สิ้นเสียงประกาศกร้าวของท่านผู้นำตระกูลห้องอาหารก็ตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่งก่อนที่ผู้าุโฝ่ายขวาคนหนึ่งจะเอ่ยทะลุปล้องขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกระด้างไร้ซึ่งความยำเกรง
“ท่านผู้นำ... ข้าจำได้ว่าเคยตักเตือนท่านไปแล้วมิใช่หรือว่าหากมีวาระสำคัญอันใดเกี่ยวพันถึงอนาคตของตระกูลท่านสมควรนำมาปรึกษาหารือกับสภาผู้าุโก่อนที่จะด่วนตัดสินใจเอาเอง?”
‘หวงไค่’ ผู้าุโคุมกฎเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกดข่มแววตาแข็งกร้าวท้าทาย
“หึ! เหตุใดข้าต้องลดตัวไปรอฟังความเห็นจากพวกเ้า?ในฐานะผู้นำตระกูล คำตัดสินของข้าถือเป็ประกาศิต!”
อัครเดชแสยะยิ้มเย้ยหยันตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ให้เกียรติเขาก็ไม่จำเป็ต้องไว้หน้าเช่นกัน! เ้ามีสิทธิ์อะไรมาขัดขวางการตัดสินใจของข้า? คิดว่าตัวเองเป็ใครกัน!
ตึง!!
หวงไค่ตบโต๊ะดังสนั่นใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและแสดงท่าทีคุกคามอย่างเปิดเผย
“ถ้าเช่นนั้น...ข้าก็ขอฟัง ‘เหตุผล’ ในการตัดสินใจอันน่าขันของท่านหน่อยเถิด!ทุกคนในเมืองเวสสุวรรณต่างรู้ดีกงเกวียนกำเกวียน ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านนอกจากระดับพลังฝึกปรือที่พอถูไถแล้วอย่างอื่นล้วนเหลวแหลกไร้ค่า! บริหารธุรกิจเป็หรือไม่? รู้จักเข้าสังคมเจรจาพาทีรึเปล่า?มิหนำซ้ำ เพื่อนฝูงแต่ละคนที่มันคบหาก็มีแต่พวกสวะขยะสังคมทั้งนั้น!”
หวงไค่จงใจเอ่ยแดกดันเสียงดังฟังชัด หวังฉีกหน้าว่าที่ผู้นำคนใหม่ให้แหลกคามือ
“โอหังนัก!!”
“โปรดระงับโทสะก่อนเพคะนายหญิง!”
สาวใช้คนสนิทรีบรั้งแขนและเอ่ยปลอบเ้านายของตน‘นายหญิง’ แห่งตระกูลอสุราทองคำขึ้นชื่อลือชาเื่ความดุดันและเด็ดขาดมาแต่ไหนแต่ไรหากมีใครกล้ากระตุกหนวดเสือ นางพร้อมจะพุ่งเข้าไปตบตีสั่งสอนจนแม้แต่บิดามารดาของพวกมันยังจำหน้าไม่ได้!ในอดีต นางเคยเป็ถึงขุนศึกหญิงแนวหน้าผู้เกรียงไกรแห่งสมรภูมิโลหิตและยิ่งถ้าเป็เื่ที่พาดพิงถึงลูกรักของนางด้วยแล้ว...นางจะอาฆาตพยาบาทและกัดไม่ปล่อยจนถึงที่สุด!
หากเป็การทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงผลประโยชน์ทั่วไปในหมู่เครือญาตินางยังพอหลับตาข้างเดียวยอมทนได้แต่คำพูดเหยียดหยามหยามเกียรติลูกชายของนางจากปากของตาเฒ่าหวงไค่นั้น...มันล้ำเส้นเกินกว่าที่มารดาอย่างนางจะทนฟังได้!
“นายหญิงโปรดใจเย็นลงก่อนเถิดบิดาข้าพูดจาตรงไปตรงมาอาจฟังสบหูไปบ้าง แต่หาได้ไร้เหตุผลไม่หากท่านผู้นำดึงดันจะยกมอบอำนาจให้คนที่ ‘ไม่เคยพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง’มาชี้นำอนาคตของตระกูลแล้วพวกเราสมาชิกตระกูลจะฝากฝังชีวิตและอยู่อย่างสงบสุขได้อย่างไรเล่า?”
'หวงจ้าน' บุตรชายของหวงไค่รีบเอ่ยเสริมทัพหวังจะราดน้ำมันเข้ากองไฟ ยั่วให้นายหญิงสติแตกและทำลายภาพลักษณ์ของฝั่งผู้นำตระกูลลงไปอีก
สมาชิกหลายคนบนโต๊ะอาหารเลือกที่จะปิดปากเงียบและนั่งชมงิ้วโรงใหญ่อย่างเพลิดเพลินหากพยัคฆ์เฒ่าสองตัวกัดกันจนาเ็สาหัสฝ่ายที่กอบโกยผลประโยชน์ได้มากที่สุดก็คือพวกเขานั่นเอง
“ท่านลุงโปรดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนอีกครั้งเถิดขอรับข้าเชื่อมั่นว่าภายในตระกูลของเรา ยังมียอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่มีความรู้ความสามารถโดดเด่นไม่แพ้คุณชายใหญ่... รอคอยโอกาสอยู่อีกมาก”
สิ้นประโยคนี้ทุกสายตาก็หันขวับไปมองผู้พูดเป็ตาเดียว เขาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็หลานชายสายตรงของผู้าุโใหญ่หวงไค่นั่นเอง!
‘หวงอี้เฟย’ ถือเป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งด้วยวัยเพียง 27 ปีเขาสามารถทะลวงขีดจำกัดเข้าสู่ ‘ขอบเขตขัดเกลาศิลา (ระดับ2) ขั้นที่ 3’ ได้สำเร็จ!หากไม่มีอะไรผิดพลาดพลิกล็อก ในอนาคตเขาจะได้รับการสืบทอดตำแหน่งผู้ดูแลหอคัมภีร์ต่อจากปู่ของเขาอย่างแน่นอนนอกเหนือจากรูปโฉมที่หล่อเหลาและรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์แล้วเขายังมีคอนเน็กชันกว้างขวาง เป็ที่นับหน้าถือตาในแวดวงสังคมชั้นสูงถือเป็ตัวเต็งอันดับหนึ่งที่พร้อมจะลงชิงชัยในตำแหน่งผู้นำตระกูล
บรรดาผู้าุโระดับสูงฝั่งขวาอย่างน้อย 15 จาก 27 คน ล้วนเป็ฐานเสียงและให้การสนับสนุนหวงอี้เฟยอย่างลับๆ มาโดยตลอด
บรรยากาศในห้องอาหารทวีความตึงเครียดและกดดันหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆหากเป็เวลาปกติ ผู้นำตระกูลอัครเดชที่ขึ้นชื่อเื่อารมณ์ร้อนดั่งไฟกัลป์คงปลดปล่อยแรงกดดันพลังปราณออกมากระแทกสั่งสอนพวกที่กล้าหือไปแล้วทว่าวันนี้กลับแปลกประหลาดนัก... ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไร้ซึ่งคลื่นความโกรธเกรี้ยวใดๆ
ความจริงแล้วไม่ได้มีเหตุผลลึกซึ้งอะไรเลยอัครเดชเพียง้าใช้สถานการณ์นี้ เป็ ‘เวทีประเดิมสนาม’ ให้ลูกชายของเขาได้แสดงฝีมือและสยบเสียงวิจารณ์ด้วยตัวเองต่างหาก!
