หวู♫ ~ หวู่♪ ~ หวู♫ ~ หวู่♪ ~
เสียงหวีดหวิดดังเบาละล่องเรื่อ เสียงบทเพลงฮัมเบาๆ ดังก้องหูของทุกคน แม้ไร้คำร้องแต่ท่วงทำนองกลับทำให้ผู้คนโศกเศร้าได้
ผู้คนในป้อมปราการของกำลังหมาล่าเนื้อไม่ว่าจะหลับหรือตื่น แต่เสียงหวีดหวิดฮัมเพลงดังเบาๆ กับดังเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนได้
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะปิดหู หรือแม้แต่จะอยู่ในห้องปิดตายก็ตาม เสียงของสตรีไพเราะดังคลอเบาๆ นี้ ได้เข้าไปถึงทุกคน ในเขตแดนแห่งสายหมอกขาว
'ติงฉี' นักรบหกดาบผู้ที่เป็นทั้งนักรบและผู้วิเศษ เขารีบผละจากร่างหญิงงามที่เปลือยเปล่า พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างรีบร้อนในทันทีที่ได้ยินเสียงลึกลับ ดวงตาเขาเบิกอ้าถลึงตึง มือสองข้างของเขาสั่นอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อมองไปรอบตัวพบว่ามีแต่สายหมอกสีขาวโพลนลอยจางๆ ไปทั่ว
แม้ภายนอกติงฉีจะดูเหมือนชายอายุ 35 ถึง 40 ปี แต่ในความเป็นจริงเขามีอายุเกือบๆ จะร้อยปีแล้ว และนั่นทำให้เข้ารับรู้บางอย่างเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันน่าหวาดกลัว ของอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือที่พึ่งล่มสลายไปได้ไม่นาน
"ไม่จริง..." ติงฉีพูดกับตัวเอง
เขารีบสวมเสื้อและเปิดหน้าต่าง ภายนอกเขามองเห็นหมอกสีขาวจางๆ ทั่วไปหมด หมอกเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏเพียงในห้องของเขา แต่มันคล้ายทำเขตกองกำลังหมาล่าเนื้อทั้งหมดอยู่ในโลกแห่งสายหมอกสีขาว "!!!บัดซบ ไอ้บ้าคนไหนกันที่กล้าปลุกเทพธิดาสีขาวแห่งความตายให้ตื่นขึ้น" เสียงของติงฉีแผดดัง มันแผดดังจนทำให้ผู้คนทั่วปราสาทในป้อมปราการแห่งนี้ตื่นตระหนก
ในห้องของติงฉี คลื่นน้ำเลือดและน้ำหนองพุ่งตัวซึมผ่านประตูเข้ามาเร็วพร้อมกลิ่นเหม็นเน่า ก่อนมันจะก่อรูปร่างแล้วกลายเป็น 'ต้าซิน' นักบวชนอกรีตลึกลับผู้มีศรัทธามอบให้ 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด'
"เจ้ารู้ว่าสิ่งนี้คืออะไรงั้นรึ" ต้าซินนักบวชนอกรีตถามติงฉีด้วยน้ำเสียงร้อนรน สำหรับตัวเขาที่เป็นผู้วิเศษแท้จริง ตอนนี้แม้แต่ตัวเขาก็ไม่สามารถส่งจิตออกนอกโลกแห่งสายหมอกที่กินพื้นที่ราวสิบกิโลเมตรนี้ได้
"ไม่ใช่เจ้าที่ทำสิ่งนี้ใช่ไหม" ติงฉีพูดอย่างไม่ไว้ใจ แต่นี่ก็ช่วยไม่ได้ ต้าซินปรากฏตัวที่นี่ได้ไม่นานและมันก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้พอดี
แต่ใบหน้าของต้าซินนักบวชลึกลับได้พูดทุกสิ่งแล้ว
ในดวงตาของต้าชินมีอาการสั่นกลัว ต้าชินคือผู้วิเศษที่แท้จริงในอาณาจักรแห่งสัมผัสขั้นต้น แต่ถึงแบบนั้น เมื่อเขาสัมผัสเสียงหวีดหวิดที่ดังก้องในโสตประสาท สำนึกของเขาร้องเตือนถึงอันตรายสุดขีด มันเป็นอันตรายที่ร้ายแรงมากพอที่จะฆ่าเขาที่เป็นผู้วิเศษที่แท้จริงได้อย่างแน่นอน
และตอนนี้ต้าซินเขาหวาดกลัวจนลนลานถึงขนาดไม่เกรงใจติงฉี รีบพุ่งตัวด้วยพลังวิเศษเข้ามาถามให้รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ต้าซินก็ไม่ไว้ใจติงฉีเช่นกัน
"ไม่มีเวลาแล้ว" ติงฉีพูดอย่างรีบร้อน มือเขาปรากฏวงเวทย์ ในห้องของเขา ศาสตราขนาดใหญ่ ดาบที่ใหญ่โตราวกับเอาไว้ฟันเทพอสูรสีดำ ที่มากด้วยอักขระเวทย์ลอยมาในมือของติงฉีเร็ว จากนั้นในไม่ช้าเกราะหนักสีดำก็พุ่งมาห่อหุ้มตัวของติงฉี
