ตอนที่ 6 ประมูลของครั้งแรก
หลังจากไล่บุตรชายออกไปหมดแล้ว หลินจิ้งหนิงก็อยากจะพูดคุยกับอาซินสักหน่อย แต่ดูท่าว่าหลังจากนางร้องไห้ออกมาแล้วก็รู้สึกโล่งขึ้น จึงหลับไปก่อนที่อาเจาจะถูกพี่ชายลากตัวไปนอนเสียอีก
เห็นอย่างนั้นนางก็ไม่รบกวนอีก ยังไงอาซินก็ยังเด็กมาก ในสมัยนี้โตพอจะช่วยพ่อแม่ทำมาหากินแล้ว แต่สำหรับนางที่ไปใช้ชีวิตในยุคที่เจริญแล้ว
อาซินยังถือว่ายังไม่โตเลยด้วยซ้ำ
[คุณมีป้ายหยกในสมัยราชวงศ์เฉิน ้าส่งไปประมูลหรือไม่] แม้ว่ามันจะยังมีทรัพยากรน้อย ทว่าตอนนี้ระบบสมองกลก็ทำอย่างอย่างขยันขันแข็ง
หลินจิ้งหนิงพอจะเดาได้ว่ายุคโบราณอย่างนี้ ของที่จะสามารถใช้อัพเดตทรัพยากรของมันได้ คงจะต้องใช้เหรียญซื้อมาแน่นอน ไม่อย่างนั้นมันไม่กระตือรือร้นในการเตือนนางอย่างนี้
นางเองก็้าเงินมาใช้ด้วยเช่นกันจึงไม่ได้ปฎิเสธไป ระบบบอกว่าจะใช้เวลาตรวจสอบและประมูลประมาณสองชั่วโมง นางรอให้ถึงตอนนั้นไม่ไหวเลยนอนไปก่อน
เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาให้นมก้อนเหี่ยว ๆ ตัวน้อยสองคนแล้ว หลินจิ้งหนิงก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อคืนนางเอาหยกของน้องสะใภ้ฉินไปประมูล จึงเปิดเข้าไปดูหน้าช่องเก็บของ มุมซ้ายล่างมีจำนวนเหรียญอยู่
“แปดแสนเหรียญ!!” ก่อนหน้านี้นางเหลือเงินเหรียญอยู่ไม่ถึงร้อยเหรียญ งั้นก็หมายความว่า
[ยุคที่คุณอยู่ตอนนี้พวกมรดกทางวัฒนธรรม หรือของมีค่าเหล่านี้เสียหายและหายสาปสูญไปเป็จำนวนมากไม่ว่าอะไรก็เป็ที่้า] มันบอกใบ้ให้เ้านายได้รู้ว่า ไม่ว่าจะเอาอะไรไปประมูล ก็มีสิทธิ์ที่จะได้เงินสูง
[เงินเท่านี้พอที่จะซื้อของมาอัพเดตระบบไหม?]
[ยังไม่พอ]
แปดแสนก็ยังไม่พอ นางได้แต่หวังว่ามันจะถึงแค่หลักล้านก็พอ เพราะไม่อย่างนั้นนางก็ต้องไปเป็โจรปล้นขุนนาง แทนการหอบลูกและสามีหนีภัยาแล้ว
[คุณสามารถซื้อวัคซีนมาฉีดให้เด็ก ๆ ได้] สมัยนี้โรคระบาดและไข้หวัดรุนแรงมาก ั้แ่ที่ย้อนมาวันแรก ๆ นางก็ถามแล้วว่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้ไหม
คำตอบจากระบบคือได้ แต่นางไม่มีเงิน
ตอนนี้มีแล้วก็คงต้องมานั่งกลุ่มใจว่าจะฉีดให้ลูกคนโตทั้งสี่คนยังไงดี สามีกับลูกคนเล็กไม่น่าเป็ห่วงมากเพราะคนหนึ่งก็ยังไม่ฟื้น ส่วนสองคนก็ยังไม่รู้เื่
ช่างเื่นั้นไปก่อนเถอะ ตอนนี้นางต้องไปหาอะไรมาใส่ท้องบ้างแล้ว หลินจิ้งหนิงคนเก่าตื่นแต่เช้า ยามหยิน หรือสักตีสามตีสี่ก็ตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารแห้งให้เซียวอวี้หานนำติดตัวไปล่าสัตว์
ถ้าวันไหนที่เขาไม่ไปนางก็จะตื่นสายขึ้นอีกนิด ่ยามเหมา วันนี้นางก็ตื่นขึ้นมาใน่นี้ เนื่องจากต้องให้นมเ้าก้อนทั้งสอง อาซินขยับกายลุกขึ้นมาตาม แต่นางลูบหลังให้หลับไปอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากจัดการให้เด็ก ๆ นอนหลับกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลินจิ้งหนงก็คว้าเอาตะกร้าอันเมื่อวานขึ้นสะพายหลัง ก่อนหน้านี้นางยังเจ็บแผลคลอดลูกอยู่ ทว่านี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วสามารถเดินเหินได้คล่องขึ้น
นางไม่มีทางให้เด็ก ๆ กินแต่น้ำผักต้มไปตลอดการอยู่ที่นี่ได้ อย่างน้อยได้เนื้อไก่ป่า หรือกระต่ายมาบ้างก็น่าจะพออิ่มท้องได้บ้าง
[เด็ก ๆ ในห้องนู้นตื่นกันหรือยัง]
