เนื่องจากซูเฉินเป็เพียงจอมยุทธ์พเนจรคนหนึ่งเขานั้นยังมีทักษะของการเป็พ่อค้าไม่มากพอดังนั้นเสิ่นหานและกรรมการทั้งหมดจึงมีมติว่าให้เขาเดินทางไปที่โรงเกลือที่สาขาเมืองเหลียนชางเพื่อศึกษางานเป็เวลาสามเดือนแล้วค่อยกลับมาคุมงานที่นี่ดังเดิม
ก่อนออกเดินทางในตอนค่ำซูเฉินจึงให้เจียงหยาไปเชิญแม่นางหว่านชิงมาคุยกับเขาที่ห้องทำงาน
“ดึกดื่นป่านนี้มีธุระอะไรไม่ทราบ” หว่านชิงปิดปากหาวนอน
“ข้าจะต้องเดินทางไปเมืองเหลียนชางเพื่อฝึกงานที่โรงเกลือในเมืองนั้นเป็เวลาสามเดือน”ซูเฉินกล่าว
“บอกข้าทำไมงั้นหรือ” หว่านชิงไม่อยากรู้
“เ้าลืมสัญญาระหว่างเราแล้วงั้นหรือ” ซูเฉินทวงสัญญา
“สัญญาอะไรไม่ทราบ” หว่านชิงงง
“เ้าจะให้โอกาสข้าจีบเ้าเป็เวลาเจ็ดวันดังนั้นเ้าจะต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอข้ากลับมาก่อน ข้าค่อยเริ่มจีบเ้า” ซูเฉินกลัวหว่านชิงหนีไปที่อื่นเสียก่อน
“อะไรนะ! ตั้งสามเดือน แล้วจะให้ข้าอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรข้าว่าเ้าปล่อยข้าไปเสียดีกว่า” หว่านชิงอยากเดินทางกลับบ้านเกิดมากกว่า
“เ้าพูดอย่างนี้ แสดงว่าเ้ากลัวตัวเองหวั่นไหวใช่มั้ย กลัวแพ้ก็บอกมาเถอะ”ซูเฉินแกล้งพูด
“ก็ได้ ข้าจะพิสูจน์ให้ดู” หว่านชิงไม่ชอบให้ใครมาสบประมาทนาง
“ระหว่างนี้เ้าไปช่วยท่านแม่ดูแลโรงเกลือไปก่อนก็ได้” ซูเฉินรู้ดีว่าหว่านชิงไม่ชอบอยู่เฉยๆ
“ระวังตัวด้วยล่ะ” หว่านชิงรีบปิดปากทันทีเพราะนางเผลอหลุดปาก
“เป็ห่วงข้างั้นหรือ” ซูเฉินแอบยิ้ม
“เปล่า! ข้าสงสารนายหญิง ข้าไม่อยากให้นางสูญเสียลูกชายคนเดียวไปอีก”หว่านชิงรีบแก้ตัว
“เ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะออกเดินทางคืนนี้” ซูเฉินเห็นว่าได้เวลาแล้ว
“ทำไมถึงไม่ไปตอนกลางวันล่ะ เดินทางกลางค่ำกลางคืนมันอันตรายนะ” หว่านชิงสงสัย
“ข้าเคยชินแล้ว อย่าห่วงเลย อ่ะนี่ นกพิราบ” ซูเฉินยื่นกรงนกพิราบให้
“เ้าจะให้ข้าเลี้ยงนกให้เ้างั้นหรือ” หว่านชิงใ
“ทั้งเลี้ยงและส่งจดหมายทางพิราบสื่อสารมาให้ข้า” ซูเฉินอยากรู้ความเป็ไปของตระกูลซู
“ทำไมต้องส่งจดหมายด้วย” หว่านชิงสงสัย
“ข้าอยากรู้ข่าวผลการตัดสินคดีของพี่สะใภ้ ข้าอยากรู้จุดจบของนาง” ซูเฉินแค้นนางมาก
“ก็ได้ เดินทางปลอดภัย ข้าขอตัวไปนอนก่อนนะ” หว่านชิงอยากนอนจะแย่แล้ว
“ฝันถึงข้าด้วยนะ” ซูเฉินยักคิ้วให้
“เื่อะไรข้าต้องฝันถึงเ้าด้วย” หว่านชิงหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
