บทที่ 13 : ผู้บงการเงาและการทดสอบแห่งปัญญา
การเดินทางของคณะผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาวดูจะเปี่ยมด้วยความหวังที่สว่างไสวขึ้นอีกครั้ง เมื่อลูคัส ผู้ใช้พลังราศีธนู ผู้รักอิสระแต่มีปมในใจเกี่ยวกับอดีตของจ้าวแห่งเงามืด ได้เข้าร่วมกลุ่มกับอัคคี เมษา เอลิน่า และมาเรีย พวกเขามุ่งหน้าสู่ทะเลทรายแห่งลมกรด ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลที่เต็มไปด้วยพายุทรายอันโหดร้ายและแสงแดดที่แผดเผา
ลูคัส (อายุประมาณ 23-25 ปี) มีพลังลูกแก้วราศีธนูระดับ 2 เช่นเดียวกับอัคคีและเมษา และเขามีออร่าสีส้มทองจากวันพฤหัสบดีที่เปล่งประกายอย่างสดใส นิสัยของเขายังคงรักอิสระและไม่ชอบการผูกมัด แต่ก็เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับจ้าวแห่งเงามืด ความสามารถของเขาในการยิงธนูแสงที่รวดเร็วและแม่นยำดุจสายฟ้า และการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วราวกับสายลม ทำให้การเดินทางของพวกเขามีความคล่องตัวและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
เมษาใช้พลังราศีกุมภ์ของเธอบิดเบือนกระแสลมทราย สร้างบาเรียที่มองไม่เห็นเพื่อป้องกันทรายที่พัดเข้าตาและจมูก อัคคีใช้พลังราศีสิงห์ของเขาแผ่รัศมีอบอุ่นออกไปคลายความหนาวเหน็บในยามค่ำคืน และสร้างแสงสว่างนำทางในความมืดมิด เอลิน่าใช้พลังราศีพฤษภของเธอรักษาระดับน้ำในร่างกายของทุกคน และฟื้นฟูพลังจากความอ่อนล้า และมาเรีย ผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำ ใช้พลังราศีกรกฎของเธอในการััถึงเบาะแสของอดีตที่ซ่อนอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้
แต่ทะเลทรายแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงภัยจากธรรมชาติเท่านั้น คลื่นพลังงานมืดที่ละเอียดอ่อนกว่าที่เคยพบเจอเริ่มปรากฏขึ้น มันเป็พลังที่แฝงมากับเสียงกระซิบของลมทราย เสียงที่พยายามจะแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของผู้ที่เดินผ่าน บิดเบือนความทรงจำและเป้าหมายของพวกเขา
"ระวังตัวทุกคน! นี่ไม่ใช่แค่พายุทรายธรรมดา!" เมษาเตือน "เงามืดกำลังใช้ 'พลังแห่งการบิดเบือนความจริง' มาเล่นงานพวกเรา มันจะทำให้เราเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือหลงลืมเป้าหมายที่แท้จริง!"
ทันใดนั้น ภาพของโอเอซิสที่สวยงามก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา น้ำใสสะอาดต้นปาล์มเขียวชอุ่มชวนให้หลงใหล แต่เมษารู้ทันทีว่ามันเป็ภาพลวงตาที่เงามืดสร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อให้พวกเขาเดินเข้าไปติดกับดัก
"มันเป็ภาพลวงตา! อย่าเข้าไปใกล้!" เมษาะโ
ลูคัสพยักหน้า เขายกคันธนูแสงขึ้น ยิงลูกธนูแสงสีทองไปกลางภาพโอเอซิส ทันทีที่ลูกธนูแสงกระทบ ภาพลวงตาก็แตกสลายหายไป เผยให้เห็นเพียงผืนทรายที่แห้งแล้งและอันตรายเบื้องหน้า
"มันฉลาดขึ้น" ลูคัสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มันไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่ใช้จิตใจของเราเป็เครื่องมือ"
ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในทะเลทรายแห่งลมกรด พลังแห่งการบิดเบือนความจริงก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ภาพหลอนของเหตุการณ์ในอดีตที่น่าเ็ปปรากฏขึ้นซ้ำๆ ราวกับจะทดสอบจิตใจของพวกเขา อัคคีเห็นภาพบิดาที่ป่วยหนัก เมษาเห็นอาจารย์ที่จากไป และลูคัส... เขายิ่งเห็นภาพของจ้าวแห่งเงามืดในอดีต ใบหน้าของเพื่อนรักที่เต็มไปด้วยความเ็ปและความริษยา