[ยัง] หลินจิ้งหนิงพยายามเดินหาอุปกรณ์ของเซียวอวี้หานไปทั่วบ้าน เจอธนูกับมีดนายพรานเล่มยาว นางเลือกเอามีดเพราะธนูไม่มีลูกเลย ไม่รู้ว่าเขาเอาไปเก็บไว้ที่ไหน
จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไป
ลัดเลาะไปทางหลังบ้านไม่ไกลก็เป็ทางเข้าไปในป่าแล้ว นางอาศัยความทรงจำเลือนลางเดินไปตามทางรกครึ้ม ป่านี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เลยทีเดียว เนื่องมากจากหมู่บ้านนี้ใกล้กับชายแดน ในป่าจึงอันตรายเป็อย่างมาก มีไม่กี่คนที่กล้าทำอาชีพนายพราน
เรียกได้ว่าถ้าไม่แน่จริงก็คงจะไม่สามารถเป็ได้
เซียวอวี้หานจึงเป็ที่นิยมในหมู่บ้าน ไม่ว่าใครก็อยากจะแต่งงานกับเขา แต่ชายหนุ่มก็ดันเลือกมาก อีกทั้งยังไม่อยู่บ้าน ชอบเข้าป่าหายไปหลายวัน
ถ้าไม่ใช่เพราะนายพรานเหิง พรานชราที่คอยสอนวิชาพรานให้กับเขาบังคับให้แต่ง ตอนนี้เขาก็น่าจะยังเป็โสดอยู่ ก็ถึงจะมีคนถูกต้องใจเขามากแค่ไหน ก็ต้องหวาดกลัวในความดิบเถื่อนของเขามากเท่านั้น
[คุณ้าสัตว์ชนิดไหน] เข้ามาได้ลึกพอสมควรอลิสถ็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโนโทน
[ไก่ป่า ถ้าไม่เจอเอากระต่ายก็ได้] สองอย่างนี้เนื้อค่อนข้างมากคงพอที่จะทำให้อิ่มได้ระยะเวลาหนึ่ง
ส่วนเื่เก็บอาหารเอาไว้ตอนอพยพ นางคิดว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็
[ข้างเท้าคุณมีรังของไก่ป่า คุณ้าไข่ของมันด้วยไหม]
หลินจิ้งหนิงไม่รอช้าหันไปค้นในกอหญ้าข้างเท้า ก็เจอรังมันจริง ๆ มีไข่อยู่สี่ห้าฟอง นางเก็บไว้ในตะกร้า ก่อนจะเดินไปรอบ ๆ เพื่อให้ระบบช่วยสแกนต่อ
บางครั้งก็ก้มลงเก็บเห็ดที่หน้าตาคุ้น ๆ ไปด้วย
โดยไม่ได้กลัวเลยว่าจะมีสัตว์ร้ายอย่างเสือหรือหมาป่าโผล่ออกมาหรือไม่ นางเป็ทหารไม่สามารถรับมือกับสัตว์พวกนี้ด้วยมือเปล่าได้ มีดในมือก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
เพราะรู้ตัวมาั้แ่แรก จึงไม่ได้เดินเข้ามาลึกมากนัก
[เจอกระต่ายแล้ว พวกมันอยู่ทางขวามือ] นั่งเก็บเห็ดตรงโคนต้นไม้ได้ไม่นาน ระบบก็ชี้พิกัดอาหารให้ทันที กระต่ายเป็สัตว์ขี้ระแวงอีกทั้งยังตื่นตัวอยู่เสมอ นางจึงไม่หุนหันพลันแล่นนัก
[มีโพรงของมันไหม]
[ไม่มี] หลินจิ้งหนิงไม่ได้ผิดหวังมากนัก นางเก็บของออกจากตะกร้าวางกองเอาไว้บนพื้น จากนั้นก็ยันตัวลุกช้า ๆ ท้องฟ้าเริ่มสว่างจนสามารถมองเห็นเส้นลายมือตัวเองแล้ว ระยะห่างของเ้ากระต่างตัวอวบอ้วนก็ไม่ได้อยู่ไกลสักเท่าไหร่
กระโจนไปข้างหน้าจากนั้นก็ครอบตะกร้าให้ห่างจากตัวเองไปอีกสักหน่อย เท่านี้กระต่ายตัวอ้วนสองตัวก็ดิ้นอยู่ในตะกร้าของนางเป็ที่เรียบร้อย
นางตัดสินใจไม่เชือดคอมันตรงนี้เลย ในป่าที่ไม่มีชาวบ้านเข้ามาเก็บฟืนแล้วค่อนข้างอันตราย นางไม่อยากให้กลิ่นคาวเืของกระต่ายล่อให้สัตว์นักล่ามาวนเวียนอยู่แถวนี้ จึงโยนพวกมันใส่เอาไว้ในตะกร้า
ตอนนี้เครื่องปรุงไม่ได้มีเยอะ นางสามารถซื้อจากระบบได้ แต่ลูกนางต้องสงสัยเป็แน่ ในตะกร้ามีกระต่ายอยู่แล้ว นางจึงไม่สามารถใส่เห็ดและไข่นกลงไปได้ ทำได้เพียงหาใบไม้ใหญ่ ๆ มาห่อแล้วอุ้มกลับไปเท่านั้น
พอกลับถึงบ้านก็เห็นอาซือวิ่งออกมาจากตัวบ้าน ด้วยใบหน้าซีดเผือก “อาซือ!! เ้าเป็อันใด”
หลินจิ้งหนิงวิ่งเข้าไปขวางร่างผอมบาง ของลูกชายคนโตเอาไว้ ถามเขาด้วยความร้อนใจ
“ท่านแม่!!”
