สิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดก็คือภาพที่ควรจะเห็นในตอนหลัง ซึ่งมันทำให้เขาใจเต้นแรงแถมหน้าแดงจนทำอะไรไม่ถูก “จุ๊ ๆ ซวนหยวนเทียน แบบนี้มันปัญหาระดับชาติไปรึเปล่า ขนาดนี้ต้องเรียกว่าเป็ปีศาจเฒ่าภัยหว่านเสน่ห์ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวลแล้ว!!”
นี่ไม่ได้หมายความว่าความแข็งแกร่งของหลินเฟิงไม่เพียงพอ แต่สตรีคนนี้มีเสน่ห์เกินต้านทาน เกรงว่าแม้กระทั่งในขณะที่นางกำลังขัดสมาธิเพื่อฝึกฝนก็ยังไม่มีใครสามารถละสายตาไปได้ด้วยซ้ำ
อีกอย่างก่อนที่เขาจะมายังที่นี่ เขาเป็เพียงแค่ทหารนายหนึ่ง หนำซ้ำพอข้ามมิติมาที่นี่เขาก็ยังไม่เคยเห็นสตรีที่งดงามเช่นนี้มาก่อน เก่งแค่ไหนแล้วที่เจอแบบนี้แล้วยังไม่ตรงเข้าไปเผด็จศึก
ผ่านไปไม่นาน หลินเฟิงก็เริ่มสงบใจลงพร้อมกับมองไปยังซวนหยวนชิงเทียน “าุโหญิงคนนี้อยู่ระดับเทวะชน พลังฝึกตนย่อมลึกล้ำเหนือจินตนาการ นางถือเป็ไพ่ใบสำคัญที่จะทำให้นิกายเทพกระบี่แข็งแกร่งขึ้นในอนาคต”
“ถึงอย่างไรระดับเทวะชนคงไม่มีดีแค่ชื่อ แต่ต้องเป็ความแข็งแกร่งที่เด็ดขาด”
.......................
เวลาเดียวกัน
บนยอดเขาซวนหยวน
ตูมมมมม~~~
เสียงดังะเิไปทั่วขุนเขา คลื่นเสียงที่ทำให้หูแทบฉีกก้องกังวานไปรอบทิศทาง
ท้องฟ้าที่ก่อนหน้านี้ปลอดโปร่งหลายลี้ถูกแทนที่ด้วยเมฆดำทมิฬซึ่งมาพร้อมลมกรรโชกอันรุนแรงกวาดเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณ
เกือบจะในเวลาเดียวกันสายฟ้าสีทองราวกับัทะยานก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า
ราวกับว่ามัน้าสังหารสิ่งมีชีวิตที่หาญกล้าท้าทายเจตจำนงแห่ง์
ขณะนี้ซวนหยวนชิงเทียนที่กำลังนั่งไขว่ห้างคิดอะไรไปเรื่อยในห้องลับก็ััได้ถึงบางสิ่ง แววตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นนางก็ได้ไปปรากฏอยู่ด้านนอก นางจ้องไปยังสายฟ้าสีทองที่ผ่าลงมาด้วยความเหยียดหยาม
“เฮอะ คิดจะเอาชีวิตซวนหยวนชิงเทียนผู้นี้ ช่างน่าขันยิ่งนัก!!”
เมื่อกล่าวจบก็พบว่าในมือขวาของนางปรากฏปราณกระบี่ขึ้นมาสายหนึ่ง พร้อมกับชี้ไปยังสายฟ้าสีทองที่เปรียบดั่งัั์
“สะบั้น!!”
ก่อนที่เสียงเย็นะเืจะจางหายไป ปราณกระบี่สีทองกว่าร้อยจั้งก็ได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ และพุ่งทะยานไปยังสายฟ้าสีทองที่พุ่งตกลงมา
ปราณกระบี่ที่ยาวร้อยจั้ง!!