สายตาของติงฉีมองไปภายนอก และเขามองเห็นจุดสังเกตบางอย่าง เสาหมอกสีขาวที่ม้วนหมุนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ที่ตอนนี้มองไปเบื้องสูง ติงฉีเห็นแต่สายหมอกสีขาวที่ดูราวกับไร้จุดจบ
"!!!นี่มันเรื่องอะไรกัน" ร่างต้าชินนักบวชลึกลับพุ่งตัวเป็นคลื่นเลือดและน้ำหนองมาตรงหน้าติงฉี ก่อนร่างจะก่อรูปจากน้ำเลือดน้ำหนองนั้นเป็นต้าซินอีกครั้ง เขาดักหน้าติงฉีไว้
อาจจะเพราะเร่งรีบ ใบหน้าครึ่งหนึ่งของนักบวชลึกลับตอนนี้ จึงอยู่ในสภาพที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ มันดูคล้ายศพที่เน่าเปื่อย ดวงตาของนักบวชลึกลับตอนนี้ ปรากฏวงเวทย์เป็นดวงไฟสีเขียว ทั่วร่างของเขาระอุไปด้วยกลิ่นอายคำสาปแห่งความเน่าเหม็น
ติงฉีผงะ จากนั้นเขาก็สำรวจมองต้าซินนักบวชลึกลับตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเค้นคำพูดที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ในเวลานี้เขาคล้ายไม่มีเวลามาสนใจและสามารถให้เกียรติต้าซินนักบวชนอกรีตลึกลับได้ไม่
"ท่านอย่าบอกข้านะว่า ร่างกายของข้าจะเป็นแบบท่านหลังจากข้ากลืนสิ่งนั้นไปเข้าไป"
ต้าซินหัวเราะ เขาพูดว่าทุกสิ่งมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น และสภาพร่างกายแบบนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายนั้น แต่การพูดคุยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันกันนี้อยู่เพียงชั่วครู่
ต้าซินก็ไม่กล้าพูดมากจนเกินไป ทีท่าของติงฉีเจ้าของกองกำลังหมาล่าเนื้อผิดปกติมาก และเขาอยากรู้เบื้องหลังของสิ่งที่เกิดขึ้นนี้โดยเร็วที่สุด มันคืออะไรกันแน่ ที่ทำให้สัญชาตญาณในฐานะผู้วิเศษแท้จริงของเขาสั่นกลัวได้ถึงเพียงนี้
"!พูดในสิ่งที่เจ้ารู้" ทั้งร่างของต้าซินราวกับเป็นซอมบี้ที่ทั่วร่างกลายเป็นเนื้อเน่า ไอพลังธรรมชาติแห่งความเน่าเหม็นฟุ้งไปทั่วร่างเขา เพลิงสีเขียวทำให้ต้าซินดูราวกับพึ่งก้าวขาออกมาจากขุมนรก
ติงฉีรับรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเล่นตลก หากเขาไม่รีบพูดอะไร เขาจะต้องเสียเวลาและอาจจะต้องต่อสู้แลกชีวิตกับต้าซินที่คล้ายใกล้บ้าด้วยความกลัว
ตอนนี้ติงฉีมั่นใจแล้วว่าต้าซินนักบวชลึกลับ ไม่ใช่ต้นกำเนิดของเหตุการณ์นี้ ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่อยู่ในสภาพนี้ใกล้บ้าเพราะเป็นสุนัขจนตรอกแบบนี้
"ในอาณาจักรที่พึ่งล่มสลาย มีสมบัติลับปิดผนึกอยู่ชิ้นหนึ่งที่น่าหวาดกลัว และทำให้อาณาจักรแห่งนี้ดำรงอยู่ได้นับพันปี โดยไม่กลัวแม้แต่อาณาจักรชั้นสองบุก พวกเราเรียกมันว่า 'เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย' ไม่มีใครรู้ว่าเทพธิดาสีขาวแห่งความตายนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร สมบัติลึกลับนั้นแท้จริงมีสภาพอย่างไร แต่พวกเราคนเก่าแก่ของอาณาจักรแห่งนี้ต่างมีเรื่องเล่าถึงมัน"
"เมื่อหมอกสีขาวปกคลุมโลก เสียงเรไรแห่งเทพธิดาปรากฏ มันคือสัญญาณแห่งความตาย ในอดีตมีอาณาจักรมากมาย แม้แต่อาณาจักรชั้นที่สอง พวกเขาเคยคิดจะครอบครองอาณาจักรที่ล่มสลายแห่งนี้ แต่เมื่อเทพธิดาสีขาวแห่งความตายปรากฏ ต่อให้เป็นกองทัพนับแสนที่นำโดยนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดและเหล่าผู้วิเศษที่แท้จริงนับร้อย แต่ผลสุดท้ายก็ไม่เคยมีใครรอดตายจากเทพธิดาสีขาวแห่งความตายได้"
