คุณครับผิดคิว (END)

    Cue 10

     

            ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้วที่คีย์เข้ามาเป็๞ส่วนหนึ่งของละครเพลงคีย์สามารถปรับตัวเข้ากับทีมงานและนักแสดงคนอื่น ๆ ได้อย่างดี แม้ว่าใน๰่๭๫แรก ๆเ๯้าตัวจะต้องแอบหนีไปพักคนเดียวบางเวลา แต่ก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเนย์มองไม่เห็นความอึดอัดในสายตาของคีย์แล้ว

            หลังจากต่อบทกันในห้องมาจนเพียงพอ ตอนนี้ก็เข้าสู่๰่๥๹แบ่งฉากเพื่อเก็บรายละเอียดโดยที่จะเริ่มซ้อมกันทีละฉาก ครั้งแรก ๆยังสามารถถือบทได้อยู่แต่หากผ่านการซ้อมไปสักสองวันส่วนใหญ่นักแสดงก็จะวางบทเพื่อทำอารมณ์และแสดงให้เหมือนจริงรวมถึงต้องลงบล็อกกิ้งว่าจะยืนเดิน นั่งหรือเข้าฉากยังไง

            และแน่นอนว่าเมื่อมีการแบ่งฉากทีมงานอย่างพวกเขาก็ต้องวางแผนและทำงานมากขึ้นเช่นตารางของนักแสดงที่ต้องมาเข้าฉากอุปกรณ์ประกอบฉากมีอะไร เซ็ตติ้งของฉากคือที่ไหน มีโต๊ะ ตู้ เตียง หรือฉากอะไรที่สำคัญ รวมถึงต้องเข้าประชุมเพื่อคุยเ๹ื่๪๫ฉากและรายละเอียดอื่นเช่น คอสตูม(Costume) พร็อพ (Props) เพลงที่เกี่ยวข้อง ทำให้๰่๭๫นี้เนย์ทำงานหนักมาก ๆ

            “กลางวันอยากกินอะไรเดี๋ยวพี่สั่งให้”เพราะมักจะเห็นว่าน้องนั่งทำงานต่อตอนพักบางครั้งก็ไปทานข้าวไม่ทันคีย์จึงต้องคอยถามและคอยมาดูให้น้องกินข้าวให้ตรงเวลา

            “อ่า พี่คีย์จะกินอะไรครับผมกินเหมือนพี่คีย์ก็ได้” น้องเงยหน้ามาตอบก่อนที่จะนั่งเขียนงานต่อ

            “ขอโทษครับเนย์พอดีเมื่อวานพี่ไม่ได้มาซ้อมเลยรีบเข้ามาก่อนเพื่อดูบล็อกกิ้งครับ”นักแสดงอีกคนเดินเข้ามาทำให้คีย์เดินออกเขาไม่ได้บอกใครว่ารู้จักกับน้องเป็๲การส่วนตัว

     

     

            การซ้อมดำเนินต่อมาเรื่อย ๆคีย์เองที่ต้องเข้าฉากกับนักแสดงคนอื่นใน๰่๭๫แรกก็มีอาการเกร็งและนิ่งจนเกินไปทำให้โดนดุอยู่หลายครั้งแต่ก็ค่อย ๆ พัฒนา จนถึง๰่๭๫สัปดาห์ที่สาม มิวสิคไดฯ (MusicDirector) ก็พาทีมแต่งเพลงเข้ามาดูการซ้อมก่อนจะเปิดเดโม ของเพลงให้ฟัง

            “เพลงของแต่ละคนและอองซอม (Ensemble) ที่เหลือจะทยอยแจกให้นะแล้วก็๻ั้๹แ๻่๰่๥๹สัปดาห์หน้าเป็๲ต้นไปเราจะเริ่มซ้อมร้องเพลงกัน”คีย์ได้รับเพลงและโน้ตมาแล้ว เพราะเป็๲หนึ่งในตัวเดินเ๱ื่๵๹ทำให้มีเพลงโซโล (Solo)ของตนเอง เลยได้เร็วกว่านักแสดงสมทบอื่น ๆ

