นาทีที่ยังมีเธอ (Girl in the rain series)

    ในโรงพยาบาล

    เมื่อกลับมาจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว น้ำนิ่งขึ้นไปเคาะประตูห้องของ ณ ฟ้าอีกครั้ง แต่ก็ยังเงียบเหมือนเดิม ชายหนุ่มยกข้อมือดูนาฬิกา เป็นเวลาเกือบเก้าโมงเช้า เห็นว่ายังอาจจะเช้าอยู่ และตอนที่เขาทำแผลให้เธอก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว จึงคิดจะให้เวลาคนเจ็บได้นอนต่ออีกนิด ก่อนจะมาเคาะประตูเรียกเธออีกครั้งตอนสิบโมงเช้า ซึ่งก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับเช่นเดิม แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มชักเริ่มคิดว่าน่าจะมีความผิดปกติ จึงยังคงมุ่งมั่นกับการเคาะประตูเรียกเธอต่อ สลับกับการแนบหูกับประตู ฟังเสียงข้างในห้อง และเขาก็ได้ยินเหมือนเสียงของเธอ แต่กลับฟังไม่รู้เรื่อง จับประโยคไม่ได้เลยน้ำนิ่งตัดสินใจไปตามแม่บ้านมาเปิดประตูให้ จึงพบว่า ณ ฟ้านอนเป็นไข้ไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาจัดการพาเธอไปโรงพยาบาลที่โรงพยาบาล น้ำนิ่งจัดการลงทะเบียนคนไข้ ให้ข้อมูลทุกอย่างที่เขารู้ จน ณ ฟ้าได้เข้าแอดมิต อยู่ในการดูแลของหมอและพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย“ไป! ไอ้น้ำ เขาถึงมือหมอแล้ว เราก็กลับกันดีกว่า” อินทัชเดินมากอดคอเพื่อน ตั้งใจพาเพื่อนกลับไปเที่ยวตามแผนที่วางกันไว้“แกไปเถอะ ฉันว่า ฉันจะอยู่เฝ้าเขาที่นี่ว่ะ”“ฮ้า! แกเนี่ยนะ” อินทัชคิดว่าฟังผิด เพราะไม่เคยมีประวัติมาก่อน ว่าเพื่อนเขาจะมาใส่ใจดูแลผู้หญิงคนอื่น นอกจากแม่และแฟนสาวที่เสียชีวิตไป นอกนั้นมีแต่วิ่งหนีมาตลอด รวมทั้งที่ชวนเขามาเที่ยวที่นี่ก็เพราะว่าหนีบรรดาสาว ๆ ที่คอยมาวนเวียนกวนใจน้ำนิ่งที่ร้านดอกไม้ไม่หยุดไม่หย่อน“เออสิ ไม่ฉันแล้วจะใครล่ะ ก็เขามาคนเดียว ไม่มีคนรู้จักมาคอยดูแลนี่หว่า แล้วฉันก็เป็นคนทำให้เขาต้องมีสภาพอย่างนี้ด้วย” สายตาที่แสดงความห่วงใยและรู้สึกผิด จ้องมองไปยังคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง“แกก็จ้างพยาบาลให้คอยเฝ้าก็ได้นี่หว่า” ข้อเสนอของอินทัชทำให้น้ำนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะส่ายหัว“ไม่ดีกว่า ถึงไปเที่ยวฉันก็ไม่สนุกแล้ว แกไปเหอะ”ทันทีที่ดวงตาคู่สวยเปิดออก ก็ต้องกะพริบรัว ๆ เพื่อปรับให้เคยชินกับแสงสว่างที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง รวมทั้งไฟที่เปิดอยู่ในห้องด้วย ถึงแม้จะมึนงงและยังปวดหัวอยู่ แต่ ณ ฟ้าก็ยังอยากรู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน เพราะมองจากเพดานซึ่งเป็นภาพแรกที่เห็นเมื่อเปิดเปลือกตา ก็รู้ได้ทันทีว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องพักที่เธอนอนอยู่เมื่อคืนแน่นอน สายตาคู่หวานที่บัดนี้หม่นหมองขยับมองจนเห็นขวดน้ำเกลือพร้อมกับสายที่ต่อมาเสียบไว้กับหลังมือ จึงรู้ทันทีว่าที่นี่เป็นสถานพยาบาลสักแห่ง ดวงตาคู่น้อยกวาดมองต่อไปเรื่อย ๆ จนไปหยุดอยู่ที่ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าเริ่มเป็นที่คุ้นเคยสำหรับเธอ“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” น้ำเสียงแหบแห้งดังขึ้น ถามคนที่กำลังนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่ ถึงจะพอเดาออกว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน แต่ ณ ฟ้าก็นึกไม่ออกอยู่ดี ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง“คุณไข้ขึ้น เพ้อไม่รู้สึกตัว ผมเลยพามา” น้ำนิ่งลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้เตียงคนป่วย “คุณเป็นยังไงบ้าง ปวดหัวรึเปล่า?”