่อนจะวางเอกสารลง “ข้าขอตัว”
“ท่านลุงจะรีบไปไหนเหรอคะ” อันธีเซียร้องทัก ผมแอบใจแป้วเพราะเข้าใจไปเองว่าแม้แต่เทพหัวหน้าแผนกก็ไม่อยากจะเสียเวลากับผม
“ถูกเรียกตัวไปน่ะ” แววตาของท่านจอเจียร์แสดงความรู้สึกบางอย่างออกมา ผมอ่านมันไม่ออก คงจจะเป็เพราะว่านั่นคือความรู้สึกระบบเทพเ้าโบราณที่ซับซ้อนยิ่งกว่าความรู้สึกของมนุษย์ที่เคยพบเจอมา
“เื่ท่านโอเคียนอสเหรอคะ” แววตาของอันธีเซียเปลี่ยนไปเช่นกัน แต่คราวนี้ผมสามารถอ่านความรู้สึกจากแววตาของเธอได้ มันเป็ความสั่นผสมไปกับความกังวลใจ
จอเจียร์พยักหน้าช้าๆ “พาราห์เดียเองก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหมือนกัน” น้ำเสียงของท่านเทพแห่งการเกษตรฟังดูเหนื่อยล้า ก่อนที่ร่างกายของเขาจะเรืองแสงสีเขียวและหายไปจากตรงนั้น ทิ้งไว้แต่เพียงต้นกล้าอ่อนๆที่โตขึ้นตรงที่ซึ่งเคยเป็ที่ยืนหยัดของท่านเ้าองค์นั้น
อันธีเซียถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ผมได้ยินมาบ้างเหมือนกันครับ เกี่ยวกับท่านเทพแห่งท้องทะเล” ผมพยายามหาเื่ชวนคุยให้บรรยากาศไม่น่าอึดอัดเหมือนที่เป็ “ผู้นั้นคือท่านโอเคียนอสใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ” อันธีเซียหันมายิ้มอ่อนๆให้ “ท่านผู้นั้นเป็เทพที่น่านับถือองค์หนึ่งเลยค่ะ แม้ว่าจะขี้โมโหไปหน่อยก็ตาม” อันธีเซียหัวเราะน้อย ผมบอกได้ว่าเธอยังคงทำใจไม่ได้กับการจากไปของเทพแห่งท้องทะเลอันยิ่งใหญ่ ผมนึกสงสัยว่าอะไรบนโลกกันที่สามารถทำให้มหาเทพระดับนั้นถึงคราวดับสูญลงไป แต่ผมก็อ่านบรรยากาศออกและรู้ว่าไม่ควรถามออกไป
แล้วผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าผมหมดธุระกับแผนกเกษตรกรรมของ “อันที่จริง ผมว่าผมรบกวนเวลาคุณอันธีเซียมามากแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยนำทางผมมาถึงที่นี่มากๆเลยนะครับ” ผมเปิดประเด็นใหม่อีกครั้ง ความเกรงใจค่อยๆก่อตัวขึ้นมาในใจผม ผมเผลอเกาคางตัวเองแบบที่ชอบทำ
“อ้อ…ยินดีค่ะ” อันธีเซียยิ้ม ออร่าเทพธิดาทำให้ผมใจสั่นอีกครั้ง “งั้นเราแยกกันตรงนี้ก็แล้วกันนะคะ”
“ได้ครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” ผมโค้งหัวให้น้อยๆ
“เรามาแลกคอนแทคกันไว้ดีไหม” อันธีเซียโบกมือวูบหนึ่ง แล้วกลีบดอกไม้ก็ลอยเข้ามาประกอบรวมกันก่อนจะแปรสภาพเป็สมาร์ทโฟนแห่ง์ที่เรียกกันว่าไอช์มิส รุ่นที่อันธีเซียใช้มีลักษณะเป็แผ่นกระจกทรงกลม ประดับไปด้วยกลีบดอกไม้ที่รุ้งติดล้อมรอบโบกพริ้วไปมา
“ผมไม่มีไอช์มิสหรอกนะครับ” ผมหน้าช้า รู้สึกถึงความต้อยต่ำของตัวเอง มันทำให้ผมนึกย้อนกลับไปตอนสมัยเด็กที่ต้องเห็นเพื่อนเล่นของเล่นแพงๆที่ผมไม่สามารถซื้อได้