หากเป็เมื่อก่อนเขาคงใช้พลังอำนาจเบ็ดเสร็จสะกดข่มพวกตาแก่หัวหงอกเหล่านี้จนหัวมิดดินไปแล้วแต่หลังจากที่เขาได้โอบกอดััตัวลูกชายในห้องทำงานเขากลับตรวจพบความผิดปกติบางอย่าง... พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในร่างของนพเก้านั้นมันหนาแน่นและลึกล้ำมหาศาล!ความแข็งแกร่งโดยรวมแทบจะไม่ด้อยไปกว่ายอดฝีมือขอบเขตขัดเกลาศิลาขั้นที่ 3 เลยแม้แต่น้อย!
เมื่อย้อนนึกกลับไปเขาก็เริ่มสะกิดใจ...เหตุใดเขาถึงจับััคลื่นการขัดเกลาพลังปราณจากตัวบุตรชายไม่ได้เลย? หรือว่าวิถีการฝึกปรือของลูกเก้าจะเกิดความผิดปกติ?ทว่าเขายังไม่ทันได้ครุ่นคิดหาคำตอบเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังของบุคคลหนึ่ง ก็ดังก้องสะท้อนเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน
“ในเมื่อพวกเ้ากำลังถกเถียงกันเื่คุณสมบัติของผู้สืบทอดตระกูล...แล้วเหตุใดถึงไม่จัดลานประลอง ให้พวกเขาทั้งสองสู้กันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยเล่า?”
ร่างของชายชราในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเดินออกมาจากมุมมืดท่วงท่าสง่างามแผ่ซ่าน ‘ออร่าแห่งราชัน’ ที่กดทับิญญาจนผู้ที่พบเห็นรู้สึกเข่าอ่อนอยากจะทรุดตัวลงคุกเข่าหมอบกราบ ทันทีที่เห็นร่างนั้นสมาชิกทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างสะดุ้งสุดตัวรีบลุกขึ้นยืนประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อมพร้อมเพรียงกัน
“ขอน้อมคารวะท่านผู้าุโสูงสุด!!”
ชายชราผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ ‘หวงไท่’ อดีตผู้นำตระกูลรุ่นก่อน เป็คุณปู่แท้ๆ ของนพเก้า และเป็พี่ชายร่วมสายโลหิตของตาเฒ่าหวงไค่นั่นเอง!
หวงไท่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดรับการคารวะเขาเพียงกวาดสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าสมาชิกทีละคนใครก็ตามที่เผลอสบตาด้วยล้วนรู้สึกเหมือนถูกขุนเขาหมื่นชั่งกดทับจนต้องรีบก้มหน้าหลบตา ทว่า...เมื่อสายตาของเขาเลื่อนมาหยุดที่นพเก้า ชายชราก็ต้องลอบประหลาดใจ
ั์ตาของหลานชายคนโตนั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่มองไม่เห็นก้นบึ้งไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงซ้ำยังเปี่ยมล้นไปด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้าที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง!
(หึหึ...สภาวะจิตใจมั่นคงแข็งแกร่งใช้ได้ทีเดียว...)
ดูท่าคืนนี้...จะมีงิ้วโรงใหญ่ฉากเด็ดให้เขาได้นั่งชมเสียแล้ว
“ท่านผู้าุโสูงสุด...ความหมายของท่านคือ...?” อัครเดชเอ่ยถามด้วยความเคารพ แม้ในใจจะพอเดาทางออกแล้วก็ตาม
“ความหมายของข้าก็ตรงตามที่พูด!จับพวกมันขึ้นลานประลอง! ให้พวกมันห้ำหั่นวัดฝีมือกันด้วยกำลัง!ในสนามรบที่เอาชีวิตเป็เดิมพัน เราจะได้เห็นธาตุแท้ สัญชาตญาณ ไหวพริบความเด็ดขาด และความแข็งแกร่งของพวกมัน... จะได้รู้กันไปเลยว่าใครกันแน่ที่มีคุณสมบัติคู่ควรจะเป็ ‘ผู้นำ’ ที่แท้จริง!”
(ช่างเป็ตาเฒ่าจอมเ้าเล่ห์เสียจริง!ที่แท้ก็แค่อยากหาเื่สนุกๆ ดูแก้เบื่อล่ะสิไม่ว่า!) หลายคนแอบลอบค่อนขอดในใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคอพวกเขาเองก็แอบกระหายอยากจะเห็นการต่อสู้คู่นี้ใจแทบขาดอยู่เหมือนกัน
“ท่านพ่อ...ข้าเกรงว่ากติกาเช่นนี้มันจะไม่ยุติธรรมต่อลูกเก้าเลยนะเ้าคะ” มารดาของนพเก้ารีบแย้งขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง
ไม่ว่าจะมองมุมไหนหวงอี้เฟยก็อายุมากกว่า ประสบการณ์โชกโชนกว่าแถมระดับขอบเขตพลังยังทิ้งห่างกันถึงหนึ่งขั้นใหญ่! หากปล่อยให้สู้กันจริงๆมันก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งลูกชายของนางไปให้เขายำเล่นเพื่อบีบให้ยอมแพ้ชัดๆ!
อัครเดชยกมือขึ้นปรามภรรยาก่อนจะหันไปเอ่ยข้อเสนอ
“ถ้าเช่นนั้น...เพื่อความเท่าเทียม หากเราตั้งกฎให้ทั้งคู่ ‘กดระดับพลังบ่มเพาะ’ลงมาให้อยู่ในขอบเขตและขั้นเดียวกันเล่า? ท่านผู้าุโหวงไค่...ท่านจะเห็นควรว่าอย่างไร?”
“ย่อมได้!ในเมื่อนี่คือศึกตัดสินชี้ชะตาผู้สืบทอดตระกูล การแข่งขันก็ควรจะต้องดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดอยู่แล้ว!”
หวงไค่ตอบรับข้อเสนออย่างไม่ลังเลเขามั่นใจเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าหลานชายของตนจะต้องคว้าชัยชนะมาได้อย่างแน่นอน!ต่อให้ต้องลดระดับพลังลงมาเท่ากัน แต่ 'ประสบการณ์และชั้นเชิงการต่อสู้' มันเป็สิ่งที่กดระดับกันไม่ได้!ยิ่งไปกว่านั้น 'วิทยายุทธ์' ที่หวงอี้เฟยใช้ยังเป็ถึงเคล็ดวิชาระดับ์ขั้นกลาง!เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างนพเก้าจะมีปัญญาไปหาเคล็ดวิชาที่เหนือชั้นกว่านี้มาฝึกอย่างมากก็คงเป็แค่วิชาระดับ์ขั้นต้นเท่านั้นแหละ!
“คุณชายใหญ่...ท่านคงไม่มีข้อข้องใจและยินดีรับคำท้านี้ใช่หรือไม่?” หวงอี้เฟยหันไปถามด้วยรอยยิ้มสุภาพเป็มิตรแต่แววตากลับจ้องเขม็งไปที่เด็กหนุ่มราวกับอสรพิษล็อกเป้าเหยื่อ
นพเก้านั่งฟังข้อตกลงด้วยท่าทีเบื่อหน่ายราวกับไม่สบอารมณ์เขาค่อยๆ ยกแก้วไวน์แดงชั้นเลิศขึ้นจรดริมฝีปาก กระดกรวดเดียวจนหมดจดก่อนจะปรายหางตาเหยียดมองหวงอี้เฟยด้วยสายตาสมเพช
“เ้ามันอ่อนแอและกระจอกเกินไป...ข้าอยากให้เ้าปลดปล่อยพลังขอบเขตสูงสุดออกมาสู้กับข้าให้เต็มที่...จะได้ไม่ต้องมาหาข้ออ้างทีหลัง!”
