“คีแวน พยักหน้าตอบตกลงค่อยๆ ลุกมาจัดแจง ดูสัมภาระภายในรถเลื่อนแจกจ่ายเสบียงที่ยังเหลืออยู่บางส่วนให้สมาชิก “ดูจากบุคลิกลักษณะของน้องชายแล้ว นายเหมือน คนที่ฉันเคยเห็น ในเขตแดนในแววตาสุขสกาวรัศมีเปล่งปลั่ง ดูมีอำนาจ หรือนายคือ “ผู้ใช้พลัง”
นาฟ ขมวดคิ้ว”พลังคืออะไร? “คีแวน กัดขนมปัง ไปคำหนึ่งพร้อมน้ำดื่มในกระติกที่เหลืออยู่นิดหน่อย กล่าวต่อ “สิ่งที่เรียกว่าหินสีเหล่านี้คือการแตกตัวของลูกไฟั์
ที่เราพยายามเก็บเกี่ยว ไปแลกเปลี่ยน มันคือแหล่งพลังงานชั้นยอดที่กลั่นสกัดไปทำอะไรได้มากมายและเป็สารบางอย่างเพื่อให้กับร่างกาย “บางครั้งทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ”พลัง”
นาฟ ครุ่นคิด “ข้ายังไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวข้าเองคงต้องใช้เวลาเดินทางไปกับพวกท่านเพื่อสืบหาที่มาของข้าเอง พวกท่านเก็บสัมภาระและสิ่งที่อยากได้ เถอะ
“ข้าจะไปเก็บของ ภายในหนึ่งชั่วโมงมาเจอกันตรงนี้
ชั่วโมงถัดมา เสี่ยวหมาน เสี่ยวซู เก็บสัมภาระ กันแล้ว
ส่วน ซูิที่ยังโดนพันธนาการที่แขนและที่ปากไว้ทางกลุ่มไม่กล้าที่จะถอดพันธนาการให้กับ ซูิ กลัวจะไปทำให้ นาฟ ขุ่นเคืองใจ ซูิแสดงออกทางสีหน้าโกรธเคืองอย่างมาก สายตาดุร้ายสีแดงก่ำเหมือนมีบางอย่างอยากจะพูดออกมา
“คีแวน และ มากัส ถือถุงใบใหญ่คนละถุงเดินกลับเข้ามาที่กลุ่ม “หัวหน้าเราโชคดีมากเลยครั้งนี้เราได้แม้กระทั่งหินสีแดงถึงจะขนาดเท่าเม็ดถั่ว แต่มูลค่านั้นสูงมาก แม้แต่ภายในเขตยังหายากเลย คีแวนพยักหน้าอย่างพอใจ “จริงๆแค่ได้หินสีเหลืองมูลค่าก็มิอาจเปรียบได้แล้ว นาฟ เดินออกมาจากมุมหนึ่งของถ้ำ แต่งตัวด้วยชุดขนสัตว์เนื้อละเอียดตัวหนาสวยงามเหมาะกับรูปร่าง
ด้านหลัง สะพายด้วย เครื่องจักรสานที่ทำเสมือนเป็กระเป๋าสะพายขนาดใหญ่ มีช่องเก็บของหลายช่องสะพานอยู่ด้านหลัง มองลอดผ่านเข้าไปมีขวดดินขนาดเล็กใหญ่วางตามช่องอย่างเป็ระเบียบ มือขวาถือ แท่ง ไม้ปลายแหลม คล้ายหอกลักษณะขัดเกลาสวยงามมองผ่านๆ รู้เลยว่ามีสัตว์ร้ายตายด้วย ไม้แหลมด้ามนี้มามากนัก “ส่วนมือซ้ายถือโล่กว้างราว 60 เิเสูงเท่า ระดับหน้าอก เป็ผิวไม้ ลักษณะแห้งแล้งแต่ดูแข็งแรงเป็พิเศษ มีการแกะสลักลวดลายไว้ดูจากการถือจับ น้ำหนักคงเบาไม่น้อย โดย นาฟ นำมาเสียบ ไว้ด้านหลังต่อกับกระเป๋าสะพาย “มองแต่ไกล เหมือนเด็กหนุ่มที่แต่งทรงเครื่องด้วยชุดแต่งกายที่หรูหรา แต่เพ่งเข้าไปใกล้ๆ ก็คือสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตโดยใช้วัสดุในป่าเขา
นาฟ เดินเข้ามา “หินสีพวกนี้แยกกันยังไงข้าได้กลิ่นความเข้มข้นที่ไม่เท่ากัน “หา!นี่น้องชายรู้สึกได้แม้กระทั่งกลิ่นของ หินเท็นซี่ เหรอ แปลกประหลาดยิ่งนัก มากัส ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “คีแวน วางถุงลง หินเท็นซี่ แบ่งตามสีโดยเรียงจากสีเขียว ,สีฟ้า ,สีเหลือง และสีแดงที่พวกเราพึ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรกและยังมีสีอื่นๆ ต่อจากนี้ซึ่งพวกข้าไม่เคยเห็น
“สียิ่งเข้ม ขนาดยิ่งใหญ่ ยิ่งเป็หินที่มีคุณภาพสูงพวกข้าเองก็เคยเห็นมากที่สุดแค่หินสีเหลืองที่คนใหญ่โตในอาณานิคมเอาออกมาให้ดูก็เท่านั้น “การเดินทางครั้งนี้เป็โชคดีที่ได้เจอน้องชายทำให้เราได้หินสีเหลืองขนาดเท่ากำปั้น หลายสิบก้อนเลยทีเดียว มูลค่ามันสูงมากและโชคดีที่สุดได้พบเจอหินสีแดงเป็ครั้งแรก ถึงขนาดจะเล็กมากแต่มีมูลค่าที่ไม่อาจเปรียบได้เลยนะ!
จริงๆ แล้ว นาฟ ก็พอจะััได้ถึงความเข้มข้นของหินสีแดงได้ นาฟ หันไปมองชายหนุ่มผมทอง
“คนผู้นี้สามารถถอดเชือกเถาวัลย์ที่มัดปากได้ ให้เขาได้ดื่มกินระหว่างเดินทางได้แต่ห้ามถอดพันธนาการออก
มากัส เดินไปข้างๆ ค่อยๆ ถอดเถาวัลย์ที่มัดปากออก
ซูิโมโหอย่างมาก “เ้าเด็กป่าเถื่อน! แกมีสิทธิ์อะไรมาทำกับข้าแบบนี้วะข้าจะฆ่าแก มากัส อยู่ข้างๆรีบเอามือปิดปากซูิ
“ถ้าแกไม่อยากตายฉันว่าแกควรจะฉลาดพูดมากกว่านี้นะแกน่าจะมองสถานการณ์ออก
ซูิสายตาแดงก่ำ เส้นเืปูดโปนตามหน้า รู้ว่าโมโหแต่พยายามเก็บอาการไว้ภายใน เสียวหมานเอาขนมปังเดินมายื่นป้อนให้ที่ปากซูิเคี้ยวขนมปังแล้วบ้วนทิ้ง “ถุย!” มองหน้าขึงขังใส่นาฟ ต่อ
เสี่ยวหมาน เสี่ยวซู เร่ง เก็บข้าวของเตรียมพร้อมออกเดินทาง ยังแอบมองไปที่นาฟ แอบสงสัยทำทำไมซูิ ถึงไม่ได้ปลดพันธนาการ
นาฟ เดินนำทาง กดแท่งหินที่ปูดออกมาด้านขวา กลไกสลักเลื่อน ผนังถ้ำเปิดออกทุกคนทยอยกันเดินออกมา รวมถึงเสี่ยวซู เสี่ยวหมาน ที่เข็นรถเลื่อนเดินตามออกมา
“เสี่ยวหมาน ฉันเสียดายถ้ำนี้จัง ออกแบบสร้างไว้อย่างดีเลย ดีกว่าที่พักในแคมป์เราตั้งเยอะ “น้องชาย ถ้านายอยากจะอยู่รอลูกไฟั์ ก็ไม่มีใครห้ามนายนะนายอยู่ได้เลย เสี่ยวซูเกาหัว “อยู่กับผีนายสิ!
การเดินทางของกลุ่ม เป็คล้ายลักษณะเดิมมี คีแวน เดินนำหน้าควบคู่ไปกับ นาฟ ครั้งนี้ มากัส เป็คนระวังท้ายขบวน
“เราต้องใช้เวลาเดินทางกลับไม่ต่ำกว่า 8คืน แต่จุดที่พวกข้าเดินผ่านมา ข้าได้ทำสัญลักษณ์สำหรับพักค้างคืนในแต่ละจุดไว้แล้วสถานที่นั้นน่าจะปลอดภัย “นาฟดูไม่กังวลเท่าไหร่เข้าใจว่าชายกลางคนผู้นี้ คงผ่านประสบการณ์ในการเดินทางมาไม่น้อย
ในคืนแรกๆ ไม่ได้ประสบปัญหาอะไรมากมาย จะมีแต่ฝูงสัตว์ป่าดุร้ายเข้ามาใกล้ๆบ้าง แต่สักพัก เหมือนกับเจอบางสิ่งสัตว์ป่าเหล่านี้ได้หนีหายไปเอง ทำให้ทางกลุ่มเกิดข้อสงสัย แต่ไม่อาจเอ่ยวาจา เดินทางกันมาไกลมากแล้ว เข้าวันที่สาม สภาพการ คล้ายๆ เดิม ไม่พบอุปสรรคใดๆ คีแวน เริ่มคิดหนัก หันหน้าสลับมอง นาฟอยู่เป็พักๆ
“หมีั์ สีแดงตัวนั้นตามพวกท่านมาตลอดเลยล่ะสิ
“โอ้ !น้องชายรู้แล้ว มันตามพวกข้ามาั้แ่ชายป่าก่อนไปเจอเ้า “เอะ!”แต่น้องชายรู้ได้ไง ว่ามันเป็หมีั์สีแดง “พวกท่านไม่เคยเห็นมันหรอกเหรอ
“พวกเราเพียงแต่รู้ว่ามีสัตว์ร้ายติดตามกลิ่น หินเท็นซี่ พวกเรามา แต่ไม่สามารถมองเห็นตัวมันได้
สิ่งพวกข้ากังวลที่สุด เกรงว่ามันจะเป็ “สัตว์แปลง” แต่ถึงจะเป็จริงก็ภาวนาให้เป็สัตว์แปลงชั้นต่ำเถอะ!
นาฟ ขมวดคิ้ว “สัตว์แปลง?”
ในยุคที่อะไรก็มีความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็มนุษย์ สัตว์ พืชพรรณั้แ่เรามองหน้าขึ้นฟ้า เห็นพระอาทิตย์ดวงที่ 2 ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงมาตลอด