ภายในจวนวุ่นวายตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนเช้า องครักษ์เงาสับเปลี่ยนเวรช้ากว่าปกติ
ทหารประจำจวนกับองครักษ์ของไท่ซ่างหวงหน้าเคร่งเครียด คนร้ายบุกเข้ามาในจวนแต่ไม่สามารถจับตัวได้ ระบบรักษาความปลอดภัยของจวนอ๋องตกต่ำหรือว่าผู้ที่บุกรุกเข้ามานั้นมีฝีมือเหนือมนุษย์กันแน่
หลี่หยวนพยายามคิดหาวิธีรับมือ ขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปบุตรชายต้องตกอยู่ในอันตราย
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแท้จริงแล้วผู้ที่บุกรุกมิได้มีฝีมือร้ายกาจและระบบรักษาความปลอดภัยของจวนมิได้ตกต่ำแต่อย่างใด องครักษ์เงาทำได้เพียงมองการกระทำของบุตรบุญธรรมผู้เป็นนายด้วยความสงสัย แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าดรุณีที่ถูกท่านอ๋องรับเป็นบุตรบุญธรรมเหตุใดถึงต้องมาแอบดูไท่ซ่างหวง
เกิดความสงสัยไปก็เท่านั้นพวกเขามีหน้าที่รักษาความปลอดภัยมิได้มีหน้าที่สืบเรื่องของเจ้านายจึงปล่อยให้เรื่องดำเนินไป ถ้าไม่เกิดเหตุร้ายแรงพวกเขาจะไม่แสดงตัว
เรือนเหลียนฮวาเปิดต้อนรับเผยเยี่ยนตั้งแต่เช้า ดอกบัวชูช่อเด่นอยู่กลางสระ ดึงดูดสายตาของชายชราได้เป็นอย่างดี
จ้าวลู่ชิงรีบเดินมายังศาลาพร้อมกับซูเซียง นางเพิ่งตื่นอี้หมัวมัวก็รีบมารายงานว่าท่านอาจารย์มารอพบ
“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ ลู่ชิงขอให้ท่านอาจารย์มีอายุยืนยาวดุจดั่งขุนเขาทางใต้ สุขไหลหลั่งดุจดั่งทะเลตะวันออก” ย่อกายคารวะผู้มีพระคุณของนางอีกคน
เพื่อให้คุณหนูกับท่านเผยสนทนากันได้สะดวก ซูเซียงจึงถอยหลังออกไปยืนรออยู่แถวสะพานอย่างรู้หน้าที่ ท่านเผยมาขอพบคุณหนูตั้งแต่เช้าเช่นนี้ย่อมมีเรื่องด่วน
“เจ้ากำลังทำอันใดอยู่” สิ่งที่เห็นเมื่อคืนทำให้เผยเยี่ยนนอนไม่หลับ ทั่วทั้งจวนวุ่นวายเพราะหาตัวผู้บุกรุก ทว่าผู้ที่ให้ความช่วยเหลือก็คือลูกศิษย์ของตน
“ทำในสิ่งที่สมควรทำเจ้าค่ะ”
“สิ่งที่สมควรทำ?” เผยเยี่ยนครุ่นคิด “นางคือใคร?” เรื่องนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่ ลูกศิษย์ผู้ที่ระวังตัวอยู่เสมอถึงได้ตัดสินใจให้การช่วยเหลือ
จ้าวลู่ชิงไม่สามารถปิดบังอาจารย์ผู้เฉลียวฉลาดได้ จึงบอกเล่าสิ่งที่พบเจอให้ท่านฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จนนางเคร่งเครียดทั้งคืน ที่ปรึกษาของนางคือชายชราที่อยู่ตรงหน้า
เผยเยี่ยนมีสีหน้าเคร่งเครียดตาม ตาแก่จ้าวเฉิงกล้าเอาสกุลจ้าวเข้าไปเสี่ยงได้อย่างไร พอลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็สามารถเชื่อมโยงทุกอย่างได้อย่างกระจ่าง
จ้าวลู่ชิงใช้เวลาเกือบชั่วยามพูดคุยปรึกษากับเผยเยี่ยนในเรื่องที่ค้นพบด้วยความบังเอิญ
ห้องทางทิศตะวันตกของเรือนเหลียนฮวา มีเหมียนเหมียนที่เพิ่งรู้สึกตัวนั่งอยู่บนเตียง เหตุการณ์เมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง นางลุกขึ้นไปนั่งอยู่หน้าคันฉ่อง ดวงตานางบวมแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง
เมื่อคืนนางเกือบถูกองครักษ์ของไท่ซ่างหวงจับได้ แต่มีคนมาช่วยเอาไว้ได้ทัน แม้จะมีความมืดเป็นอุปสรรคในการมองเห็นแต่นางจำเสียงของคนที่ช่วยนางเอาไว้ได้
“เจ้าตื่นแล้วหรือ”
จ้าวลู่ชิงเดินเข้ามาในห้องเพียงผู้เดียว หน้าห้องมีซูเซียงเฝ้าอยู่ ทางด้านหลังมีซูเจิน ส่วนบนหลังคามีโม่เอินคอยรักษาความปลอดภัย
เหมียนเหมียนพยักหน้า “เจ้าช่วยข้าทำไม” นั่งนิ่งรอคอยคำตอบ เล็บจิกเข้าหากันจนเกิดรอย
“เจ้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก” จ้าวลู่ชิงกล่าวเสียงแข็ง
เหมียนเหมียนก้มหน้ามองปลายเท้า ไม่กล้าโต้ตอบกลับ ความเงียบคือสิ่งกดดันให้นางหายใจไม่สะดวกจึงเปิดปากถามออกไปด้วยความกลัว
“เจ้ารู้จักข้า?”
