หลังจากวันที่หลินเหมยได้เอ่ยถึงเื่การไปขอพรที่อารามบนเขาเทียนซาน อาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ของนางก็เริ่มแสดงออกบ่อยขึ้นกว่าเดิม นางมักจะมีอาการหน้ามืดเป็ลมอยู่บ่อยครั้งยามที่ต้องยืนนานๆ หรือเดินไปมาในร้านค้าผ้า สีหน้าของนางซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะพยายามฝืนยิ้มและบอกกับหลินซูว่าตนเองยังไหว แต่แววตาที่อ่อนล้าและริมฝีปากที่แห้งผากก็ไม่อาจปกปิดความจริงได้
ในยามเช้าตรู่ หลินซูมักจะตื่นขึ้นมาด้วยเสียงแม่ไอเป็ระยะๆ จากห้องข้างเคียง เสียงไอแห้งๆ ที่ดังขึ้นเป็จังหวะนั้นทำให้หัวใจของนางเต็มไปด้วยความวิตกกังวล บางครั้งนางจะได้ยินเสียงมารดาลุกขึ้นไปดื่มน้ำกลางดึก หรือเสียงครางเบาๆ ที่แสดงถึงความเ็ป หลินซูได้แต่นอนฟังด้วยความรู้สึกทำอะไรไม่ถูก ใจอยากจะลุกไปดูแล แต่ก็กลัวว่าจะทำให้มารดาเป็กังวลมากขึ้น
เมื่อแสงอรุณส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลัก หลินซูจะรีบลุกขึ้นมาเตรียมน้ำอุ่นและยาสมุนไพรที่หมอหลี่สั่งจ่ายไว้ นางจะค่อยๆ เคาะประตูห้องมารดาเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยความระมัดระวัง "ท่านแม่เ้าค่ะ ข้านำยาและน้ำอุ่นมาให้แล้วเ้าค่ะ" เสียงของนางเบาและเต็มไปด้วยความเอ็นดู
หลินเหมยจะพยายามลุกขึ้นนั่งบนเตียง แม้ร่างกายจะสั่นเทาเล็กน้อยจากความอ่อนแรง "ซูเอ๋อร์... เ้าตื่นเช้าเกินไป ไปพักผ่อนต่อเถิด แม่ดื่มยาเองได้" นางพูดด้วยเสียงแหบแห้ง ทว่าพยายามยิ้มให้ลูกสาว
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าอยากดูแลท่านแม่" หลินซูตอบพลางนั่งลงข้างเตียงและค่อยๆ ป้อนยาให้มารดา นางสังเกตเห็นว่าใบหน้าของหลินเหมยผอมลงกว่าเดิม แก้มที่เคยอิ่มเอิบกลับดูโหนกแก้มสูง และดวงตาคู่สวยกลับดูลึกลงไปเพราะความผอมแห้ง
ใน่บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่หลินเหมยกำลังคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับผ้าไหมสีทองที่เพิ่งนำเข้ามาใหม่ นางต้องหยุดพูดกลางคำเพราะอาการวิงเวียนศีรษะ นางพยายามจับขอบโต๊ะเพื่อให้ตัวเองยืนมั่น แต่ใบหน้าก็ซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าท่านนั้นสังเกตเห็นและถามด้วยความเป็ห่วง "ฮูหยินหลิน ท่านไม่สบายหรือเ้าคะ?"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ แค่เหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้นเอง" หลินเหมยตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนใจ "เื่ผ้าไหมสีทองนี้... ข้าจะให้ลูกสาวมาคุยต่อแทนได้ไหมคะ"
หลินซูที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้ามาช่วย "ท่านแม่ไปพักก่อนเถิดเ้าค่ะ ข้าจะดูแลลูกค้าเอง" นางพูดด้วยความกังวลแต่พยายามไม่แสดงออกมากเกินไปต่อหน้าคนอื่น
หลินซูมองมารดาด้วยความกังวลใจ นางพยายามจะช่วยแบ่งเบาภาระในร้านค้าผ้า แต่หลินเหมยก็ยังคงยืนกรานที่จะดูแลกิจการด้วยตนเอง เพราะบิดาของหลินซูยังคงเดินทางไปค้าขายต่างเมืองและยังไม่มีกำหนดกลับ การค้าผ้าเป็รายได้หลักของครอบครัว และหลินเหมยก็ไม่้าให้กิจการต้องหยุดชะงักลงเพราะอาการป่วยของตน
"ท่านแม่... พักผ่อนเถิดเ้าค่ะ ให้ข้าช่วยดูแลร้านแทนท่านบ้างเถิด" หลินซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนหลังจากที่ลูกค้าจากไปแล้ว
