จ้าวหงซิ่วรู้ดีว่าตอนนี้ถึงเธอจะพูดถึงพฤติกรรมน่ารังเกียจของหลิวเฉิงไฉให้ลูกสาวฟัง ลูกก็คงไม่เชื่อ
ต่อให้เชื่อ ก็อาจจะไม่ใส่ใจ
ในฐานะคนที่ผ่านโลกมาก่อน จ้าวหงซิ่วเข้าใจดีถึงความลุ่มหลงในความรักของเด็กสาวที่เพิ่งหัดมีความรัก
เธอกับสามีแต่งงานกันตามขนบธรรมเนียมที่พ่อแม่จะหาคู่ให้ผ่านการทาบทามของแม่สื่อ
ก่อนแต่งงาน ทั้งคู่เจอกันไม่เกินห้าครั้ง
แต่จ้าวหงเหมยกับหูฉางหมินรักกันอย่างอิสระ ซึ่งในยุค 80 ของสังคมชนบท การรักกันเองก็ถือว่าแหวกขนบแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยุค 60 ที่ยังหัวโบราณกว่านั้น
ตอนนั้นทางบ้านสกุลจ้าวก็ไม่เห็นด้วยที่จ้าวหงเหมยจะคบกับหูฉางหมิน พวกเขาไม่ได้ติดใจอะไรในตัวหูฉางหมินหรอก สิ่งที่สำคัญกว่าคือชื่อเสียงของแม่เฒ่าหูที่ดุร้ายเป็นที่เลื่องลือ จ้าวหงเหมยก็เป็นคนอ่อนโยน ทางบ้านสกุลจ้าวกลัวว่าเธอจะไปลำบาก
อีกอย่างคือบ้านสกุลหูไม่มีผู้อาวุโสผู้ชาย หูฉางหมินก็เป็นลูกชายคนโต น้องชายอีกสองคนก็ยังไม่ได้แต่งงาน ภาระบนบ่าของหูฉางหมินจึงไม่น้อยเลย
แต่จ้าวหงเหมยที่ความรักบังตา ก็ดึงดันที่จะอยู่กับหูฉางหมิน แม้ว่าจะไม่มีสินสอด แม้ว่าจะถูกแม่สามีดูถูก
พอเห็นโจวเจียฮุ่ยแอบคบกับหลิวเฉิงไฉ จ้าวหงซิ่วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความดื้อรั้นของจ้าวหงเหมยในอดีต
"ฮุ่ยฮุ่ย แม่รู้ว่าตอนนี้แม่พูดอะไรลูกก็คงไม่ฟัง แต่พวกเราไม่เห็นด้วยที่ลูกจะคบกับหลิวเฉิงไฉ ต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไป ลูกกลับไปคิดทบทวนให้ดีๆ นะ" จ้าวหงซิ่วจับมือลูกสาวพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือ
"แม่ ถ้าหนูจะต้องอยู่กับพี่เฉิงไฉให้ได้ แม่กับพ่อจะเสียใจมากไหมคะ?" โจวเจียฮุ่ยถามเสียงแผ่วเบา ก้มหน้าลงต่ำตลอดเวลา
ในขณะนั้น โจวเจียฮุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องราวที่หูหลันเยวี่ยเคยเล่าให้ฟัง เรื่องของเด็กสาวที่หนีตามคนรัก แล้วจบลงอย่างน่าอนาถ
จ้าวหงซิ่วลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของลูกสาว "ฮุ่ยฮุ่ย ถ้าลูกจะต้องเลือกหลิวเฉิงไฉจริงๆ พวกเราจะเสียใจและผิดหวังมาก แม่กับพ่อไม่ได้ต่อต้านเรื่องที่ลูกจะรักใครอย่างอิสระ แม้ว่าคนที่ลูกเลือกจะบ้านจนหน่อย หน้าตาไม่โดดเด่นก็ไม่เป็นไร ขอแค่เป็นคนดีก็พอ"
จ้าวหงซิ่วเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "เมื่อก่อนน้าเล็กของลูกก็ดึงดันที่จะอยู่กับน้าเขยให้ได้ สุดท้ายพวกเราก็ต้องยอม ไม่ใช่ว่าขัดใจน้าเล็กไม่ได้ แต่เป็นเพราะน้าเขยของลูกไม่มีข้อตำหนิอะไรในเรื่องความประพฤติ ถ้าน้าเขยของลูกเป็นคนไม่ดี ต่อให้ต้องจับน้าเล็กขังไว้ในบ้าน พวกเราก็จะไม่ยอมให้น้าเล็กแต่งงานกับน้าเขยของลูกหรอก"
