“ฉันรักคุณเหลือเกินค่ะ” มาเลนก้าโน้มร่างเข้ามาจุมพิตเขาแรงๆ และช่วยปลดเนกไทให้ ปลายนิ้วเยียบเย็นที่ััอยู่ตรงปลายคางทําให้เขาขนลุกบังเกิดความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ผู้หญิงทุกคนในโลกนี้ถึงแม้น่ารักแต่ช่างโง่เขลาเสียเหลือเกิน...เฮนรี่ สแตรท ฝอร์ดคิดในใจ แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีความสุขกับหญิงสาวชาวอียิปต์คนนี้มากกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต หล่อนเป็ผู้หญิงผิวดํามีอาชีพเป็นักระบํามีความงามแสนยั่วยวนใจและเขาสามารถทําทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรารถนากับร่างกายของหล่อนได้-แม้แต่โสเภณีชาวอังกฤษยังไม่เคยให้ความสุขกับเขาได้ถึงเพียงนี้
เขามองเห็นภาพตัวเองลงหลักปักฐานอยู่ในประเทศตะวันออกสักวันหนึ่งข้างหน้า ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้หญิงแบบนี้โดยไม่จําเป็ต้องกระทําตนให้เป็ที่ยอมรับนับถือในสังคมของชาวอังกฤษอีกต่อไป แต่นั่นหมายความว่าเขาจะต้องประสบโชคอันยิ่งใหญ่บนโต๊ะการพนัน มันเป็ความคิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจอย่างไม่มีวันถอดถ่ายไปได้ แต่สําหรับตอนนี้ยังมีงานสําคัญต้องทํา ผู้คนที่ชุมนุมกันอยู่หน้าคูหาเพิ่มจํานวนขึ้นกว่าตอนเย็นหลายเท่า สิ่งที่ต้องทําตอนนี้คือเข้าไปให้ถึงตัวลอว์เรนซ์ก่อนหน้าที่เ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์และเ้าหน้าที่ของทางบ้านเมืองจะเข้าไปรายล้อมอยู่รอบตัวเขา และใน่ที่ลอว์เรนซ์กําลังมุ่งมั่นอยู่กับเื่สําคัญแบบนี้ย่อมเป็การง่ายที่เขาจะให้อาเซ็นชื่อลงในเอกสารที่เตรียมมา
“กลับไปก่อนนะสุดที่รัก” เขาจูบมาเลนก้าแรงๆ มองดูหล่อนตลบผ้าสีดําขึ้นพันกายแล้วรีบรุดไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่ เขาอดคิดไม่ได้อีกว่าหญิงสาวชาวอียิปต์คนนี้ดีกว่าเดซี่เมียลับของเขาในลอนดอนหลายเท่า เพราะหล่อนคนนั้นดีแต่เรียกร้องทุกสิ่งทุกอย่างและเอาแต่ใจตัวเองสารพัด บางทีอาจจะเป็เพราะหล่อนไม่เคยมีความพอใจในตัวเขาเลยก็เป็ได้
เฮนรี่กรอกเหล้าเข้าปากอึกสุดท้ายก่อนหันไปคว้ากระเป๋าเอกสารเดินออกจากเต็นท์
คนพวกนั้นน่ารำคาญเป็บ้า ั้แ่หัวค่ำมาแล้วที่เขาต้องทนฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงรถที่วิ่งเข้ามาจอดไม่ขาดสาย และตอนนี้ความร้อนในอากาศก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทรายละเอียดเข้าไปติดอยู่กับส้นเท้าทําให้เดินไม่สะดวก
เขาชิงชังสภาพบรรยากาศและความเป็อยู่ในประเทศอียิปต์ ชิงชังทั้งกลุ่มเต็นท์และกลุ่มชาวอาหรับเนื้อตัวเต็มไปด้วยกลิ่นสาบอูฐ รวมทั้งคนรับใช้ชาวอาหรับผู้มีแต่ความเกียจคร้าน เขายอมรับว่าตัวเองกําลังชิงชังโลกของอาเหลือเกิน แล้วยังเ้าซาเมียร์นั่นอีกคนที่พยายามทําวางก้ามเข้าใส่เขาเพราะถือว่าเป็ผู้ช่วยของอา ซาเมียร์ผู้วางอํานาจกับนักข่าวทุกคนราวกับว่าตัวเองอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกับอา เขาสงสัยนักว่าถ้าคูหาแห่งนี้เป็สุสานของรามเสสที่สองลอว์เรนซ์จะยินดีให้สัมภาษณ์หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรมันไม่ใช่เื่ที่เขาจะต้องสนใจ เฮนรี่แหวกทางฝ่าผู้คนที่ออกันอยู่ด้านหน้าและยามรักษาการณ์เข้าไปอย่างไม่หวั่นไหวต่ออะไรทั้งนั้น