รวดเร็วดุจฟ้าผ่า
เฉียบคมประหนึ่งทำให้โลกหล้าปราศจากสีแต่งแต้ม
บ้าคลั่งสยบทุกสิ่งมีชีวิต
เพียงพริบตา ห้วงมิติเวลาถูกทำลาย บนอากาศปรากฏรอยแตกร้าวนับไม่ถ้วน
เวลานี้ปราณกระบี่และสายฟ้าสีทองเข้าปะทะกัน ทว่ามันปราศจากการะเิ ปราศจากเสียง ยามปะทะมีเพียงสายฟ้าสีทองที่จางหายไปอย่างเงียบ ๆ ส่วนปราณกระบี่ยังคงสว่างไสวอยู่บนท้องนภา
“ฟู่ว~”
ศิษย์ฝึกหัดทั้งสองที่มองเห็นฉากเหตุการณ์นี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ท่านาุโช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก เพียงแค่กระบี่เดียวกลับสลายสายฟ้าที่น่าพรั่นพรึงนั่นได้”
“หากฟื้นความแข็งแกร่งกลับมาโดยสมบูรณ์ กระบี่เดียวคงมิใช่ว่าทะลวงสู่์หรอกหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่จิงอวิ๋นก็พลันสีหน้าตกตะลึง “นี่คือความแข็งแกร่งของผู้าุโที่เ้าเอ่ยถึงงั้นหรือ? ข้าต้องเก่งขึ้นให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะสนับสนุนเ้านิกาย”
เวลาต่อมาเมื่อสายฟ้าสีทองจางลง เสียงฟ้าร้องก็ดังสนั่นขึ้นอีกครา เสียงของมันครานี้ดังกึกก้องยิ่งกว่าเดิม
โลกสั่นะเื ทุกสิ่งได้รับผลกระทบ เมฆฝนสายฟ้าผสมปนเปจนดูราวกับวันสิ้นโลก
ท่ามกลางหายนะที่กำลังก่อตัว กระแสวังวนที่มีขนาดใหญ่นับร้อยจั้งได้ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า ซึ่งมันกำลังหมุนโคจรอย่างบ้าคลั่ง
กระแสวังวนนี้เปรียบเสมือนเป็ั์ตาของ์จับจ้องมองลงมายัง ซวนหยวนชิงเทียน ด้วยความเกรี้ยวกราด
เมฆดำเริ่มจับตัวกันแน่นพร้อมกับสายฟ้าที่เริ่มถูกดูดไปรวมอยู่ในกลางกระแสวังวน
ในเวลาเดียวกันจิตสังหารอันหนักหน่วงบ้าคลั่งก็ถูกปลดปล่อยออกมากดทับ
หากจะบอกว่าเหตุการณ์เบื้องหน้าคือวันสิ้นโลกก็ไม่นับเกินจริงเลยแม้แต่น้อย
เวลานั้นสายตาของซวนหยวนชิงเทียนหรี่แคบลง จิตสังหารพวยพุ่งทว่าใบหน้ากลับสงบนิ่ง เวลานี้ร่างกายของนางเปรียบดั่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ไม่สั่นคลอนยืนอยู่กลางอากาศ
.......................
ณ อารามเสวียนหวง
“ติ๊ง! เก้า์ชั้นฟ้าทะยานสู่โลก ชะตาชีวิตของผู้าุโแห่งนิกายกำลังถูกคุกคาม ระบบรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก จึงขอเสนอของขวัญสะท้านโลกาชิ้นใหม่”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ【เก้ารูปแบบหายนะ】รูปแบบที่หนึ่ง ฟ้าคนรวมเป็หนึ่ง”
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี พลังหนึ่งในสิบของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนได้รับการปลดผนึก”
“ติ๊ง! ระบบขอแจ้งเตือนอย่างจริงจังว่าท่านต้องช่วยเหลือาุโหญิงสกัดเก้าสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์”
เมื่อได้ยินเสียงของระบบดังขึ้น หลินเฟิงก็รู้สึกประหลาดใจและผิดหวังเช่นเดียวกัน จึงพึมพำออกมา “ถึงระบบจะฉลาดแค่ไหนแต่แบบนี้มันก็เกินไปหรือเปล่า จะไม่ให้อะไรที่ใช้ป้องกันตัวสักหน่อยหรือยังไง”
“ขนาดนางอยู่ในขั้นเซียนยังตกอยู่ในอันตราย กับอีแค่ปลดผนึกพลังของกระบี่ซวนหยวนให้หนึ่งในสิบ แต่มือใหม่ที่อยู่ในระดับแปดผันแปรอย่างข้า จะให้ไปสู้กับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าเนี่ยนะ เ้านิกายคงได้เหลือแค่ชื่อพอดี?”