โอ้วว!!
สิ้นประโยคโอหังนั้นเหล่าผู้ชมทั้งโต๊ะอาหารก็เบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง!
ไอ้คุณชายใหญ่นี่สมองมันกลับหรือธาตุไฟแตกไปแล้ววะ!? คิดจะท้าสู้ข้ามระดับขอบเขตขั้นใหญ่แล้วยังหวังจะเอาชนะเนี่ยนะ!? ทำไมมึงไม่ผูกคอตายแล้วะโขึ้น์ไปเลยล่ะวะจะได้จบๆ!
“ฮ่าๆๆๆ!! ยอดเยี่ยม!มันต้องห้าวเป้งให้ได้อย่างนี้สิวะ! วัยรุ่นสายเืร้อนมันต้องมีหัวใจทะเยอทะยานกล้าท้าทายศัตรูที่เหนือกว่า! หากปอดแหกขี้ขลาดชีวิตมันจะไปต่างอะไรกับปลาเค็มตากแห้งล่ะวะ!”
หวงไค่ะเิเสียงหัวเราะเย้ยหยันออกมาอย่างสะใจเขามองหน้านพเก้าราวกับกำลังมองคนโง่เขลาเบาปัญญาช่างสมกับเป็คุณชายเทวดาที่ไม่เคยออกไปเผชิญโลกกว้างถูกเลี้ยงดูปูเสื่อมาด้วยคำเยินยอจอมปลอมจนเสียผู้เสียคนกลายเป็กบในกะลาที่หลงตัวเองและยโสโอหังอย่างกู่ไม่กลับ!
หวงไท่มองดูความโอหังของหลานชายโดยไม่เอ่ยปากตักเตือนแต่ในส่วนลึกของแววตากลับฉายแววผิดหวังและเสียดายอยู่เล็กๆ...ดูเหมือนเด็กคนนี้จะยังอ่อนหัดเกินกว่าจะมารับตำแหน่งผู้สืบทอดจริงๆความคิดความอ่านตื้นเขิน ใช้อารมณ์วู่วามเป็ที่ตั้ง ขืนปล่อยให้นำตระกูลมีหวังพาตระกูลล่มจมแน่
“ท่านแม่!ท่านพี่เท่สุดๆ ไปเลย! หรือว่าคืนนี้... เราจะได้เป็ประจักษ์พยานเห็น‘อัจฉริยะในตำนาน’ สร้างปาฏิหาริย์ต่อสู้ชนะข้ามระดับขอบเขตกับตาตัวเองกันแน่คะ!”
หวงเม่ยน้องสาวที่ปกติต้องเป็คนมีเหตุผลที่สุดพอเป็เื่ที่เกี่ยวกับพี่ชายสุดที่รักทีไรสติสัมปชัญญะของนางก็ราวกับถูกดูดหายเข้าไปในหลุมดำทุกที!
“พอได้แล้ว! นั่งเงียบๆแล้วดูไปเถอะ!”
ผู้เป็มารดายกมือขึ้นนวดขมับด้วยความปวดหัวปวดใจหุนหันพลันแล่น... หุนหันพลันแล่นเกินไปแล้วลูกเอ๊ย! นางหมายมั่นปั้นมือไว้แล้วว่าหลังจบศึกประลองคืนนี้นางจะจับไอ้ลูกชายตัวแสบมากักบริเวณแล้วเทศนาสั่งสอนสักเจ็ดวันเจ็ดคืนให้มันหลาบจำและรู้สำนึกถึงความผิดพลาดที่ปากดีในวันนี้ให้จงได้!
กรอด!
หวงอี้เฟยกัดฟันกรอด ไม่ตอบโต้คารมเขากำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนก่อนจะเป็ฝ่ายหมุนตัวเดินนำหน้าออกไปยังลานประลองยุทธ์ด้านนอกคฤหาสน์ทันที
ณ ลานประลองยุทธ์ด้านนอกคฤหาสน์
ลานประลองที่ใช้สำหรับฝึกซ้อมของศิษย์สายหลักตั้งอยู่ห่างจากตัวคฤหาสน์ราวสิบนาทีเดินเท้า มันเป็ลานกว้างขนาด 100x100 เมตรถูกโอบล้อมด้วยกำแพงโดมทรงกลมขนาดมหึมามีการติดตั้งไฟสปอตไลต์ส่องสว่างทั่วทิศทางสำหรับใช้งานในยามวิกาลส่วนหลังคาโดมถูกเปิดโล่ง เผยให้เห็นท้องฟ้าประดับด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ
เหล่าสมาชิกตระกูลยืนล้อมวงเฝ้าชมการประลองอยู่บนอัฒจันทร์สนามหญ้าห่างจากเวทีราวห้าสิบเมตร บนใจกลางลานประลองผู้ท้าชิงทั้งสองยืนเผชิญหน้าห่างกันสิบเมตร สายตาจดจ้องหยั่งเชิงกันอย่างดุเดือดโดยมีผู้าุโระดับขอบเขตก่อลักษณ์ (ระดับ 4) รับหน้าที่เป็กรรมการตัดสิน หากเกิดข้อผิดพลาดหรือจวนตัวถึงชีวิตเขาจะพุ่งเข้าไปแทรกแซงและยุติการต่อสู้ทันที
“ผู้ประลองทั้งสอง...จงแนะนำตัวและประกาศระดับขอบเขตการฝึกปรือของพวกเ้า!” กรรมการประกาศก้องมันเป็ธรรมเนียมปฏิบัติพื้นฐานที่จอมยุทธ์ทุกคนต้องกระทำก่อนเริ่มการประลอง
“ข้า... หวงอี้เฟย!ผู้ฝึกปรือ ขอบเขตขัดเกลาศิลา (ระดับ 2) ขั้นที่ 4 ระดับกลาง!... โปรดชี้แนะด้วย!”
หวงอี้เฟยประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม พร้อมกับตวัดชัก‘กระบี่ิญญา’ คู่กายออกจากฝัก! มันคือศาสตราวุธระดับ์ขั้นต้นที่เขาตั้งใจงัดออกมาเพื่อบดขยี้คู่ต่อสู้ให้จมดินโดยเฉพาะ!ความคับแค้นใจที่ถูกฉีกหน้ากลางโต๊ะอาหาร ยังคงสุมอกรอการชำระความ!
“พระเ้าช่วย!กระบี่ระดับ์! หากอีกฝ่ายไม่มีไพ่ตายก้นหีบ หรืออาวุธระดับเดียวกันมางัดข้อล่ะก็...แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะป้องกันการโจมตีได้!” ชายคนหนึ่งบนอัฒจันทร์ร้องอุทานราวกับฟันธงผลลัพธ์การประลองล่วงหน้าไปแล้ว
“ข้า... นพเก้า!ผู้ฝึกปรือ ขอบเขตหลอมศิลา (ระดับ 1) ขั้นที่ 10 ขั้นสมบูรณ์!... โปรดชี้แนะ!”
นพเก้าประกาศระดับพลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้กังวล ก่อนจะยืนรอชมปฏิกิริยาของฝูงชน
“หา!? อะไรนะ!?”
กรรมการถึงกับหลุดอุทานเสียงหลงคาสนามประลอง!มันมีขอบเขตบ้าบอนี้อยู่บนโลกด้วยหรือวะ!? ตามหลักเกณฑ์บ่มเพาะสากล ขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลอมศิลามันอยู่ที่‘ขั้นที่ 9’ ไม่ใช่รึ!?
ผู้ชมรอบลานประลองต่างยืนนิ่งอึ้งเป็หินก้อนไม่มีใครหน้าไหนเคยได้ยิน หรือรู้จักไอ้ขอบเขต ‘ขั้นที่ 10’ นี้มาก่อนในชีวิต!ตามหน้าประวัติศาสตร์จอมยุทธ์ เหล่าอัจฉริยะปีศาจที่อุตสาหะเคี่ยวกรำสร้างรากฐานจนสมบูรณ์แบบที่สุดก็ไปตันอยู่ที่ขั้นที่ 9 สมบูรณ์เท่านั้น!ซึ่งเมื่อบุคคลเหล่านี้ทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตถัดไปพวกเขาจะสามารถควบแน่นปราณได้มหาศาลและมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้ฝึกตนระดับเดียวกันอย่างน้อยสองถึงสามเท่าตัว!
“เหลวไหล!เป็ไปไม่ได้!!”
หวงไท่กระแทกเสียงอุทานโลกทัศน์และสามัญสำนึกที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังถูกท้าทาย!ั้แ่ยุคโบราณกาลจวบจนปัจจุบัน เขาไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินบันทึกใดๆ ที่เอ่ยถึง‘ขั้นที่ 10’ มาก่อน!
ชายชราทนความสงสัยไม่ไหวร่างของเขากะพริบวูบหายไปจากสนามหญ้าและไปโผล่ยืนตระหง่านอยู่บนลานประลองข้างกายนพเก้าในเสี้ยววินาที!เขาทาบฝ่ามือขวาลงบนตำแหน่งตันเถียนของหลานชายอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่ดวงตาฝ้าฟางจะเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้าด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
(บ... บ้าไปแล้ว!! ม...มันใหญ่โตมโหฬารอะไรขนาดนี้!!)เขาจับััได้ถึงศิลาปราณขนาดั์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างกว่า 1,500 เมตร!!ซ้ำยังมีดาวหางปราณิญญาหมุนวนโคจรอยู่รอบๆ อย่างเชื่องช้าหนึ่งดวง!สิ่งมหัศจรรย์ฝืนกฎ์เช่นนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร!? ทำไมถึงมีแค่ดวงเดียวไม่ใช่เก้าดวงตามปกติ? หรือว่าเด็กนี่จะมีวิชาลับเร้นลับซุกซ่อนอยู่?
“หลานเก้า... เ้า...เ้าทำเื่ปาฏิหาริย์แบบนี้ได้อย่างไร!?” ชายชราอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเสียงสั่น
“อ๋อ... มันเป็ผลจาก‘เคล็ดวิชาลับ’ ที่ข้าบังเอิญไปประมูลซื้อมาจากตลาดมืดน่ะครับท่านปู่วิชานี้มันช่วยให้ข้าสามารถหลอมรวมดาวหางทั้งเก้าดวงเข้าด้วยกันเพื่อทะลวงขีดจำกัดเข้าสู่ขั้นที่ 10 ได้” นพเก้าแต่งเื่โกหกหน้าตายอย่างแเี
“อืม...ถ้าเช่นนั้นก็พอจะอธิบายได้... แต่ในฐานะปู่ ข้าขอเตือนสติเ้าไว้หน่อยเถอะเลิกล้มพฤติกรรมไปเดินช้อปปิ้งซื้อของซี้ซั้วจากตลาดมืดเสียที! มันไม่คุ้มเสี่ยงเอาชีวิตไปทิ้งหรอกนะรู้ไหม!”
ในตลาดมืดนั้นเต็มไปด้วยของโจรวัตถุอัปมงคล และเคล็ดวิชาแปลกประหลาดที่ระบุที่มาไม่ได้วิญญูชนทั่วไปมักไม่กล้าเสี่ยงซื้อวิชาจากที่นั่นเพราะมีโอกาสสูงลิ่วที่จะได้วิชาของปลอม หรือวิชามารที่ฝึกแล้วธาตุไฟแตกซ่านจนสิ้นชีพ!อย่างโชคดีสุดก็แค่ลมปราณตีกลับจนพิการ!
ในอดีตเคยมีมหาเศรษฐีหน้าโง่คนหนึ่งหลงกลซื้อเคล็ดวิชาระดับ์มาในราคาถูกแสนถูก (แค่สองหมื่นบาท!ถูกกว่าไอโฟนรุ่นใหม่ซะอีก!) แต่หลังจากฝืนฝึกจนธาตุไฟแตก พิการไปครึ่งซีกจะกลับไปเอาเื่พ่อค้าก็ไม่ทันแล้ว เพราะมันหอบเงินหนีเตลิดไปไกลพอไปแจ้งตำรวจแจ้งความจับ... ตัวเศรษฐีเองกลับโดนตำรวจรวบตัวซะงั้น!ศาลพิพากษาจำคุกสิบปี ข้อหาพยายามฝึกวิชาต้องห้ามผิดกฎหมาย!
“เอาล่ะ...ไว้จบการประลองนี้ ปู่จะเรียกเ้ามาคุยรายละเอียดกันอีกที” หวงไท่ตบไหล่หลานชายเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปประจำที่
เมื่อฝูงชนเห็นฉากการสนทนาอันใกล้ชิดนั้นความตกตะลึงก็แปรเปลี่ยนเป็ความริษยาร้อนรุ่มทันที! ไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะโว้ยที่จะได้รับความโปรดปรานและเอ็นดูจากยอดฝีมือระดับ ‘ราชันยุทธ์’!ต่อให้เป็สายเืตรงก็เถอะ!
หวงอี้เฟยเห็นฉากลำเอียงนั้นแล้วก็ยิ่งริษยาจนหน้ามืดกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก! ทำไมวะ! ทำไมไอ้พวกเกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองอย่างมันถึงได้ดีไปซะทุกอย่าง!
“ในเมื่อไม่มีปัญหาหรือข้อขัดข้องใดๆแล้ว... ก็ให้เริ่มการประลองยุทธ์ได้!!”
กรรมการเห็นบรรยากาศเริ่มเดือดพล่านจึงชิงจังหวะตวาดก้องให้สัญญาณเริ่มการประลองทันที!
สิ้นเสียงกรรมการหวงอี้เฟยไม่คิดจะรีรอออมมืออีกต่อไป!เขาะเิพลังปราณในตันเถียนอย่างเกรี้ยวกราด ย่อเข่าลงต่ำ โคจรพลัง ‘ธาตุดิน’ด้วยความเร็วสูงสุด มือขวากำด้ามกระบี่แน่นอยู่ในฝักเตรียมพร้อมชัก!
ครืนนนน!!
ชั่วพริบตาเดียว!โดยมีหวงอี้เฟยเป็จุดศูนย์กลาง คลื่น 'แรงโน้มถ่วง' มหาศาลก็แผ่ขยายกดทับลงมากระแทกพื้นสนามครอบคลุมรัศมีห้าสิบเมตรรอบตัว! เื้ัของเขา ปรากฏเงามายาของ 'พญาคชสารแมมมอธ' สีน้ำตาลเข้มั์ตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ กำลังขยายร่างใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆแผ่แรงกดดันสยบฟ้าดินจนผู้ชมรอบสนามแตกตื่นฮือฮา!
“นั่นมัน!‘เคล็ดวิชามวยไทยคชสาร’ นี่นา!? ข้าััได้ถึงออร่าแรงกดทับปฐีอันหนักหน่วงของมันเลย!”
“ไม่ผิดแน่!มีเพียงวิชาระดับ์ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะสามารถควบแน่นปราณมายาได้สมจริงและทรงพลังขนาดนี้!ยิ่งไปกว่านั้น... ดูเหมือนหวงอี้เฟยจะเป็อัจฉริยะของจริง!เขาสามารถดัดแปลงพลิกแพลง ‘เคล็ดวิชาสายหมัดมวย’ ให้กลายเป็ ‘เคล็ดวิชาสายกระบี่’ได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ!”
เหล่าผู้าุโบนอัฒจันทร์ต่างพูดคุยวิจารณ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมชื่นชมการจะดัดแปลงแก่นแท้ของวิชาใดวิชาหนึ่ง โดยเฉพาะวิชาระดับ์นั้นไม่ใช่เื่หมูๆ เลย! มันมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนขั้นสุดต่อให้พวกเขาทุ่มเวลาวิจัยสักสิบปีก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำสำเร็จได้ครึ่งของเด็กคนนี้หรือไม่!
หวงไค่ที่ยืนกอดอกดูอยู่ฝั่งตรงข้ามหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างเบิกบานใจ ดูท่าลานประลองคืนนี้จะกลายเป็เวทีจัดแสดงความยิ่งใหญ่ของหลานชายเขาแต่เพียงผู้เดียว! แรกเริ่มเดิมทีเขาเป็คนมอบคัมภีร์วิชานี้ให้หวงอี้เฟยฝึกั้แ่ตอนอายุ 12 ขวบ! หกปีให้หลังเด็กนั่นก็ฝึกปรือจนทะลุปรุโปร่งถึงขั้นเชี่ยวชาญ และเมื่อค้นพบพร์ที่แท้จริงของตัวเองเขาก็เริ่มนำกระบี่มาผสานเข้ากับเพลงมวย จนเมื่ออายุครบ 25 ปีเขาก็สามารถหลอมรวมแก่นแท้ของวิชาเข้ากับร่างกายได้อย่างสมบูรณ์รังสรรค์ออกมาเป็วิชากระบี่รูปแบบใหม่ที่ร้ายกาจกว่าเดิม!
หวงไค่ปรายตามองไปทางอัครเดชอย่างท้าทาย
(หึ! เป็ไงล่ะ?เบิกตาดูซะ! นี่แหละคือความแตกต่างชั้นฟ้ากับเหวระหว่างอัจฉริยะของจริง กับไอ้ลูกแหง่ไร้ค่าของแก!)
อัครเดชยังคงยืนนิ่งสงบดึงสีหน้าเรียบเฉย ทว่าภายในร่างกาย เขากำลังโคจรพลังปราณเตรียมพร้อมสูงสุด!หากเกิดสถานการณ์วิกฤตพลิกผัน เขาพร้อมจะพุ่งทะยานลงไปขัดขวางและปกป้องลูกชายสุดที่รักทันที!
ทางฝั่งนพเก้า...เขาััได้ถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลกว่า ‘สิบตัน’ ที่กดทับลงมาบนสองบ่า!ทันทีที่พยายามขยับเขยื้อนเรือนร่าง ก็รู้สึกหนืดเหนอะหนะเชื่องช้าราวกับกระดูกจมดิ่งลงไปในบึงโคลนดูดลึก!
ฟ้าววว!!
ชั่วอึดใจต่อมาหวงอี้เฟยตวัดชักกระบี่ออกจากฝักฟาดฟันเฉือนอากาศในแนวทแยงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!เขาตวัดกระบี่ฟันต่อเนื่องไม่ยั้ง ปลดปล่อย ‘ปราณกระบี่รูปจันทร์เสี้ยว’พุ่งแหวกอากาศออกไปถึงเจ็ดสายติดๆ กัน!กะจะไม่เปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายได้กระดิกตัวหลบแม้แต่ครึ่งก้าว!
เมื่อคลื่นปราณกระบี่สายแรกพุ่งทะลวงเข้ามาประชิดตัวนพเก้าตัดสินใจยกท่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กันเพื่อตั้งการ์ดรับการปะทะตรงๆ!
ฉัวะ!!
คมกระบี่กรีดทะลุชั้นิัลึกกินเนื้อเข้าไปถึงหนึ่งนิ้ว! เืสดๆสีแดงฉานสาดกระเซ็นพุ่งกระฉูดออกมาเป็สาย!
“กรี๊ดดดดด!!!”
เมื่อเด็กสาวเห็นแขนของพี่ชายชุ่มโชกไปด้วยเืนางก็กรีดร้องลั่นสนามด้วยความตื่นตระหนก รีบยกมือขึ้นปิดตาแน่นไม่กล้าลืมตาดูภาพสยดสยองตรงหน้านางไม่มั่นใจเลยว่าพี่ชายจะทนรับการโจมตีอันบ้าคลั่งนี้ได้รอดปลอดภัยหรือไม่!
ทว่า... เหตุการณ์หลังจากนั้นกลับเหนือความคาดหมายของทุกคน!
ชั่วพริบตาที่หยาดเืสาดกระเซ็นลอยคว้างอยู่กลางอากาศยังไม่ทันที่หยดเืจะร่วงหล่นแตะพื้น! มันกลับเริ่มเดือดปุดๆควบแน่นและตกผลึกอย่างรวดเร็ว! ก่อนจะแปรสภาพกลายเป็ ‘เคียวมรณะขนาดั์’ สีแดงเืหมูเป็ประกายแวววาวดั่งอัญมณีสีเื!
นพเก้าตวัดคว้าด้ามเคียวโลหิตนั้นไว้มั่นก่อนจะเหวี่ยงฟาดออกไปสกัดกั้นคลื่นปราณกระบี่ที่เหลือทั้งหกสายจนแหลกสลายกลางอากาศ!
ซี้ดดดด!!
ผู้ชมรอบสนามพร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเสียวฟัน!ไอ้เด็กปีศาจคนนี้มันสร้างเื่ประหลาดใจกระแทกตาพวกเขากี่รอบแล้วเนี่ย!นี่มันวิชามารสายมนต์ดำหรือศาสตร์นอกรีตแขนงไหนกันวะ!? ทำไมไม่มีใครหน้าไหนในยุทธภพเคยพบเห็นหรือรู้จักมาก่อน!
สิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายตานับร้อยคู่นี้ไม่ใช่อาคมมายาหรือภาพลวงตาใดๆ แต่มันคือ ‘อสูรโลหิต’ ทักษะขั้นแรกสุดโกงของวิถี‘เพลิงแห่งความละโมบ’! มันคือวิชาที่สามารถใช้พลังควบแน่นแก่นโลหิตเพื่อสรรค์สร้างให้กลายเป็ศาสตราวุธร้ายแรง! พูดให้เข้าใจง่ายๆมันก็คือการอัญเชิญ 'นักรบโลหิต' ให้ออกมาอยู่ในรูปแบบของ ‘อาวุธคู่กาย’ นั่นเอง!
และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น...คือาแฉกรรจ์บนท่อนแขนทั้งสองข้างของนพเก้าเืที่เคยไหลทะลักกลับหยุดสนิทราวกับสั่งได้!ปากแผลสมานตัวประสานกันอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุก!เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนไร้ริ้วรอยราวกับว่าเขาไม่เคยถูกของมีคมฟันาเ็มาก่อนเลยในชีวิต!
