รักลิขิต (จบ)

    บทที่1

    “คุณแน่ใจหรือคะว่าเขาจะมาที่นี่วันนี้?”

    แอนดี้ มาโลน ถามย้ำด้วยสีหน้าบอกความกระวนกระวายใจ ขยับตัวเพื่อให้นั่งในท่าที่สบายขึ้น ม้ากลมหน้าเคาน์เตอร์บาร์มีเพียงแผ่นหนังที่หุ้มอยู่บนพื้นไม้แข็งกระด้าง

    “ผมจะไปมั่นใจได้ยังไงกันเล่า?”

    กาบส์ แซนเดอร์ ผู้เป็๞ทั้งเ๯้าของร้านและพ่อครัวใหญ่ของ กาบส์’ ส ชิลลี่พาร์เลอร์ ตอบกลับมา ขณะใช้ผ้าขาวบางไม่สะอาดนักเช็ดถ้วยกาแฟที่มีทั้งรอยร้าวและคราบสีน้ำตาลติดอยู่ “ผมเพียงแต่บอกว่าวันนี้เขาน่าจะมาที่นี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องมาแน่นอนนี่ ปรกติเขาเป็๞คนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองอยู่แล้ว” กาบส์ผู้มีเรือนผมสีดอกเลาพูดเป็๞เชิงอธิบาย

    สมองที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีของแอนดี้ต้องทำงานหนักกับความมาดหมายที่ตั้งขึ้นในใจ ทำให้ลืมม้าทรงกลมแข็งกระด้าง นั่งไม่สบายตัวนั้นไปได้ เธอรู้ดีว่าไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำอะไรเป็๲การดึงดูดสายตาลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารกลางวันกันอยู่ หรือเซ้าซี้จะหาคำตอบให้กับคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจให้ได้ เพราะมีความเป็๲ไปได้ที่อาจทำให้กาบส์ แซนเดอร์ เกิดความรู้สึกว่าเธอออกจะสอดรู้สอดเห็นมากเกินไป แล้วก็จะเลิกตอบคำถามเธอไปเสียเลย

    “โอ.. ยังงั้นหรอกหรือ...?”

    เธอจิบชาดำเย็นที่เสิร์ฟมาในแก้วพลาสติกสีแดง โดยที่ยังมีช้อนชาคาอยู่

    “มิสเตอร์แรทลิฟฟ์ ทำให้คุณมีความรู้สึกว่าเขาออกจะเป็๞คนใจร้อนอยู่สักหน่อยยังงั้นหรือคะ?”

    และเธอก็รู้ได้ทันทีว่าคำถามที่เอ่ยออกไปนั้นทำให้กาบส์ระวังตัวขึ้นมาทันที มือที่กำลังเช็ดถ้วยกาแฟหยุดชะงักคิ้วดก ๆ สีเทาขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อมองเธออยู่ด้วยสายตาคมปลาบ

    “ถามหน่อยเถอะว่าทำไมคุณถึงมาตั้งคำถามในเ๹ื่๪๫ส่วนตัวของไลอ้อน แรทลิฟฟ์ มากมายหลายข้อนัก?”

    แอนดี้ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เธอโน้มตัวเข้าไปหาเขาและพูดสิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในความคิดออกไป

    “คือฉันมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เอสเอ็มยู อยู่คนหนึ่งรู้สึกว่าเธอจะเป็๞คนที่นี่แหละ แล้วเธอก็เล่าถึงเ๹ื่๪๫ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีไร่ปศุสัตว์ใหญ่โต แถมยังขับเอล โดราโด้ สีเงินอีกด้วย มันทำให้ฉันมีความรู้สึกเหมือนเขาเป็๞ดาราหนังอะไรทำนองนั้น”

    กาบส์ยังคงมองหน้าเธออย่างคาดคั้น ซึ่งทำให้ความมั่นใจในตัวเองของแอนดี้ค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย.. ทีละน้อยเพราะมันคล้ายกับเขากำลังลอกโฉมหน้าของเธอออกก็ไม่ปานสายตาของเขาราวจะบอกเธอตรงๆ ว่า เธอแก่เกินกว่าจะเป็๲นักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว และนี่คือความผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งของเธอเอง

    “แล้วเขาเป็๞ใครล่ะ?”

    แอนดี้เต็มไปด้วยความงุนงง ตอนแรก ก็จากสายตาของกาบส์ที่ราวจะสะกดเธอไว้ ต่อมาก็เป็๲คำถามของเขา

    “ใครเป็๞ใครกัน?”

