“ใช่ครับเราสองคนมีเอ่อ….”ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดต่อปานระพีก็รีบแย้งขึ้นมาก่อน
“หนูรู้ค่ะ แต่รอก่อนได้ไหมยังไม่อยากแต่งงานค่ะ”
“เราเสียหายนะเป็ผู้หญิง” พัศนัยพูดพลางหอมแก้มไปพลาง
“พี่บีมอย่าเพิ่งบอกใครนะคะหนูรักพี่บีมคนเดียวค่ะรักมากด้วย” หญิงสาวหอมแก้มเขากลับคืนบ้าง
พัศนัยหลังจากขับรถไปส่งปานระพีที่สถานีขนส่งเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านทันทีเขาใเล็กน้อยที่เห็นกาญเกล้ายืนรอที่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหญิงสาววางการ์ดงานแต่งบนโต๊ะพร้อมมองหน้าว่าที่เ้าบ่าวก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“พร้อมแจกการ์ดหรือยังคะพี่บีม”
“กาญ พี่มีเื่ต้องบอกครับ” ชายหนุ่มมองหน้ากาญเกล้าก่อนจะพูดต่อ
“พี่คงแต่งงานกับเราไม่ได้แล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดพี่รับผิดชอบเองนะ” คนฟังถึงกับเบือนหน้าหนีกับประโยคที่ได้ยิน ก่อนจะหันหน้ามาถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ทำไมคะ!เพราะเด็กนั่นใช่ไหม แล้วชื่อเสียงกาญล่ะพี่บีมจะทำยังไงต่อ”
“พี่ขอโทษครับ พี่ผิดเอง”ชายหนุ่มพูดอย่างคนสำนึกผิด
“อีกไม่ถึงสองเดือนพี่บีมเหมือนฆ่ากาญทั้งเป็!” หญิงสาวปัดการ์ดงานแต่งทั้งหมดบนโต๊ะทิ้งพร้อมกับตบที่ใบหน้าพัศนัยอย่างเต็มฝ่ามือ
“พี่บีมหลงเด็กคนนั้น พี่ไม่ได้รักมันหรอกนะ!”
“พี่รักปาน พี่ขอโทษนะ”ชายหนุ่มกุมมือหญิงสาวไว้แน่น ก่อนเ้าตัวจะสะบัดมือออกและผลักหน้าอกเขาออกไปจนสุดแรงพร้อมกับเดินออกจากกบ้านแล้วบึ่งรถออกไปทันที
ผ่านไปหนึ่งเดือนหลังจากที่ปานระพีกลับมากรุงเทพฯหญิงสาวทำงานหนักขึ้นและยุ่งจนแทบไม่มีเวลา พัศนัยเองก็งานเยอะทั้งงานประจำและงานร้องเพลงมีทุกวันเขาพยายามติดต่อหญิงสาวด้วยการโทรศัพท์หาทุกวันแต่เขาแทบจะผิดหวังทุกครั้งเพราะบางทีก็สายไม่ว่างติดต่อไม่ได้บ้าง ชายหนุ่มจึงหาวันหยุดหลายวันเพื่อไปหาปานระพีที่กรุงเทพฯด้วยตัวเองอีกอย่างเขาตั้งใจจะมาคุยเื่แต่งงานอีกครั้ง
หลังจากที่ปานระพียกเลิกงานแต่งกับดุษฎีทั้งคู่ก็ยังคงปฎิบัติตัวต่อกันเช่นเคยเพียงแต่ดุษฎียังมีความหวังว่าสักวันปานระพีจะรักเขาบ้างชายหนุ่มไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างไร วันนี้เขาหอบช่อกุหลาบสีขาวช่อใหญ่มาให้ปานระพีโดยที่เขาไม่ได้นัดล่วงหน้าเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังจนทำให้คนที่กำลังเช็ดผมต้องเดินไปเปิดประตูทั้งที่ผมเผ้ายังเปียกอยู่ดุษฎียืนยิ้มอยู่หน้าประตูพอเ้าของห้องเปิดประตูเขาก็รีบยื่นช่อกุหลาบให้ทันที
“โอกาสอะไรคะพี่ดอม”คนถามมือยังคงเช็ดผมต่อ
“เริ่มต้นใหม่ครับ”
“อะไรอีกคะคุยกันแล้วนะ” หญิงสาวรับช่อดอกไม้มาวางที่โต๊ะพร้อมกับนั่งที่โซฟาและเช็ดผมตัวเองต่อโดยไม่ได้มองหน้าคนข้างๆเลย
“ถือว่าเลื่อนไปไม่มีกำหนดพี่รอได้นะปาน”
“ปานไม่แต่งหรอกค่ะปานรักคนอื่นอยู่แล้ว” ปานระพีเช็ดผมจนแห้งดีก่อนจะเดินไปที่ระเบียงยืนมองทอดสายตาไปข้างหน้าดุษฎีเดินตามมายืนข้างๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอย่างกับคนยังพอมีความหวัง
“พี่ยังรอและหวังดีเสมอครับไม่ว่านานแค่ไหนตราบใดที่ปานยังไม่แต่งงาน”
“เรารักกันแบบพี่น้องเพื่อนสนิทดีแล้วค่ะ”
“พี่รักปานมากกว่าพี่น้องครับ”ชายหนุ่มดึงมือคนตรงหน้ามาแนบที่หน้าอกตัวเอง
“พอเถอะค่ะ” ปานระพีแกะมือออกแล้วเดินกลับเข้าไปข้างในปล่อยให้ดุษฎียืนเหม่อมองไปรอบๆด้วยสายตาเลื่อนลอย สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เก้าโมงเช้าเองใครมาหานะ” หญิงสาวบ่นพร้อมกับเดินไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออกร่างบางก็ถูกอีกคนถาโถมเข้ากอดรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“คิดถึงที่สุดเลย”ไม่พูดเปล่าสองแก้มก็ถูกหอมทันที คนถูกหอมแก้มยังคงทำสีหน้างวยงงกับคนที่ยืนตรงหน้า
“พี่บีมมาทำไมไม่บอกเก่งนะมาถูกด้วยนี่” หญิงสาวยืนยิ้มแฉ่งจนลืมว่ามีใครบางคนยังยืนที่ระเบียง
“พี่คิดถึงมีวันหยุดรีบมาเลย ตัวหอมมากเพิ่งอาบน้ำเหรอ”พัศนัยพูดจบก็ดึงร่างคนตรงหน้าไปกอดอีก
“ใครมาเหรอปาน”เสียงทักจากระเบียงทำให้ปานระพีผละร่างออกทันที ดุษฎีทำสีหน้าใเมื่อเห็นพัศนัย เขามองหน้าคนทั้งสองก่อนจะเดินไปยืนตรงหน้าพัศนัย
พัศนัยยืนนิ่งก่อนจะะเิเสียงใส่คนที่เขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงกรุงเทพฯด้วยอารมณ์โกรธจัด
“นี่ใช่ไหมที่ไม่ยอมแต่งงานกับพี่!”ชายหนุ่มเขย่าร่างหญิงสาวพร้อมกับเหวี่ยงไปที่โซฟา ดุษฎีรีบเข้ามาประคองปานระพีไว้ก่อนจะชกกำปั้นเข้าที่หน้าของพัศนัยทันที.....
ตอนถัดไปเก็บกำลังใจนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ
ปาริษ,ปาลีสิตางค์
