ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้วที่คีย์เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของละครเพลงคีย์สามารถปรับตัวเข้ากับทีมงานและนักแสดงคนอื่น ๆ ได้อย่างดี แม้ว่าใน่แรก ๆเ้าตัวจะต้องแอบหนีไปพักคนเดียวบางเวลา แต่ก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเนย์มองไม่เห็นความอึดอัดในสายตาของคีย์แล้ว
หลังจากต่อบทกันในห้องมาจนเพียงพอ ตอนนี้ก็เข้าสู่่แบ่งฉากเพื่อเก็บรายละเอียดโดยที่จะเริ่มซ้อมกันทีละฉาก ครั้งแรก ๆยังสามารถถือบทได้อยู่แต่หากผ่านการซ้อมไปสักสองวันส่วนใหญ่นักแสดงก็จะวางบทเพื่อทำอารมณ์และแสดงให้เหมือนจริงรวมถึงต้องลงบล็อกกิ้งว่าจะยืนเดิน นั่งหรือเข้าฉากยังไง
และแน่นอนว่าเมื่อมีการแบ่งฉากทีมงานอย่างพวกเขาก็ต้องวางแผนและทำงานมากขึ้นเช่นตารางของนักแสดงที่ต้องมาเข้าฉากอุปกรณ์ประกอบฉากมีอะไร เซ็ตติ้งของฉากคือที่ไหน มีโต๊ะ ตู้ เตียง หรือฉากอะไรที่สำคัญ รวมถึงต้องเข้าประชุมเพื่อคุยเื่ฉากและรายละเอียดอื่นเช่น คอสตูม(Costume) พร็อพ (Props) เพลงที่เกี่ยวข้อง ทำให้่นี้เนย์ทำงานหนักมาก ๆ
“กลางวันอยากกินอะไรเดี๋ยวพี่สั่งให้”เพราะมักจะเห็นว่าน้องนั่งทำงานต่อตอนพักบางครั้งก็ไปทานข้าวไม่ทันคีย์จึงต้องคอยถามและคอยมาดูให้น้องกินข้าวให้ตรงเวลา
“อ่า พี่คีย์จะกินอะไรครับผมกินเหมือนพี่คีย์ก็ได้” น้องเงยหน้ามาตอบก่อนที่จะนั่งเขียนงานต่อ
“ขอโทษครับเนย์พอดีเมื่อวานพี่ไม่ได้มาซ้อมเลยรีบเข้ามาก่อนเพื่อดูบล็อกกิ้งครับ”นักแสดงอีกคนเดินเข้ามาทำให้คีย์เดินออกเขาไม่ได้บอกใครว่ารู้จักกับน้องเป็การส่วนตัว
การซ้อมดำเนินต่อมาเรื่อย ๆคีย์เองที่ต้องเข้าฉากกับนักแสดงคนอื่นใน่แรกก็มีอาการเกร็งและนิ่งจนเกินไปทำให้โดนดุอยู่หลายครั้งแต่ก็ค่อย ๆ พัฒนา จนถึง่สัปดาห์ที่สาม มิวสิคไดฯ (MusicDirector) ก็พาทีมแต่งเพลงเข้ามาดูการซ้อมก่อนจะเปิดเดโม ของเพลงให้ฟัง
“เพลงของแต่ละคนและอองซอม (Ensemble) ที่เหลือจะทยอยแจกให้นะแล้วก็ั้แ่่สัปดาห์หน้าเป็ต้นไปเราจะเริ่มซ้อมร้องเพลงกัน”คีย์ได้รับเพลงและโน้ตมาแล้ว เพราะเป็หนึ่งในตัวเดินเื่ทำให้มีเพลงโซโล (Solo)ของตนเอง เลยได้เร็วกว่านักแสดงสมทบอื่น ๆ
“ปกติแล้วเขาซ้อมเพลงกันยังไงหรอ”คีย์ถามเนย์หลังจากกลับมาถึงคอนโด
“จ้างนักเปียโนมาเล่นแอคคอมให้ครับ (Accompanist)แต่ตอนใกล้เล่นจริงก็จะต้องซ้อมกับวงที่จะแสดงสด”
“ขอโน้ตให้ชุดหนึ่งได้มั้ยเอาไว้ตอนอยากซ้อมเองน่ะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมบอกพี่ลี่ให้”
“เราทำงานหนักแบบนี้มาตลอดเลยหรอ”คีย์ชงโกโก้ให้น้องที่นั่งรีเช็คตารางการซ้อมบนไอร์แลนด์
“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้หนักขนาดนี้หรอกครับแต่ผู้กำกับคนนี้เขาค่อนข้างจะเป๊ะ เรียกว่าอะไรดี อ่าตามแบบแผนของบรอดเวย์ดั้งเดิมจากอังกฤษครับ หน้าที่ของผมจริง ๆแล้วไม่ได้ทำอะไรเองเยอะ แต่ในสายตาพี่มีอะไรทุกคนก็เรียกหาผมใช่มั้ยล่ะดูอย่างตาราง ผมก็ไม่ได้ทำเองนะ เป็พี่หวานกับพี่ลี่ช่วยกันส่วนพวกบล็อกกิ้งหรืออื่น ๆ ในตอนซ้อมก็คือผมจดชุดหนึ่งพี่พิมจดอีกชุดหนึ่งแล้วพอจบวันก็เอามาเทียบกันครับว่าขาดตกตรงไหนมั้ยวันจริงพี่พิมก็จะเป็คนที่คอยควบคุมคิวและขานคิวไม่ใช่ผม”
“เข้าใจยากอยู่นะ” แม้จะพยายามทำความเข้าใจแต่คีย์ก็ยังงงอยู่
“ฮ่าฮ่า แบบนี้แหละครับ”
“เออ ใช่พี่จะถามอยู่อย่างวันก่อนที่มีคนลืมบทแล้วเราบอกบทเขานี่ ทำไมถึงรู้ล่ะว่าเขาลืม ไม่ใช่ว่าเขากำลังทำอารมณ์หรือดึงเวลาอยู่หรอ”
“อ๋อ จริงด้วย ผมไม่ได้บอกพี่คีย์ไว้นี่นาคือถ้าสมมุติพี่ลืมบทหรือลืมเนื้อเพลงนะครับ คือพยายามเล่นให้เนียนแล้วดีดนิ้วครับผมกับพี่พิมจะเปิดบทตลอดเวลาคอยแสตนบายให้”
คีย์พยักหน้ารับรู้
“พรุ่งนี้หลังซ้อมเสร็จเข้าไปทานข้าวที่บ้านนะครับคุณแม่โทรมาบอก”
“เอาสิ ไม่ได้เข้าไปหาท่านนานแล้วหรือจะนอนค้างที่บ้านกันสักคืนมั้ย จากบ้านไปโรงละครสี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว”
“ได้หรอครับ ขอบคุณครับพี่คีย์”น้องหันมายิ้มให้
หลังจากที่น้องมาอยู่ได้เดือนกว่าจะเรียกความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ว่าแฟนมันก็ดูไม่เกินไปหรอกครับแม้จะมีบ้างที่ทั้งผมและน้องไม่เข้าใจกันแต่สุดท้ายทั้งเขาและน้องต่างก็หน้าจ๋อยเดินออกมาขอโทษกันที่ห้องรับแขกเรื่อยไปเรียกได้ว่าต่างคนต่างยอมให้กันตลอด
อย่างเมื่อสามวันก่อนเพราะน้องมีประชุมงานต่อเลยกลับช้ากว่าผมพอน้องกลับมาห้องก็เกือบแตก แตกด้วยความอึดอัดและความเล่นไม่รู้เื่ของผมนี่แหละเพราะผมดันแกล้งน้องว่าทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ทานเป็มื้อเย็น
เหมือนว่าวันนั้นประชุมโปรดักชันจะเป็ไปได้ไม่ค่อยดีนักทำให้น้องหงุดหงิดอยู่แล้วพอกลับมาถึงแล้วเห็นถ้วยบะหมี่ตั้งรอแทนที่จะเป็สปาเกตตีที่ตกลงกันไว้เท่านั้นแหละ น้ำตาไหลเป็ทางมองหน้าผมแล้วเดินหายเข้าห้องไปเลย
โห คิดภาพที่อยู่ ๆแฟนก็ร้องไห้แล้วเดินไปไม่พูดอะไรสักคำ ตอนนั้นคือทำอะไรไม่ถูกรีบไปเคาะห้องน้องก็ไม่ยอมเปิด จนต้องโทรหาแม่เนตรว่าจะง้อยังไงนั่นแหละ รู้เื่แม่เนตรบอกว่าถ้าน้องอารมณ์ไม่ดีหรืองานมีปัญหาจะค่อนข้างเซนซิทีฟมากพอมาเจออาหารที่ตัวเองอยากกินแล้วไม่มีก็เลยเสียใจกับน้อยใจ ให้ผมรอเฉย ๆเดี๋ยวน้องจัดการอารมณ์ตัวเองได้เมื่อไหร่ก็จะออกจากห้องเองถึงแม่จะบอกแบบนั้นแต่ใครจะไปนั่งใจเย็นได้กัน
แกร๊ก
“เนย์ พี่ขอโทษพี่แค่อยากแกล้งเราเฉย ๆโอ๋นะครับ พี่ทำสปาเกตตีที่เราอยากกินเสร็จแล้ว ไปกินกันก่อนนะ”
น้องมองหน้าผมก่อนจะพุ่งตัวเข้ามากอดแน่น
“ไม่เล่นแบบนี้อีกนะพี่คีย์”
“พี่ผิดเองครับ ขอโทษนะ”ผมกอดน้องก่อนจะโยกตัวเบา ๆ
สรุปหลังมื้ออาหารเย็นเขากับน้องก็ได้มานั่งจับเข่าคุยถึงนิสัยส่วนตัวเพิ่มเติมอีกเป็ชั่วโมงและสุดท้ายน้องก็ถามถึงสถานะความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่อย่างจริงจัง
“ตอนนี้เราเป็คู่หมั้นกันไงครับพี่รู้ว่ามันอาจจะค่อนข้างเร็วและอาจจะไม่ได้ถูกต้องเพราะเราเองก็ยังไม่ได้เรียนรู้นิสัยกันมากพอเหตุการณ์วันนี้ทำให้พี่ยิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาพี่ไม่เคยเจอใครที่รักเท่าเรามาก่อน”
สรุปคือผมกับน้องเราเป็ทั้งแฟนและคู่หมั้นกันอย่างเป็ทางการแล้วนะครับซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นหลักหรอกประเด็นคือวันนั้นหลังจากน้องอารมณ์ดีขึ้นแล้วน้องก็เลยอ้อนมากตัวติดไม่ห่างเหมือนตอนเด็ก ๆ เลย
วันนี้หลังเลิกซ้อมผมมีประชุมทีมโปรดักชันมีหลายเื่ที่ไม่เป็ไปตามแผนทำให้ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์อารมณ์ไม่ดีเลยทำให้บรรยากาศการประชุมค่อนข้างเคร่งเครียดแถมยังมีคนในทีมทำพลาดไปบางอย่างเลยพลอยโดนดุกันไปหมดเป็เื่ปกติของการทำงานที่จะต้องเจอกับความกดดันอะไรแบบนี้แต่พอกลับมาถึงห้องแล้วเจอว่าพี่คีย์ไม่ยอมทำสปาเกตตีของโปรดเอาไว้อารมณ์มันก็ดิ่งฮวบจนผมเองก็ใ
ผมไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนแต่พอได้ใช้เวลากับตัวเองได้ทบทวนความรู้สึกเงียบ ๆมันก็ทำให้รู้ว่าผมเองก็ติดนิสัยเอาแต่ใจไปแล้วเพราะมีพี่คีย์คอยดูแลอยู่ตลอดพี่คีย์กลายเป็เซฟโซนของผมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ผมเองก็ไม่ทันรู้สึกตัว จนวันนี้
พอรู้แบบนั้นก็เลยต้องเคลียร์ร์กับพี่คีย์ให้ชัดเจนว่าตกลงแล้วความสัมพันธ์ของเรามันคือยังไงบอกตรง ๆ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าเกิดพี่คีย์ตอบมาว่าเป็แค่พี่น้องกันผมจะทำยังไงโชคดีที่พี่คีย์ไม่ได้ตอบแบบนั้น
พอพี่คีย์ตอบเื่ความสัมพันธ์ของเราอย่างชัดเจนมันก็เหมือนปลดล็อกกำแพงบางอย่างของผมออกไปด้วยตอนนี้ผมนอนตักพี่คีย์อยู่ที่ห้องรับรอง ถึงจะเคลียร์ร์เื่ของเราแล้วแต่ความขุ่นมัวและความเหนื่อยล้าจากการประชุมยังคงอยู่ยิ่งใกล้เวลาเปิดการแสดงเท่าไหร่งานและความรับผิดชอบของผมก็มากขึ้นเรื่อย ๆ
“เหนื่อยแบบนี้คืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่า”พี่คีย์ถาม เพราะผมเคยบอกไปว่าถ้า่ไหนงานหนักมาก ๆบางทีก็ละเมอและตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
“ไม่รู้สิครับ แต่เหนื่อยมากเลยนะ”ร่างกายเหนื่อย ๆ แต่สมองยังคิดงานอยู่มันเลยค้านกันเองน่ะสิ
“คืนนี้นอนห้องพี่มั้ย เผื่อจะหลับยาวขึ้น”ลองหน่อยก็ดีแฮะ ผมพยักหน้ารับก่อนจะหลับตาลง
รู้ตัวอีกทีก็ถูกพี่คีย์อุ้มเข้ามานอนในห้องเขาแล้วส่วนเ้าตัวน่าจะอาบน้ำอยู่