นี่แหละคืออานุภาพที่แท้จริงของ 'วิชาหัวใจทศกัณฐ์' ขั้นแรก!‘การฟื้นฟูไร้จุดจบ’! ความสามารถนี้เกิดจากการที่วิถีเพลิงแห่งความละโมบสูบกลืนพลังปราณในตันเถียนมาแปรสภาพเป็ 'แก่นแท้พลังชีวิต'เพื่อใช้ซ่อมแซมฟื้นฟูร่างกายได้ในระดับพื้นฐาน! แม้ในขั้นเริ่มต้นนี้จะยังไม่ถึงขั้นงอกแขนขางอกอวัยวะใหม่ได้แบบปาฏิหาริย์แต่อนุภาพเพียงเท่านี้... ก็ขี้โกงเกินพอที่จะทำให้ศัตรูต้องร้องขอชีวิตแล้ว!
หวงไค่เบิกตากว้างหัวใจเต้นระรัวตึกตัก! ไอ้เด็กเวรนี่มันซุกซ่อนไพ่ตายและความลับวิปริตไว้กี่อย่างกันแน่วะ!
หลังจากปัดป้องการโต้กลับระลอกแรกสำเร็จนพเก้าไม่ได้หยุดพักหายใจ! เขาหมุนควงเคียวมรณะโลหิตในมือซ้ายอย่างชำนาญก่อนจะจุดะเิพลังปราณธาตุไฟอัดเข้าไปจนเคียวลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีชาดแล้วตวัดขว้างมันพุ่งทะยานเข้าใส่หวงอี้เฟยอย่างโเี้!
“บัดซบเอ๊ย!!”
เมื่อหวงอี้เฟยััได้ถึงกลิ่นอายมรณะที่แฝงมากับการโจมตีครั้งนี้เขาก็รีบสลัดรูปแบบตั้งรับทิ้ง แล้วสับเท้าะโหลบเลี่ยงอย่างทุลักทุเลทันที!ต่อให้พลังบ่มเพาะของเขาจะเป็ ‘ธาตุดิน’ที่ขึ้นชื่อเื่พลังป้องกันและความอึดถึกทน แต่สัญชาตญาณดิบในตัวกลับกรีดร้องเตือนว่า...ขืนเอาตัวไปรับเคียวไฟนั่นตรงๆ มีหวังโดนผ่าครึ่งซีกแน่!
เมื่อหวงอี้เฟยขยับตัวหลบหนี‘อาณาเขตแรงโน้มถ่วงปฐี’ ที่เคยกดทับลานประลองก็พลอยเสื่อมสลายหายไปในพริบตา!
สบจังหวะทอง! นพเก้าไม่รอช้าถีบตัวพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วพุ่งกระฉูดดั่งลูกธนูหลุดแล่ง!
“เคล็ดวิชาลับ...รัตนห้าธาตุ!!”
เขาเบิกคลังพลังปราณดูดซับกระแสปราณฟ้าดินรอบตัวมาหลอมรวมกันง้างหมัดซ้ายที่เคลือบแฝงไปด้วยพลังปราณเบญจธาตุทั้งห้า (ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม้)จนเปล่งประกายเจิดจ้า! ก่อนจะชกอัปเปอร์คัตเสยขึ้นฟ้าสุดแรงเกิด!
โฮกกกกก!!
ชั่วพริบตาด้านหลังของชายหนุ่มก็บังเกิดภาพมายาของ ‘พญาคชสารวัชระ’ ลำตัวประกอบขึ้นจากผลึกแก้วใสส่องประกายวาววับมันชูงวงคำรามลั่นก่อนจะใช้เขี้ยวแก้วอันแหลมคมขวิดเสยร่างของหวงอี้เฟยให้ลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศ!
หวงอี้เฟยที่เพิ่งะโหลบเคียวโลหิตมาได้หวุดหวิดเท้ายังไม่ทันจะแตะถึงพื้นดินก็ถูกพลังโจมตีมหาศาลกระแทกอัดเข้าเต็มเปาแบบไม่ให้ตั้งตัว!เขี้ยวผลึกแก้วของพญาคชสารทิ่มทะลวงเข้าที่กลางหน้าท้องของเขาอย่างจัง!แรงกระแทกส่งร่างของเขาลอยปลิวคว้างขึ้นไปสูงกว่าสิบเมตร ราวกับตุ๊กตาเศษผ้าขาดๆ!
“อั๊คคค!!”
การโจมตีเพียงหมัดเดียวส่งผลให้กระดูกแขนซ้ายของหวงอี้เฟยแตกร้าวละเอียด! ซี่โครงหักสะบั้นไปถึงสี่ซี่!
แต่ฝันร้ายของเขายังไม่จบเพียงแค่นั้น!ขณะที่ร่างของเขากำลังลอยเคว้งไร้ทางหนีอยู่กลางอากาศ... ‘เคียวเพลิงโลหิต’ที่นพเก้าขว้างพลาดไปเมื่อครู่ มันกลับตีโค้งบินว่อนกลับมาโฉบอยู่ด้านหลังของเขาดั่งบูมเมอแรง!ราวกับมันมีจิติญญาและความคิดเป็ของตัวเองสามารถรับรู้และปฏิบัติตามคำสั่งของเ้านายได้อย่างสมบูรณ์แบบ!นี่คือคุณสมบัติสุดสยองของ ‘นักรบโลหิต’ ที่แปลงกายเป็อาวุธแต่ยังคงรักษาสัญชาตญาณนักฆ่าไว้ครบถ้วน!
หวงอี้เฟยััได้ถึงจิตสังหารที่จ่อรดต้นคอเขารีบฝืนพลิกตัวกลางอากาศ รีดเค้นพลังธาตุดินเฮือกสุดท้ายขึ้นมาเคลือบกระบี่หวังจะปัดป้องการลอบโจมตีจากด้านหลัง!
ทว่า... โดยไม่มีใครคาดฝัน!เคียวเพลิงโลหิตเล่มั์กลับแตกตัวออก แปรรูปกลายเป็ ‘กระบี่โลหิต’ขนาดกะทัดรัดสี่เล่ม!พวกมันพุ่งทะยานเข้าเสียบแทงร่างของหวงอี้เฟยจากสี่ทิศทางพร้อมกัน!
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!!
กระบี่โลหิตเสียบทะลุหัวไหล่, สีข้าง, ท่อนแขน,และท่อนขาของหวงอี้เฟยจนเืสาดกระเซ็น!ร่างของเขาถูกตรึงกลางอากาศด้วยคมกระบี่สีเื ในสายตาของผู้ชมรอบสนาม สภาพของเขาตอนนี้ดูไม่ออกเลยว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายห่าไปแล้ว!
“หยุดการประลองเดี๋ยวนี้!!”
การโจมตีพลิกแพลงที่รวดเร็วและโเี้นี้อยู่เหนือความคาดหมายของกรรมการตัดสินไปไกลลิบ! เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าไอ้เด็กอมมือที่เพิ่งอยู่แค่ขั้นหลอมศิลา จะมีวิชาลึกล้ำถึงขั้นควบคุมอาวุธระยะไกลได้อย่างอิสระราวกับมีตาทิพย์!ตามสามัญสำนึกของจอมยุทธ์ การจะทำเื่อัศจรรย์แบบนี้ได้ ต้องเป็ผู้ที่บรรลุถึง‘ขอบเขตรู้แจ้ง’ ขึ้นไปเท่านั้น!