พูดมาถึงตรงนี้ จ้าวหงซิ่วก็ไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้อีก
หลังจากนั้น โจวเจียฮุ่ยก็กลับห้องไปด้วยความกังวลใจ
ก่อนนอน จ้าวหงซิ่วพูดคุยกับสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล "ฉันดูออกว่าฮุ่ยฮุ่ยติดหลิวเฉิงไฉมาก ฉันกลัวว่าลูกจะถอนตัวไม่ขึ้นน่ะสิ"
โจวเลี่ยงก็กังวลใจเช่นกัน "เดี๋ยวผมจะให้เฉินกวงไปเตือนหลิวเฉิงไฉอีกรอบ แล้วพรุ่งนี้คุณไปบ้านหงเหมยสักหน่อย เยวี่ยเยวี่ยเป็นเด็กที่มีความคิด ให้เยวี่ยเยวี่ยช่วยพูดเตือนฮุ่ยฮุ่ยหน่อย"
"ได้ พรุ่งนี้ฉันจะไปบ้านหงเหมย" จ้าวหงซิ่วก็คิดว่าการให้หูหลันเยวี่ยช่วยพูดเตือนโจวเจียฮุ่ยอาจจะได้ผล
จากนั้นจ้าวหงซิ่วก็เล่าความคิดอีกอย่างของตัวเองให้สามีฟัง "ฉันคิดว่าจะรีบฝากคนช่วยแนะนำคนที่เหมาะสมให้ฮุ่ยฮุ่ย ฉันกะว่าเราจะอยู่ด้วยกันอีกสักสองสามปีซะหน่อย แต่ดูเหมือนว่าลูกโตเป็นสาวก็จะไม่อยู่ให้เลี้ยงแล้วจริงๆ!"
โจวเลี่ยงรีบส่ายหน้า "รออีกหน่อยดีกว่า ช่วงนี้ถึงคุณแนะนำใครให้ฮุ่ยฮุ่ย ลูกก็คงไม่อยากดูตัวหรอก"
จ้าวหงซิ่วคิดทบทวนดูแล้ว ก็รู้สึกว่าคำพูดของสามีมีเหตุผล เธอจึงล้มเลิกความคิดที่จะหาใครสักคนให้โจวเจียฮุ่ยในทันที
พริบตาเดียวก็ถึงวันรุ่งขึ้น
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ โจวเจียฮุ่ยก็ขี่จักรยานไปร้านเสื้อผ้าในอำเภอตามปกติ
หลังจากที่เธอออกจากบ้านไปได้ไม่นาน จ้าวหงซิ่วก็เก็บข้าวของเตรียมตัวไปบ้านจ้าวหงเหมยที่หมู่บ้านซิ่วสุ่ย
ตอนที่หูหลันเยวี่ยกลับมากินข้าวกลางวันที่บ้านตอนเที่ยง จ้าวหงซิ่วก็ยังไม่ได้กลับ
ขณะกินข้าวกลางวัน จ้าวหงซิ่วจึงเล่าเรื่องที่โจวเจียฮุ่ยคบกับหลิวเฉิงไฉซึ่งเป็นคนที่ความประพฤติไม่ดีให้หูหลันเยวี่ยฟัง
สุดท้าย จ้าวหงซิ่วมองตาหูหลันเยวี่ยด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แล้วพูดว่า "หนูเยวี่ยเยวี่ย ป้ารู้ว่าหนูเคยเห็นโลกกว้าง เรียนมาเยอะ มีความรู้ หนูช่วยเตือนลูกพี่ลูกน้องของหนูให้คิดได้ทีนะ"
หูหลันเยวี่ยตอบรับ "คุณป้า ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะคุยกับพี่สาวของหนูให้เองค่ะ ถึงหนูจะไม่เคยทำงานกับคนที่ชื่อหลิวเฉิงไฉ แต่ดูจากรูปร่างหน้าตาและท่าทางก็รู้แล้วว่าเป็นคนเจ้าชู้ มีเสน่ห์ดึงดูดใจเพศตรงข้าม"
จ้าวหงซิ่วพูดขึ้น "ใช่น่ะสิ หนูเยวี่ยเยวี่ย ป้ารู้อยู่แล้วว่าหนูมีความคิดไม่ธรรมดา เฮ้อ! ถ้าลูกพี่ลูกน้องของหนูมีความคิดความอ่านได้สักครึ่งหนึ่งของหนูก็คงดี"