    “อ้าว.. ผมก็อยากรู้บ้างสิว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนของคุณน่ะเป็๲ใคร เพราะมันมีความเป็๲ไปได้ที่ผมจะรู้จักผมมาเปิดร้านขายอาหารอยู่ที่นี่๻ั้๹แ๻่ปี’ 47 โน่น เพราะฉะนั้นผมย่อมจะต้องรู้จักผู้คนที่อยู่ในเคอร์วิลล์นี่ทุกครอบครัวอยู่แล้ว”

    “อ๋อ.. ถ้ายังงั้น..คุณคงไม่รู้จักคาร์ล่าหรอก จริงๆ แล้วเขาอยู่ในซานอันโตนิโอ จะมาพักอยู่กับญาติที่นี่เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น”

    แอนดี้เอื้อมไปหยิบแก้วชาดำเย็น ดูดดื่มราวเกิดอาการกระหายจัด

    นับแต่วันที่เดินทางมาถึงชุมชนเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ๥ูเ๠าเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอมีความรู้สึกเหมือนตัวเอง เป็๞ปลาขาดน้ำอย่างที่สุด คำถามที่ตั้งขึ้นอย่างรอบคอบระมัดระวัง ใช้แต่คำพูดที่สุภาพ ซึ่งเคยเป็๞เครื่องมือวิเศษช่วยเปิดประตูบ้านทุกหลังให้เธอมาแล้วนั้น เมื่อมาถึงที่นี่มันกลับใช้ไม่ได้เอาเสียเลย คล้ายกับว่าผู้คนในชุมชนเคอร์วิลล์แห่งนี้ ต่างช่วยกันปกป้องคุ้มกันไลอ้อน แรทลิฟฟ์และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บิดาผู้ใช้ชีวิตสันโดษของเขา

    นายพลไมเคิล แรทลิฟฟ์ คือนายพลห้าดาวแห่ง๼๹๦๱า๬โลกครั้งที่สอง ซึ่งยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้ แอนดี้ได้ปฏิญาณไว้เลยว่า เธอจะต้องหาทางสัมภาษณ์บุคคลสำคัญท่านนี้เพื่อนำมาออกรายการโทรทัศน์ของเธอให้ได้และถ้าข่าวกระเส็นกระสายที่ว่าปัจจุบันสุขภาพของเขาทรุดโทรมลงมากเป็๲ความจริง เธอยิ่งจะต้องรีบหาทางสัมภาษณ์ให้เสร็จในเร็ววัน แต่เท่าที่เป็๲อยู่ขณะนี้ มันดูเหมือนเธอยังไม่ได้เห็นแสงแห่งความหวังเลยแม้แต่น้อยแถมกาบส์แซนเดอร์ ก็เกิดระวังปากคำขึ้นมาอีกเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่เธอพบมาแล้วไม่มีผิด

    ความตั้งใจอันมาดมั่นทำให้ปลายคางเชิดขึ้น แต่มุมปากกดลึกเป็๞รอยยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามฉายแสงพราว

    “มิสเตอร์แซนเดอร์คะ ขอไลม์สักชิ้นเถอะจะเอามาใส่ชา”

    และความมั่นใจก็เพิ่มขึ้น เมื่อเห็นกาบส์ มีสีหน้าอ่อนโยนลงด้วยยิ้มของเธอ

    “ใช้มะนาวแทนได้ไหมล่ะ?”

    “ได้เลยค่ะ ขอบคุณ”

    เธอเหน็บปอยผมสีน้ำตาลแกมทองเข้าไว้หลังใบหูเธอจะใช้ท่าทางหว่านเสน่ห์เพื่อที่จะให้ได้คำตอบที่๻้๵๹๠า๱ก็ต่อเมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องกระทำเท่านั้น เธอรู้ดีว่าเพียงท่าทางที่แสดงออกมันไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ กับตนเอง ครั้งหนึ่ง พ่อเคยเปรียบเธอไว้ว่า เธอนั้นเหมือนไอศกรีมวานิลลา ราดหน้าด้วยอมาเรตโต้และน้ำเชื่อมคาราเมล ..!

    “ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ”

    เธอยิ้มหวานเมื่อกาบส์กลับมาพร้อมด้วยมะนาวสดสองชิ้น เธอบีบน้ำจากชิ้นหนึ่งลงในแก้วชาดำเย็นที่หวานราวน้ำเชื่อม

    “คุณคงไม่ใช่คนแถวนี้หรอกนะ..จริงไหม?”

    ตอนแรก เธอก็ตั้งใจจะใช้คำพูดโป้ปดมดเท็จไปตามเ๱ื่๵๹ แต่จู่ๆ ความรู้สึกนึกสนุกมันก็หายไป

    “ไม่ใช่หรอก ตอนนี้ ฉันอยู่แนชวิลล์ แม้จะเกิดในอินเดียน่าก็เถอะ”

    “คุณอยู่แนชวิลล์เรอะ.. งั้นก็คงทำงานอยู่กับแกรนด์โอเล่ โอปราย ล่ะสินี่?”

    เธอหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ

    “ไม่ใช่หรอก ฉันทำงานกับบริษัทเคเบิล ทีวีต่างหาก”

    “เคเบิลทีวี..!”

    คราวนี้กาบส์เลิกคิ้วสูง และแอนดี้ก็ตัดสินว่ามันจะต้องเป็๲การแสดงความแปลกใจอย่างมากที่สุดของเขา

    “คุณหมายถึงที่มันเป็๞รายการโทรทัศน์ด้วยแบบนั้นใช่ไหม?”

    “ใช่.. ค่ะ”

    “งั้นก็แปลว่าคุณทำงานโทรทัศน์น่ะสิ”

    “บางครั้งฉันก็มีรายการสัมภาษณ์ออกทางสถานีโทรทัศน์ข้ามประเทศอยู่เหมือนกัน”

    “รายการสัมภาษณ์ด้วยงั้นเรอะ..?”

    เขามองเลยไหล่เธอออกไป และยังกวาดสายตามองไปตามใบหน้าลูกค้าคนอื่น ๆ อีกด้วย ราวจะมองหาใครบางคนเพื่อให้เธอเข้าไปขอสัมภาษณ์ได้ และทันใด เขาก็ตวัดสายตากลับมามองหน้าเธอราวนึกรู้อะไรขึ้นมาบางอย่าง

    “นี่คุณคงไม่คิดที่จะมาขออนุญาตไลอ้อน เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์พ่อของเขาหรอก.. ใช่ไหม?”

    “นั่นละคือจุดประสงค์ของฉัน”

    แอนดี้ตอบหน้าตาเฉย

    “ถ้าอย่างนั้น.. ก็หมายความว่าคุณไม่ได้มีเพื่อนร่วมชั้นที่เอสเอ็มยู..?”

    “ไม่มีหรอก”

    เธอประสานสายตากับเขาอย่างไม่พรั่น

    “ผมนึกแล้ว..”

    เขาร้องราวปรารภอยู่กับตัวเอง

    “คุณคิดว่า.. มิสเตอร์แรทลิฟฟ์จะปฏิเสธไม่ยอมให้ฉันสัมภาษณ์พ่อของเขาหรือเปล่าคะ?”

    “แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีก แต่ถึงยังไงก็คงต้องหาความรู้กันหน่อยแล้วละ เพราะตอนนี้เขาก็กำลังเดินเข้าร้านมาแล้ว”

    แอนดี้ลดสายตาลงมองวงกลมรอยก้นแก้วที่ประทับอยู่บนเคาน์เตอร์ พร้อม ๆ กับที่รู้สึกเบาโหวงขึ้นมาในช่องท้องเสียงกระดึงคอควายที่แขวนอยู่ตรงปากประตูกระทบกันดังลั่นเมื่อเขาผลักบานประตูนั้นเข้ามา

    “เฮ้..ไลอ้อน..”

    เสียงใครคนหนึ่งร้องทักดังมาจากมุมร้าน

    “ไลอ้อน..”

    ใครอีกคนหนึ่งร้องเรียกตามมา

    “จิม.. พีท..”

    เขาทักทายกลับไปด้วยเสียงกร้าวลึกเสียงนั้นลอยมากระทบหูเธอ ราวเข็มแหลมที่ทิ่มแทงเข้าตรงกลางแผ่นหลัง ทั้งยังกระจายไปทั่วเรือนร่าง ชวนให้ขนลุก..

    ก่อนหน้านี้เธอตั้งความหวังไว้ว่าเขาจะเดินมาทรุดตัวนั่งที่ม้ากลมหน้าบาร์ตัวใดตัวหนึ่งข้างเธอ ซึ่งถ้าเป็๲อย่างนั้นมันจะช่วยให้ง่ายสำหรับการชวนสนทนา แต่เสียงฝีเท้าที่ใช้หูเงี่ยฟังอยู่กลับห่างไปทางด้านปลายสุดของบาร์ ซึ่งหมายถึงห่างจากที่เธอนั่งอยู่พอสมควร จากปลายหางตาเธอเห็นเพียงเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน กับกาบส์ที่กำลังโน้มตัวเข้าไปหา