ซูเฉินแอบขำเขารอให้หว่านชิงเดินออกไปก่อน แล้วค่อยเรียกธงสือเข้ามา
“นายท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้ขอรับ” ธงสือรอฟังคำสั่ง
“จงคุ้มครองหว่านชิงทุกฝีก้าว นางไม่ค่อยระมัดระวังตัวข้าไม่อยากให้นางประสบเหตุโดนผลักตกหน้าผาเหมือนครั้งที่นางยังเป็เด็กอีก”ซูเฉินออกคำสั่ง
“ขอรับนายท่าน” ธงสือรับคำ
***************************
สิบห้าวันต่อมา
ในห้องทำงานหว่านชิงกำลังช่วยท่านแม่ทำบัญชีอย่างขะมักเขม้น อยู่ๆดีเจียงหยาก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง
“แย่แล้วเ้าค่ะ” เจียงหยากล่าวอย่างตื่นตระหนก
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” นายหญิงที่อยู่กับหว่านชิงในห้องทำงานด้วยกันรีบถาม
“ใต้เท้าตัดสินคดีความเสร็จแล้วเ้าค่ะสรุปว่านางมารพิษไร้เงาถูกลดโทษโดยถูกเนรเทศให้ไปอยู่ชายแดนแทนการปะาเนื่องจากนางยอมให้ความร่วมมือซัดทอดถึงผู้บงการที่แท้จริงส่วนเทียนสงและหงเหม่ยถูกปะาชีวิตเ้าค่ะ” เจียงหยาเล่า
“แล้วจือหม่าอี้ล่ะ นางไม่ถูกปะาอย่างนั้นหรือ” นายหญิงแปลกใจ
“เทียนสงให้การว่าตนถือวิสาสะกำจัดผู้คนที่เป็ปรปักษ์ต่อคนรักของเขาโดยที่จือหม่าอี้ไม่รู้เื่นี้ส่วนหงเหม่ยก็ให้การว่าตนวางยาฆ่าคนในตระกูลซูเพื่อแก้แค้นให้ท่านแม่ของนางสำหรับจือหม่าอี้นั้นได้รับโทษเพียงจำคุกหนึ่งเดือนเท่านั้นฐานหลอกลวงโดยแอบอ้างว่าตนคือโจวเว่ยลูกสาวอดีตผู้ว่าฯเ้าค่ะ” เจียงหยาคิดว่าไม่เป็ธรรม
“ทั้งๆ ที่จือหม่าอี้เป็ผู้บงการเนี่ยนะ” นายหญิงไม่เข้าใจ
“จือหม่าอี้พยายามปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาส่วนทั้งหงเหม่ยและเทียนสงต่างพากันช่วยกันปกป้องจือหม่าอี้ ซึ่งต่างจากคำให้การของนางมารพิษไร้เงานางบอกว่าจือหม่าอี้เป็ตัวอันตรายและนางก็เล่าว่าจือหม่าอี้ได้วางยาพิษสลายกระดูกในเหล้าให้นางดื่มแต่จือหม่าอี้ให้การว่านางทำเพียงเพื่อช่วยเหลือท่านมือปราบจือหม่าอี้นั้นอ้างว่านางมารมีวรยุทธ์สูงมาก หากไม่วางยา ท่านมือปราบและคนอีกหลายคนอาจตายเพราะนางมารได้”เจียงหยาเล่า
“ไม่เป็ธรรมเลย จือหม่าอี้ไม่เคยสำนึก นังจิ้งจอกนั่นเป็คนเ้าเล่ห์มากหากนางพ้นจากคุกไปได้ นางต้องทำร้ายคนอื่นอีกเป็แน่” นายหญิงกังวล
“แต่ใต้เท้าตัดสินไปแล้ว พวกเราคงทำอะไรไม่ได้เ้าค่ะ” หว่านชิงกล่าว
