“นายใหญ่คะคุณวินัยขอเข้าพบค่ะ บอกว่ามีเื่สำคัญจะแจ้งให้ทราบค่ะ”เสียงป้ามุกดังออกมาจากสปีกเกอร์โฟนตัวหนึ่ง
“ให้วินัยไปรอที่ห้องรับแขกใหญ่...เดี๋ยวฉันกับหลานเจนจะลงไป”
ป้ามุกพาวินัยเดินผ่านห้องโถงใหญ่ตรงไปที่ห้องรับแขกใหญ่ห้องหนึ่งไม่นานนักไพโรจน์กับเจนจิราเดินเข้ามาจากอีกทางหนึ่ง “สวัสดีครับนายใหญ่สวัสดีครับคุณเจนจิรา”
“เมื่อกี้มุกบอกฉันว่านายมีเื่สำคัญจะบอกฉัน?”
“ผมเพิ่งประชุมบอร์ดบริหารเมื่อวานนี้มีมติออกมาอย่างเป็ทางการแล้วครับว่า จะโหวตคัดเลือกประธานบริษัทคนใหม่อีก 13วันข้างหน้าครับ”
“อะไรนะ?สมัยก่อนฉันจำได้ว่ามีการขยายระยะเวลาคัดเลือกด้วยนี่? ใครเป็ตัวตั้งตัวตีเื่นี้...ขจรหรือชุติมา?”
“คุณขจรครับ...เขาอ้างว่าบริษัทต้องรีบหาซีอีโอคนใหม่ไม่ยินยอมให้ขยายเวลารักษาการ ทำหนังสือคัดค้านมาพร้อมกับคุณชุติมาครับ”
“เหลือเวลาไม่ถึง2 สัปดาห์เองเหรอ? แล้วท่าทีชุติมาว่ายังงัยบ้าง?”
“คุณชุติมาทำหนังสือคัดค้านด้วยตัวเองแนบมาอีกคนครับเธอบอกว่าตอนนี้ต้องรีบหาประธานบริษัทคนใหม่เพื่อมาตัดสินใจหลายเื่ที่ยังค้างอยู่ในระหว่างการพิจารณานี่เป็เื่ผลประโยชน์ของบริษัท ทั้ง 2 คนยืนยันหนักแน่นว่ายังงัยก็ต้องใช้กรอบเวลา 30 วันตามเดิม ถ้าจำเป็จะใช้สิทธิ์โหวตไม่ยินยอมให้ขยายระยะเวลาแน่นอนครับ”
คำตอบของวินัยทำให้ไพโรจน์มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที“มีช่องทางอื่นให้เลือกมากว่านี้ไหม?”
“ไม่มีครับนายใหญ่...มติบอร์ดบริหารบอกให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งสื่อวันนี้แล้วเช่นกันครับ”
แม้ว่าเจนจิราจะไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนักแต่เธอเห็นไพโรจน์กับวินัยมีท่าทีเคร่งเครียดอย่างมากทำให้เธอพอจะประเมินสถานการณ์ได้บ้าง “คุณอาวินัยแบบนี้แปลว่า...คุณขจรเป็ซีอีโอคนใหม่ใช่ไหมคะ?”
“ไม่เชิงสักทีเดียวครับต้องมีการประชุมโหวตจากผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติคัดเลือกก่อนครับคุณเจนจิรา”
“แสดงว่าถ้าคุณขจรกับคุณชุติมาโหวตเหมือนกันคุณขจรก็ได้เป็ซีอีโอใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับคุณเจนจิรา”
ไพโรจน์นั่งครุ่นคิดกับเื่ราวที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น“ตอนนี้ใครถือหุ้นบริษัทเท่าไรบ้าง?”
“คุณวรวิทย์ถืออยู่ 41.29% นายท่านมอบหุ้นให้กับคุณเจนจิราทั้งหมดครับ,คุณขจร28.55%, คุณชุติมา15.06% และกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระ15.1% ครับนายใหญ่”
“แล้วตอนนี้ท่าทีของกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระเป็ยังงัยบ้าง?”
“โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคุณขจรแทบจะทั้งหมดเลยครับนับั้แ่นายท่านเสียคุณขจรเดินสายล็อบบี้กลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระมาโดยตลอดครับนายใหญ่”
“...”
“ถึงเวลาที่นายใหญ่ต้องกลับมาแล้วนะครับไม่มีทางเลือกและไม่มีเวลาเหลืออีกแล้วครับนายใหญ่ต้องกลับมากอบกู้สถานการณ์ตอนนี้ก่อนครับ”
“ฉันไม่เข้าใจบางอย่างที่วรวิทย์ทำเหมือนกันนะ” ไพโรจน์ตั้งคำถามให้ชวนสงสัย “เขากำลังคิดอะไร?”
“บางอย่าง...อะไรเหรอครับนายใหญ่?”
“วรวิทย์ยกหุ้นบริษัททั้งหมดให้กับหลานเจน...ถ้าคิดแบบคนปกติทั่วไปก็เป็การยกมรดกให้ลูกตัวเองแต่นายบอกฉันว่า วรวิทย์ทำเื่นี้ั้แ่หลานเจนอยู่ชั้น ม.6 หมายความว่าวรวิทย์ตัดสินใจนานแล้วว่า้ายกหุ้นทั้งหมดให้หลานเจนโดยไม่มีข้อแม้และไม่มีวันเปลี่ยนใจ...”
“ฉันเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้วรวิทย์ต้องมีการประเมินไว้ล่วงหน้าเหมือนกันว่า สถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ยังจะให้ลูกสาวคนเดียวเข้าไปเผชิญหน้าอีกหรือ?”
“ผมไม่เข้าใจที่นายใหญ่พูดครับ?”
“หนูก็ไม่เข้าใจค่ะ…”
“ฉันพูดเองฉันก็ไม่เข้าใจความคิดของวรวิทย์เหมือนกัน เขา้าทำอะไรกันแน่? มีอะไรแอบแฝงซ่อนอยู่หรือเปล่า?...วรวิทย์จะทำอะไรก็ตาม มักจะมีความหมายที่แอบซ่อนอยู่เสมอตัวฉันเองไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับคนที่คิดตื้นเขิน...วรวิทย์แค่ชั้นเดียวอย่างที่เราคิดจริงเหรอ?”
“นายใหญ่หมายถึง นายท่านตัดสินใจนานแล้วว่า อยากให้คุณเจนจิราเข้าไปทำงานในฐานะผู้บริหารของบริษัทเหรอครับ?”
“ตรงนี้แหละที่ฉันไม่เข้าใจถ้าคิดถึง่เวลานั้น หลานเจนเพิ่งจบ ม.6 ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำงานอะไรหรือชอบอะไร...ทำไมวรวิทย์ไม่เปลี่ยนใจหรือคิดให้รอบคอบก่อนแต่กลับเลือกตัดสินใจแบบนี้อย่างเดียวและไม่เปลี่ยนแปลงด้วย โอนหุ้นบริษัทใหญ่ขนาดนี้ให้กับเด็กม.6 ฉันว่าฉันก็ไม่ทำนะ...วรวิทย์เคยพูดอะไรเกี่ยวกับเื่บ้างไหม?”
วินัยมีท่าทีอ้ำอึ้งจนทำให้ไพโรจน์กับเจนจิราสังเกตได้อย่างชัดเจน
“นายมีอะไรปิดบังฉันใช่ไหม?”
“คะ...คือ...คือว่า...”
