ชางอวิ๋น เทพเจ้ามังกรบรรพกาล (Ancient God Dragon)

    ตอนที่ 12 ประตูอักขระ

    'ถ้ำ๤๱๱๨๠า๣' ภายในถ้ำนั้นจะแบ่งขั้นออกเป็๲ 4 ระดับ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และ ระดับตำนาน ซึ่งในระดับตำนานนั้นยังคงเป็๲ปริศนาอีกมากมาย ไม่เคยมีผู้ใดรอดออกมาเล่าถึงกลไกและวิธีการเข้าสำรวจในระดับนี้มาก่อน


    แต่ถ้าเป็นถ้ำบรรพกาลระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูงแล้วละก็ 'เมื่อใครที่เข้าไปข้างในแล้วออกมาแบบยังมีชีวิตอยู่ จะได้รับพลัง ไม่ก็อุปกรณ์ระดับสูง หรือไม่ ถ้ามีโชคก็จะได้รับของทั้งหมดที่กล่าวมา โดยคนๆนั้น ไม่เป็นเจ้าเมือง ก็ผู้ปกครองแคว้นที่ยิ่งใหญ่'
    เมื่อรู้แบบนี้ชางอวิ๋นจึงชวนหลินหลิงเข้าไปในถ้ำที่ลึกขึ้น เป็นทางลาดยาวสุดลูกหูลูกตา เมื่อเดินมาได้ 1 ชั่วยาม ทั้งคู่พบกับประตูสีขาว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงถ้ำบรรพกาลระดับต่ำ
    "ชางอวิ๋น ท่านพ่อข้าเคยบอกกับข้าในขณะที่ข้าอายุ 6 ขวบ ถ้าเจ้าเจอประตูในถ้ำ อย่าเพิ่งเข้าไปให้รีบออกมาบอกตน เขาจะพาเธอเข้าไปเที่ยวในดินแดนมหัศจรรย์"
    ยิ่งชางอวิ๋นได้ยินเธอบอกแบบนั้น ยิ่งปักใจเชื่อว่าถ้ำนี้เป็นดันเจี้ยนลับของแท้แน่นอน จึงรีบเปิดประตู
    "ตึง ตึง ตึง ย๊ากกกกกก . . อืม . . ประตูมันทั้งแข็งแรงและไม่ขยับเขยื้อนเลย"
    ชางอวิ๋นรวบรวมลมปราณบีบอัดไปอยู่หมัดของเขา พร้อมจะระเบิดพลังปราณออกมา
    "ช้าก่อน ! ขอข้าลองเปิดเอง ข้าพอจะรู้วิธีเปิดอยู่บ้าง" หลินหลิงเอ่ยปาก
    เทพมังกรบอกกับชางอวิ๋น "เจ้าจงจับตาให้ดีใช้ 'ตรวจสอบ' แล้วเรียนรู้ว่าเธอเปิดประตูยังไง ถึงเจ้าจะใช้พลังปราณจนหมดตัว ยังไงประตูก็ไม่มีทางพังลงมาได้"
    หลินหลิงรวบรวมลมปราณและเคลื่อนย้ายพลังปราณจากเท้าซ้ายขึ้นไปส่วนของกระโหลกแล้วเลื่อนลมปราณมาที่จุดตันเถียนและเอามือเเตะไปที่ประตู
    “แอ๊ดดดด!!” เสียงประตูดังขึ้นแล้วค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แสงสว่างอันเจิดจ้าเล็ดลอดประตูออกมา ทั้งคู่มองหน้ากัน ในแววตามีความตื่นเต้น มีความอยากเข้าไปเก็บเกี่ยวสมบัติอันสูงล้ำ
    เมื่อทั้งคู่ก้าวผ่านประตู มันได้ปิดลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ถ้ำเกิดอาการสั่นไหว ภายนอกถ้ำที่อสูรคิเมร่าเฝ้าอยู่ ก็ค่อยๆเลื่อนลงสู่พื้นใต้ดิน แรงสั่นสะท้านหวั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง พอทุกอย่างสงบลง เจ้าคิเมร่า ดีดตัวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหายไปอย่างรวดเร็ว
    ...............................................
    บนพื้นป่า มีเงาทั้งหมดอยู่ 10 ชีวิต เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากและหยุดตรงตำแหน่งที่หัวหน้าชายชุดดำโดนอสูรร้ายคิเมร่าสังหารอย่างอนาจ
    "เมื่อกี่แผ่นดินไหวตรงนี้แรงมากมันเกิดอะไรขึ้น !!"
    ทั้ง 10 คนนั้น คือคนของตระกูลฟาง แต่ละคนมีพลังปราณอยู่ในระดับห้วงมิติแท้จริง (ระดับ3 ออร่าสีส้ม) หยุดคุยกันตรงที่คิเมร่าเคยนอนอยู่
    "เจ้าโง่นั้นปกป้องนายน้อยไม่ได้แถมเอาตัวเองมาตายให้กับไอ้เด็กที่มีออร่าสีเขียวระดับต้นอีกต่างหาก"
    "เจ้ามาดูนี้สิ รอยของอสูรตัวไหนมันใหญ่มหึมาขนาดนี้ หรือว่าหัวหน้าองครักษ์ที่หายตัวไปเพราะว่าโดนเจ้าตัวนี้จัดการไปแล้ว”
    "ข้าจะไปรายงานท่านหัวหน้าตระกูล พวกเจ้าจงหาร่องรอยกันต่อไป นายน้อยกำลังรักษาตัวอยู่ ถ้านายน้อยไม่รอด และพวกเราหาเจ้านั้นไม่พบ เราทั้งหมดน่าจะรู้นะ ...ว่าจะเจอกับนรกขุมไหน พวกเจ้าจงจดจำไว้ให้ดี”
    "ครับนายกอง !!"
    แล้วทั้ง 10 คนก็พุ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่พวกมันตามหา อยู่ใต้พื้นดินตรงนี้ !!
    เมื่อทั้งคู่ก้าวผ่านเข้ามา ประตูที่พวกเขาผ่านเข้ามาได้เลื่อนหายวั๊ปไปกับตา ชางอวิ๋นและหลินหลิงรู้สึกตกใจอย่างมาก 
    แต่พอทั้งคู่มองหน้ากัน เริ่มมีความเข้าใจและเชื่อใจกันมากขึ้น ต่างคนต่างมีความรู้สึกถึงบางอย่างซึ่งกันและกัน กลิ่นของความอบอุ่นคละคลุ้งอยู่รอบๆพวกเขาทั้งสอง
    เทพมังกรฟ้าได้อธิบายถึงความเป็นมาของถ้ำนี้ อันตราย เงื่อนไข และวิธีการต่อสู้เบื้องต้น ให้ชางอวิ๋นฟัง ถ้าชางอวิ๋นเกิดมีโชคทะลวงจัดการอสูรเฝ้าถ้ำได้ขึ้นมา ชีวิตของเธอจะได้พึ่งพาร่างนี้ได้ตลอดไป
    ถ้ำบรรพกาลระดับต่ำจะมีประตูทั้งหมด 2 ชั้น
    ชั้นที่ 1 แก้ปัญหาทักษะพลังปราณเพื่อเปิดประตูชั้นที่ 2 ฆ่าอสูรร้ายเฝ้าสมบัติ
    ชางอวิ๋นและหลินหลิงเดินไปตามทาง แสงสว่างสดใส ทั้งคู่ไม่เชื่อว่านี้คือถ้ำที่ก่อนหน้านี้มันมืดมิดมาก หลินหลิงตื่นตาตื่นใจ พบสมุนไพรหายากมากมาย 
    โสมทองคำ1000ปี พบทั้งหมด 5 ต้น มีไว้เพื่อทะลวงระดับปราณ เพียงแค่โสมทองคำ300ปี หมู่บ้านของเธอสามารถหาได้เพียงแค่ 2 ต้นต่อเดือนเท่านั้น มันจึงเป็นสมุนไพรที่ทรงอำนาจเพื่อเพิ่มขุมกำลังให้กับตนเองได้
    เห็ดเต่าดำ 1000 ปี 2 ต้น หน้าตาอัปลักษณ์สามารถถอนพิษคำสาปได้ทุกกรณี 'ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญกลั่นมันอย่างมีประสิทธิภาพ มันจะทรงคุณค่าหาที่สุดมิได้'
    และสุดท้ายตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ หญ้าฟีนิกซ์ 1000 ปี สามารถชุบชีวิตได้ถ้าหัวใจหยุดเต้นไม่เกิน 1 ชั่วยาม มีเพียงต้นเดียวท่ามกลางหมู่สมุนไพรมากมาย แสงสว่างเจิดจ้าเด่นเป็นสง่า และยังมีสมุนไพรอื่นๆอีกมากมาย
    “เจ้ากับข้าแบ่งกันคนละครึ่ง” ชางอวิ๋นแบ่งสมุนไพรที่เก็บได้อย่างเมามันส์ และยื่น หญ้าฟีนิกซ์ ให้กับหลินหลิง แต่เธอส่ายหน้าและบอกว่าเจ้าเก็บไว้ทั้งหมดเถอะ เพราะอยู่กับเจ้าจะมีประโยชน์กว่า
    หลินหลิงบอกกับชางอวิ๋นให้เอาโถสลักวิญญาณขึ้นมา เธอได้นำลูกแก้ววิญญาณอสูรระดับ2สีฟ้า 7ชิ้นโยนเข้าไป เขารู้ทันทีว่าต้องทำอะไร ชางอวิ๋นเริ่มทำการกลั่น 
    หลินหลิงบอกให้ชางอวิ๋นกินไป 5 เม็ดส่วนเธอกิน 2 เม็ด พลังปราณจะได้ใกล้เคียงกัน แต่เขาส่ายหัวแล้วบอกให้หลินหลิงกินไป 5 แล้วเค้ากินแค่ 2 ก็พอ 
    เขาอธิบายเหตุผลว่า เขาสามารถดูดพลังจากอสูรได้โดยตรง เพราะยังงั้น ยานี้จึงสำคัญกับหลินหลิงกว่าเขา เธอพยายามปฏิเสธยังไงก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เมื่อกลั่นเสร็จแล้ว ทั้งคู่จึงกินยาเข้าไปแล้วพลังปราณก็ดีดสูงขึ้น หลินหลิงมีพลังงานออร่าสีเขียวระดับ 7 ชางอวิ๋นมีพลังปราณออร่าสีเขียวระดับ 3
    เมื่อเตรียมความพร้อมครบถ้วนทุกอย่าง ตาของทั้งคู่เป็นประกายเต็มไปด้วยความหวัง แล้วพวกเขาก็เดินมาถึงหน้าประตูของชั้นที่ 1  
    ประตูมีสัญลักษณ์อักขระมากมาย มีหลุมตำแหน่งที่ต้องเอามือไปวางประทับ แล้วเคลื่อนย้ายพลังปราณให้ตรงกับเงื่อนไขและอัดพลังปราณออกมา ประตูถึงจะเปิด หลินหลิงจึงนำมือไปวางแล้วเคลื่อนย้ายลมปราณเหมือนกันกับประตูแรก เมื่อวนได้ครบ 1 รอบ
    ‘แย่แล้วนางไม่รู้ว่าประตูนี้ นั้นทรงอำนาจกว่าประตูแรกมากนัก ข้าไม่คิดว่านางจะโง่ขนาดนี้’
    เทพมังกรฟ้า เธอบอกให้ชางอวิ๋นรับแรงกระแทกจากร่างของหลินหลิงแล้วรีบโคจรลงมือรักษาทันที
    “เปรี้ยง !! ว้ายยยยยย” เสียงร้องของหลินหลิงตกใจอย่างมาก ร่างของนางกระเด็นออกมาจากประตู ลมปราณปั่นป่วนธาตุไฟเข้าแทรก 
    ชางอวิ๋นรีบโคจรพลังรับร่างของหลิงหลินแล้ววางลง เร่งอัดพลังปราณพร้อมส่งพลังในลูกแก้วมังกรฟ้าเข้าไปทีละนิดๆ 
    “ท่านเทพมังกร !! ข้ารู้สึกว่านางไม่ดีขึ้นเลย”
    “เจ้าบ้า นี้มันอักขระโบราณนะ เจ้าต้องใช้ร่างประกบร่างแล้วส่งพลังปราณผ่านทางอกของเจ้า กับอกของนาง ไม่เกินครึ่งชั่วยามนางก็พ้นอันตรายแล้ว”
    “ทะ ท่าน บะ บอก ว่าให้ข้ากอดกันเนื้อแนบเนื้อเพื่อถ่ายทอดพลังอย่างงั้นรึ !!” . . . .