นายหญิงทำได้แต่ส่ายหน้าที่ผลการตัดสินโทษดูไม่เป็ธรรมจากนั้นก็ถามเจียงหยาว่า “ว่าแต่ใต้เท้าจะปะานักโทษเมื่อไหร่ล่ะ”
“เที่ยงตรงวันพรุ่งนี้เ้าค่ะ” เจียงหยากล่าว
“ข้าจะไปดูพวกมัน” นายหญิงต้องเห็นพวกเขาตายต่อหน้าต่อตานาง
“จะดีงั้นหรือเ้าคะ” เจียงหยาเป็ห่วง
“เ้าไปเป็เพื่อนข้านะหว่านชิง” นายหญิงกล่าวกับว่าที่ลูกสะใภ้
“เ้าค่ะ” หว่านชิงรับคำเพราะเป็ห่วงนายหญิง
***************************
วันต่อมาตอนสายๆ หว่านชิงประคองท่านแม่ของซูเฉินไปที่ลานปะานั่นทำให้หว่านชิงนั้นได้พบคนรู้จักคนหนึ่งโดยบังเอิญ
“เ้าใช่หว่านชิงหรือไม่” หญิงวัยกลางคนทักนางเจอหว่านชิงั้แ่เด็กน้อย แม้โตเป็สาวแล้วนางก็ยังจำได้
“ท่านป้าหงลี่นี่เอง ท่านมาทำอะไรที่นี่งั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงเองก็จำท่านป้าได้เช่นกัน
“ขะ ข้ามารอรับศพลูกสาวของข้าน่ะ” ท่านป้าหงลี่หลบตาและมีน้ำตาคลอ
“อะไรนะเ้าค่ะ นางตายได้อย่างไร” หว่านชิงใ
“หงเหม่ยจะถูกปะาในเที่ยงวันนี้” ท่านป้ายอมพูด
“หงเหม่ยคือลูกสาวของท่านงั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงนึกไม่ถึง
ท่านป้าหงลี่พยักหน้าช้าๆ
“ไม่เจอกันนานเลยนะหงลี่” นายหญิงเองก็รู้จัก
“นายหญิง! ท่านยังเหมือนเดิมเลยนะเ้าคะ” หงลี่คืออดีตสาวใช้ของตระกูลซู
“ข้าได้ข่าวว่าลูกสาวของเ้าทำร้ายคนในตระกูลข้าเพื่อแก้แค้นแทนเ้าไม่ใช่หรือ”นายหญิงกล่าวตามตรง
“พูดแล้วก็น่าละอาย หงเหม่ยเห็นว่าข้าถูกขับไล่ออกมาจากตระกูลซูแล้วทำให้ข้าต้องตกระกำลำบาก นางก็เลยแค้นเ้าค่ะ” หงลี่รู้สึกผิด
“แต่ที่ข้าขับไล่เ้าก็เพราะเ้าเป็หนอนบ่อนไส้เ้ารับจ้างคู่แข่งของข้าให้มาทำลายเกลือในคลังสินค้าแบบนี้จะให้ข้าจ้างเ้าเป็สาวใช้อีกอย่างนั้นหรือ” นายหญิงตัดสินโทษอย่างเป็ธรรมแล้ว
“ข้าพยายามอธิบายให้ลูกฟังหลายครั้งแล้ว แต่นางไม่ยอมฟังเ้าค่ะ” หงลี่จนปัญญาห้ามลูกสาว
“ข้าเสียใจด้วย ลูกสาวของเ้าจะต้องได้รับผลกรรมตามที่ก่อ” นายหญิงเข้าใจความรู้สึกที่สูญเสียลูกก็จริงแต่คนร้ายก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์
“เ้าค่ะ” หงลี่รู้สึกปลง
“พวกเราไปนั่งรอตรงริมลานปะาดีมั้ยเ้าคะ” หว่านชิงมองเห็นเก้าอี้ว่าง
“ก็ดีเหมือนกัน” นายหญิงกล่าว
***************************
ณลานปะา ก่อนเวลาเที่ยงตรง
นักโทษเทียนสงถูกนำตัวไปที่กลางลานปะา
“ใต้เท้าขอรับ ข้ามีเื่ขอเป็ครั้งสุดท้าย” เทียนสงรีบะโ
“ว่ามาได้” ใต้เท้ายอมฟัง