“เกิดอันใดขึ้น ใครเป็อะไรพ่อเ้าหรือน้องเ้า บอกแม่ซิ”
“ท่านยังอยู่” เด็กชายมองสำรวจทั่วตัวนาง พูดด้วยเสียงแ่เบา และยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ อีกสองร่างก็วิ่งออกมานอกตัวบ้าน
“ท่านแม่!!!” คราวนี้อาเจาร้องเรียกนางเสียงดังจนนางสะดุ้งไปกับเสียงของลูกชายคนกลาง
“เ้าจะเสียงดังไปทำไมกัน แล้ววิ่งออกมาอย่างนี้ในบ้านเกิดอันใดขึ้น”
พอนางพูดจบก็ได้ยินเสียงถอนหายใจของเด็กทั้งสามคน
“ท่านหายไปไหนมา” อาซือถามด้วยเสียงแ่เบา
“ก็ขึ้นเขาไปหาอะไรให้พวกเ้ากินน่ะสิ” นางพอจะเข้าใจได้แล้วว่าทำไมเ้าเด็กตัวเหม็นทั้งสามคนถึงได้หน้าซีดวิ่งออกมาจากบ้านอย่างนั้น
คงคิดว่านางหายตัวไป
“ไป ๆ เข้าบ้านกันได้แล้ว ถึงหมู่บ้านจะไม่มีคนอื่นอยู่ มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย” หลินจิ้งหนิงต้อนลูก ๆ เข้าบ้าน นางชะโงกหน้าดูในห้องนอนผ่านทางหน้าต่าง เห็นอาซินนั่งหน้าซีดอยู่บนเตียงก็ส่งเสียงปลอบไปเสียหน่อย
“คราวหลังท่านจะไปไหนมาไหนก็บอกพวกข้าก่อนสิขอรับ ท่านเป็ผู้หญิงอ่อนแอจะเข้าป่าไปคนเดียวอย่างนี้ได้เยี่ยงไร” อาเจาเดินบ่นตามหลังมาไม่หยุดจนนางต้องหันไปเขกหัวเขาสักที
“ทีเมื่อก่อนแม่จะไปไหนก็ไปไม่เห็นพวกเ้าจะสนใจ” ได้ทีก็ย้อนสักหน่อย
“มันไม่เหมือนกันนี่ขอรับ เมื่อครู่ท่านยังบอกเลยว่าตอนนี้ในหมู่บ้านมันอันตราย”
อาเหวินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยพอ ๆ กับพี่ชายของเขา ทำเอานางพูดไม่ออก “เข้าใจแล้ว ๆ ครั้งหน้าแม่จะบอกพวกเ้า”
“แล้วท่านได้อะไรมาบ้าง” พวกเขายังเด็กเข้าป่าทีหากไม่โชคดีเจอรังนกก็จะได้แค่ผักป่าเท่านั้น
“ได้ของดีมา”
นางยิ้มเ้าเล่ห์จากนั้นก็กวักมือเรียกอาซินให้ออกมาดูด้วยกัน ยังไงเ้าก้อนก็ยังคลานไม่ได้ ไม่ต้องเฝ้าตลอดเวลาหรอก อีกอย่างนางก็กลัวว่าอาซินจะน้อยใจที่นางไม่ค่อยได้รับความสนใจ
ไหน ๆ ในหมู่บ้านก็ไม่มีใครอยู่แล้วนางจึงให้พวกเขามารุมดูของในตะกร้าตรงลานหน้าบ้านมันซะเลย
อพยพกันออกไปหมดแล้ว ต่อให้นางล่าหมูป่าได้ ก็ไม่มีใครอยู่อิจฉานางแล้ว