“เหตุใดข้าจะไม่รู้จักเจ้า เมื่อวานเจ้าเป็นคนบอกเองมิใช่หรือว่าชื่อเหมียนเหมียน เป็นบุตรบุญธรรมของท่านอ๋อง” จ้าวลู่ชิงใช้น้ำเสียงและสายตาย้ำเตือนเหมียนเหมียนอีกครั้ง
“ไม่! เจ้ารู้ว่าข้าคือใคร” เหมียนเหมียนถลาเข้าไปจับมือจ้าวลู่ชิง ใบหน้างามอาบไปด้วยน้ำตา “เจ้าต้องช่วยข้าทวงคืนความยุติธรรม” นี่คือว่าที่หวังเฟย หากอนาคตนางอยากมีตำแหน่งที่สูงส่งขึ้นไปอีกก็ต้องร่วมมือกับตน
จ้าวลู่ชิงสะบัดมือออก นางผลักเหมียนเหมียนให้นั่งลงบนเก้าอี้ดังเดิม มือกดไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้แน่น ก่อนจะกระซิบเตือน
“เจ้าไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมได้”
“เหตุใดข้าจะไม่สามารถทำมันได้” เหมียนเหมียนจิกเล็บบนแขนจ้าวลู่ชิงเพื่อให้นางปล่อยมือจากไหล่
จ้าวลู่ชิงกดไหล่เหมียนเหมียนแรงกว่าเดิมเพื่อเรียกสติ “ข้าบอกว่าเจ้าไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมได้ แต่มิได้หมายความว่าจะไม่มีหนทาง เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาเท่านั้น”
เหมียนเหมียนเจ็บไหล่เหมือนกระดูกแตกเป็นเสี่ยง หยุดจิกเล็บลงบนแขนจ้าวลู่ชิงทันทีเมื่อนางบอกว่าสามารถทวงคืนความยุติธรรมได้
“เจ้าฟังข้าให้ดี” จ้าวลู่ชิงมีใบหน้าที่จริงจังจนน่ากลัวอย่างนี้เป็นครั้งแรก “ผู้ที่จะล้างมลทินให้บิดาเจ้าได้ คือบุตรชายของเจ้าเท่านั้น”
“เหตุใดต้องรอนานขนาดนั้น ข้ารอไม่ไหว กว่าจะถึงวันนั้นข้าต้องถูกความโกรธแค้นกัดกินตายเสียก่อน เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าต้องทุกข์ทนอยู่กับฝันร้ายทุกคืน”
เหมียนเหมียนไม่ยินยอม นางมีแววตาอาฆาตแค้นราวกับลูกไฟที่พร้อมจะทำลายผู้ที่ทำให้นางตกอยู่ในสภาพที่เป็นอยู่
“เจ้านึกถึงแต่คนตาย เหตุใดไม่นึกถึงคนที่ยังมีชีวิตอยู่” จ้าวลู่ชิงโกรธจนตาแทบถลนออกจากเบ้า
“รู้หรือไม่ เพื่อช่วยเจ้าแล้วท่านอ๋องต้องเสี่ยงเพียงใด เจ้าก็เห็นว่าทุกวันนี้เขาเหมือนคนที่กำลังเดินอยู่บนปากเหวลึก มีคนพร้อมจะดึงเขาให้ตกลงไปทุกเมื่อ”
“เจ้ามันเห็นแก่ตัว!” จ้าวลู่ชิงต่อว่าด้วยนำ้เสียงเยือกเย็น
“เจ้าไม่ได้ยืนอยู่ในจุดเดียวกับข้า จะเข้าใจอะไร” เหมียนเหมียนโต้เถียง
จ้าวลู่ชิงแทบอยากตบหน้านางให้คว่ำ “มันก็จริงที่ตอนนี้ข้าไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับเจ้า แต่ถ้าเจ้ายังโง่เง่าอยู่อย่างนี้ สักวันข้าอาจได้ยืนอยู่จุดเดียวกับเจ้า ใจร้อนอยากทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนในครอบครัว แต่ไม่ถึงนึกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ อีกกี่ชีวิตที่ต้องจบลงถ้ามีคนรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่”
เหมียนเหมียนดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลกับความโหดร้ายที่นางพบเจอมาในอดีต
“เจ้าฟังข้าให้ดี ผู้ที่จะล้างมลทินได้มีเพียงบุตรชายของเจ้าเท่านั้น” ย้ำอีกครั้งเพื่อให้นางสลักลงไปในใจ
“ไม่! เดรัจฉานอย่างนั้นไม่สมควรเป็นใหญ่ มีผู้ที่เหมาะสมเป็นใหญ่ยิ่งกว่า” เหมียนเหมียนไม่ยินยอมปล่อยให้คนที่ทำร้ายครอบครัวนางอยู่ดีมีสุข
“สิ่งที่เจ้าคิดนั้นโง่เง่ายิ่งนัก ความคิดกับความเป็นจริงต่างกันราวผืนพสุธากับท้องนภา เจ้าอยากให้ท่านอ๋องตายโดยเร็วหรืออย่างไร” จ้าวลู่ชิงกระซิบเสียงแผ่วเบาทว่าเหมียนเหมียนได้ยินเต็มสองหู
“เดรัจฉานนั่นจะทำอะไรได้ ท่านอ๋องสร้างคุณูปการในด้านการทำศึกสงครามเพื่อปกป้องแคว้นจนชาวบ้านนับถือ สิ่งนี้ถือเป็นเกราะป้องกันชิ้นดีที่สามารถใช้ป้องกันตนเอง ราษฎรทั่วแคว้นต้องเห็นด้วยกับการที่เขาจะขึ้นเป็นใหญ่แทนคนชั่วช้า” เหมียนเหมียนยืดอกมั่นใจในความคิดของตนเอง
“เจ้าเอาสมองตนเองไปแลกเปลี่ยนกับสมองหมูมาหรืออย่างไร” จ้าวลู่ชิงเอ่ยลอดไรฟัน
“เจ้าคาดการณ์ผิดแล้ว คุณงามความดีสามารถล้มล้างได้เพียงชั่วข้ามคืน สิ่งที่สามารถทำให้ท่านอ๋องยังมีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้คือไท่ซ่างหวงต่างหากล่ะ
นั่นคือเสาหลักใหญ่ที่คุ้มครองท่านอ๋องเอาไว้ เมื่อไหร่ที่สิ้นไท่ซ่างหวงข้าไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ดังนั้นเจ้าอย่าได้เป็นชนวนเร่งให้เกิดการนองเลือดเด็ดขาด เจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือว่าการบิดเบือนข้อเท็จจริงนั้นง่ายเพียงใด ตัวอย่างก็มีให้เห็นเหตุใดถึงไม่คิดให้รอบครอบ”
เหมียนเหมียนปิดหน้าร้องไห้ “ความแค้นเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ข้ามีชีวิตอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้ล้างแค้นข้าจะมีชีวิตทนทุกข์ทรมานไปเพื่ออะไร”
“ข้าบอกกับเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ผู้ที่จะล้างมลทินให้เจ้าได้คือบุตรชายของเจ้า หากไม่เชื่อเชิญเจ้าไปตายเพียงลำพังอย่าดึงคนที่เสี่ยงช่วยเจ้าให้มีชีวิตรอดไปตายด้วย เจ้าไม่รู้หรอกว่ามีผู้คนมากมายเพียงใดต้องจบชีวิตลงถ้าเจ้ากระทำการสิ้นคิด”
จ้าวลู่ชิงมิได้คิดว่าตนเองใจร้ายที่ไล่ให้เหมียนเหมียนไปตายเพียงลำพัง เพียงแค่สกุลนางสกุลเดียวมีกี่ชีวิตที่ต้องจบลงถ้าเกิดพลาดขึ้นมา ผู้ใดไม่รักชีวิตบ้าง นางไม่ยินยอมให้ครอบครัวตนเองต้องถูกสังหารและตราหน้าว่าเป็นกบฏอย่างแน่นอน
“เจ้าจงใช้ชีวิตให้ดีเพื่อรอโอกาส แม้ว่ามันจะใช้เวลานานไปสักหน่อยก็ไม่เป็นไร ข้าเชื่อว่าต้องมีสักวันที่เจ้าจะล้างมลทินให้กับครอบครัวได้”
