ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 ร่างกายอันอวบอ้วนของฮูหยินผู้เฒ่ามีเหงื่อออกมาก

            “หลานสาวข้าเล่าได้หรือยัง?”

            หลินเฉิงเหยาถูฝ่ามือไปมามองไปทางหลินเสวี่ยจู๋อย่างอดรนทนไม่ไหว

            หลินเสวี่ยจู๋มองท่านอาที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่แต่ความจริงแล้วมีจิตใจเป็นเด็กด้วยสายตาขบขันก่อนจะพยักหน้าอย่างจนปัญญา

            หลินเฉิงเหยาได้รับอนุญาตก็รีบวิ่งไปกลางวงของคนในครอบครัวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างออกรส

            เมื่อเล่าถึงตอนท้ายยังแสดงอาการตกตะลึงจากก้นบึ้งหัวใจของตนเองด้วยเมื่อเขาเล่าจบ หลินเสวี่ยจู๋ก็ถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ท่านอาท่านรู้สึกหรือไม่เจ้าคะว่ารถม้าของพวกเราได้มาจากความยากลำบากของท่าน?”

            หลินเฉิงเหยางุนงงทันที ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง“ด้วยวิชาแพทย์อันน้อยนิดของข้า หากได้ทำประโยชน์สักเล็กน้อยเพื่อครอบครัวก็นับว่าที่เรียนมามีคุณค่าแล้ว”

            หลินเสวี่ยจู๋กล่าว“ดียิ่ง การที่ท่านตระหนักได้เช่นนี้นับว่าดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ”

            เมื่อหลินเฉิงจางฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วเขาก็ลอบส่งสายตาให้หลินเสวี่ยจู๋ บ่งบอกว่าเขาต้องการสนทนากับนางอย่างลับๆ

            สองพ่อลูกค่อยๆปลีกตัวจากคนอื่น จนกระทั่งระยะสองเมตรรอบตัวไม่มีผู้ใดแล้ว หลินเฉิงจางก็เอ่ย“เหตุใดพ่อถึงได้รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดนักเล่า?”

            เขาอยู่ในแวดวงขุนนางมาเนิ่นนานย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางอยู่บ้าง

            การลงโทษด้วยการเนรเทศไม่ได้ต้องการให้นักโทษมีชีวิตรอดอยู่แล้วถึงแม้ผู้คุมจะมีหน้าที่คุ้มกันนักโทษ แต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บล้มตายขอเพียงในขบวนเหลือนักโทษประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อถึงจุดหมายปลายทางก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วดังนั้นหลิวขุยไม่จำเป็นต้องนำรถม้ามาแลกกับวิชาแพทย์ของหลินเฉิงเหยาเลยด้วยซ้ำ

            สำหรับเรื่องนี้แม้ว่าหลินเฉิงจางจะไม่ถาม แต่หลินเสวี่ยจู๋ก็วางแผนที่จะหาโอกาสบอกเขาเช่นกัน นางรีบเอ่ย“ท่านพ่อ การเนรเทศครั้งนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อยเจ้าค่ะ”

            แตกต่างออกไปที่นางหมายถึงคือมีคนต้องการก่อเรื่อง

            หลินเสวี่ยจู๋กล่าวเสียงเบายิ่งกว่าเดิม“ชายแดนเหนือทำสงครามติดต่อกันมาหลายปี เมืองและป้อมปราการล้วนถูกทำลายพวกเราถูกส่งไปใช้แรงงานที่นั่น ไม่เพียงพวกเราเท่านั้นนักโทษในเรือนจำแต่ละพื้นที่ต่างก็เดินทางไปยังชายแดนเหนือด้วยดังนั้นราชสำนักจึงมีราชโองการลับออกมา ในนั้นระบุว่าอัตราการรอดชีวิตของนักโทษแต่ละกลุ่มไม่ควรต่ำกว่าเจ็ดส่วนเพราะเหตุนี้หลิวขุยจึงต้องการหมออย่างท่านอาเจ้าค่ะ”

            หลินเฉิงจางตกตะลึง เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องมีการใช้แรงงานเข้ามาเกี่ยวข้องเนื่องจากนักโทษส่วนใหญ่ที่ถูกเนรเทศล้วนหนีไม่พ้นชะตากรรมนี้แต่นักโทษในเรือนจำเองก็ติดร่างแหด้วยหรือ? เช่นนั้นชายแดนเหนือจะไม่กลายเป็นดินแดนแห่งคนชั่วหรอกหรือ?

            หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มหยัน“ราชสำนักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ย่อมไม่เห็นความเป็นความตายของเหล่านักโทษอยู่ในสายตาดังนั้นลูกจึงคิดว่าระหว่างทางต้องคิดหาวิธีเอาชนะใจคนอื่นๆที่เดินทางมาด้วยกันกับพวกเราให้ได้ เพราะเมื่อไปถึงชายแดนเหนือจะได้ทำงานร่วมกัน ทั้งยังปกป้องกันและกันได้เจ้าค่ะ”

            หลินเฉิงจางพยักหน้าโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย“เจ้าวางแผนได้ถูกต้อง เรื่องนี้ต้องเตรียมการแต่เนิ่นๆ”

            หลินเสวี่ยจู๋เอ่ยต่อ“ท่านพ่อ วันหน้าท่านต้องทำหน้าที่วางแผนสักหน่อยนะเจ้าคะ ท่านอาไร้เดียงสาเกินไปให้เขาเฉิดฉายบนเส้นทางรักษาและช่วยชีวิตผู้คนไปเถิดเจ้าค่ะ”

            ความจริงแล้วหลินเฉิงเหยาไม่ถนัดเล่นกลอุบายหลินเฉิงจางรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงเต็มใจรับภารกิจสำคัญนี้ไว้

            เมื่อสองพ่อลูกหารือเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในกลุ่มคนอย่างเงียบงัน

            ห่างไปไม่ไกลนักกัวซื่อที่เพิ่งตื่นเอ่ยปากตำหนิฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่รถม้าคันนั้นเป็นของที่แม่นมอวี๋มอบให้ท่านด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณของท่าน ทว่าเหตุใดถึงถูกคนสกุลรองแย่งไปได้เจ้าคะ?”

            เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าไม่พูดไม่จานางก็เอ่ยต่อ “ท่านแม่ แม้ว่าพวกเราจะเสียเงินไปแล้ว จึงไม่อาจมอบเงินให้ผู้คุมได้แต่รถม้าจะนำมาแลกเป็นเงินไม่ได้หรือ? ผู้อื่นให้เงินผู้คุมก็ปลดโซ่ได้แล้ว แล้วครอบครัวของเราเล่า? รถม้าก็ให้ผู้อื่นนั่ง โซ่ก็ปลดไม่ได้ ถึงจะเสียเงินไปแล้วก็ไม่ควรเสียเปล่าถึงเพียงนี้นะเจ้าคะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าส่งสายตาเย็นชาให้นางก่อนจะถามกลับ “เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอย่างไร? ให้คนแก่อย่างข้าลุกขึ้นต่อสู้เพื่อรถม้าอย่างสุดกำลังแล้วยังต้องคุกเข่าขอร้องให้ผู้คุมปลดโซ่ให้เจ้าด้วยอย่างนั้นหรือ?”

            กัวซื่อรู้สึกขุ่นเคืองแต่รู้ว่าเวลานี้ไม่เหมาะที่จะอาละวาด ทำได้เพียงคลี่ยิ้มอย่างเสแสร้ง “ท่านแม่ ฟังคำพูดคำจาของท่านสิข้าพูดเช่นนี้ก็เพราะต้องการต่อสู้เพื่อตนเองและเพื่อครอบครัวของพวกเราไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ท่านอายุมากแล้วข้าสงสารท่านนะเจ้าคะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มหยัน“ในเมื่อสงสารข้า เจ้าก็แบกข้าเสียสิ”

            กัวซื่อกัดฟันด้วยความเกลียดชัง“ท่านแม่ พวกเราสกุลหลักถูกสกุลรองรังแกถึงเพียงนี้ท่านกล้ำกลืนฝืนทนได้จริงหรือเจ้าคะ?”

            ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองรถม้า กล้ามเนื้อบนใบหน้าพลันกระตุกนางย่อมไม่อาจกล้ำกลืนฝืนทน แต่นางตระหนักอย่างแจ่มแจ้งว่ากัวซื่อไม่กล้าออกหน้าเองจึงคิดที่จะพูดจายุยงเพื่อให้นางเป็นผู้ก่อเรื่อง

            นางไม่มีทางตกหลุมพรางที่ไม่ได้เรื่องเช่นนี้แน่จึงหันไปมองหลินเสวี่ยหลาน “หลานเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

