ในวังหลวงอันเงียบสงัดยามค่ำคืนดั่งดวงใจที่ถูกบดขยี้ด้วยพันธนาการแห่งชะตา ดอกบัวขาวที่ถูกพายุฝุ่นพัดพายังคงสั่นไหวด้วยหยาดน้ำค้างแห่งราคะแรกแย้ม ผู้ใดล่วงล้ำย่อมถูกไฟปรารถนากลืนกินทั้งกายและิญญา แต่ความใกล้ชิดยิ่งลึกซึ้งชะตาก็ยิ่งพันร้อยใยที่ไม่อาจถอนราก...
ราคะแห่งราชวงศ์ (TheLotus of Forbidden Fate)
“ดอกบัวขาวต้องห้าม...ถูกหยกอันตรายด้วยราคะซาดิสต์ข้ามชาติภพ”
แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษบางของห้องพักรับรองในจวนอ๋องเย่ว่หลิงหลานจิ้งซูตื่นขึ้นด้วยความเจ็บแสบที่ไหล่ซ้าย าแถูกพันผ้าไหมสีขาวสะอาดเอี่ยมกลิ่นยาหอมเย็นยังคละคลุ้งทั่วห้องเขาลุกนั่งมองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก—ห้องอันโอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยโคมไฟแก้วสีแดงทองโต๊ะไม้จันทน์แกะสลักลวดลายัและฟีนิกซ์ ผ้าไหมปูพื้นนุ่มนวลราวก้อนเมฆและภาพวาดม้วนยาวที่บรรยายฉากูเาน้ำตกอันงดงามจากตำนานโบราณ
“ข้า... อยู่ที่ไหนกัน?” เขาพึมพำก่อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ดวงตาคมกริบและมือที่อบอุ่นของท่านอ๋องผู้สูงส่ง
ประตูไม้ถูกผลักเปิดเบาๆกุ้ยหลงผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงความเ็าเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า“ท่านบัณฑิตตื่นแล้วหรือ? ท่านอ๋องสั่งให้ข้าดูแลท่านอย่างดีที่สุดวันนี้ท่านอ๋องจะมาพบด้วยตนเองหลังจากถวายงานราชสำนัก”
หลานจิ้งซูรีบลุกขึ้นโค้งคำนับ“ขอบพระทัยท่านผู้มีพระคุณมากนัก ข้าน้อยเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้...”
กุ้ยหลงยิ้มมุมปาก“ท่านอ๋องไม่เคยช่วยใครโดยไร้เหตุผล ท่านบัณฑิต... จงระวังตนเองด้วย”
อาหารเช้าประกอบด้วยโจ๊กข้าวเ้าเนื้อนุ่มหอมหัวใหญ่ตุ๋น และขนมไหว้พระจันทร์ไส้เมล็ดบัวหวานละมุนหลานจิ้งซูกินด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งซาบซึ้งทั้งหวาดเกรงต่อฐานะอันสูงส่งของผู้ช่วยเหลือ
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าที่สง่างามก็ดังขึ้นฉือเย่ว่หลิงเดินเข้ามาในชุดราชสำนักสีครามเข้มปักลายัเงินผมยาวถูกรวบด้วยปิ่นหยก ใบหน้าที่งามดั่งหยกแกะสลักยังคงนิ่งสงบแต่ดวงตาคมกริบนั้นฉายประกายสนใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาของหลานจิ้งซู
“าแเป็อย่างไร?” อ๋องเย่ว่หลิงถามตรงๆนั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์ตรงข้าม
“ดีขึ้นมากแล้วเพคะท่านอ๋อง ข้าน้อยไม่รู้จะตอบแทนพระคุณอย่างไร...”หลานจิ้งซูตอบ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความซื่อสัตย์ที่ทำให้อ๋องรู้สึกอบอุ่นแปลกๆในอก
อ๋องเย่ว่หลิงโบกมือ“ไม่ต้องตอบแทน ข้าเพียงทำตามใจตนเอง เ้ากำลังจะไปสอบจอหงวนใช่หรือไม่? เมืองหลวงในยามนี้เต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากโจรผู้ร้ายและจาก...การเมืองภายใน”
เขาพูดพลางยื่นตำราหนึ่งเล่มให้ตำราที่หายากเกี่ยวกับกลยุทธ์ราชการและข้อสอบเก่า “ศึกษามันก่อนสอบสามวันข้าจะส่งคนคอยคุ้มกันเ้าไปยังที่พักนักศึกษา”