“ข้าจะสามารถล้างมลทินให้กับครอบครัวได้จริงหรือ?” เหมียนเหมียนเหมือนจะหายใจไม่ออก ความวิตกกังวลทำให้นางเครียดจนแทบหายใจมิออก
จ้าวลู่ชิงช่วยปลอบให้นางผ่อนคลาย ตอนนี้ราชสำนักเต็มไปด้วยคนของหลี่ซื่อหมิน แม้กระทั่งบิดเบือนให้ร้ายพี่ชายเพื่อให้ตนเองขึ้นครองบัลลังก์อย่างชอบธรรมก็ทำมาแล้ว
นางรู้ว่าเหมียนเหมียนเจ็บปวดกับความอยุติธรรมที่ครอบครัวได้รับ ทว่าผู้ที่เจ็บปวดกว่าน่าจะเป็นไท่ซ่างหวงที่ไม่สามารถทำอันใดได้ ทำได้เพียงมองบุตรชายตนเองใส่ร้ายพี่น้องคลานตามกันออกมา
มันเป็นเรื่องปกติ ต้องการเป็นใหญ่ก็ต้องทำประวัติตนเองให้ชอบธรรมเพื่อไม่ให้ด่างพร้อย
จ้าวลู่ชิงยืนเป็นหลักให้เหมียนเหมียนโอบกอดเอวเพื่อระบายความเจ็บปวดที่ได้รับ จวิ้นจู่ผู้นี้ชีวิตช่างน่าสงสารเสียจริง ผู้คนต่างคิดว่านางและมารดาตายในกองเพลิง
ยกมือลูบหลังเพื่อปลอบประโลม “จงใช้ชีวิตต่อให้มีความสุข สักวันโอกาสจะเป็นของเจ้า อย่าเร่งรีบจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มิเช่นนั้นมันจะเป็นตราบาปติดตัวเจ้าไปจนตาย”
เหมียนเหมียนพยักหน้ารับฟัง แท้จริงแล้วนางอายุมากกว่าจ้าวลู่ชิงหนึ่งปี เสด็จอาปลอมแปลงประวัตินางขึ้นมาใหม่ ซุกซ่อนนางอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า บิดาของนางคือทหารที่เสียชีวิตในระหว่างทำสงคราม นางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาจากที่นั่น มีเพียงเสด็จอาที่แวะไปเยี่ยม
“เจ้าจำเอาไว้ให้ดีว่าตนเองคือเหมียนเหมียน ตัวตนในอดีตโยนทิ้งไปก่อน ตอนนี้เจ้าคือเหมียนเหมียน เข้าใจหรือไม่”
เหมียนเหมียนพยักหน้า เสด็จอาเคยบอกนางว่าเขาจะเป็นคนล้างมลทินให้เสด็จพ่อของนางเอง แต่นางใจร้อนอยากให้เดรัจฉานอย่างหลี่ซื่อหมินถูกธรณีสูบแล้วให้เสด็จอาขึ้นนั่งบัลลังก์แทน
ถ้อยคำของจ้าวลู่ชิงทำให้นางเชื่อถือ เหตุใดสตรีนางนี้ถึงได้ดูเด็ดเดี่ยวและมีความคิดที่รอบครอบนักนะ นางเหมาะที่จะยืนเคียงข้างเสด็จอาเป็นอย่างยิ่ง
ใช่แล้ว! นางต้องมีชีวิตอยู่ ถ้าในรุ่นของนางล้างมลทินให้บิดาไม่ได้ บุตรของนางก็รับหน้าที่ต่อ แม้ไม่สามารถล้างมลทินได้ทั้งหมดนางก็จะพยายามทำมัน
เหมียนเหมียนตัวเกร็งเมื่อเห็นภาพมารดาที่อยู่ในกองเพลิงผุดขึ้นมาในความทรงจำ เพื่อช่วยรักษาชีวิตนางแล้วมารดาและข้าทาสบริพารที่จงรักภักดีต้องจบชีวิตในกองเพลิง
“เหมียนเหมียน!”
“ซูเซียง!” จ้าวลู่ชิงรีบเรียกซูเซียงที่ยืนอยู่หน้าห้องให้มาช่วย
เหมียนเหมียนถูกภาพในอดีตหลอกหลอนทำให้ตัวเกร็งจนชัก ถ้าไม่ได้จ้าวลู่ชิงประคองเอาไว้คงตกเก้าอี้หัวฟาดพื้น
จ้าวลู่ชิงรีบช่วยรักษาอาการอย่างเร่งด่วน
ซูเซียงที่เข้ามาเห็นยังตกใจแต่นางสามารถตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว คอยเป็นลูกมือช่วยเหลือผู้เป็นนาย