“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ ฉันลืมไปเลย” อันธีเซียทำสีหน้ารู้สึกผิด เธอพูดเหมือนเป็เื่ที่เธอควรรู้อยู่แล้ว ก่อนอันธีเซียจะปรบมือเหมือนเพิ่งคิดอะไรดีๆออก “จริงสิ ฉันมีไอช์มิสเครื่องเก่าอยู่” เทพีแห่งดอกไม้โบกมืออีกครั้งเพื่อเสกให้กลีบดอกไม้มารวมตัวกันเป็ไอช์มิสอีกครั้ง คราวนี้มันดูไฮเทคน้อยกว่าเครื่องแรกอย่างมาก ผมกล้าพูดว่ามันน่าจะตกรุ่นไปแล้วเป็พันๆปีบน์ เพราะมันยังเป็แค่โทรศัพท์หนาๆที่มีปุ่มกดไม่กี่ปุ่มเท่านั้น
นั่นมันรุ่นปาหัวหมาแตกในตำนานใช่ไหมน่ะ
“ถ้าไม่รังเกียจ คุณแอคกริโอนำเครื่องนี้ไปใช้ก่อนก็ได้นะคะ” อันธีเซียยื่นให้ผม ผมสังเกตุเห็นสติกเกอร์รูปดอกไม้หน้ายิ้มแปะอยู่ตรงขอบเครื่องสีเหลืองอ่อน ผมไม่คิดว่าจะสามารถปฏิเสธได้โดยไม่ทำให้อันธีเซียรู้สึกไม่ดีจึงรีบรับเอาไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณยกใหญ่
อันธีเซียยิ้ม “เท่านี้ก็ไม่ติดปัญหาอะไรแล้ว” จากนั้นอันธีเซียก็สอนผมเกี่ยวกับการใช้งานไอช์มิสอย่างคร่าวๆ เธอให้ผมสร้างยูสเซอร์สำหรับการเข้าใช้งานเครือข่าย์ และสอนใช้แอพที่มีประโยชน์อีกหลายแอพ แม้หน้าจอจะเล็กและปุ่มกดเองก็ใช้งานลำบากเล็กน้อย แต่ผมก็ไม่ได้เห็นว่ามันเป็ปัญหาอะไรมากมายนัก
“สุดท้ายก็เพิ่มเพื่อนกันไว้ แบบนี้นะคะ” อันธีเซียยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากๆเพื่อให้เห็นหน้าจอได้ถนัด ผมได้กลิ่นหอมจากเส้นผมของเธอ จากนั้นก็เผลอกั้นหายใจไปหลายสิบวินาทีเลย
แล้วในที่สุด ผมกับอันธีเซียเราก็ได้คอนแทคติดต่อกัน อันธีเซียโบกมือล่ำลาผมก่อนที่ผมจะเดินจากออกมาจากห้องทำงานของท่านเทพจอเจียร์ ผมกำโทรศัพท์เอาไว้ในมือ ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจของผม ผมนึกเข้าข้างตัวเองว่าหรืออันธีเซียจะมีความรู้สึกดีๆบางอย่างให้ผมถึงได้ยกไอช์มิสเครื่องนี้มาให้
ผมกลับไปถึงที่ห้อง ทิ้งตัวลงนอน และอมยิ้มให้กับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ แม้มันจะเริ่มต้นอย่างน่าหงุดหงิดเพราะโอเทรอส แต่่เวลาทื่ได้อยู่กับอันธีเซียนั้นวิเศษมาก การที่เราอยู่แผนกเดียวกันยิ่งทำให้ผมรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก มันทำให้ผมรู้สึกว่าบนพาราห์เดียก็ไม่ได้เงียบเหงาไปซะทีเดียว
ผมจ้องไปยังหน้าจอของไอช์มิส เห็นว่าอันธีเซียกำลังออนไลน์อยู่ ผมกำลังตัดสินใจว่าจะทักไปคุยเล่นกับเธอดีไหม แต่ก็ต้องหยุดความคิดเพราะไม่อยากจะดูเหมือนพยายามตีสนิทกับเธอมากจนเกินไป ผมว่าผมอาจจะต้องพักแล้วสำหรับวันนี้
ว่าแต่…ผมลืมอะไรซักอย่างไปหรือเปล่านะ
โปรดติดตามตอนต่อไป