หลานจิ้งซูรับตำราด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย“ท่านอ๋อง... ท่านเมตตาเหลือเกิน ข้าน้อยจากตระกูลตกอับไม่สมควรได้รับความช่วยเหลือเช่นนี้”
“สมควรหรือไม่ ข้าตัดสินเอง” อ๋องเย่ว่หลิงตอบนิ้วมือของเขาััปลายนิ้วของหลานจิ้งซูโดยบังเอิญ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างหลานจิ้งซูหน้าแดงก่ำ รีบถอนมือกลับแต่หัวใจเต้นแรงราวกลองรบ
ตลอดวันนั้นอ๋องเย่ว่หลิงอยู่กับเขาในจวน คุยเื่ตำรา กลยุทธ์และสภาพบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายด้วยพระราชโอรสองค์โต ฉือเย่ว่หยวนผู้ซึ่งโลภอำนาจและกำลังกดดันเหล่าขุนนางต่ำต้อยหลานจิ้งซูแสดงปัญญาเฉียบแหลมในการวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ทำให้อ๋องเย่ว่หลิงยิ้มน้อยๆเป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือน
“เ้ามีหัวใจที่ซื่อสัตย์และสมองที่ปราดเปรื่อง... หากสอบผ่านข้าจะเสนอชื่อเ้าให้ราชสำนัก” อ๋องกล่าว
ยามเย็นทั้งสองเดินเล่นในสวนหย่อมของจวน กลิ่นดอกบัวจากบ่อน้ำลอยคละคลุ้งใบไม้สีแดงทองร่วงหล่นตามสายลม ฉือเย่ว่หลิงหยุดยืนข้างหลานจิ้งซูมองดอกบัวขาวที่เพิ่งผลิบาน
“ดอกบัว... งามแต่เปราะบาง ต้องอาศัยน้ำใสและดินดีจึงจะรอดพ้นพายุได้”เขาพูดเบาๆ สายตาจับจ้องใบหน้าของหลานจิ้งซูมากกว่าดอกไม้
หลานจิ้งซูรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่อันตราย“ท่านอ๋อง... ข้าน้อยเป็เพียงดอกหญ้าธรรมดาไม่ควรอยู่ใกล้หยกอันประเสริฐเช่นท่าน”
อ๋องเย่ว่หลิงหันมามองเขาเต็มตามือยกขึ้นแตะแก้มที่เย็นเฉียบของชายหนุ่มเบาๆ “แล้วหากข้า้าให้ดอกหญ้านั้น...กลายเป็ส่วนหนึ่งของข้าเล่า?”
บรรยากาศเงียบสงัดลงมีเพียงเสียงน้ำไหลและหัวใจที่เต้นรัวของทั้งคู่ หลานจิ้งซูตัวสั่น แต่ไม่ถอยหนีความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยามถูกรักษาาแกลับยิ่งรุนแรงขึ้น
ค่ำคืนนั้นหลังอาหารเย็นอันโอรสาอ๋องเย่ว่หลิงเชิญหลานจิ้งซูมาที่หอหลังคาเพื่อศึกษาตำราเพิ่มเติมแสงเทียนส่องสว่างห้องอันอบอุ่น กลิ่นธูปหอมกรุ่นลอยคละคลุ้งทั้งสองนั่งใกล้กันจนไหล่แทบจะชน
ขณะที่หลานจิ้งซูกำลังอ่านตำราอ๋องเย่ว่หลิงเอื้อมมือไปจัดเส้นผมที่ตกปรกหน้าผากของเขานิ้วััผิวเนียนละเอียด หลานจิ้งซูชะงักหันมามองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงและเขินอาย
“ท่านอ๋อง...”
“อย่าขยับ” อ๋องเย่ว่หลิงกระซิบใกล้หูเสียงทุ้มต่ำแผงความปรารถนาที่เริ่มก่อตัว “เ้ามีกลิ่นหอม...หอมดั่งดอกบัวกลางคืน”
ความใกล้ชิดยิ่งทำให้อากาศร้อนระอุหลานจิ้งซูรู้สึกถึงลมหายใจร้อนของอ๋องที่รดต้นคอ ตัวเขาสั่นเทาแต่ไม่ผลักไสความดึงดูดที่ไม่อาจอธิบายได้กำลังดึงทั้งคู่เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ
อ๋องเย่ว่หลิงก้มลงใกล้จมูกแทบจะแตะแก้มนุ่ม “หากเ้าไม่อยาก... บอกข้าเดี๋ยวนี้”
แต่หลานจิ้งซูกลับนิ่งเงียบริมฝีปากแดงระเรื่อสั่นไหวเล็กน้อย...
ธูปหอมกรุ่นในหอหลังคา กลิ่นบัวขาวซ่อนไว้ในใจ หยกเย็นัักลีบอ่อนราคะแรกแย้มยังมิอาจดับ ชะตาพันร้อยใยใกล้ชิด ยิ่งดึงดันยิ่งลึกซึ้ง พายุแห่งใจใกล้จะถาโถมในคืนนี้...
..สุสาส์นราคะ..