"ไม่เป็ไรหรอกซูเอ๋อร์ เ้ายังเด็กนัก เื่การค้าขายนั้นซับซ้อนกว่าที่เ้าคิด" หลินเหมยปฏิเสธอย่างนุ่มนวล "เ้าไปจัดเตรียมยาที่หมอหลี่สั่งมาให้แม่ดีกว่า"
หมอหลี่เป็หมอประจำตระกูลที่มารักษาหลินเหมยอยู่หลายครั้ง ท่านหมอได้จ่ายยาบำรุงและยาแก้ปวดหัวให้ แต่ดูเหมือนว่ายาเ่าั้จะไม่ได้ช่วยให้อาการของหลินเหมยดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย นางยังคงมีอาการอ่อนเพลียและหน้ามืดอยู่เป็ประจำ
ใน่เย็นของวันนั้น หลินซูนั่งบดยาสมุนไพรในครกหินเก่าแก่ที่ตระกูลใช้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เสียงกรอกแกรกของสากกับครกดังขึ้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นหอมของสมุนไพรแห้งฟุ้งขึ้นมาในอากาศ นางคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมาเมื่อมารดายังแข็งแรงและร่าเริง เมื่อครั้งที่นางยังเป็เด็กเล็ก หลินเหมยจะคอยสอนให้นางบดยาและเล่าเื่ราวต่างๆ ให้ฟัง แต่ตอนนี้บทบาทกลับกลายเป็ว่านางต้องเป็ผู้ดูแลมารดาแทน
หลินซูได้แต่เฝ้ามองมารดาด้วยความรู้สึกทำอะไรไม่ถูก นางไม่รู้จะช่วยมารดาได้อย่างไรนอกจากคอยดูแลปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง บางครั้งนางจะเห็นหลินเหมยนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเศร้าโศก ราวกับกำลังคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ห่างไกล นางสงสัยว่ามารดากำลังคิดถึงบิดาที่ยังไม่กลับจากการเดินทางหรือเปล่า
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความกังวลในใจของหลินซูยิ่งทวีคูณขึ้นทุกวัน นางเห็นมารดาต้องฝืนร่างกายไปดูแลร้านค้าผ้าั้แ่เช้าจรดเย็น แม้จะไอค่อกแค่กและมีเหงื่อซึมตามไรผม แต่หลินเหมยก็ยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างไม่บกพร่อง นางตรวจตราผ้า จัดการบัญชี และต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มที่ดูอ่อนล้าลงทุกที
ในวันที่อากาศเริ่มเย็นลง หลินซูสังเกตเห็นว่ามารดามักจะสั่นเทาแม้จะอยู่ในที่ร่ม นางจึงนำผ้าห่มมาคลุมให้และจุดไฟในเตาผิงเพื่อให้ความอบอุ่น "ท่านแม่ หนาวหรือเ้าคะ?" นางถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่หรอกลูก แค่อากาศเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเอง" หลินเหมยตอบทว่าร่างกายยังคงสั่นเทาเล็กน้อย "แต่ข้าคิดว่า... บางทีการไปขอพรที่อารามบนเขาเทียนซานอาจจะช่วยได้"
หลินซูพยักหน้าเห็นด้วย นางเคยได้ยินชาวบ้านเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของอารามแห่งนั้น ว่าเป็ที่ประทับของนักพรตผู้มีตบะสูงส่ง และมีผู้คนมากมายที่ได้รับการรักษาจากโรคภัยไข้เจ็บหลังจากไปขอพรที่นั่น
ใน่ค่ำคืนที่เงียบสงบ หลินซูมักจะนั่งเย็บปักผ้าข้างเตียงมารดา เพื่อให้หลินเหมยรู้สึกไม่เหงา แสงเทียนไขส่องแสงเหลืองอ่อนๆ ทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่น แต่ก็เศร้าโศกไปในเวลาเดียวกัน เสียงเข็มเย็บผ้าแทงผ่านเนื้อผ้าดังขึ้นเป็จังหวะเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ
"ซูเอ๋อร์..." หลินเหมยเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแ่เบา "แม่เป็ห่วงเ้านัก หากแม่มีอะไรขึ้นมา เ้าจะอยู่คนเดียวได้หรือ?"