“ข้าขอพบหน้าจือหม่าอี้เป็ครั้งสุดท้ายจะได้หรือไม่ขอรับ” เทียนสงอยากเห็นหน้าคนรักเป็ครั้งสุดท้าย
“ก็ได้! แต่เ้าห้ามเล่นตุกติกเด็ดขาดข้าได้เชิญจอมยุทธ์วรยุทธ์สูงมาคุมการปะาด้วย หากเ้าคิดหนีพวกเขาพร้อมที่จะจับตายเ้าได้ทุกเมื่อ” ใต้เท้าขู่
“ข้าทราบแล้วขอรับ” เทียนสงคิดว่าตนคงไม่มีทางหนีรอดไปได้
“ท่านมือปราบ! จงพาตัวจือหม่าอี้มาพบสามีของนาง” ใต้เท้าออกคำสั่ง
“ขอรับ” ท่านมือปราบรับคำ
ผ่านไปไม่นานจือหม่าอี้ก็เดินไปหาเทียนสงที่คุกเข่าตรงกลางลานปะาอยู่ก่อนแล้ว
เทียนสงอยากจะกอดคนรักแต่เขาถูกโซ่ตรวนมัดข้อมือไว้แ่า
“จือหม่าอี้! เ้าจงดูแลลูกของเราให้ดีนะ” เทียนสงมองไปที่ท้องของคนรัก
“ข้าทราบแล้ว ข้าจะเลี้ยงลูกคนนี้ให้ดี เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนะ” จือหม่าอี้จับไปที่ท้องและมีน้ำตาคลอ
“ได้เวลาแล้ว คุมตัวนางกลับเข้าไปในคุก” ใต้เท้ากล่าว
“ขอรับ” มือปราบรีบเดินเข้าไปคุมตัวนักโทษจือหม่าอี้ให้กลับเข้าไปในคุกดังเดิม
“เทียนสง! เทียนสง!” จือหม่าอี้พยายามดิ้นรนขัดขืนนางอยากอยู่กับสามีให้นานที่สุด
“ปะาได้” ใต้เท้าะโ
“ม่ายยยยย” จือหม่าอี้ร้องไห้ฟูมฟายที่ต้องสูญเสียคนรักไป
พอจือหม่าอี้กลับเข้าไปในคุกแล้วต่อไปใต้เท้าก็เรียกนักโทษคนต่อไป
“เ้ามีอะไรสั่งเสียหรือไม่” ใต้เท้าบอกกับอดีตสาวใช้ข้างกายจือหม่าอี้
“ไม่มีเ้าค่ะ” หงเหม่ยไม่อยากพูดอะไรอีก
“ช้าก่อนใต้เท้า! ข้าน้อยคือแม่ของหงเหม่ย มีนามว่าหงลี่พวกเราพลัดพรากจากกันมานานขอข้าคุยกับนางสักครึ่งชั่วยามเป็ครั้งสุดท้ายจะได้หรือไม่เ้าคะ” ท่านป้าหงลี่คุกเข่าขอร้อง
“ท่านแม่! ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ” หงเหม่ยใ
“ก็ได้ ทหาร! ปล่อยนางเข้ามา” ใต้เท้าเห็นใจเลยออกคำสั่งกับทหารที่คุมไม่ให้บุคคลภายนอกเดินเข้าไปในลานปะา
“ขอรับ” ทหารยอมเปิดทางให้หงลี่เดินไปหาลูกสาวได้
หงลี่เดินเข้าไปพอถึง นางก็คุกเข่าโอบกอดลูกสาวด้วยความคิดถึงที่จากกันมานานแต่มาพบกันครานี้กลับต้องจากกันตลอดกาล
“เ้าทำแบบนี้ทำไมกัน ข้าบอกเ้ากี่ครั้งแล้ว ว่าข้าต่างหากที่เป็ฝ่ายผิดข้าไปทำลายสินค้าของตระกูลซู พวกเขาไล่ข้าออก มันก็ไม่แปลก” ท่านแม่ไม่เข้าใจ
“เอ่อ คือว่า ข้าจะต้องตอบแทนบุญคุณเ้าค่ะ” หงเหม่ยยอมเผย
“บุญคุณอะไรกัน” ท่านแม่สงสัย