มุมปากของหลินเฟิงกระตุกไม่หยุด “ไม่ใช่ว่าไปให้ข้าโดนฟ้าผ่าตายหรือยังไง? ให้ไปช่วยนางเนี่ยนะ จะเอาอะไรไปช่วยก่อน?”
“ติ๊ง! กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน ถือเป็กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด เฉียน คุน ผสานเป็พลังแห่งการสังหารเข่นคร่า ขณะเดียวกันถือเป็กระบี่แห่งจิตเมตตา”
“มันคือกระบี่ที่เกิดจากหายนะอย่างแท้จริง ด้านหนึ่งเป็พลังแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ อีกด้านหนึ่งเป็พลังของดวงดาว แม่น้ำ ูเา มันคือการผสมผสานของพลังแห่งจักรวาลอันไร้ขอบเขต พลังแห่งหายนะไม่มีอะไรที่ไม่สามารถตัดได้”
“เพียงปลดผนึกพลังหนึ่งในสิบแล้วใช้พลังที่มีออกมาเต็มที่ ย่อมสามารถต้านทานเก้าสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้”
“ติ๊ง! ผนวกกับเคล็ดเก้ารูปแบบหายนะถือว่าเกินพอ”
“ติ๊ง! าุโหญิงคือผู้ที่ถูกลิขิตชะตาไว้กับท่านอย่างแท้จริง ดังนั้นจำเป็ต้องช่วยเหลือนางเพื่อต้านทานเก้าสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ให้สำเร็จ”
“ติ๊ง! ด้วยของขวัญที่มอบให้ทั้งสองชิ้น หากท่านยังไม่สามารถจัดการกับเก้าสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ คงพูดได้แค่ว่าเป็ขยะเหนือขยะ เสียชื่อลูกหลานของจักรพรรดิเหยียนหวง และระบบจะโกรธมาก ซึ่งผลที่จะตามมาย่อมร้ายแรง!!”
หลินเฟิง “...”
“ติ๊ง! เวลาใกล้หมดแล้ว โปรดยอมรับการทดสอบของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน และกลายเป็นายคนใหม่ของมัน”
หลินเฟิง รู้สึกงุนงง “ไม่ใช่ว่ามันได้แล้วหรอกหรือ แล้วจะให้ทดสอบอะไรอีก?”
“ติ๊ง! ท่านเข้าใจผิดแล้ว ไม่ได้หมายความว่ามีหรือไม่มีมัน ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้หรือไม่ได้ ท่านต้องได้รับการยอมรับก่อนถึงจะสามารถใช้งานมันได้ ไม่เช่นนั้นมันจะไม่ต่างไปจากเศษโลหะ”
หลินเฟิง เอ่ยถามต่อ “ไม่ ๆ ก็แบบว่าทำให้ข้าเป็นายของมันเลยไม่ได้หรือยังไง?”
“ติ๊ง! ระบบนำมันมาให้แล้ว ช่วยเหลือได้มากสุดเท่านี้ เื่จะให้มันยอมรับเป็นายหรือไม่ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของระบบ ระบบไม่สามารถแทรกแซงได้”
ใบหน้าของหลินเฟิงบิดเบี้ยวไปในทันที
ไอ้บ้าเอ๊ย ไม่ใช่แค่ทำตัววางท่า ไอระบบเฮงซวยนี่ยังน่ารำคาญเป็บ้าอีก
ระหว่างที่รู้สึกปวดกบาลอยู่นั้น แสงสีทองพลันส่องประกายเบื้องหน้าพร้อมกับห่อหุ้มร่างของหลินเฟิงเอาไว้ ก่อนที่เขาจะได้ทันตอบสนองก็หมดสติไปดื้อ ๆ แล้ว
ในเวลานั้นเอง มีสตรีผู้งดงามนางหนึ่งปรากฏขึ้นจากที่ใดก็ไม่อาจทราบได้กำลังยืนมอง หลินเฟิงซึ่งกำลังหมดสติอยู่