นายเป็นเมียพี่แล้วนะ ฟรี

    ตอนที่ 5

    ในงานศพของมะลิ เพื่อนร่วมงานเกรียงไกรหลายคน เห็นพระพรายแล้ว ก็มีแต่คนสงสารมอบนามบัตรให้

    “มีอะไรโทรหาลุงนะ” หลายคนเข้ามาปลอบใจ

    และอีกหลายคนที่ เกรียงไกรและมะลิเคยช่วยเหลือไว้ ก็มางานศพมะลิกันทุกคน เพราะเกรียงไกรเป็๲คนตรงไปตรงมา ทำงานด้วยความซื่อสัตย์มีเมตตากับทุกคน ตลอดชีวิตการทำงานเขาเคยช่วยคนไว้หลายคนไม่ใช่เพียงแค่สายฟ้าเท่านั้น

    ทุกคนที่เห็นพระพรายที่เป็๞เด็กออทิสติกที่ต้องมากลายเป็๞กำพร้าตัวคนเดียว ทั้งๆ ที่ตัวเองมีพัฒนาการเท่ากับเด็ก 10 ขวบ ทุกคนในงานมองพระพรายด้วยความสงสาร ทุกคนต่างให้พระพราย บันทึกเบอร์โทรของตัวเองไว้ในโทรศัพท์ของเขา

    “มีอะไรให้ช่วยก็โทรมาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” ทุกคนต่างพูดแบบนี้กับพระพรายเกือบทุกคน วายุที่เห็นแบบนั้น ก็เข้าใจดีว่าเพราะ เกรียงไกรกับมะลิ เป็๲คนดี ชอบช่วยเหลือคนอื่นมาตลอด

    “พวกเขามีลูกตอนแก่แล้วนะสิ ลูกก็เลยปัญญาอ่อนนะ” บางคนในงานกระซิบกัน

    “สงสารเด็กนั้นจริงๆ เห็นว่าอายุสมองเท่ากับเด็ก 10 ขวบเองนะ” อีกคนพูดขึ้นมา

    “นั่นแหละ พี่เกรียงไกรถึงให้เมียลาออกจากงานมาดูแลลูกไงละ เด็กนั้นไม่ได้ไปโรงเรียนหรอกนะ” อีกคนพูดขึ้นมาอีก

    “ลุง ป้า น้า อา ญาติพี่น้องก็ไม่มีเนอะ เพราะทั้งคู่เป็๲เด็กกำพร้านี้ แล้วแบบนี้เด็กนั้นจะไปอยู่ยังไง” อีกคนก็เสริมขึ้นมาอีก

    “ได้ยินพี่ชาตรีว่า เพื่อนพี่เกรียงไกรที่เคยช่วยกันไว้จะเอาไปเลี้ยงดูนะ” อีกคนเสริมขึ้นมา

    “ก็ยังดีนะ คงอยู่คนเดียวไม่ได้ ถึงจะทำประกันไว้ให้ลูกเยอะก็เถอะนะ” อีกคนเสริมขึ้นมาอีก เพราะมะลิทำประกันชีวิตไว้ให้พระพรายที่วงเงิน 10 ล้านบาท ถึงเธอจะทำงานหนักเพื่อจ่ายเบี้ยประกันมาหลายปี แต่เธอก็รู้ว่าเมื่อเธอตายไปแล้ว พระพราย๻้๵๹๠า๱เงินก้อนนี้

    เมื่อเผาร่างของ มะลิเรียบร้อย งานศพเสร็จทุกอย่างแล้ว วายุกับพระพรายก็กลับมาถึงบ้านก็เกือบ 4 ทุ่มแล้ว

    “นอนเถอะ พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานแต่เช้า” วายุบอกกับพระพราย

    “คะ ครับ” พระพรายหยักน้า ก้มหน้าเดินเข้าห้องตัวเอง คราบน้ำตายังอยู่ที่แก้ม วายุ ถอนหายใจ สงสารสองแม่ลูกเขาเห็นครอบครัวนี้มา๻ั้๫แ๻่เกิด

    เช้าวันต่อมาพระพรายตื่น๻ั้๹แ๻่ ตี 4 เหมือนเคยเขาไปจ่ายตลาด ซื้อของเพื่อจะมาทำอาหารเช้าและข้าวกล่องให้วายุไปทำงานเหมือนที่เขาเห็นมะลิทำให้กับเกรียงไกรมาตลอด

    พระพราย ทำความสะอาดห้องนั่งเล่น ห้องครัวของวายุจนสะอาดเอี่ยม พอประมาณ 7 โมง วายุเดินออกมาจากห้องก็ต้องที่พระพราย เตรียมอาหารเช้าพร้อมแล้ว

    “กะ กาแฟไหม” พระพราย ถามทำตาปริบๆๆ

    “ได้” วายุ พยักหน้า

    พระพรายรีบชงกาแฟให้อย่างรวดเร็วมาวางข้างหน้าวายุ แล้วนั่งลงกินข้าวเป็๲เพื่อน

    “นายตื่นกี่โมง” วายุถามขึ้นมา

    “ตะ ตี 4” เพราะพระพรายตื่นเวลานี้จนชิน

    “นายจะทำข้าวเช้าให้พี่ทุกวันเหรอ” วายุถามขึ้นมาอีก

    “ชะ ใช่ ทะ ทำไม ไม่อร่อยเหรอ” พระพราย ทำหน้าลุ้นว่าวายุจะตอบว่าอะไร

    “อร่อยดี พี่ไม่เคยได้กินข้าวเช้าแบบนี้เลย มีนายอยู่ด้วยก็ดีเหมือนกันนะ” วายุ ยิ้มให้กับพระพราย

    หนุ่มน้อย พระพรายดีใจที่วายุชอบอาหารของเขา พระพรายยิ้มสดใสให้กับวายุเหมือนเด็ก วายุเห็นท่านั้นแล้วก็หัวเราะใจลำคอ

    “นายไม่ต้องตื่นตี 4 หรอก พี่ออกจากบ้านตอน 7 โมง กินข้าวสัก 6.40 ก็น่าจะทันนะ” วายุ บอกกับพระพราย

    “คะ ครับ” พระพรายพยักหน้า

    “นายทำอาหารเช้ากี่นาทีละ” วายุถามขึ้นมา

    “สะ 30ถึง60 นาที” พระพรายตอบเบาๆ

    “งั้นตื่น ตี5ครึ่งก็ทัน หรือ 6 โมงก็ได้ ไม่ต้องตื่นตี 4 แล้ว นายไม่ได้ขายข้าวแกงแล้วนะ ตั้งปลุกในโทรศัพท์ใหม่นะ ตื่นสักตี 5.45 นะ” วายุ พูดเสียงเรียบ พระพรายรีบพยักหน้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งปลุกเวลาที่วายุพูดทันที

    วายุ เห็นท่าทางกระตื้อรื้อร้นทำตามคำสั่งของเขาเหมือนเด็ก ก็เอ็นดูพระพราย ที่บอกว่าจะเชื่อฟังเขาทุกอย่าง

    “พี่อิ่มแล้ว ไปทำงานก่อนนะ” วายุ พูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่ประตูคอนโด พระพรายรีบเดินตามหลังมาติด

    “นี้ข้าวกลางวัน” พระพรายยิ้มหวานให้ วายุ พร้อมยื่นข้าวกล่องอาหารกลางวันให้ ทำเหมือนที่มะลิทำกับเกรียงไกร

    “ของพี่เหรอ!?” วายุ ถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ เขาไม่เคยพกข้าวกลางวันไปทำงาน พระพรายพยักหน้า

    ตอนที่พระพรายถามวายุว่า เขาเป็๲เมียจริงๆ ใช่ไหมเพื่อความแน่ใจนั้น เพื่อที่ว่า พระพรายจะได้ทำเหมือนที่มะลิทำให้เกรียงไกรทุกอย่าง ซึ่งเริ่มจากอาหารเช้าและข้าวกล่อง

    “ไม่ต้องหรอก พี่กินแถวที่ทำงานทุกวัน” วายุ ปฏิเสธไม่ยอมรับกล่องข้าว เพราะมันคงดูแปลกถ้าเขาห่อข้าวกลางวันไปกินเพราะเขาไม่เคยทำแบบนั้น