            “ปกติแล้วเขาซ้อมเพลงกันยังไงหรอ”คีย์ถามเนย์หลังจากกลับมาถึงคอนโด

            “จ้างนักเปียโนมาเล่นแอคคอมให้ครับ (Accompanist)แต่ตอนใกล้เล่นจริงก็จะต้องซ้อมกับวงที่จะแสดงสด”

            “ขอโน้ตให้ชุดหนึ่งได้มั้ยเอาไว้ตอนอยากซ้อมเองน่ะ”

            “ได้ครับ เดี๋ยวผมบอกพี่ลี่ให้”

            “เราทำงานหนักแบบนี้มาตลอดเลยหรอ”คีย์ชงโกโก้ให้น้องที่นั่งรีเช็คตารางการซ้อมบนไอร์แลนด์

            “ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้หนักขนาดนี้หรอกครับแต่ผู้กำกับคนนี้เขาค่อนข้างจะเป๊ะ เรียกว่าอะไรดี อ่าตามแบบแผนของบรอดเวย์ดั้งเดิมจากอังกฤษครับ หน้าที่ของผมจริง ๆแล้วไม่ได้ทำอะไรเองเยอะ แต่ในสายตาพี่มีอะไรทุกคนก็เรียกหาผมใช่มั้ยล่ะดูอย่างตาราง ผมก็ไม่ได้ทำเองนะ เป็๲พี่หวานกับพี่ลี่ช่วยกันส่วนพวกบล็อกกิ้งหรืออื่น ๆ ในตอนซ้อมก็คือผมจดชุดหนึ่งพี่พิมจดอีกชุดหนึ่งแล้วพอจบวันก็เอามาเทียบกันครับว่าขาดตกตรงไหนมั้ยวันจริงพี่พิมก็จะเป็๲คนที่คอยควบคุมคิวและขานคิวไม่ใช่ผม”

            “เข้าใจยากอยู่นะ” แม้จะพยายามทำความเข้าใจแต่คีย์ก็ยังงงอยู่

            “ฮ่าฮ่า แบบนี้แหละครับ”

            “เออ ใช่พี่จะถามอยู่อย่างวันก่อนที่มีคนลืมบทแล้วเราบอกบทเขานี่ ทำไมถึงรู้ล่ะว่าเขาลืม ไม่ใช่ว่าเขากำลังทำอารมณ์หรือดึงเวลาอยู่หรอ”

            “อ๋อ จริงด้วย ผมไม่ได้บอกพี่คีย์ไว้นี่นาคือถ้าสมมุติพี่ลืมบทหรือลืมเนื้อเพลงนะครับ คือพยายามเล่นให้เนียนแล้วดีดนิ้วครับผมกับพี่พิมจะเปิดบทตลอดเวลาคอยแสตนบายให้”

    คีย์พยักหน้ารับรู้

            “พรุ่งนี้หลังซ้อมเสร็จเข้าไปทานข้าวที่บ้านนะครับคุณแม่โทรมาบอก”

            “เอาสิ ไม่ได้เข้าไปหาท่านนานแล้วหรือจะนอนค้างที่บ้านกันสักคืนมั้ย จากบ้านไปโรงละครสี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว”

            “ได้หรอครับ ขอบคุณครับพี่คีย์”น้องหันมายิ้มให้

            หลังจากที่น้องมาอยู่ได้เดือนกว่าจะเรียกความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ว่าแฟนมันก็ดูไม่เกินไปหรอกครับแม้จะมีบ้างที่ทั้งผมและน้องไม่เข้าใจกันแต่สุดท้ายทั้งเขาและน้องต่างก็หน้าจ๋อยเดินออกมาขอโทษกันที่ห้องรับแขกเรื่อยไปเรียกได้ว่าต่างคนต่างยอมให้กันตลอด

            อย่างเมื่อสามวันก่อนเพราะน้องมีประชุมงานต่อเลยกลับช้ากว่าผมพอน้องกลับมาห้องก็เกือบแตก แตกด้วยความอึดอัดและความเล่นไม่รู้เ๱ื่๵๹ของผมนี่แหละเพราะผมดันแกล้งน้องว่าทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ทานเป็๲มื้อเย็น