ท่าทีลังเลของวินัยทำให้ไพโรจน์หัวเราะออกมา“ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนนายก็ยังเหมือนเดิมนะ ไม่เคยปิดบังอะไรฉันได้สักอย่าง”
“งานสุดท้ายที่นายท่านมอบหมายให้ผมทำมาระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ท่านจะเสียคือรวบรวมเอกสารสำคัญๆต่างๆ ของบริษัทจำนวนมาก แล้วให้เก็บไว้ในตู้เซฟใบหนึ่งแต่ผมไม่ทราบว่าตู้เซฟใบไหนครับ...”
“ป้ารู้ว่าตู้เซฟใบนั้นอยู่ที่ไหนค่ะคุณวินัย...นายใหญ่?”คำพูดของป้ามุกดังมาแต่ไกล
“ตามป้ามาทางนี้ค่ะ”
ป้ามุกพานายใหญ่,วินัยและเจนจิราเดินอ้อมออกมาด้านหลังตรงมาที่ห้องนั่งเล่นห้องหนึ่งเป็ห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก “ั้แ่ทำห้องนั่งเล่นใหม่ห้องนี้ไม่ใช้นานแล้วค่ะ แต่ป้ากับลุงหมูยังมาทำความสะอาดตามปกติ...น่าจะเป็ตู้เซฟอันนี้ใช่ไหมคะ?”
“หนูไม่ได้มาห้องนี้นานมากแล้วนะคะป้ามุก?”เจนจิราเอ่ยปาก
ไพโรจน์,วินัยและเจนจิราหันมามองตู้เซฟใบนี้ด้วยความสนใจ เป็ตู้เหล็กสูงท่วมหัว ฝังอยู่ในกำแพงห้องจนเป็เนื้อเดียวกันกลไกการเปิดตู้อยู่ในตำแหน่งระดับสายตา
“นายท่านเพิ่งมาทำตู้เซฟนี้ประมาณ1-2 ปีหลังนี้เองค่ะ”ป้ามุกเดินไปบริเวณด้านหน้าตู้เซฟ “ป้าเห็นนายท่านมายืนตรงนี้บ่อยค่ะ”
ใน่เวลาอดีต...วรวิทย์นั่งคุยกับวินัยให้ห้องทำงานแห่งหนึ่ง“ผมคิดจะโอนหุ้นทั้งหมดที่ผมมีอยู่ให้กับลูกสาวคนเดียวของผมตอนนี้เลย ผมจะรวบรวมเอกสารสำคัญๆ ทั้งหมดเก็บในตู้เซฟนี้ด้วย”
“แต่นายท่านครับทำไมต้องรีบโอนหุ้นขนาดนั้นครับ คุณหนูยังเด็กเพิ่งจบ ม.6 เองนะครับ...ผมเกรงว่าคุณหนูอาจจะรับความกดดันนี้ไม่ไหวผมคิดว่ายังไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ครับ”
“ถ้าที่ผ่านมาวินัยเชื่อผมมาโดยตลอด...ครั้งนี้ขอให้เชื่อผมอีกครั้งหนึ่ง”
“นายท่านครับ ถึงแม้ว่าผมจะเชื่อนายท่านมาโดยตลอดแต่เื่นี้ผมคิดว่า...คุณหนูยังไม่พร้อมจริงๆ ครับรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ?”
วรวิทย์ยิ้มเล็กน้อย“ผมมีเกมมาเล่นกับคุณสนใจจะเล่นกับผมไหม?…เอกสารในนี้สำคัญมากเพราะฉะนั้นรหัสเปิดตู้เซฟก็ต้องสำคัญมากเช่นกัน”
“เล่นเกม? เกมอะไรครับนายท่าน? ผมไม่เข้าใจ”
วินัยพยักหน้ายิ้มตอบรับ “ผมรู้ดีว่า วินัยหวังดีกับลูกสาวผมแต่ผมก็มั่นใจในตัวลูกสาวผมเหมือนกัน...ถ้าเกมนี้ผมชนะแสดงว่าผมคิดถูก แต่ถ้าผมแพ้...ถือว่าผมตัดสินใจผิด”
“วรวิทย์้าเล่นเกมงั้นเหรอ?!!?”ไพโรจน์ย้อนคำพูดวินัยด้วยความสงสัยอย่างมาก “ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหมว่านายบอกว่าวรวิทย์้าเล่นเกม...เล่นเกมกับนาย กับพวกเราทุกคนงั้นเหรอ?”