"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านี่คือ 'เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย'" ต้าซินนักบวชลึกลับพูดอย่างร้อนรน
ติงฉีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
แค่สัญชาตญาณที่เกิดจากความสั่นกลัวในก้นบึ้งของจิตใจของตัวเจ้า ยังไม่ใช่คำตอบอีกรึไอ้นักบวชโง่ ติงฉีมันอยากพูดเช่นนี้ แต่นี่จะเป็นการยั่วยุ และเป็นการปิดกั้นทางรอดของตัวเอง
ติงฉีเขารู้ความลับบางอย่างของเทพธิดาสีขาวแห่งความตาย ดังนั้นเขาจะไม่ทำอะไรโง่ๆ หากยังไม่ถึงที่สุดจริงๆ
"สายหมอกนั้น..." มือของติงฉีชี้ไปที่เสาหมอกที่ม้วนหมุนราวกับเป็นเสาค้ำยันโลกและสวรรค์
จากนั้นเขาก็รีบพูดต่ออย่างรวดเร็ว "และเสียงเรไรที่ราวกับเป็นเสียงนางสวรรค์ นี่คือจุดเริ่มต้นก่อนที่เทพธิดาสีขาวแห่งความตายจะเสด็จลงมา ตอนนี้พวกเรามีเวลาจำกัดแล้ว เสียงเรไรคือการฮัมเพลงของเทพธิดา เมื่อบทเพลงถูกฮัมครบสามสิบสองครั้ง การฆ่าอันไร้ที่สิ้นสุดจะเริ่มต้นขึ้น ว่ากันว่าเทพธิดาสีขาวมีอำนาจดุจเทพ แน่นอน... นี่อาจจะเป็นเรื่องโกหก แต่ในอดีต ในช่วงที่ข้ายังหนุ่มแน่นและเป็นนักรบที่กล้าหาญ ข้าเคยเห็นจ้าวแห่งอาณาจักรใช้สิ่งนี้ เจ้ารู้อะไรไหม กองทัพห้าหมื่นที่มียอดนักรบเจ็ดดาบเป็นแกนนำ และผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรแห่งสัมผัสขั้นสูงสุด ไม่มีใครรอด เมื่อจ้าวอาณาจักรได้เรียกเทพธิดาออกมา"
"หากเรามองจากภายนอก ตอนนี้ที่แห่งนี้จะดูเหมือนถูกครอบเอาไว้ด้วยหมอกสีขาวขนาดใหญ่ คนภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้ และคนภายในก็ไม่สามารถออกไปได้เช่นกัน หากพวกเรามีพลังน้อยกว่าพระนาง"
ต้าซินนักบวชลึกลับผู้ศรัทธาใน 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' เขาผงะจากนั้นก็ก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่โชคดีเล็กๆ คำพูดต่อมาของติงฉีทำให้เขานักบวชลึกลับรู้สึกคล้ายมีกำลังใจเล็กๆ ปรากฏขึ้น
"ก่อนที่เทพธิดาจะเสด็จลงมา พวกเรายังมีเวลา เราต้องหา 'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด' ของพระองค์ให้เจอ"
"สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด..." ต้าซินพึมพำเบาๆ ในทันที จากนั้นเขาก็รีบถาม "มันคืออะไร"
ติงฉีเอียงคอและแสยะยิ้ม
"ข้าไม่รู้ ข้าหวังเพียงว่าไอ้สวะที่ปลุกเทพธิดาสีขาวแห่งความตายให้เสด็จลงมา ข้าหวังว่าในมือมันจะมี 'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด' ไม่เช่นนั้น... มันคงเป็นไอ้สวะที่บัดซบและโง่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยรู้จักมา ท่านต้าซินข้าขอพูดตรงๆ ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่า 'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด' คืออะไร นี่คือสิ่งที่ราชวงศ์ผู้ปกครองอาณาจักรที่เสื่อมสลายในอดีตปกปิดเอาไว้ มีแต่คนในราชวงศ์ที่แท้จริงเท่านั้นที่รู้ได้... !!!เร็ว" คำพูดสุดท้ายของติงฉีเร่งเร้านักบวชลึกลับ ให้เขารีบทำอะไรซักอย่าง
ติงฉีไม่มีเวลาพูดมาก เขากระโดดจากปราการที่ใหญ่โต ที่ดูราวกับเป็นปราสาทลงไปเบื้องล่างทันที นี่คือการแข่งกับเวลา
จากนั้นติงฉีเขาก็แผดเสียงกู่ร้องว่า หากใครไม่อยากตาย จงจับอาวุธและมุ่งตรงไปที่เสาแห่งหมอกสีขาว และฆ่าไอ้บัดซบที่ใช้ไสยเวทย์ลึกลับให้เร็วที่สุด
แน่นอนติงฉีจะไม่บอกใครเรื่อง 'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด'