ภัคยืนมองบรรดารูปหลุยเทียนเปาที่ติดอยู่ทั่วห้องไม่ว่าจะมองมุมไหนก่อนที่บรรดาลูกๆ ที่แสนจินตนาการของเธอวิ่งขึ้นมาด้วยความใ
“ว้ายตายแล้วลูกสาวฉันมีรูปเทียนเปาเยอะขนาดนี้เลย ภูมิใจจริงๆ” ภัคปรบมือฉีกยิ้มทำคนที่เดินขึ้นมายืนงงไปตามๆ กัน รักจังเดินแหวกองศากับโชกุนเข้ามาในห้องก่อนมองสภาพห้องที่ไม่ค่อยอยากจะเข้ามาเท่าไหร่
“คุณนายรู้จักริเวอร์ด้วยหรือไง”
“พูดอะไรอย่างนั้น ั้แ่ริเวอร์ไปถ่ายเอ็มวีที่เกาะ นักท่องเที่ยวแห่กันมามากมาย ขวัญใจคนทั้งเกาะเลย” ภัคขยับขาเข้าไปลูบรูปภาพที่ติดอยู่แผ่นใหญ่อย่างหลงใหล
“เออ ใช่ ริเวอร์เคยไปถ่ายที่เกาะบ้านเจ้จริงๆ” เลอาพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมยกนิ้วโป้งสรรเสริญหญิงวัยกลางคนที่หันกลับมาจับบ่ารักจัง
“ลูกรักของฉัน ชอบเทียนเปาเหมือนฉันเลย ไม่เสียแรงที่เบ่งออกมา” ภัคดึงรักจังเข้าไปกอดจนเธอทำหน้าแหย องศายกมือหัวเราะขบขันให้กับเพื่อนสาวที่ชะตาไม่ค่อยเข้าข้างเท่าไหร่
“ใครบอกว่าชอบกันเล่า” รักจังผ่อนลมหายใจยาวแกะมือแม่ของเธอออก
“ปากแข็งตลอดเลย ไม่ชอบแล้วจะมีรูปภาพเยอะแยะเต็มห้องได้ไง แกคิดว่าฉันปัญญาอ่อนหรือไง”
“ใช่ๆ แม่ ลูกสาวแม่อะชอบมากเลยแฟนคลับตัวยงด้วย” องศาบอกสมทบทำรักจังมองค้อนยกเท้าไปทางเพื่อนชาย
“จริงเหรอ ว้ายตายแล้ว เหมาะสมกับเป็ลูกฉันจริงๆ ดีแล้วที่ตัดสินใจเอาบัตรคอนเสิร์ตมาให้ไว้ไปด้วยกัน” ภัคล้วงหยิบบัตรสองใบขึ้นมาโชว์อีกรอบ นิวตันเดินเข้าไปหาพร้อมมองดูชื่อบัตร
“วีไอพีริเวอร์”
“ห๊ะ!” สิ้นเสียงนิวตันทั้งองศา โชกุนและเลอาอุทานออกมาอย่างใ
“บัตรคอนริเวอร์หรอ นึกว่าบัตรโอเปร่าละครลิง” ยังไม่ทันสิ้นเสียงรักจังดีฝ่ามือหนักฟาดลงที่หลังเธออย่างแรงจากผู้เป็แม่
“ไว้เราไปกันนะลูกรัก” ตบหลังเสร็จลูบด้วยการกอดทำรักจังสับสนไปหมด
“แม่ได้มายังไง” องศาเอ่ยถามทันทีพร้อมนั่งลงบนเตียงมองบัตรที่อยู่ในมือนิวตัน
“บัตรคอนริเวอร์ขนาดสั่งจองล่วงหน้ายังเต็ม ยิ่งถ้าเข้าคิวต่อซื้อละก็เหยียบกันแข้งขาหัก” นิวตันมองหน้ารักจังที่นึกย้อนกลับไปถึงเมจิที่ขาเดี้ยงอยู่ในโรงพยาบาลเพราะการแย่งซื้อบัตรของวงนี้
“ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้ แค่ชิงโชคเมื่อมีดวงก็มีทุกอย่าง โฮะ โฮะ” ภัคยกมือปิดปากหัวเราะสะใจก่อนเดินสะบัดผมลงไปด้านล่าง องศามองตามจนสุดสายตาด้วยรอยยิ้มก่อนมองหน้ารักจังที่เท้าเอวยืนมองบัตรสองใบ
“นับถือคุณนายแม่แกจริงๆ โอกาสมาแล้วแกต้องไป” องศาลุกขึ้นมองหน้ารักจังก่อนคว้าบัตรสองใบมายัดใส่มือรักจัง
“ทำไมต้องเป็อีตาซาลาเปานี่ด้วยนะ มีดีแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ แม้แต่คนแก่ก็ยังหลง” รักจังเบ้ปากไม่สบอารมณ์
“ว่าไงนะ!” เสียงะโดังมาจากด้านล่างทำทั้งหมดที่รวมตัวกันอยู่ในห้องสะดุ้งโหยง
“คุณนายภัคคุณแม่อันดับหนึ่ง” เลอายิ้มกรุ้มกริ่มมองหน้ารักจังที่แลบลิ้นไม่เห็นด้วยก้มมองบัตรในมือก่อนจะขยำระบายอารมณ์จนเลอาต้องเข้ามาจับมือห้ามให้นิวตันเอาบัตรออก รักจังสะบัดผมเดินกระแทกเท้าลงบันไดไป องศารับบัตรมาถือไว้แทนเมื่อนิวตันยื่นส่งให้
ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง
หลุยเทียนเปาเอื้อมมือบิดลูกบิดยืนลังเลมองประตูห้องตนเองก่อนจะมีคนเอื้อมมือจับมือเขาบิดลูกบิดที่จับค้างไว้แทน หลุยเทียนเปาเลิกคิ้วมองหน้ายกทัพที่หันข้างมายักคิ้วให้เขา
“่นี้ดูว่างๆ นะปกติคิวแน่นกว่านี้ไม่ใช่หรือไง” ยกทัพยืนพิงขอบประตูยกมือกอดอกเปิดประตูคาไว้มองหน้าหลุยเทียนเปาที่ยืนเอามือซ้ายล้วงกระเป๋ากางเกงส่วนมือขวาปล่อยทิ้งข้างลำตัว
“งดรับงานน้อยลงอยากทุ่มให้ริเวอร์ด้วย แล้วนี่มาชุมนุมอะไรกันดูท่าจะไม่ได้มาหาธรรมดา เดาถูกไหม”
“อย่าเรียกว่าเดา เรียกว่ามันเป็กิจวัตร” ยกทัพฉีกยิ้มหน้าแป้น
“ใช่ที่ไหนมารอสาวต่างหาก สาวติดลิฟต์คนนั้น” ลีโอเดินแกะอมยิ้มใส่ปากตนเองออกมาร่วมวงสนทนาที่ยืนคาประตูกันอยู่ หลุยเทียนเปาขมวดคิ้วฉงนมองหน้าลีโอก่อนหันกลับมามองยกทัพที่ยิ้มกรุ้มกริ่มเบี่ยงตัวเดินเข้าไปด้านใน
“เอาจริงหรือไง” หลุยเทียนเปาเลิกคิ้วเดินตามยกทัพเข้ามาก่อนเหลือบมองอี้เหยียนนั่งเล่นวิดีโอเกมอยู่ที่หน้าจอใหญ่อย่างไม่สนใจใคร ยกทัพเดินอ้อมมาเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าเปิดฝากระดกดื่มหมุนตัวกลับมาโยนขวดน้ำอีกขวดให้เ้าของห้องที่รับไว้ได้ทันท่วงที ลีโออ้อมมานั่งเล่นเกมกับอี้เหยียนอีกครั้ง
“ถามว่าเอาจริงไหมงั้นเหรอ”
“อืม ไม่เคยเห็นตามใครแบบนี้”
“วงเรามันก็เงียบๆ อยู่นะกับนักข่าวนะ ถ้าได้กระแสมาหน่อยคงดีไม่น้อย” ยกทัพกระตุกยิ้มมุมปากกระดกน้ำหลายอึกเข้าปาก
“ไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไหร่ นายเป็คนชอบสร้างกระแสั้แ่เมื่อไหร่กัน” หลุยเทียนเปาหมุนตัวเดินเข้าห้องโดยมียกทัพเดินตามเข้าไปด้วย อี้เหยียนเหล่มองสองหนุ่มรุ่นพี่เข้าไปในห้องก่อนเดินตามเข้าไปอีกคนทิ้งลีโอนั่งเล่นอยู่คนเดียว
“ก็ถ้าเป็ข่าวฉันก็อาจจะได้คบผู้หญิงคนนั้นก็ได้ ไม่มีเหตุผลนะแต่รู้ว่าตรงสเปคถ้าพลาดไปเสียดายแย่” ยกทัพยืนเสยผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้ชายมากมายหลายยี่ห้อ
“คุยอะไรกันนะ เื่ผู้หญิงก็ชวนกันหน่อยสิ ของถนัดเลย” อี้เหยียนฉีกยิ้มเดินเข้ามาะโลงบนเตียงหนานุ่มที่หลุยเทียนเปานั่งกระดกน้ำอยู่เกือบพุ่งออกจากปากดีที่ยั้งไว้ทัน
“ใช่ที่ไหน” หลุยเทียนเปาส่ายหน้าไปมา
“ได้ยินอยู่นะผู้หญิงติดลิฟต์” อี้เหยียนขยิบตานอนตะแคงเอามือเท้าศีรษะชี้นิ้วส่ายไปมาอย่างจับผิด
“นายเองก็ระวังไว้หน่อย พลาดขึ้นมาพี่โฮเดือดร้อนแน่” หลุยเทียนเปาลุกขึ้นวางขวดน้ำไว้บนโต๊ะที่หัวเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าขนหนูออกมาก่อนเดินไปที่กระเป๋าใบใหญ่เลื่อนออกมากดรหัสที่ล็อกแ่าเปิดออกหยิบกางเกงในออกมา
“แค่ท่องราตรีเอง วันไหนเหนื่อยก็พักไม่ได้ควงหญิงไปเรื่อยแต่มองหญิงไปเรื่อยมากกว่า ของสวยงามใครบ้างไม่อยากเชยชม จริงไหม” อี้เหยียนฉีกยิ้มยีฟันอย่างเข้าขากับยกทัพที่พยักหน้ารับจนหลุยเทียนเปาลุกขึ้นถือของส่วนตัวของตนเองมองหน้าสองหนุ่ม
“ถ้าเกิดเื่ขึ้นมาจะยุ่งเอา ทั้งทัมทัมและอี้เหยียน นายทั้งคู่”
“เริ่มบ่นเหมือนลีดเดอร์แล้วนะเฮีย” อี้เหยียนกลิ้งมาเท้าคางนอนคว่ำมองหน้าหลุยเทียนเปาตาปริบๆ
“บางทีลีดเดอร์ก็น่าอิจฉาอยู่เหมือนกันนะ มีแฟนที่สื่อยอมรับพากันรุ่งไปอีก” ยกทัพยิ้มกริ่มเดินมานั่งลงบนเตียง
“ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ไม่เห็นไปกินข้าวรับส่งเหมือนตอนแรกๆ เลย” อี้เหยียนป้องปากทำทีกระซิบแต่เสียงที่เปล่งออกมากลับไม่ได้เบาอย่างที่เรียกว่ากระซิบ
“ต่างฝ่ายต่างทำงาน เขาเจอกันเมื่อไหร่พวกนายจะรู้ได้ไง เลิกยุ่งเื่พี่เขาเถอะน่า” หลุยเทียนเปาส่ายหน้าไปมาเดินไปที่ประตูห้องน้ำ
“ไม่ยุ่งเื่ลีดเดอร์ก็ได้แต่ถ้านายเจอหญิงติดลิฟต์ของฉัน รีบบอกเลยนะ” ยกทัพะโเข้ามาในขณะที่หลุยเทียนเปาเลื่อนประตูปิดแล้วตอบกลับไป
“ไม่เคยเห็นหน้าจะไปรู้จักได้ไง” หลุยเทียนเปาส่ายหน้าไปมาเดินเข้าไปเปิดน้ำใส่อ่างไม่สนใจคนที่นั่งคุยเื่สัพเพเหระกันเสียงดัง