            หลินเสวี่ยหลานได้ยินท่านย่าถามก็เอ่ยคำพูดที่คิดไว้นานแล้วออกมา

            “ท่านย่า พวกเขาสร้างความดีความชอบได้ทำให้ผู้คุมประเมินพวกเขาไว้สูง ทว่าพวกเราจะทำเช่นนั้นไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ? หนทางยังอีกยาวไกลย่อมมีโอกาสแน่นอน พวกเราไม่จำเป็นต้องต่อสู้ในตอนนี้ พูดอีกอย่างคือ เนื่องจากพวกเขาช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้เมื่อคืนวันนี้จึงได้ดึงดูดความสนใจของทุกคนเข้า สถานการณ์เช่นนี้อาจกลายเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีก็ได้สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับว่าท่านจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไรเจ้าค่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นด้วย นางเหลือบมองกัวซื่ออย่างลำพองใจ“ได้ยินหรือไม่? นี่คือบุตรสาวที่ออกมาจากท้องของเจ้านางวางแผนเก่งกว่าเจ้าที่เป็นมารดาอยู่มากโข หากเจ้ามีใจอยากช่วยเหลือพวกเราจริงๆก็อย่าใส่ใจในเรื่องที่ไร้ประโยชน์ เรียนรู้จากลูกสาวของเจ้าให้มากเข้าไว้จะดีกว่า”

            “เฮอะ เรียนรู้อันใด? นางกำลังบอกให้พวกเราอดทนอดกลั้นไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เด็กน้อยอย่างนางจะเข้าใจอันใด!” กัวซื่อเดินหนีไปด้วยความโมโห ในใจครุ่นคิดแผนการร้ายทันที

            ฮูหยินผู้เฒ่าคว้ามือของหลินเสวี่ยหลานเอาไว้แล้วกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าจู่ๆ ก็ร้อง ‘โอ๊ย’ร่างกายอันอวบอ้วนโงนเงนไปมาก่อนจะล้มลง

            หลินเสวี่ยหลานประคองร่างของฮูหยินผู้เฒ่าไว้โดยไม่รู้ตัวทว่าก็ต้องจนปัญญาที่อีกฝ่ายหนักกว่านางเกือบสองเท่า นางไม่เพียงแต่ประคองไม่ไหวยังเกือบจะทำให้ตนเองล้มลงตามไปด้วย

            เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่านั่งส่งเสียงฮึดฮัดอยู่บนพื้นหลินเสวี่ยหลานก็เอ่ยกับหลินเสวี่ยอีที่ดูราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลัง“เสวี่ยอี เจ้ามัวแต่คิดอันใดอยู่? ยังไม่มาประคองท่านย่าอีก”

            “เจ้าค่ะ”หลินเสวี่ยอีมีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานก็ยื่นมือออกไป

            หลินเสวี่ยหลานไม่ได้สนใจท่าทีผิดปกติของน้องสาวเมื่อเห็นท่านย่าพยายามเอื้อมมือจับเท้าของตนเอง นางก็ย่อตัวลงถาม“ท่านย่าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? เจ็บขาหรือ?”

            “มีบางอย่างทิ่มส้นเท้าข้า”ฮูหยินผู้เฒ่าพยายามเอื้อมมือ ทว่าจนปัญญาที่ตนเองมีรูปร่างอวบอ้วนเกินไปมือจึงแตะไม่ถึงเท้า

            ตลอดการเดินทางหลายวันมานี้ร่างกายอันอวบอ้วนของฮูหยินผู้เฒ่ามีเหงื่อออกมาก ทำให้กลิ่นเท้าทะลุผ่านรองเท้าและถุงเท้าออกมาแล้วโชยเข้าจมูกของหลินเสวี่ยหลาน

            กว่าหลินเสวี่ยหลานจะระงับอาการคลื่นไส้แล้วยกเท้าของฮูหยินผู้เฒ่าขึ้นมาได้ก็ใช้เวลาอยู่นานแต่มือของนางกลับสั่นระริก

            เห็นเพียงว่าพื้นรองเท้าของฮูหยินผู้เฒ่าทะลุผิวหนังหนาที่ส้นเท้าเป็นแผล มีหนามอันใหญ่ทิ่มอยู่บนหนัง และมีโลหิตไหลออกมาจากบาดแผล

            “ท่านผู้คุม ท่านย่าของข้าได้รับบาดเจ็บรบกวนพวกท่านรอสักประเดี๋ยวเจ้าค่ะ” หลินเสวี่ยหลานตะโกน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจนาง ขบวนยังคงเดินหน้าต่อไปจนกระทั่งครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋เดินผ่านพวกนาง

            “ท่านอาสามช่วยท่านย่าของข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” หลินเสวี่ยหลานเดินไปขวางทางของหลินเฉิงเหยาเอาไว้

            .............................

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530