กรรมการรีบพุ่งทะยานทะลุขึ้นไปกลางอากาศคว้าจับร่างของหวงอี้เฟย—ที่สลบเหมือดคาอากาศไปแล้วด้วยความเ็ปแสนสาหัส—ร่อนลงจอดบนพื้นอย่างนุ่มนวลเขาเร่งแผ่ััปราณตรวจสอบสภาพร่างกายของคนเจ็บเมื่อพบว่าาแไม่ได้ทะลวงโดนจุดตายหรืออวัยวะสำคัญเขาก็ลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกก่อนจะรีบะโเรียกทีมแพทย์ฉุกเฉินประจำตระกูลให้เข้ามารับ่ต่อ
กรรมการหนุ่มหันไปจ้องมองชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่บนลานประลองด้วยแววตาชื่นชมและยำเกรงก่อนจะประกาศก้องกังวาน!
“ผู้ชนะการประลอง...นพเก้า!!”
“อี้เฟย!! ลูกพ่อ!!เ้าเป็อะไรมากรึเปล่าลูก!!”
พ่อของหวงอี้เฟยรีบวิ่งถลาเข้ามาดูอาการลูกชายที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเปลหามสภาพเือาบเมื่อเห็นว่าลูกชายสลบไสลไม่ได้สติเขาก็เงยหน้าขึ้นมาถลึงตาจ้องมองนพเก้าด้วยความเคียดแค้นชิงชังปานจะกินเืกินเนื้อ!
“ไอ้เด็กเดรัจฉาน!!จิตใจมึงมันทำด้วยอะไรถึงได้อำมหิตผิดมนุษย์มนาขนาดนี้!!นี่มันก็แค่การประลองยุทธ์กระชับมิตรในครอบครัวนะโว้ย! ท่านผู้นำ!!ข้าขอคัดค้านหัวชนฝา!ข้าไม่เห็นด้วยเด็ดขาดที่จะแต่งตั้งให้คนที่มีจิตใจโเี้วิปริตแบบมันขึ้นมาเป็ผู้สืบทอดตระกูล! พวกเราไม่มีวันก้มหัวยอมรับผู้นำอำมหิตเช่นนี้เด็ดขาด!!”
หวงไค่ยืนฟังคำบริภาษนั้นด้วยสีหน้ามืดครึ้มเขาไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยแม้แต่ครึ่งคำ ทำเพียงแค่ยืนไพล่มือไว้ด้านหลังและกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบด้วยความเจ็บใจ!
“หุบปากซะ!!”
อัครเดชตวาดลั่นเสียงดังกังวาน!น้ำเสียงไม่ได้ดังกึกก้องประหลาดฟ้า แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งกระแทกเข้าใส่จิตใจของทุกคนในลานประลอง!ทำให้บรรดาคนปากหอยปากปูทั้งหลายต้องรีบหุบปากเงียบกริบราวกับเป่าสากไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ!
“ตอนนี้...การต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าได้จบลงแล้ว! ผลแพ้ชนะก็ปรากฏชัดเจนต่อสายตาทุกคน! พวกเ้ายังจะมีหน้ามาร้องแรกแหกกระเชอเรียกร้องอะไรอีกล่ะฮึ!?พวกเ้าไม่มีศักดิ์ศรีของยอดคนเหลืออยู่บ้างเลยหรือไง!?”
เหล่าผู้ชมรอบสนามที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างก็รู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดของท่านผู้นำพวกเขามองว่าข้อเรียกร้องของฝั่งหวงไค่นั้น เป็เื่งี่เง่าและงอแงเหมือนเด็กแพ้แล้วพาล!
กฎของการประลองยุทธ์คือเื่คอขาดบาดตาย!เมื่อก้าวขึ้นลานประลองแล้ว หากมีใครพลาดพลั้งาเ็หรือพิการก็ต้องโทษที่ฝีมือตัวเองอ่อนหัดสู้เขาไม่ได้!หรือต่อให้พลาดพลั้งพลั้งมือฆ่ากันตายคาสนาม ตระกูลก็มีกฎระเบียบและบทลงโทษรองรับไว้อยู่แล้วขึ้นอยู่กับการพิจารณาไต่สวนระดับความรุนแรงตามเนื้อผ้า!จะมาโวยวายเอาชนะทีหลังมันใช่เื่ที่ไหน!
หวงไค่แค่นเสียงเ็าในลำคอเขารู้ดีว่ายิ่งปล่อยให้ฝ่ายตัวเองแหกปากโวยวายมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งประจานความพ่ายแพ้และกลายเป็ตัวตลกให้คนอื่นสมเพชมากเท่านั้น!
ทว่า...ในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปากสั่งให้คนของตนหุบปากเพื่อควบคุมสถานการณ์นพเก้ากลับเป็ฝ่ายชิงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท!
“ท่านลุงหวงจ้าน...ท่านกำลังเพ้อเจ้อเื่อะไรอยู่หรือขอรับ? ที่ท่านกล่าวหาว่าข้าลงมือโเี้อำมหิตน่ะ...ท่านเอาตาตุ่มข้างไหนมองไม่ทราบ? การโจมตีของข้าเมื่อครู่...ข้าจงใจเล็งเป้าหมายจำกัดวงความเสียหายไว้แค่ 'าแภายนอก'ร่างกายเท่านั้นนะ! หากให้ทีมแพทย์รักษาพยาบาลตามขั้นตอนมาตรฐานนอนพักฟื้นแค่สัปดาห์เดียวก็หายขาดแล้ว! หรือถ้าท่านยอมควักกระเป๋าป้อนยาวิเศษเกรดพรีเมียมให้เขาสักหน่อย...รับรองว่าแค่นอนพักสามวัน เขาก็ลุกขึ้นมาวิ่งเตะปี๊บดังได้ตามปกติแล้วล่ะ!”
นี่คือความจริงแท้แน่นอน!สาเหตุที่นพเก้าออมมือไว้ไม่ออกแรงบดขยี้ให้แหลกคาตีนก็เห็นแก่หน้าว่าเป็สายเืคนในตระกูลเดียวกัน!หากเป็ศัตรูคู่อาฆาตจากภายนอกล่ะก็...ป่านนี้เขาจับฉีกร่างกระชากิญญาสับเป็ชิ้นๆ โยนให้หมากินไปนานแล้ว!
“ที่เด็กนั่นพูดมา...เป็ความจริงทุกประการครับท่านหวงจ้าน การโจมตีทั้งหมดของนพเก้า... ล้วนเฉียดผ่านไม่ได้สร้างความบอบช้ำหรือส่งผลกระทบใดๆ ต่อเส้นลมปราณหลักหรืออวัยวะสำคัญภายในของหวงอี้เฟยเลยแม้แต่น้อย หากท่านไม่เชื่อใจข้า...ท่านสามารถเชิญหมอประจำตระกูลมาตรวจพิสูจน์ดูด้วยตัวเองได้เลยครับ”
จังหวะนี้แม้แต่กรรมการตัดสินที่เป็คนกลาง ก็ยังต้องเอ่ยปากเป็พยานเข้าข้างฝั่งของนพเก้า!ในเมื่อผลงานและอนาคตมันฉายแววเจิดจรัสขนาดนี้ คนฉลาดอย่างเขาย่อมต้องรีบเลือกฝั่งยืนและประจบสอพลอว่าที่ผู้นำคนใหม่ไว้แต่เนิ่นๆ สิถึงจะอยู่รอดปลอดภัย!