“นายท่านพูดว่า คุณเจนจิราจะเปิดตู้เซฟใบนี้ด้วยการเปิดเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น” วินัยตอกย้ำคำพูดตัวเอง “นายท่านย้ำพูดคำนี้ถึง2 ครั้งกับผมครับ...ตลอดเวลาที่ผ่านมานายท่านไม่เคยบอกรหัสเปิดตู้เซฟใบนี้กับผมด้วยความสัตย์จริงครับนายใหญ่”
“วรวิทย์ทำแบบนี้เพื่ออะไร?” ไพโรจน์ยังคงสงสัยอย่างต่อเนื่อง
“นายท่านบอกว่า ตู้ใบนี้สร้างขึ้นมาโดยใช้กลไกพิเศษแบบตั้งรหัส7 ตัว ไม่เหมือนตู้เซฟใบไหนบนโลกใบนี้ ถ้าใส่รหัสผิดเพียงครั้งเดียวตัวตู้จะล๊อกโดยอัตโนมัติทันที ไม่สามารถเปิดตู้ได้อีกเลยตลอดกาลครับ”
“รหัสอะไรเหรอค่ะหนูไม่รู้เื่...เกมแบบนี้หนูเล่นไม่ได้หรอก คุณอาวินัยหาอะไรมาทุบตู้แล้วเอาเอกสารออกมาดีกว่าค่ะ…หนูทำไม่ได้ค่ะคุณอาวินัยก็รู้นะคะว่า หนูไม่เคยสนใจเื่ที่บริษัทสักอย่าง”
วินัยหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองออกมาต่อเข้ากับระบบของบ้านใช้เวลาไม่นานนักก็มีข้อมูลทางเทคนิคปรากฎขึ้นมาบนจอภาพ “ผมพยายามทำความเข้าใจกับกลไกนี้มาหลายปีแล้วครับจนบัดนี้ผมก็ไม่เข้าใจ...ปกติการสร้างรหัสเราจะใช้จำนวนที่เป็ค่าทวีคูณของเลข 8เช่น มี 8 หลัก, 16 หลัก แต่นายท่านบอกว่าตู้ใบนี้มีแค่ 7หลักมันไม่ตรงกับหลักการทางเทคนิคใดๆ ทั้งสิ้นครับ”
“ที่สำคัญคือข้อมูลที่อยู่ในแต่ละหลักนายท่านใช้ตัวเลข 0-9 และตัวอักษร ก-ฮ ตรงนี้ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่เลยครับปกติเราจะใช้ตัวเลข 0-9 และตัวอักษร A-F เป็ตัวเลขฐาน 16 ครับ”
“การกำหนดรหัสลับแบบนี้ก็ไม่ตรงกับข้อมูลทางเทคนิคใดๆทั้งสิ้นอีกเช่นกัน รหัสตู้มีความเป็ไปได้มากมายครับ...แต่นายท่านก็ยืนยันกับผมว่าคุณเจนจิราจะเปิดตู้เซฟใบนี้ได้แน่นอนครับ”
คำพูดของวินัยทำให้ไพโรจน์หัวเราะออกมาสร้างความแปลกใจให้กับวินัย, ป้ามุกและเจนจิราอย่างมาก
“ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ฉันมอบตำแหน่งซีอีโอให้กับพ่อของหนูฉันคิดว่าหลานเจนต้องเล่นเกมนี้แล้วล่ะ...ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า หลานฉันจะเปิดตู้ใบนี้ตามที่วรวิทย์พูดได้ไหม?”