“อืม ขอน้ำหน่อย” ลำคอที่แห้งผาก ทำให้เสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้งเบาบางยิ่งขึ้นไปอีก“อะไรนะ” ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเอียงหูเข้าใกล้ปากคนเจ็บมากขึ้นเพื่อฟังเสียง“น้ำ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นอีกครั้งอย่างแผ่วเบา แต่ครั้งนี้ก็ทำให้คนฟังได้ยิน และเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะสื่อ ยิ่งระยะที่ห่างกันไม่ถึงสองคืบเช่นนี้ ทำให้ ณ ฟ้า เห็นว่าผิวหน้าที่เกลี้ยงเกลาของผู้ชายคนนี้ละเอียดขนาดผู้หญิงบางคนยังต้องอาย นึกทึ่งว่าชายรักชายเขาดูแลผิวพรรณกันได้ดีถึงขนาดนี้“อ้อ...” ขวดน้ำดื่มถูกหยิบมาเปิดฝาเทน้ำใส่แก้ว แล้วนำมาป้อนให้คนเจ็บ“ขอบคุณค่ะ แล้วฉันมาที่นี่นานแล้วเหรอ?”“ตั้งแต่เช้า”“งั้นตอนนี้ก็กลับได้แล้วสิ” เสียงที่แหบแห้งฟังสดชื่นขึ้นนิดหน่อย ณ ฟ้าไม่พูดเปล่า ยังขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้นอีกด้วย“เห้ย!” น้ำนิ่งร้องอุทานด้วยความตกใจ พร้อมกับดันไหล่ของคนเจ็บลงแนบไปกับหมอนเช่นเดิม “เดี๋ยวก่อนสิคุณ คุณจะรู้ดีกว่าหมอได้ไง”“หมอสิ จะมารู้ดีกว่าตัวฉันได้ยังไง ฉันว่าฉันไหว ก็จะลุกให้คุณดูอยู่นี่ไงล่ะ” ณ ฟ้าปัดมือชายหนุ่มทิ้ง แล้วกระดกตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งใจแสดงให้เขาเห็นว่าเธอไหวอย่างที่พูดแต่ปรากฏว่า...เธอไม่ไหว หญิงสาวหน้ามืดจนต้องหลับตานิ่งไปชั่วครู่ เลยกลายเป็นการเปิดทางให้อีกฝ่ายตอกย้ำว่าเธอต้องนอนที่นี่ต่อไป“เห็นไหมล่ะ นอนเฉย ๆ ไปเลยคุณ อย่าหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองดีกว่า” ชายหนุ่มส่ายหน้าเอ่ยด้วยเสียงเนือย ๆ ราวกับระอาที่เธอทำตัวเป็นภาระของเขาเสียอย่างนั้น ในขณะที่หันไปหยิบเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างเตียงณ ฟ้าได้แต่มองค้อนเขา ทั้งเจ็บใจที่ตัวเองหน้าแตก ร่างกายเธอมันไม่รักษาหน้าเธอเอาเสียเลย อีกทั้งยังหมั่นไส้ที่เขาใช้น้ำเสียงระอานั้นกับเธอด้วยเธอจะปวดหัวเป็นไข้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา ใครใช้ให้เขามานั่งดูแลกันเล่า มาเองแล้วยังจะมาทำเสียงเหมือนว่าเธอเป็นภาระเขาเสียเต็มประดา เชอะ!แต่ถึงบ่นอยู่ในใจมากมายเท่าไหร่ สิ่งที่แสดงออกมาคือยอมเอนนอนเหมือนเดิม ไม่ขืนแรงเขาอีก“เอ้อ...คุณหิวรึเปล่า ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่ หรือว่าอิ่มน้ำเกลือแล้ว”“หิว...” เสียงแผ่ว ๆ ดังตอบกลับออกไป ใบหน้าก้มงุด ไม่มองหน้าคนถาม ก็ไอ้ที่จะลุกออกไป ก็เพราะหิวนี่แหละ“ฮะ...อะไรนะ”“หิว!! ฉันบอกว่าหิว ได้ยินรึยัง...คะ” ณ ฟ้าเอ่ยด้วยเสียงดังฟังชัด จ้องหน้าคนถามเขม็งจนเกือบลืมคำลงท้าย ที่ใส่ตามมาทีหลัง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคงต้องพูดดีกับเขาหน่อย“หึหึ แล้วคุณอยากทานอะไร ข้าวต้ม ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว หรือว่าเอาอะไรดี”“ทุกอย่างที่คุณพูดมานั่นแหละ”“เห้ย! เอาจริงดิ?”“จริง ก็ฉันหิว ฉันยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อเย็นวาน”“เอ้า! แล้วทำไมไม่กินล่ะคุณ นอกจากล้างแผลไม่เป็น แล้วยังหาข้าวให้ตัวเองกินไม่เป็นอีกรึไง”“ก็ใครทำฉันเจ็บขาเล่า” ณ ฟ้าสวนกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชันขาไปไม่ได้ แต่วิธีอื่นก็ยังมี โทรศัพท์ก็ใช้งานได้ จะขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านก็ยังได้ แต่เธอกลับเลือกวิธีปล่อยให้ตัวเองอด น้ำนิ่งถึงกับส่ายหัว แต่ขี้เกียจจะเถียงด้วย“ถ้างั้นคุณก็นอนรอก่อน เดี๋ยวผมลงไปหาซื้ออะไรมาให้กิน”ณ ฟ้ามองตามหลังเขาไปจนประตูห้องปิดลง ก่อนจะอมยิ้มด้วยความรู้สึกสะใจ อย่างน้อยเขาก็ต้องรับผิดชอบบ้าง ที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว เรื่องอะไรเธอจะบอกความจริงไปว่า ที่เมื่อวานเธอไม่ได้กินข้าว เพราะกินไม่ลงเอง ที่เธอต้องไปยืนอยู่ที่ริมแม่น้ำโขงจนเป็นเหตุให้เขาขี่จักรยานมาชน ก็เพราะเธออกหัก และที่เธอร้องไห้คร่ำครวญกลางดึก ก็เพราะผู้ชายสันดานเลว ยกความผิดทั้งหมดให้เป็นของเขาก็ดีแล้ว โทษฐานที่ปากเสียใส่เธอเอาไว้น้ำนิ่งหายไปพักใหญ่ จึงกลับมาอีกครั้งพร้อมกับอาหารเต็มไม้เต็มมือ ข้าวต้ม ข้าวผัด ข้าวเปล่า กับข้าว ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวแห้ง ผัดซีอิ๊ว ขนมหวาน ขนมขบเคี้ยว ผลไม้ เรียกว่ามีหมดทุกซีรีส์ ไม่ว่าคนเจ็บอยากกินอะไร ขอให้บอก เขาสามารถจัดให้ได้ทุกประเภท ซึ่ง ณ ฟ้าเห็นแล้วยังอึ้ง เธอบอกว่าหิว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินได้ทั้งหมดนี้“นี่คุณซื้อมาแจกหมอกับพยาบาลด้วยเหรอ”“ก็ได้นะ ถ้าคุณจะแบ่ง เพราะทั้งหมดนี้ผมซื้อมาให้คุณอยู่แล้ว”“ซื้อมาให้?” หญิงสาวทวนคำ จ้องมองเขาด้วยสายตาค้นหา “แน่ใจนะ ไม่ใช่ว่าซื้อมา แล้วมาเก็บเงินที่ฉัน”“อืม...”“คุณพูดเองน้า ถ้ามากลับคำทีหลัง มันจะไม่เหลือศักดิ์ศรีเอานะคุณ”“หึหึ...” ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมา แต่ไม่คิดที่จะตอบโต้อะไรคนเจ็บอีก เขาเลื่อนโต๊ะอาหารมาให้คนป่วยที่บนเตียง แล้วจัดการเปิดกล่องอาหาร หากเป็นอาหารประเภทน้ำ ก็จัดการเทใส่ถ้วยโฟมที่ทางร้านให้มา ตั้งเรียงเอาไว้ให้คนป่วยได้เลือกกินได้ตามสบายใจ ก่อนจะไปนั่งพักที่โซฟา และให้ความสนใจกับโทรศัพท์มือถือของเขาต่อ“คุณมากินด้วยกันสิ เยอะแยะขนาดนี้ฉันกินไม่หมดหรอก”“ผมกินมาแล้ว ตอนไปรอสั่งอาหารให้คุณ”“งั้นก็มากินผลไม้เป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ คุณซื้อมาเยอะแยะขนาดนี้ จะให้ฉันกินหมดได้ยังไง ฉันไม่ใช่แม่หมูซะหน่อย” ณ ฟ้าจิ้มฝรั่งแล้วชูยื่นรอให้เขามารับ พร้อมกับพยักหน้าหงึก ๆ เรียกเขา“หึ...กินไม่หมดก็ทิ้งไปสิ” น้ำนิ่งตอบกลับไม่ไยดีว่าของอะไรจะเหลือหรือจะหมด ไม่ละสายตาจากหน้าจอมือถือด้วยซ้ำ“อวดรวย!” ----------------------------------------------------------เรื่องนี้มีเป็นอีบุ๊กแล้วนะคะ สำหรับผู้ที่สนใจจะซาบซึ้งกับความรักของทั้งคู่ ไปแบบไม่ต้องรอให้อารมณ์สะดุด สามารถเข้าไปโหลดได้ที่ www.mebmarket.com พิมพ์ชื่อเรื่อง นาทีที่ยังมีเธอ หรือ ลูกตุ้มเงิน แล้วกดค้นหาได้เลยจ้า มีจัดโปรฯ เปิดตัวจนถึง 21/12/62 นะคะ ^_^