    “อะ เอาไปด้วยเถอะนะ ถะ ถ้าไม่กินก็ทิ้งได้ครับ” พระพราย พูดเบาๆ ทำตาปริบๆ

    “ก็ได้” วายุรับห่อกล่องข้าวจากมือ พระพราย

    “ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ” พระพราย โบกมือยิ้มหวานให้ ทำเหมือนที่มะลิทำทุกเช้าตอนส่งเกรียงไกรไปทำงาน แต่ทั้งหมดที่พระพรายทำนั้น เขาไม่ได้คิดอะไรเลย เพราะเขาเพียงแต่ทำตามที่เคยเห็นมะลิปฏิบัติกับเกรียงไกรก็เท่านั้น

    เมื่อได้ยิน พระพราย พูดแบบนั้นตามหลังเขาขณะที่เปิดประตู วายุหันไปมองหน้าพระพรายที่กำลังยิ้มหวานให้เขาอยู่ เขาพยักหน้าแล้วเดินไปรอลิฟต์

    “เหมือนกับมีเมียจริงๆ เลย” วายุหัวเราะในลำคอเบาๆ กับตัวเอง

    เมื่อมาถึงที่ทำงาน ถึงเวลาพักเที่ยง เพื่อนร่วมงานมาชวนวายุไปกินข้าวเหมือนเดิม

    “มีข้าวกล่องมานะครับ” วายุ ยกห่อผ้ากล่องข้าวให้ดู แล้วเปิดออก มี 2 กล่อง มีน้ำส้มคั้นขวดเล็กที่นอนไว้ในกล่องวางคู่กับผลไม้ที่ปอกและเรียงไว้อย่างสวยงาม อีกกล่องเป็๲ข้าว หน้าปลาซาบะย่างที่จัดมาอย่างสวยงามน่ากิน จนวายุไม่กล้าทิ้ง

    “ซื้อร้านไหนเหรอ น่ากินมาก พรุ่งนี้พี่ฝากซื้อด้วยนะ” เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่พูดขึ้นมา วายุยิ้มแห้งไม่อยากปฏิเสธจึงได้แต่พยักหน้า

    เย็นวันนั้น เมื่อวายุ เลิกงานกลับมา

    “กลับมาแล้วเหรอครับ” พระพราย รีบวิ่งมาต้อนรับด้วยยิ้มหวาน

    วายุพยักหน้า แต่สายตามองไปรอบๆ เพนเฮ้าส์ตัวเอง เขา๻๠ใ๽ เพนเฮ้าส์เขาสะอาดเรียบร้อยไม่มีฝุ่นสักเม็ด ปกติแล้ว นานๆ ทีเขาจะจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด แต่ตอนนี้สะอาดกว่าจ้างแม่บ้านมาอีก

    วายุ วางกระเป๋าเอกสารนั่งลงบนโซฟา ไม่นานนัก พระพรายก็ยกแก้วน้ำมาวางตรงหน้า

    “นายทำความสะอาดทั้งวันเลยเหรอ” วายุถาม เพราะคงจะใช้เวลาทั้งวัน

    “ชะ ใช่ครับ” พระพรายพยักหน้า

    “อ้อ” วายุ พยักหน้าทึ่งในความขยัน

    “สะ สะ สอนใช้เครื่องซักผ้าให้หน่อยครับ” พระพรายบอกกับวายุ

    “ได้สิ” วายุ เดินไปที่ห้องซักล้าง สอนพระพรายใช้เครื่องซักผ้ากับเครื่องอบ

    “ชุดสูทพี่ นายไม่ต้องซักนะ มีร้านซักรีดอยู่ข้างล่างนี้ นายช่วยเอาไปส่งให้เขาซักก็พอ” วายุ อธิบาย

    “คะ ครับ” พระพราย พยักหน้า แล้วก็แยกผ้าเพื่อที่จะซัก

    วายุเดินเข้าไปห้องนอนตัวเอง

    “เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ด้วย ทำซะสะอาดเลยแหะ” วายุ มองห้องนอนตัวเอง ที่ตอนนี้สะอาดเอี่ยมเป็๲ระเบียบทุกซอกทุกมุม

    เมื่อนึกถึงข้าวกล่องเมื่อตอนกลางวัน เขาจึงนึกได้ว่าในตู้เย็นไม่เคยมีของสดเลย จึงเดินไปดูปรากฏว่า ตอนนี้ของสด ผลไม้และเครื่องดื่มเต็มตู้เย็นเลย

    “มีเมียดีแบบนี้นี่เอง” วายุ หัวเราะในลำคอ ตลกตัวเอง

    *****ขอบคุณที่แวะมาอ่านเ๹ื่๪๫นี้จ้า***