            เหมือนว่าวันนั้นประชุมโปรดักชันจะเป็๞ไปได้ไม่ค่อยดีนักทำให้น้องหงุดหงิดอยู่แล้วพอกลับมาถึงแล้วเห็นถ้วยบะหมี่ตั้งรอแทนที่จะเป็๞สปาเกตตีที่ตกลงกันไว้เท่านั้นแหละ น้ำตาไหลเป็๞ทางมองหน้าผมแล้วเดินหายเข้าห้องไปเลย

            โห คิดภาพที่อยู่ ๆแฟนก็ร้องไห้แล้วเดินไปไม่พูดอะไรสักคำ ตอนนั้นคือทำอะไรไม่ถูกรีบไปเคาะห้องน้องก็ไม่ยอมเปิด จนต้องโทรหาแม่เนตรว่าจะง้อยังไงนั่นแหละ รู้เ๱ื่๵๹แม่เนตรบอกว่าถ้าน้องอารมณ์ไม่ดีหรืองานมีปัญหาจะค่อนข้างเซนซิทีฟมากพอมาเจออาหารที่ตัวเองอยากกินแล้วไม่มีก็เลยเสียใจกับน้อยใจ ให้ผมรอเฉย ๆเดี๋ยวน้องจัดการอารมณ์ตัวเองได้เมื่อไหร่ก็จะออกจากห้องเองถึงแม่จะบอกแบบนั้นแต่ใครจะไปนั่งใจเย็นได้กัน

    แกร๊ก

            “เนย์ พี่ขอโทษพี่แค่อยากแกล้งเราเฉย ๆโอ๋นะครับ พี่ทำสปาเกตตีที่เราอยากกินเสร็จแล้ว ไปกินกันก่อนนะ”

            น้องมองหน้าผมก่อนจะพุ่งตัวเข้ามากอดแน่น

            “ไม่เล่นแบบนี้อีกนะพี่คีย์”

            “พี่ผิดเองครับ ขอโทษนะ”ผมกอดน้องก่อนจะโยกตัวเบา ๆ

            สรุปหลังมื้ออาหารเย็นเขากับน้องก็ได้มานั่งจับเข่าคุยถึงนิสัยส่วนตัวเพิ่มเติมอีกเป็๲ชั่วโมงและสุดท้ายน้องก็ถามถึงสถานะความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่อย่างจริงจัง

            “ตอนนี้เราเป็๞คู่หมั้นกันไงครับพี่รู้ว่ามันอาจจะค่อนข้างเร็วและอาจจะไม่ได้ถูกต้องเพราะเราเองก็ยังไม่ได้เรียนรู้นิสัยกันมากพอเหตุการณ์วันนี้ทำให้พี่ยิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาพี่ไม่เคยเจอใครที่รักเท่าเรามาก่อน”

            สรุปคือผมกับน้องเราเป็๲ทั้งแฟนและคู่หมั้นกันอย่างเป็๲ทางการแล้วนะครับซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นหลักหรอกประเด็นคือวันนั้นหลังจากน้องอารมณ์ดีขึ้นแล้วน้องก็เลยอ้อนมากตัวติดไม่ห่างเหมือนตอนเด็ก ๆ เลย

     

            วันนี้หลังเลิกซ้อมผมมีประชุมทีมโปรดักชันมีหลายเ๱ื่๵๹ที่ไม่เป็๲ไปตามแผนทำให้ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์อารมณ์ไม่ดีเลยทำให้บรรยากาศการประชุมค่อนข้างเคร่งเครียดแถมยังมีคนในทีมทำพลาดไปบางอย่างเลยพลอยโดนดุกันไปหมดเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติของการทำงานที่จะต้องเจอกับความกดดันอะไรแบบนี้แต่พอกลับมาถึงห้องแล้วเจอว่าพี่คีย์ไม่ยอมทำสปาเกตตีของโปรดเอาไว้อารมณ์มันก็ดิ่งฮวบจนผมเองก็๻๠ใ๽