"ท่านแม่อย่าพูดแบบนั้นเลยเ้าค่ะ" หลินซูรีบตอบด้วยเสียงสั่นเทา "ท่านแม่จะต้องหายป่วยและอยู่กับข้าไปนานๆ เ้าค่ะ ข้าจะดูแลท่านให้ดีที่สุด"
หลินเหมยยิ้มอย่างเศร้าๆ "ลูกดีของแม่... แต่บางครั้งชีวิตก็ไม่เป็ไปตามที่เรา้าเสมอไป" นางหยุดพักสักครู่ก่อนจะพูดต่อ "หากมีอะไรเกิดขึ้นกับแม่ เ้าต้องสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี และต้องระวังคนที่มีเจตนาไม่ดีต่อเ้า"
คำพูดของมารดาทำให้หลินซูรู้สึกหวาดกลัว นางไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาถึงพูดเื่แบบนี้ "ท่านแม่หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ? มีใครจะมาทำร้ายข้าหรือเ้าคะ?"
"ไม่มีอะไรหรอกลูก แค่แม่อยากให้เ้าระวังตัวเท่านั้นเอง" หลินเหมยตอบแต่สายตาแฝงไปด้วยความกังวลบางอย่าง "เ้าเป็หญิงสาวที่สวยงาม และบางครั้งความงามก็อาจเป็อันตรายได้"
จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่หลินเหมยกำลังยืนตรวจดูผ้าไหมผืนงามที่เพิ่งนำเข้ามาใหม่ในร้านค้าผ้า จู่ๆ ร่างกายของนางก็เซถลา ดวงตาพร่ามัว และความมืดมิดก็เข้าครอบงำ นางล้มพับลงไปกองกับพื้นท่ามกลางความใของหลินซูและเหล่าคนงานในร้าน
"ท่านแม่! ท่านแม่เ้าค่ะ!" หลินซูกรีดร้องด้วยความใสุดขีด นางรีบวิ่งเข้าไปประคองมารดาที่หมดสติอยู่บนพื้น ใบหน้าของหลินเหมยซีดขาวราวกับกระดาษ ลมหายใจแ่เบาจนน่าใจหาย
เหล่าคนงานรีบช่วยกันหามหลินเหมยกลับไปที่เรือนพัก หมอหลี่ถูกเรียกตัวมาอย่างเร่งด่วน ท่านหมอตรวจอาการของหลินเหมยอย่างละเอียด ก่อนจะส่ายหน้าด้วยสีหน้าหนักใจ "อาการของฮูหยินหลินทรุดหนักกว่าที่คิดนัก ข้าเกรงว่ายาของข้าคงไม่อาจช่วยได้แล้ว"
คำพูดของหมอหลี่ดังก้องอยู่ในหูของหลินซูราวกับฟ้าผ่า นางรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า มารดาผู้เป็ที่รักและเป็เสาหลักของครอบครัวกำลังป่วยหนัก และนางก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
หลินซูได้แต่เฝ้าไข้มารดาอยู่ไม่ห่าง นางเช็ดตัว ป้อนยา และคอยดูแลทุกอย่างด้วยความรักและความกตัญญู นางไม่ยอมห่างจากเตียงของมารดาเลยแม้แต่น้อย ความอ่อนหวานและหัวอ่อนของนางในยามปกติได้ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวที่จะดูแลมารดาให้ดีที่สุด
ในขณะที่มารดากำลังนอนซมอยู่บนเตียง หลินซูรู้ดีว่ากิจการร้านค้าผ้าจะต้องไม่หยุดชะงัก นางจึงเรียกพ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์เข้ามาพบ "ท่านพ่อบ้าน ข้าขอฝากเื่ร้านค้าผ้าไว้กับท่านก่อนนะเ้าคะ ข้าจะดูแลท่านแม่ให้ดีที่สุด"
พ่อบ้านพยักหน้ารับคำด้วยความเข้าใจ "ไม่ต้องห่วงขอรับคุณหนูหลิน ข้าจะดูแลร้านค้าผ้าให้ดีที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้ ขอให้คุณหนูดูแลฮูหยินหลินให้เต็มที่เถิดขอรับ"
หลินซูรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยที่ยังมีผู้ที่สามารถพึ่งพาได้ นางหันกลับไปมองมารดาที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยความรักและความหวัง นางภาวนาขอให้มารดาหายป่วยโดยเร็ว และในใจก็เริ่มคิดถึงคำพูดของมารดาที่เคยเอ่ยถึงอารามบนเขาเทียนซาน... อารามศักดิ์สิทธิ์ที่ร่ำลือกันว่าสามารถปัดเป่าโรคร้ายและเสริมสร้างสิริมงคลได้