สายลมยามราตรีพัดกรรโชกผ่านยอดไม้สูงตระหง่านของผืนป่าเวเรนท์ ใบไม้หนาทึบเสียดสีกันจนเกิดเสียงซ่าลึกระงม คล้ายกับเสียงกระซิบกระซาบของิญญานับพันดวงที่กำลังทนทุกข์ทรมาน
ท่ามกลางความมืดมิดสนิทชนิดที่ว่าหากยื่นมือออกไปก็แทบจะมองไม่เห็นปลายนิ้วของตัวเอง เรน และ เอลิ กำลังเคลื่อนที่ฝ่าแนวต้นไม้โบราณบิดเบี้ยวลึกเข้าไปเรื่อย ๆ อย่างเงียบเชียบและระมัดระวังขั้นสูงสุด
“ฉันยังคิดว่า...การเข้าป่าตอนเที่ยงคืนแบบนี้เป็ความคิดที่แย่มาก ๆ อยู่ดีนั่นแหละค่ะ”
เอลิกระซิบเสียงแ่เบาจนแทบกลืนหายไปกับสายลม ลมหายใจของเธอจับตัวเป็ไอสีขาวจาง ๆ ในความหนาวเหน็บ มือบางทั้งสองข้างยกคทาเวทมนตร์คู่ใจขึ้นมาเสมออก พร้อมที่จะปลดปล่อยพลังร่ายมนตราจู่โจมได้ในทุกวินาที
“ถ้ารอให้ถึงตอนเช้า คนในหมู่บ้านอาจจะหายเพิ่มขึ้นอีกก็ได้” เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ สายตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายกวาดมองทะลุความมืดตรงหน้า
“แล้วถ้าเกิดพวกเรากลายเป็คนที่หายไปแทนล่ะคะ?” เอลิแหวใส่เบา ๆ
“ก็ถือว่าแผนสืบสวนและกู้ภัยในครั้งนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงไง”
“คุณเรน!”
ชายหนุ่มหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางลนลานของเด็กสาว ก่อนจะรีบยกมือขวาขึ้นเป็สัญญาณให้เธอเงียบเสียงลงทันควัน
[ออโร เซ้นต์ : แจ้งเตือน]
ประสาทััออโรเลี่ยนตรวจพบกระแสมานามืดบิดเบี้ยว ทวีความรุนแรงขึ้น 150%
ยิ่งพวกเขาก้าวเท้าลึกเข้าไปในป่าชั้นในเท่าไหร่ คลื่นพลังงานมืดอันโชคร้ายก็ยิ่งเข้มข้นรุนแรงจนชวนให้อึดอัดหน้าอกมากขึ้นเท่านั้น บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับมีบางสิ่งบางอย่างขนาดมหึมาที่มีชีวิต กำลังนอนหายใจอย่างแ่เบาอยู่ใต้ผืนป่าทึบแห่งนี้ทั้งผืน
ทันใดนั้นเอง...
ฮือ... ฮึก... อึก...
เสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างโหยหวนสั่นเครือแว่วมาตามสายลมราตรีอันเยือกเย็น เอลิชะงักฝีเท้ากึกในพริบตา ร่างกายของเด็กสาวแข็งทื่อ
“...ค...คุณเรน ได้ยินไหมคะ” เธอระล่ำระลักถาม
เรนไม่ตอบ แต่พยักหน้าช้า ๆ แววตาสีนํ้าเงินเข้มเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด
เสียงนั้นฟังดูคล้ายกับหญิงสาวและเด็ก ๆ กำลังนั่งร้องไห้ด้วยความเ็ปทรมานเจียนตาย ทว่า...เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงสะอื้นไห้อันรันทดกลับแปรเปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะเย้ยหยันอันบ้าคลั่งอย่างกะทันหัน!
ฮ่าๆๆๆๆ! ฮึฮึ... ฮ่า ๆๆๆๆ!
จากเพียงหนึ่งเสียง...พลันขยายเพิ่มขึ้นเป็สิบเสียง จากสิบเสียง...ควบแน่นกลายเป็ร้อยเสียง!
ในเวลานี้ ทั่วทั้งตารางนิ้วของผืนป่าเวเรนท์ราวกับเต็มไปด้วยผู้คนลึกลับนับร้อยนับพันที่กำลังกรีดร้องไห้และหัวเราะอย่างวิปลาสไปพร้อม ๆ กัน คลื่นเสียงแทรกซึมเข้าบดขยี้โสตประสาทอย่างทารุณ
“นี่มัน...เวทมนตร์แทรกแซงจิตใจ...” เอลิใบหน้าซีดเผือดลงทันที ความกลัวเริ่มเกาะกินใจ ทว่าเธอยังมีสติพอที่จะรีบยกคทาขึ้นร่ายเวทป้องกันโดยอัตโนมัติเพื่อกางม่านพลังจิตต้านทานเอาไว้
“ต้องเก็บงานให้เรียบ” เรนเตือนเสียงเข้ม “ไอ้เสียงบ้าพวกนี่มันมีผลต่อระบบประสาทและสติสัมปชัญญะโดยตรง ขืนรับฟังนานกว่านี้สมองได้ลัดวงจรแน่”
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะบอกให้เดินต่อ ประสาทัั [ออโร เซ้นต์] ของเรนกลับจับสัญญาณความผิดปกติบางอย่างที่รวดเร็วและน่ากลัวกว่านั้นได้ มันไม่ใช่แค่เสียงลวงตา...แต่มันคือกลุ่มสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาลที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ใต้พื้นดินใต้เท้าของพวกเขา!
ตูม—! ตูม—!
พื้นดินด้านหน้าของทั้งสองะเิออกอย่างรุนแรง เศษดินและรากไม้ปลิวกระจัดกระจาย ร่างผอมแห้งหลายสิบร่างพุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ผืนอัคคีทมิฬดั่งกองทัพอสุรกายจากนรก
เอลิเบิกตากว้างด้วยความช็อกอย่างแท้จริง เพราะเสื้อผ้าขาดวิ่นที่สวมใส่อยู่บนร่างเ่าั้... คือเสื้อผ้าของชาวบ้านจากหมู่บ้านอัลเทียที่สูญหายไป! แต่ในเวลานี้ พวกเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว...
“ให้ตายสิ...กลายเป็สัตว์ประหลาดไปสะแล้ว” เรนถอนหายใจยาว แววตาแปรเปลี่ยนเป็ความเ็าและดุดัน “ฉันเริ่มเกลียดไอ้พวกลัทธิโครนอสขึ้นมาทุกทีแล้วสิ”
แฮ่ก—!!
อสูรมนุษย์ตัวแรกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาเรนด้วยความเร็วปานสายฟ้า กรงเล็บแหลมคมหมายจะฉีกร่างของชายหนุ่มเป็ชิ้น ๆ
ปัง—!!
ประกายแสงสีทองเจิดจ้าอัดแน่นด้วยพลังงานออโรเลี่ยนะเิออกจากปากกระบอกปืนพก เจเนซิส เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะของะุแสงพุ่งเจาะทะลวงเข้ากลางศีรษะของอสูรกายตัวนั้นจนแตกกระจายกลายเป็เศษเนื้อกลางอากาศ ร่างของมันล้มคว่ำแน่นิ่งไป
ทว่า ร่างอื่น ๆ ที่เหลืออีกนับสิบกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย พวกมันยังคงส่งเสียงหวีดร้องวิปลาสแล้วกรูกันเข้ามาจากทุกทิศทางดั่งคลื่นมนุษย์
“สายลมแห่งอาร์คาเนีย!!”
เอลิไม่ยอมอยู่เฉย เธอตวัดคทาเวทมนตร์ขึ้นเหนือหัว วงเวทแสงสีฟ้าสว่างวาบปรากฏขึ้นบนพื้นดิน ทันใดนั้น พายุหมุนเวตมนตร์ขนาดใหญ่ก็ะเิออกกวาดต้อนและฉีกกระชากร่างของอสูรมนุษย์หลายตัวจนกระเด็นลอยละลิ่วออกไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่รอบบริเวณ
เสียงะเิของะุปืนเจเนซิสและเวทมนตร์สายลมดังสะท้อนต่อเนื่องท่ามกลางราตรีอันมืดมิด เรนและเอลิประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ ทว่า... จำนวนของพวกมันกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับไม่มีวันหมดสิ้น พวกมันพุ่งขุดขึ้นมาจากใต้ดินไม่หยุดหย่อน!