“คุณสแตรทฝอร์ดครับ ได้โปรดเถอะ” ซาเมียร์ร้องห้ามตามหลังมาเมื่อเห็นนักข่าวสาวคนหนึ่งตามหลังเฮนรี่เข้ามาด้วย “ผมว่าตอนนี้อย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งกับอาของคุณดีกว่า เขากําลังยุ่งอยู่กับงานและสิ่งที่เขาค้นพบ”
“ทําไมผมจะต้องฟังคําสั่งของคุณด้วย?” เฮนรี่ย้อนถามอย่างเดือดดาล เขาถลึงตาใส่ยามรักษาการณ์หน้าประตูทางเข้าเล่นเอายามรีบถอยออกไปทันที ซาเมียร์หันไปต้อนพวกนักข่าวให้กลับออกไปอีกครั้ง ตอนนี้ใครๆ ก็อยากรู้ว่าผู้ที่กําลังจะเข้าไปในคูหาเป็ใครมีความสําคัญอย่างไร
“นี่เป็เื่ในครอบครัวของเรานะ” เฮนรี่หันไปตวาดใส่นักข่าวสาวที่ตามติดเข้ามาอย่างไม่ยอมหยุดยั้ง ยามรักษาการณ์รีบเดินเข้ามาขวางหน้าหล่อนเอาไว้ทันที
ขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ลอว์เรนซ์ยุติการเขียนบันทึก ยกมือขึ้นปาดเหงื่อตรงคิ้วช้าๆ ด้วยท่าทางใช้ความคิด ครั้นแล้วเขาก้มหน้าก้มตาเขียนต่อ
“เป็ความคิดที่ฉลาดหลักแหลมเหลือเกินที่จะช่วยซ่อนยาอายุวัฒนะไว้ในท่ามกลางบรรดาคนโทบรรจุยาพิษ ไม่มีที่ไหนอีกแล้วจะเป็ที่ซ่อนยาได้อย่างปลอดภัยเท่ากับในท่ามกลางยาพิษทั้งปวง แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ายาพิษเหล่านี้เป็ยาที่พระนางคลีโอพัตราปรุงขึ้นและทดลองใช้ด้วยตนเองก่อนพระนางจะตัดสินใจใช้พิษงูเป็เครื่องคร่าชีวิตตนเอง”
เขาหยุดเขียนแล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากอีก ภายในคูหา่เวลานี้ความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เพียงชั่วเวลาไม่กี่ชั่วโมงมันสร้างความเหนื่อยอ่อนให้เกิดขึ้นกับเขาได้อย่างคาดไม่ถึงเหมือนเป็คําสั่งให้เขาละจากคูหาแห่งนี้เสียและออกไปพบกับเ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑ์พวกนั้น แต่พระเ้ารู้ดีว่าในตอนนี้เขาไม่้าพบใครหน้าไหนทั้งสิ้น เพราะเมื่อไหร่ที่พบกับเ้าหน้าที่ซึ่งกําลังรออยู่คนพวกนั้นจะฉกฉวยทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาอุตส่าห์เสาะแสวงหาจนพบไปจากมือเขาอย่างไม่มีความละอายใจเลยแม้แต่น้อย
แสงอาทิตย์สาดสว่างเข้ามาทางช่องสี่เหลี่ยมอันเป็ประตูทางเข้า มันสะท้อนจากคนโทสีขาวที่ตั้งอยู่ตรงหน้าจนสายตาพร่าเลือน ขณะเดียวกันภายในความเงียบของคูหาคล้ายกับเขากําลังได้ยินเสียงหายใจแ่เบา
สัญชาตญาณทําให้เขาหันหลังไปมองมัมมี่ สังเกตเห็นว่าร่างที่ถูกผ้าห่อไว้หลายชั้นของบุรุษผู้อ้างตัวเองเป็รามเสสผู้ยิ่งใหญ่ยามนี้ดูช่างสูงสง่าและแข็งแรงขึ้นอย่างประหลาด
รูปพรรณสัณฐานของมัมมี่บอกให้รู้ว่ามันไม่ใช่ร่างของคนชราเช่นที่เขาเคยเห็นในพิพิธภัณฑ์กรุงไคโร แต่นึกขึ้นมาได้ว่ารามเสสผู้นี้ไม่เคยแก่ชรา เขามีความหนุ่มแน่นเป็ะและเพียงแต่นอนหลับอยู่ภายใต้ผ้าที่หุ้มห่อร่างไว้เท่านั้น ไม่มีสิ่งใดทําลายชีวิตของเขาได้แม้แต่ยาพิษที่วางอยู่ในห้องนี้ เมื่อความโศกเศร้าเข้าครอบงำยามที่รู้ว่าคลีโอพัตราสิ้นชีวิตเขาทดลองดื่มกินยาพิษพวกนี้มาแล้ว
และด้วยบัญชาของเขาพวกทาสผู้รับใช้จัดการหุ้มห่อร่างไร้สติของเขาเท่ากับเก็บร่างของเขาลงไว้ในโลง ซึ่งตระเตรียมไว้ก่อนหน้าทั้งที่เขายังไม่ตาย แล้วคนพวกนั้นช่วยกันปิดคูหาแห่งนี้ เห็นได้ว่าเป็การปฏิบัติตามคําบัญชาทุกขั้นตอนดังที่เขาจารึกไว้ในกระดาษปาปิรัสที่ลอว์เรนซ์กําลังถ่ายทอดเป็ภาษาปัจจุบัน
แต่ตัวยาอันไหนทําให้เขาสิ้นสติไป นั่นเป็ความลึกลับและเป็เื่ราวน่าสนใจที่จะต้องติดตามค้นหาข้อมูลต่อไป และถ้า...?
เขาพบว่าตัวเองกําลังจ้องมองร่างที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าเนื้อดีซึ่งบัดนี้กลายเป็สีเหลืองไปแล้วอย่างไม่วางตา เขาเชื่อจริงๆ หรือว่าสิ่งที่อยู่ใต้ผ้ายังมีชีวิตอยู่ เป็ไปได้หรือว่าร่างนั้นสามารถเคลื่อนไหวและเปล่งเสียงพูดออกมาได้อีก? คําถามดังกล่าวทําให้ลอว์เรนซ์ยิ้มออกมา...
เขาหันกลับไปหาโถหินขาวอลาบาสเตอร์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า แสงแดดทําให้ภายในคูหาร้อนอบอ้าวราวกับอยู่ในเตาอบ ลอว์เรนซ์หยิบผ้าเช็ดหน้ามาบรรจงเปิดฝาโถหินขาวใบแรกอย่างระมัดระวัง กลิ่นอับของอัลมอนด์กระจายขึ้นมา กลิ่นเหมือนไซยาไนด์ไม่มีผิด และรามเสสผู้เป็ะยังอ้างด้วยว่าเขากลืนกินสิ่งที่อยู่ในโถหินขาวนี้เข้าไปตั้งครึ่งค่อนเพื่อปลิดชีพตัวเอง
ถ้าภายใต้ห่อผ้านั้นยังมีสิ่งที่คงความมีชีวิตอยู่ได้จริงๆ ล่ะหรือ?
มีเสียงแ่เบาดังขึ้นอีก ลอว์เรนซ์ถามตัวเองในใจว่ามันเป็เสียงอะไรกันแน่? มันเหมือนกับเสียงถอนหายใจเบาๆ ที่ดังทําลายความสงัดเงียบ
เขาหันไปมองมัมมี่อีก แสงอาทิตย์สาดส่องเป็ลํายาวเข้ามา เหมือนแสงแดดสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างโบสถ์หรือลอดเข้ามาตามกิ่งก้านของต้นโอ๊คเก่าแก่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในราวป่า
คล้ายกับเขามองเห็นฝุ่นละอองที่ลอยตัวขึ้นจากร่างนั้นได้ด้วย ละอองนั้นเป็เหมือนหมอกสีทองจางๆ เคลื่อนไหวช้าๆ ...แต่...อาจจะเป็เพราะความอ่อนเพลีย ทำให้สายตาเขามองเห็นภาพหลอน
สภาพของมัมมี่ดูเหมือนเปลี่ยนไป มันดูไม่เก่าแก่คร่ำคร่าหรือเหี่ยวแห้งด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปอีกแล้วมันเป็เพียงร่างสูงสง่าของผู้ชายคนหนึ่ง ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าหลายชั้นเท่านั้นเอง
“ความจริงแล้วท่านเป็ใครกันแน่เพื่อนรัก?” ลอว์เรนซ์เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงแ่เบาอย่างไม่รู้ตัว “ท่านเป็เพียงร่างของคนเสียสติหรือท่านคือรามเสสผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ?”