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากกรรมการและเห็นสายตาสมเพชเวทนาจากคนรอบข้างหวงจ้านก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี! เขาไม่มีหน้าจะยืนทนแบกรับสายตาเยาะเย้ยอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกหวงจ้านและตาเฒ่าหวงไค่ จึงทำได้เพียงกัดฟันกลืนเื สั่งให้คนหามเปลลูกชายแล้วพากันเดินหนีจากไปอย่างเงียบๆ และอัปยศที่สุด!
“ลูกเก้า... ดูท่าเ้าจะซุกซ่อนไพ่ตายและความลับวิเศษไว้เยอะแยะมากมายเชียวนะเนี่ย”
อัครเดชเดินเข้ามาตบไหล่ลูกชายเบาๆเอ่ยหยอกล้อด้วยแววตาพราวระยับ ลึกๆแล้วเขาก็แอบสงสัยในที่มาของทักษะการต่อสู้สุดพิสดารเ่าั้แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ
“ฮ่าๆๆ... ท่านพ่อก็ชมเกินไปข้าก็แค่... มีโชคช่วยหนุนนำนิดหน่อยเองครับ!”
นพเก้าทำเพียงหัวเราะร่วนกลบเกลื่อนหากผู้เป็พ่ออยากรู้ความลับ์ของเขาจริงๆ เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะเปิดเผยให้ท่านรับรู้เมื่อถึงเวลาอันควรและเหมาะสมที่สุด
เมื่อกรรมการหนุ่มได้ยินคำตอบนั้นมุมปากของเขาก็ลอบกระตุกยิกๆ... (ไอ้คุณชาย! ท่านไม่คิดบ้างหรือไงวะ... ว่าไอ้คำพูดถ่อมตัวปลอมๆ ของท่านน่ะมันยิ่งฟังสวนทางกับการกระทำและดูโอหังอวดดีจนคนฟังอยากจะะโเตะก้านคอให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!)
เมื่อมหรสพฉากใหญ่รูดม่านปิดฉากลงฝูงชนที่หมดเื่บันเทิงก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันกลับที่พักหลงเหลือเพียงครอบครัวพ่อแม่ลูกยืนปรับความเข้าใจกันนพเก้ายืนคุยเล่นไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกับครอบครัวอยู่พักใหญ่ก่อนจะขอตัวปลีกวิเวกกลับไปพักผ่อนที่ห้องนอนส่วนตัวของเขา
ฟู่!
ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงหนานุ่ม...นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้ัักับเตียงนอนหรูหรานุ่มสบายระดับนี้!วันนี้เป็วันที่ยาวนานและสูบพลังชีวิตไปมหาศาลเขาเผชิญหน้ากับเื่ราววุ่นวายมาตลอดทั้งวัน จนร่างกายและจิตใจล้าไปหมด ทว่า...ดวงตากลับเบิกโพลงสว่างไสว สมองยังคงตื่นตัวจนข่มตาหลับไม่ลง!
เขานึกขึ้นได้ จึงลองเปิดหน้าต่างระบบ‘ช่องทรัพยากร’ ขึ้นมาเช็กสถานะของ ‘ผลกายาสถิต’... เวลาบนหน้าจอยังคงนับถอยหลังเหลืออีกราวๆ 17 ชั่วโมงกว่าระบบจะทำการโคลนนิ่งผลไม้วิเศษนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งลูก
“ระบบ...ข้า้าใช้สิทธิ์เปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘อธิษฐานสมบัติมงคล’... แบบสุ่มฟรี 10ครั้งรวด!”
ณ ปัจจุบันด้วยของรางวัลจากการทำภารกิจและทำลายสถิติบ้าบอเขามีโควตาช่องทรัพยากรอยู่ในถึง 45 ช่อง! โดยถูกใช้งานไปเพียง 5 ช่องยังเหลือพื้นที่ว่างให้ถลุงเล่นอีกตั้ง 40 ช่อง!ในฐานะที่ตอนนี้ถือคติเป็ ‘มหาเศรษฐีหน้าใหม่’ เขาวางแผนไว้แล้วว่าจะกวาดต้อนสุ่มกาชาเอาของมีค่าระดับเทพๆ มาอุดช่องว่างเ่าั้ให้เต็มคลัง!และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา... เขาจึงกดปุ่มเปิดตู้สุ่มกาชาทันที!
[ติ๊ง~ ระบบกำลังดำเนินการ: เปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘อธิษฐานสมบัติมงคล’!]
สิ้นเสียงแจ้งเตือนไร้อารมณ์ของระบบสติสัมปชัญญะของนพเก้าก็ถูกดูดวูบ! จิตใต้สำนึกของเขาถูกเคลื่อนย้ายทะลุมิติเข้าสู่พื้นที่เอกเทศอันเวิ้งว้างว่างเปล่า!
เบื้องบนคือแผ่นฟ้าสีครามสดใสกว้างใหญ่ไพศาลจนมองไม่เห็นเส้นขอบฟ้า...เบื้องล่างคือพื้นผิวเรียบเนียนราวกับกระจกเงาบานั์ ที่สะท้อนภาพเงาของตัวเขาเองได้อย่างคมชัด
ฟิ้ววววว!!!
ทันใดนั้นท้องฟ้าเบื้องบนก็เกิดการสั่นะเืเลื่อนลั่น!ชั้นเมฆหนาทึบถูกพลังงานลึกลับบางอย่างทะลวงเจาะจนเป็รูโหว่ทรงกลมขนาดมหึมา!ตามมาด้วย ‘ดาวหาง’ แสงสีรุ้งจำนวนสิบดวงพุ่งแหวกอากาศตกลงมาเบื้องหน้าของเขาด้วยความเร็วปานอุกกาบาต!
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เมื่อดาวหางทั้งสิบดวงพุ่งชนกระทบพื้นกระจกมันก็ะเิแสงสว่างวาบเจิดจ้าจนนพเก้าต้องหยีตาหลบ! เมื่อแสงสว่างจางลง...ปรากฏการณ์ตรงหน้าก็เลือนหายไป สิ่งที่หลงเหลือทิ้งไว้คือหน้าต่างโฮโลแกรมสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ภายในบรรจุ ‘การ์ดไอเทม’สิบใบเรียงต่อกันเป็ตับ!
ในฐานะโอตาคุที่เคยผ่านสมรภูมิเกมกาชามาอย่างโชกโชนนพเก้าเพียงปรายตามองปราดเดียวก็เข้าใจระบบแบ่งเกรดความแรร์ของไอเทมได้ทะลุปรุโปร่ง!
การสุ่มสิบโรลครั้งแรกของเขา...กวาดมาได้ การ์ดสีทอง 1 ใบ... การ์ดสีม่วง 2 ใบ...และ การ์ดสีเขียว (เกลือ) อีก 7 ใบ! ดูท่าโชคเปิดบิลแรกของเขาจะมือขึ้นไม่เบา!สงสัยออร่าความเฮงจากการได้ผลกายาสถิตมาครอง จะยังไม่หมดโปรโมชันง่ายๆ แฮะ!
นพเก้ากลืนน้ำลายดังเอื้อกมือไม้สั่นระริกขณะค่อยๆ เอื้อมนิ้วไปแตะที่หน้าต่างโฮโลแกรมสี่เหลี่ยมตรงกลาง...ซึ่งเป็ตำแหน่งของ ‘การ์ดระดับสีทอง’ เพื่อเปิดดูหน้าตาสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ภายใน...ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ก็เด้งพรวดขึ้นมาแสดงผลทันที!