“หนูไม่รู้จริงๆ ค่ะ คุณอาวินัย...คุณตาจะให้หนูเปิดได้ยังงัย รหัสกี่ตัว? รหัสอะไรก็ไม่รู้!!!”
ภาพเื่ราวในอดีตต่างๆวนเวียนเข้ามาในหัวของเจนอีกครั้ง เธอพยายามอย่างมากนึกถึงรหัสจะเป็อะไรได้บ้างก็ไม่มีวี่แววว่าจะเป็รหัสเปิดตู้เซฟได้เลย ไพโรจน์,วินัยและป้ามุกยังคงหันมามองเจนจิราด้วยใจจดจ่อ
“หนูนึกไม่ออกจริงๆพ่อไม่เคยบอกอะไรหนูสักนิด...หนูเป็ลูกที่ไม่เอาไหนจริงๆ ค่ะหนูขอโทษที่ทำให้พ่อผิดหวัง แม้กระทั่งพ่อตายไปแล้ว หนูก็ยังทำให้พ่อผิดหวังซ้ำอีก...หนูขอโทษหนู...หนู...”เจนจิราเสียใจเป็อย่างมากที่เธอไม่สามารถทำได้ตามที่วรวิทย์คาดหวังไว้ก้มหน้าร้องไห้ยกมือกราบพื้น
ป้ามุกเห็นท่าทางไม่สู้ดีเท่าใดนักรีบเดินเข้าไปพยุงตัวเจนจิราขึ้นมา“ไม่เป็ไรนะคะคุณหนูเปิดไม่ได้ก็ช่างมันค่ะ เดี๋ยวหาช่างมาช่วยทุบตู้ก็ได้นะคะ”
เจนจิราเอาแต่ก้มหน้ากับพื้นห้องร้องไห้โฮเสียใจอย่างมากที่เธอทำไม่ได้อย่างที่พ่อคาดหวังเอาไว้“หนูมันไม่เอาไหนจริงๆค่ะพ่อ...หนูเป็ลูกที่...ที่...ทั้งเลวทั้งโง่ขนาดนี้…หนูมันไร้ค่าจริงๆ ค่ะ!!!!! หนูนึกอะไรไม่ออกสักอย่างค่ะคุณตา……..”
เวลาแต่ละวินาทีช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน...อารมณ์ของเจนจิราค่อยๆนิ่ง สงบลง เธอพยายามลุกขึ้นมาพร้อมๆ กับเดินตรงไปที่หน้าตู้เซฟอีกครั้ง ค่อยๆเลื่อนหมุนใส่รหัสหลักแรกก่อน ภาพความทรงจำในอดีตกลับมาอีกครั้งหนึ่ง นับั้แ่เจนจิราคลอดออกมาท่ามกลางความดีใจของวรวิทย์ร้องเฮดังลั่นหน้าห้องคลอด ข้ามเวลามาจนถึงตัวเธอเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
เจนจิรายังคงเลื่อนใส่รหัสลำดับถัดมาทีละหลักความทรงจำข้ามมาที่เหตุการณ์ที่ตัวเธอทะเลาะกับพ่อ ตอนที่เธอ้าเป็ไกด์เธอไม่้าทำงานที่บริษัทเด็ดขาด...จนมาถึงงานศพของวรวิทย์
รหัสถูกใส่มาจนถึงหลักที่7 เป็หลักสุดท้าย ก็มีเสียงดังออกมาจากตู้เซฟ กลไกบริเวณ้าแสดงแถบสีเขียวเธอเปิดตู้เซฟสำเร็จตามที่วรวิทย์เคยพูดไว้กับวินัย
ไพโรจน์,วินัยและป้ามุกต่างตกตะลึงเป็อย่างมากที่เห็นเจนจิราเปิดตู้เซฟออกมาได้จริงๆ “คุณหนูทำได้! คุณหนูเปิดตู้เซฟได้จริงๆ...คุณหนูเปิดตู้ได้จริงๆ”