"เขาคือ 'อเธอร์' ผู้พิทักษ์แห่งราศีเมถุน" ลูคัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาฉายแววเ็ป "เขาเคยเป็คนที่ฉลาดที่สุดในบรรดาพวกเรา... มีความสามารถในการเชื่อมโยงจิตใจของทุกคน... แต่แล้ว... เขาถูกทรยศ"
"การทรยศงั้นหรือ!" อัคคีถาม
"ใช่... การทรยศจากผู้พิทักษ์คนหนึ่งที่ริษยาในพลังและความสามารถของเขา" มาเรียกล่าวเสริม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า "ผู้พิทักษ์แห่งราศีเมถุนจึงกลายเป็จ้าวแห่งเงามืด และ 'พลังแห่งการบิดเบือน' ที่พวกเ้ากำลังเผชิญอยู่นี้ คือแก่นแท้ของพลังราศีเมถุนที่ถูกบิดเบือนไปแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังก้องไปทั่วทะเลทราย ร่างของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นบนยอดเนินทรายที่อยู่ห่างออกไป เขาไม่ได้ดูน่าเกรงขามเท่าเนโครัส แต่กลับมีรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์และดวงตาสีดำที่ฉายแววฉลาดแกมโกง ออร่าสีดำอมเขียวที่เปล่งประกายจากกายของเขานั้นละเอียดอ่อนและพลิ้วไหว บ่งบอกถึงพลังราศีที่ถูกบิดเบือนอย่างรุนแรง
"ยินดีต้อนรับสู่แดนของข้า... ผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาว" บุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยความเฉลียวฉลาด "ข้าคือ 'ไคลัส' ผู้บงการแห่งเงา"
"ผู้ส่งสารแห่งความมืดอีกคนงั้นรึ!" อัคคีคำราม
"ข้าแตกต่างจากเนโครัส" ไคลัสตอบ "เนโครัสใช้กำลังบดขยี้ แต่ข้าชอบที่จะเล่นกับ 'จิตใจ' และ 'ความจริง' ของพวกเ้ามากกว่า"
ทันใดนั้น ทรายเบื้องล่างเท้าของพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก่อตัวขึ้นเป็ 'ทรายดูด' ขนาดใหญ่ที่พยายามจะกลืนกินพวกเขาลงไป ไคลัสไม่ได้โจมตีด้วยพลังทำลายล้าง แต่ใช้พลังแห่งการบิดเบือนของเขาควบคุมสภาพแวดล้อมให้กลายเป็กับดัก
"ระวังตัวทุกคน! มันกำลังบิดเบือนผืนทราย!" เอลิน่าร้อง เธอรีบใช้พลังลูกแก้วราศีพฤษภระดับ 2 สร้างกำแพงดินแข็งแกร่งขึ้นมารอบตัวพวกเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทรายดูดกลืน
ไคลัสหัวเราะเบาๆ "กำแพงดินของเ้าแข็งแกร่งดี... แต่เ้าจะปกป้องทุกคนจากความจริงที่ข้าจะเผยให้เห็นได้อย่างไร!"
ทันใดนั้น ภาพหลอนที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นกลางวงล้อมของพวกเขา อัคคีเห็นภาพของตนเองที่ถูกพลังราศีสิงห์กัดกินจนคลั่ง เมษาเห็นภาพของเพื่อนร่วมทีมที่หันหลังให้เธอ และลูคัสเห็นภาพของอเธอร์ที่ยิ้มเยาะเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยา
"มันกำลังบิดเบือนความจริงในจิตใจของเรา!" มาเรียเอ่ยขึ้น "จงยึดมั่นในความจริงของตัวเอง!"
อัคคีไม่รอช้า เขารวบรวมพลังลูกแก้วราศีสิงห์ระดับ 2 ปล่อยลำแสงเพลิงสีแดงเพลิงที่บริสุทธิ์ออกไปเผาผลาญภาพหลอนตรงหน้าให้มอดไหม้ไป แม้พลังของเขาจะทรงพลัง แต่ไคลัสก็ยังคงสร้างภาพหลอนขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
เมษาใช้พลังลูกแก้วราศีกุมภ์ระดับ 2 ของเธอพยายาม 'บิดเบือน' กระแสพลังงานของไคลัสเพื่อหยุดยั้งการสร้างภาพหลอน แต่พลังของเขาก็ละเอียดอ่อนและซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะจัดการได้อย่างสมบูรณ์
"พลังของเ้านั้นน่าสนใจ... แต่ก็ยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ" ไคลัสกล่าวเยาะเย้ย "ความรู้ของเ้ามีจำกัด และนั่นคือจุดอ่อนของเ้า!"
ลูคัสไม่พูดอะไรมาก เขายิงลูกธนูแสงสีทองออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกธนูนั้นไม่ได้พุ่งเข้าใส่ไคลัสโดยตรง แต่พุ่งไปกระทบกับ 'แก่นกลาง' ของพลังงานที่ไคลัสใช้ในการสร้างภาพหลอนบนผืนทราย ทำให้การบิดเบือนของไคลัสสั่นคลอนเล็กน้อย
"ดีมาก ลูคัส!" เมษาเอ่ยขึ้น "พลังของเขาสามารถหาจุดอ่อนของพลังแห่งการบิดเบือนได้!"
แต่ไคลัสก็ตอบโต้ด้วยการสร้างพายุทรายขนาดใหญ่ขึ้นมา และในพายุทรายนั้น เขาก็สร้าง 'เงาจำลอง' ของผู้ใช้พลังราศีคนอื่นๆ ขึ้นมาโจมตีพวกเขา เงาจำลองเ่าั้มีพลังใกล้เคียงกับผู้ใช้พลังราศีระดับ 1 ทำให้พวกเขาต้องรับมือกับศัตรูจำนวนมากที่สามารถใช้พลังราศีที่แตกต่างกันได้
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด พวกเขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี เพื่อรับมือกับภาพลวงตา ทรายดูด และเงาจำลองที่ไคลัสสร้างขึ้น ไคลัสไม่ได้เข้ามาต่อสู้ด้วยตัวเองโดยตรง แต่เขาควบคุมทุกอย่างจากระยะไกลอย่างชาญฉลาด ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังต่อสู้กับหุ่นเชิดที่ไร้ชีวิต
ในขณะที่พวกเขากำลังอ่อนล้าจากการต่อสู้ที่ไม่จบสิ้น มาเรียก็ได้ใช้พลังราศีกรกฎของเธอ เธอหลับตาลง ออร่าสีเทาอ่อนของเธอส่องประกายอย่างอ่อนโยน เธอส่งกระแสพลังงานแห่งความทรงจำเข้าไปในจิตใจของทุกคนในทีม เพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นและป้องกันไม่ให้ถูกภาพหลอนกัดกิน
"จงมองไปที่ความจริงเื้ัภาพลวงตาเ่าั้!" มาเรียกล่าว "พลังของจ้าวแห่งเงามืดเกิดขึ้นจากความเ็ปและความริษยา... จงใช้ความเมตตาและความเข้าใจตอบโต้พลังของมัน!"
อัคคี เมษา และลูคัสเข้าใจในทันที พวกเขาไม่สามารถเอาชนะไคลัสได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเอาชนะด้วย 'ปัญญา' และ 'ความเข้าใจ' ในธรรมชาติของเงามืด
อัคคีเปลี่ยนจากการโจมตีด้วยเปลวเพลิงทำลายล้างเป็การสร้าง 'แสงสว่างแห่งความเข้าใจ' เปลวเพลิงของเขาส่องสว่างเจิดจ้า และสามารถทะลุผ่านภาพหลอนและเงาจำลองของไคลัสได้ เมษาใช้พลังราศีกุมภ์ของเธอ 'ปรับสมดุล' กระแสพลังงานที่ไคลัสใช้ในการบิดเบือน ทำให้การควบคุมของไคลัสสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ลูคัสยิงลูกธนูแสงสีทองออกไปอีกครั้ง ลูกธนูนี้พุ่งตรงไปยังไคลัสที่ยืนอยู่บนยอดเนินทราย ไคลัสรู้ว่าเขาถูกเปิดเผย เขาถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด
"ช่างน่าเบื่อจริงๆ!" ไคลัสเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายหายไปในพายุทรายอย่างรวดเร็ว เขายังคงไม่เข้าร่วมการต่อสู้โดยตรง แต่ก็เป็ผู้บงการที่ฉลาดที่ยากจะเอาชนะได้
พายุทรายแห่งความหลงลืมเริ่มสงบลง ภาพหลอนต่างๆ หายไป ทิ้งไว้เพียงทะเลทรายที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
"เขาหนีไปแล้ว" อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงหอบ
"แต่เราก็เอาชนะเขาได้ค่ะ!" เอลิน่าเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี
เมษามองไปในทิศทางที่ไคลัสหายไป เธอยังคงรู้สึกถึงพลังแห่งการบิดเบือนที่ละเอียดอ่อนของเขาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ได้สอนบทเรียนสำคัญให้กับพวกเขา ว่าศัตรูไม่ได้มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังมีความเฉลียวฉลาดและกลยุทธ์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่า
"เรายังต้องฝึกฝนอีกมากค่ะ" เมษาเอ่ยขึ้น "เพื่อที่จะเข้าใจแก่นแท้ของพลังราศี และเพื่อที่จะต่อสู้กับผู้บงการอย่างไคลัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
ลูคัสพยักหน้า เขามองไปในทิศทางที่ไคลัสหายไป ความกังวลยังคงปรากฏอยู่ในดวงตาของเขา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงกลายเป็เช่นนี้ได้ และเขาจะไม่มีวันหยุดจนกว่าจะหาคำตอบนั้นเจอ
การเดินทางยังคงดำเนินต่อไปในทะเลทรายแห่งลมกรด เพื่อตามหาผู้ใช้พลังราศีคนต่อไป และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่ฉลาดแกมโกงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