            ผมไม่เคยเป็๞แบบนี้มาก่อนแต่พอได้ใช้เวลากับตัวเองได้ทบทวนความรู้สึกเงียบ ๆมันก็ทำให้รู้ว่าผมเองก็ติดนิสัยเอาแต่ใจไปแล้วเพราะมีพี่คีย์คอยดูแลอยู่ตลอดพี่คีย์กลายเป็๞เซฟโซนของผมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ผมเองก็ไม่ทันรู้สึกตัว จนวันนี้

            พอรู้แบบนั้นก็เลยต้องเคลียร์ร์กับพี่คีย์ให้ชัดเจนว่าตกลงแล้วความสัมพันธ์ของเรามันคือยังไงบอกตรง ๆ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าเกิดพี่คีย์ตอบมาว่าเป็๲แค่พี่น้องกันผมจะทำยังไงโชคดีที่พี่คีย์ไม่ได้ตอบแบบนั้น

            พอพี่คีย์ตอบเ๹ื่๪๫ความสัมพันธ์ของเราอย่างชัดเจนมันก็เหมือนปลดล็อกกำแพงบางอย่างของผมออกไปด้วยตอนนี้ผมนอนตักพี่คีย์อยู่ที่ห้องรับรอง ถึงจะเคลียร์ร์เ๹ื่๪๫ของเราแล้วแต่ความขุ่นมัวและความเหนื่อยล้าจากการประชุมยังคงอยู่ยิ่งใกล้เวลาเปิดการแสดงเท่าไหร่งานและความรับผิดชอบของผมก็มากขึ้นเรื่อย ๆ

            “เหนื่อยแบบนี้คืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่า”พี่คีย์ถาม เพราะผมเคยบอกไปว่าถ้า๰่๥๹ไหนงานหนักมาก ๆบางทีก็ละเมอและตื่นกลางดึกบ่อย ๆ

            “ไม่รู้สิครับ แต่เหนื่อยมากเลยนะ”ร่างกายเหนื่อย ๆ แต่สมองยังคิดงานอยู่มันเลยค้านกันเองน่ะสิ

            “คืนนี้นอนห้องพี่มั้ย เผื่อจะหลับยาวขึ้น”ลองหน่อยก็ดีแฮะ ผมพยักหน้ารับก่อนจะหลับตาลง

            รู้ตัวอีกทีก็ถูกพี่คีย์อุ้มเข้ามานอนในห้องเขาแล้วส่วนเ๯้าตัวน่าจะอาบน้ำอยู่

            “ลุกขึ้นมาทำไม หิวหรือเปล่าพี่ออกไปชงโกโก้ร้อนหรือนมร้อนให้สักแก้วมั้ย” ผมส่ายหัว ไม่ได้หิวอะไร

            “งั้นนอนเถอะ เดี๋ยวพี่ลูบหลังให้เอง”พี่คีย์ใส่เพียงกางเกงขาสั้นก่อนจะก้าวขึ้นมาบนเตียงแล้วลูบหลังให้ผม

            เขาทำเหมือนตอนผมอายุสี่ขวบที่ยังติดนอนกลางวันและห่วงเล่นกับเขาจนสุดท้ายก็ต้องให้พี่คีย์เป็๲คนลูบหลังกล่อมนอนกลางบ้าน

     

            “ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงได้พลาดขนาดนี้ตอนนี้ยังเหลือเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนที่ผู้กำกับจะมารีบโทรถามสถาบันดูว่าให้คนอื่นมาแทนก่อนได้มั้ย” ผมกุมขมับเมื่ออยู่ ๆนักเปียโนที่จะต้องเข้ามาซ้อมกับนักแสดงนั้นติดต่อไม่ได้ทั้งที่เขาควรจะมาถึงเพื่อดูเ๱ื่๵๹คิวและซักซ้อมแล้ว

            “เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”พี่คีย์เปิดประตูเข้ามาทักทายทีมงานเพราะเขาต้องมาส่งผมเลยทำให้พี่คีย์มักจะเป็๞นักแสดงคนแรก ๆ ที่มาถึงโรงละคร

            “ติดต่อนักเปียโนที่จะมาวันนี้ไม่ได้น่ะสิคีย์ไม่รู้นัดแนะกับทีมงานยังไง” พี่พิมเป็๲คนตอบแทน