“ท่านแม่เคยเล่าว่า หลังจากท่านออกมาจากตระกูลซูระหว่างที่เดินทางเข้าไปในป่า ท่านได้ตกหลุมกับดักสัตว์เกือบตายดีที่ลูกสาวของจือชางิช่วยชีวิตท่านไว้ และคนที่ช่วยไปตามชาวบ้านให้มาช่วยท่านก็คือ จือหม่าอี้ นางทวงบุญคุณข้าก็เลยจำต้องทำเื่เลวร้ายเพื่อตอบแทนนางเ้าค่ะ” หงเหม่ยเล่า
“เ้าว่าไงนะ จือหม่าอี้ บอกเ้าเช่นนั้นงั้นหรือ” ท่านแม่ของหงเหม่ยใ
“เ้าค่ะท่านแม่” หงเหม่ยพยักหน้า
“มันความเป็ผิดของข้าแท้ๆ ข้าไม่น่ารับปากหว่านชิงเลยนางบอกว่าให้ข้าเก็บไว้เป็ความลับว่านางเป็คนช่วยชีวิตข้าไว้ ถ้าข้ายอมบอกเ้าเ้าคงไม่ถูกจือหม่าอี้หลอกใช้เช่นนี้” หงลี่นึกโทษตัวเอง
“อะไรนะเ้าคะ! ท่านแม่! ข้าโดนจือหม่าอี้ต้มเสียเปื่อยเลย” หงเหม่ยนึกไม่ถึงว่านางจะถูกหลอก
“หมดเวลาแล้ว เอาตัวหงลี่ออกไป” ใต้เท้าออกคำสั่ง
“ขอรับ” ท่านมือปราบรับคำและเดินเข้าไปพาตัวหงลี่ออกมาจากลานปะา
“ใต้เท้า! ลูกสาวของข้าถูกบงการให้ทำเื่ชั่วร้ายเ้าค่ะโปรดให้ความเป็ธรรมแก่นางด้วย” หงลี่ะโเพื่อขอความเป็ธรรมแทนลูกสาว
“ลูกสาวของเ้ายอมรับผิดเองทุกอย่าง เ้าช่วยลูกไม่ได้หรอก” ใต้เท้าตัดสินโทษไปแล้ว
หงเหม่ยแค้นใจที่ถูกจือหม่าอี้หลอกใช้นางอุตส่าห์ยอมทำตามคำสั่งของนังจิ้งจอกแทบทุกอย่างรวมถึงการยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวด้วยทั้งนี้ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตท่านแม่แต่สุดท้ายหงเหม่ยก็ได้รู้ความจริงว่านังจิ้งจอกนั่นสวมรอยเป็ผู้มีบุญคุณของนางดังนั้นหงเหม่ยก็เลยจะกลับคำให้การ แต่ทว่าพอจะพูด นางกลับพูดไม่มีเสียง
หงเหม่ยพูดไม่ได้นางคิดในใจว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับข้าทำไมข้าถึงพูดไม่ได้ ใช่แล้ว ข้านึกออกแล้ว ข้าบ่นปวดหัวจือหม่าอี้ก็เลยมอบยาลูกกลอนให้ข้า นางอ้างว่ามันคือยาแก้ปวด แต่แท้จริงแล้วมันต้องเป็ยาพิษที่ทำให้พูดไม่ได้เป็แน่”
“ได้เวลาแล้ว ปะาได้” ใต้เท้าสั่งเพชฌฆาต
หงเหม่ยมีน้ำตาไหลพรากนางอยากจะแก้คำให้การว่าจือหม่าอี้บงการให้นางฆ่าคนในตระกูลซูและจือชางิหรือท่านแม่ของนังจิ้งจอกนัันเองแต่ทำไม่ได้ ดังนั้นในระหว่างที่นางกำลังจะถูกปะานางได้สาปแช่งนังจิ้งจอกในใจว่า “จือหม่าอี้! ข้าขอสาปแช่งให้เ้าไม่ตายดี”
“ม่ายยยย ลูกแม่ ฮือฮือ” หงลี่ร้องไห้คร่ำครวญที่เห็นลูกสาวถูกบั่นหัวต่อหน้าต่อตา
“ทำใจดีๆ ไว้เ้าค่ะ ท่านป้า” หว่านชิงวิ่งเข้าไปประคองท่านป้าไว้
ท่านป้าร้องไห้คร่ำครวญและนึกโทษตัวเองที่ไม่เล่าเื่ราวทุกอย่างให้ลูกสาวฟังไม่งั้นลูกคงไม่ถูกจือหม่าอี้หลอกใช้ง่ายดายเช่นนี้