ในระหว่างที่กำลังลั่นไกสังหารอสุรกายตรงหน้า เรนพลันชะงักกึกไปชั่วครู่ จู่ ๆ เขาก็ตวัดสายตาคมกริบหันไปมองยังทิศตะวันตกของผืนป่าเวเรนท์
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่แคบลงจนเฉียบคม สัญชาตญาณดิบในร่างกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยที่รุนแรงที่สุดในชีวิต เขาััได้ถึงกระแสพลังงานอีกลูกหนึ่งที่แตกต่างจากอสูรกลายพันธุ์พวกนี้โดยสิ้นเชิง...
มันเป็พลังงานที่ ทรงพลัง เก่าแก่ และชั่วร้ายอย่างถึงที่สุดพลังงานลึกลับก้อนนั้นกำลังสั่นพ้องและตื่นขึ้นมาจากส่วนที่ลึกที่สุดใต้ผืนพิภพ... ลึกลงไปยิ่งกว่าซากวิหารโบราณที่ข้ารับใช้อย่าง เอเรบัส ใช้ในการประกอบพิธีกรรมกรรมเสียอีก
“คุณเรนคะ...” เอลิเอ่ยเรียกเสียงสั่นเครือ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาด้วยแรงกดดันลึกลับในอากาศที่เพิ่มขึ้นมหาศาลจนหายใจไม่ออก “ฉัน...ฉันรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ พลังนี่มันอะไรกัน...”
ชายหนุ่มอดีตสายลับกำด้ามปืนเจเนซิสในมือแน่นจนขึ้นข้อขาว ใบหน้าคมคายที่มักจะมีรอยยิ้มยียวนกวนประสาทบัดนี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเคร่งเครียดและจริงจังขั้นสูงสุด
“ใช่...เธอรู้สึกไม่ผิดหรอกเอลิ” เรนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจ “เพราะดูเหมือนว่า...พวกเราจะมาสายไปก้าวหนึ่งแล้ว”
ตูมมมมม—!!!
แรงสั่นะเืมหาศาลราวกับแผ่นดินไหวระดับรุนแรงปะทุขึ้นจากส่วนลึกของป่าเวเรนท์ทันทีสิ้นคำพูด ฝูงนกกลางคืนนับหมื่นตัวแตกตื่นบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนบดบังแสงจันทร์ ต้นไม้โบราณนับพันต้นหักโค่นและสั่นระริก พื้นดินหนาทึบใต้เท้าของพวกเขาเริ่มแตกร้าวเป็รอยแยกขนาดใหญ่ลุกลามไปทั่วบริเวณ!
ขณะเดียวกัน...ภายในส่วนลึกของวิหารทมิฬใต้ดิน
เอเรบัส ข้ารับใช้แห่งลัทธิโครนอส คุกเข่าลงต่อหน้าแท่นบูชาขนาดั์ด้วยสีหน้าที่บ้าคลั่งหลุดโลก ดวงตาสีแดงฉานภายใต้หน้ากากเหล็กเต็มไปด้วยความปีติยินดีและเทิดทูนอย่างสูงสุด ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขณะอ้าแขนรับเศษฝุ่นและเพดานหินที่กำลังพังทลายลงมา
“ตื่นขึ้นแล้ว...หึหึหึ... นที่สุดก็ถึงเวลาแล้วสินะ ค่ำคืนแห่งคำทำนายร้อยปี!!” เอเรบัสะโก้องอย่างคลุ้มคลั่ง
เคร้ง—! เคร้ง—! เคร้ง—!
เงาร่างขนาดมหึมาทมิฬภายใต้แท่นบูชาโบราณค่อย ๆ ขยับขับเคลื่อน โซ่ตรวนเวทมนตร์กักขังโบราณนับร้อยเส้นที่สลักอักขระศักดิ์สิทธิ์เอาไว้เริ่มเกิดรอยร้าว ก่อนจะะเิแตกหักสะบั้นลงทีละเส้น ทีละเส้น...พร้อมกับเสียงคำรามต่ำอันทรงพลังที่ดังกึกก้องะเืเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งผืนป่าและชั้นบรรยากาศ
ดวงตาสีโลหิตขนาดมหึมาคู่หนึ่งสว่างวาบขึ้นในเงามืดดั่งไฟนรก... มันลืมตาตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
สิ่งมีชีวิตในตำนานอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกผนึกจำศีลมานานหลายพันปี บัดนี้กำลังจะกลับคืนสู่โลกเบื้องบนอีกครั้ง... และเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวในดวงตาสีเืคู่นั้น คือการรอคอยที่จะขย้ำผู้ถือครองพลังแห่งพระแม่ไมอาร์อย่าง โจนาธาน เรน โดยเฉพาะ!