จ้าวหงเหมยเห็นพี่สาวคนรองหน้าตาเป็นกังวลเพราะเรื่องของลูกสาว ก็รีบปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ฮุ่ยฮุ่ยยังเด็กนี่คะ แถมยังเรียนมาน้อย ตั้งแต่เด็กก็ไม่ค่อยได้ไปไหนไกลๆ อีกหน่อยฮุ่ยฮุ่ยได้อยู่ในเมืองทุกวัน ก็คงจะมีความคิดมากขึ้นเองค่ะ"
หูหลันเยวี่ยก็ช่วยปลอบบ้าง "ป้ารองไม่ต้องกังวลเรื่องพี่สาวของหนูมากหรอกค่ะ พี่สาวของหนูฉลาดขนาดนั้น เดี๋ยวเธอก็คงคิดได้เอง"
หูหลันเยวี่ยจำได้แม่นว่าโจวเจียฮุ่ยหนีตามหลิวเฉิงไฉในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อนของปีหน้า
ครึ่งเดือนก่อนหนีตามกันไป หลิวเฉิงไฉก็ให้แม่สื่อไปสู่ขอที่บ้านสกุลโจว ตอนนั้นคนในบ้านสกุลโจวถึงได้รู้ว่าโจวเจียฮุ่ยแอบคบกับหลิวเฉิงไฉมานานแล้ว
ตอนนั้นโจวเจียฮุ่ยก็ถลำลึกไปแล้ว แต่ในตอนนี้โจวเจียฮุ่ยยังไม่ได้ถลำลึกลงไปเท่าในชาติก่อน
แค่หาคนมาช่วยพูด ช่วยเตือนสติ รวมกับที่โจวเจียฮุ่ยเริ่มออกไปเห็นโลกกว้างแล้ว คิดว่าเธอคงแยกทางกับหลิวเฉิงไฉได้แต่เนิ่นๆ
ตอนเย็น หูหลันเยวี่ยไปติวหนังสือกับหลินซือหย่วน พอเข้าเวลาพัก เธอก็พูดถึงเรื่องของโจวเจียฮุ่ย
"ฉันรู้ว่านายรู้จักคนเยอะ อีกหน่อยนายช่วยหาคนที่เหมาะสมให้ลูกพี่ลูกน้องของฉันหน่อยได้ไหม?" หูหลันเยวี่ยมองตาหลินซือหย่วนแล้วปรึกษาเขาอย่างจริงจัง
หลินซือหย่วนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "แนะนำคนดีๆ ให้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เจียฮุ่ยนิสัยดี แถมหน้าตาก็ใช้ได้ ว่าแต่เธอคิดว่าเขากับหวาจื่อเป็นยังไง?"
"นายหมายถึงพี่สวี่เส้าหวาเหรอ?" หูหลันเยวี่ยถามอย่างระมัดระวัง
"แล้วเธอรู้จักหวาจื่อกี่คนกัน?" หลินซือหย่วนถามกลับพร้อมรอยยิ้ม
หูหลันเยวี่ยส่ายหน้า "พี่สาวของฉันกับสวี่เส้าหวาไม่เหมาะสมกันหรอก"
"พวกเขาไม่เหมาะสมกันตรงไหน?" หลินซือหย่วนถามด้วยความสงสัย "ที่เธอบอกว่าไม่เหมาะสมกันนี่หมายถึงเรื่องอายุหรือว่าอะไร?"
หูหลันเยวี่ยรีบอธิบาย "ไม่ใช่แค่เรื่องอายุ ที่สำคัญคือเรื่องฐานะ ฉันว่าที่บรรพบุรุษพูดว่าการแต่งงานต้องฐานะสมกันมันก็มีเหตุผลอยู่นะ"
สวี่เส้าหวาไม่ใช่แค่คนในเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกหลานของข้าราชการระดับสูงด้วย
ครอบครัวแบบนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องฐานะมาก พวกเขาอาจจะแต่งกับคนที่มีฐานะต่ำกว่าได้ แต่ถ้าผู้หญิงมีฐานะแตกต่างจากพวกเขามากเกินไป ชีวิตแต่งงานก็คงไม่ราบรื่น
ในวันหมั้น หูหลันเยวี่ยได้เจอพ่อแม่ของสวี่เส้าหวามาแล้ว เป็นการพบปะกันสั้นๆ ที่ทำให้หูหลันเยวี่ยรู้สึกว่าประตูบ้านสกุลสวี่ไม่ได้เปิดประตูให้เข้าไปง่ายๆ แน่นอน