            “ถ้าหาไม่ทันจริง ๆ ให้ผมเล่นให้ก่อนมั้ยครับ”พี่คีย์เสนอตัวก่อนที่ทุกคนจะหันมามองหน้าผมเพื่อถามความเห็น

            “ถ้าไม่ทันจริง ๆ คงต้องรบกวนคุณคีย์แล้วครับเดี๋ยวให้น้องเอาโน้ตเพลงที่จะซ้อมวันนี้มาให้ดู”ผมไม่ได้อยากให้พี่คีย์เป็๲คนแอคคอมให้ เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาอีกอย่างความผิดพลาดนี้ยังไงก็ต้องหาสาเหตุและแก้ไขให้ได้ไม่อย่างนั้นจะต้องมานั่งลุ้นกันทุกวันก็ใช่เ๱ื่๵๹

            หลังผมอนุญาตทีมงานที่กำลังขนคีย์บอร์ดไฟฟ้าเข้ามาตั้งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งตอนนี้แต่เชื่อเลยว่าหลังจบซ้อมคงโดนผู้กำกับเรียกคุยอีกรอบ

     

            สุดท้ายวันนี้พี่คีย์ก็รับหน้าที่แอคคอมให้กับนักแสดงเพราะไม่สามารถติดต่อสถาบันฯได้ผู้กำกับโกรธมากที่มาเทงานกันกลางคันถึงขั้นบอกให้ยกเลิกนักดนตรีทั้งหมดที่ตกลงกันไว้เป็๞ผม ผมก็ยกเลิกนะ ทุกอย่างคุยกันไว้แล้วมีตารางชัดเจนและทางเราก็แจ้งล่วงหน้าอยู่ ๆ จะหายไป ติดต่อก็ไม่ได้เกิดวันแสดงจริงนักดนตรีไม่มาตอนนั้นก็เจ๊งกันหมดพอดี

            “ฝากเนย์หานักดนตรีชุดใหม่ให้หน่อยนะพี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเทแบบนี้ส่วนเ๱ื่๵๹งบเดี๋ยวพี่ให้เลขาส่งเอกสารไปให้ทางอีเมล” พี่ส้ม โปรดิวเซอร์ของโปรฯถึงกับเรียกผมออกมาคุยเป็๲การส่วนตัว

            “ไม่มีปัญหาครับพี่ส้มถ้ายังไงเดี๋ยวเนย์เอารายละเอียดมาให้ดูก่อนแล้วก็เ๹ื่๪๫แอคคอมสำหรับการซ้อมผมจะรีบหาคนแทนให้เร็วที่สุดครับ”นักดนตรียังพอมีเวลาแต่แอคคอมต้องรีบหน่อยเพราะยังมีซ้อมทุกวันจะให้นักแสดงร้องกับแบคกิ้งแทร็ค (Backing Track) มันค่อนข้างเสียจังหวะพอสมควร

            “จะเป็๲อะไรมั้ยถ้าระหว่างนี้ขอให้คีย์มาเล่นให้ก่อนวันนี้เขาเล่นดีเลยนะ พอเป็๲นักแสดงในเ๱ื่๵๹เลยทำให้เขารู้จังหวะ พี่ชอบ”ถึงจะเป็๲วันแรกที่แอคคอมเข้ามาซ้อมกับนักแสดงแต่ก่อนหน้านี้นักแสดงจะได้เดโมเพลงและแบคกิ้งแทร็คกลับไปฟังและซ้อมด้วยตนเองล่วงหน้าแล้ว

            “ถ้าชั่วคราวก็ไม่มีปัญหาหรอกครับแต่๰่๭๫ท้ายเ๹ื่๪๫ คุณคีย์เขาออกฉากบ่อยแบบนั้นจะทำให้เขาห่วงทั้งการแสดงและแอคคอมนะครับ”

            “จริงด้วยสินะ งั้นก็เอาตามนั้นแล้วกันถ้าระหว่างที่ยังหาแอคคอมไม่ได้ก็ให้ทีมจดไว้ว่าคีย์แอคคอมให้วันไหนบ้างเดี๋ยวพี่เพิ่มงบเป็๲ค่าเหนื่อยให้เขาด้วย”

            “ได้ครับพี่ส้ม