“ลุกขึ้นมาทำไม หิวหรือเปล่าพี่ออกไปชงโกโก้ร้อนหรือนมร้อนให้สักแก้วมั้ย” ผมส่ายหัว ไม่ได้หิวอะไร
“งั้นนอนเถอะ เดี๋ยวพี่ลูบหลังให้เอง”พี่คีย์ใส่เพียงกางเกงขาสั้นก่อนจะก้าวขึ้นมาบนเตียงแล้วลูบหลังให้ผม
เขาทำเหมือนตอนผมอายุสี่ขวบที่ยังติดนอนกลางวันและห่วงเล่นกับเขาจนสุดท้ายก็ต้องให้พี่คีย์เป็คนลูบหลังกล่อมนอนกลางบ้าน
“ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงได้พลาดขนาดนี้ตอนนี้ยังเหลือเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนที่ผู้กำกับจะมารีบโทรถามสถาบันดูว่าให้คนอื่นมาแทนก่อนได้มั้ย” ผมกุมขมับเมื่ออยู่ ๆนักเปียโนที่จะต้องเข้ามาซ้อมกับนักแสดงนั้นติดต่อไม่ได้ทั้งที่เขาควรจะมาถึงเพื่อดูเื่คิวและซักซ้อมแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”พี่คีย์เปิดประตูเข้ามาทักทายทีมงานเพราะเขาต้องมาส่งผมเลยทำให้พี่คีย์มักจะเป็นักแสดงคนแรก ๆ ที่มาถึงโรงละคร
“ติดต่อนักเปียโนที่จะมาวันนี้ไม่ได้น่ะสิคีย์ไม่รู้นัดแนะกับทีมงานยังไง” พี่พิมเป็คนตอบแทน
“ถ้าหาไม่ทันจริง ๆ ให้ผมเล่นให้ก่อนมั้ยครับ”พี่คีย์เสนอตัวก่อนที่ทุกคนจะหันมามองหน้าผมเพื่อถามความเห็น
“ถ้าไม่ทันจริง ๆ คงต้องรบกวนคุณคีย์แล้วครับเดี๋ยวให้น้องเอาโน้ตเพลงที่จะซ้อมวันนี้มาให้ดู”ผมไม่ได้อยากให้พี่คีย์เป็คนแอคคอมให้ เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาอีกอย่างความผิดพลาดนี้ยังไงก็ต้องหาสาเหตุและแก้ไขให้ได้ไม่อย่างนั้นจะต้องมานั่งลุ้นกันทุกวันก็ใช่เื่
หลังผมอนุญาตทีมงานที่กำลังขนคีย์บอร์ดไฟฟ้าเข้ามาตั้งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งตอนนี้แต่เชื่อเลยว่าหลังจบซ้อมคงโดนผู้กำกับเรียกคุยอีกรอบ
สุดท้ายวันนี้พี่คีย์ก็รับหน้าที่แอคคอมให้กับนักแสดงเพราะไม่สามารถติดต่อสถาบันฯได้ผู้กำกับโกรธมากที่มาเทงานกันกลางคันถึงขั้นบอกให้ยกเลิกนักดนตรีทั้งหมดที่ตกลงกันไว้เป็ผม ผมก็ยกเลิกนะ ทุกอย่างคุยกันไว้แล้วมีตารางชัดเจนและทางเราก็แจ้งล่วงหน้าอยู่ ๆ จะหายไป ติดต่อก็ไม่ได้เกิดวันแสดงจริงนักดนตรีไม่มาตอนนั้นก็เจ๊งกันหมดพอดี
“ฝากเนย์หานักดนตรีชุดใหม่ให้หน่อยนะพี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเทแบบนี้ส่วนเื่งบเดี๋ยวพี่ให้เลขาส่งเอกสารไปให้ทางอีเมล” พี่ส้ม โปรดิวเซอร์ของโปรฯถึงกับเรียกผมออกมาคุยเป็การส่วนตัว
“ไม่มีปัญหาครับพี่ส้มถ้ายังไงเดี๋ยวเนย์เอารายละเอียดมาให้ดูก่อนแล้วก็เื่แอคคอมสำหรับการซ้อมผมจะรีบหาคนแทนให้เร็วที่สุดครับ”นักดนตรียังพอมีเวลาแต่แอคคอมต้องรีบหน่อยเพราะยังมีซ้อมทุกวันจะให้นักแสดงร้องกับแบคกิ้งแทร็ค (Backing Track) มันค่อนข้างเสียจังหวะพอสมควร
“จะเป็อะไรมั้ยถ้าระหว่างนี้ขอให้คีย์มาเล่นให้ก่อนวันนี้เขาเล่นดีเลยนะ พอเป็นักแสดงในเื่เลยทำให้เขารู้จังหวะ พี่ชอบ”ถึงจะเป็วันแรกที่แอคคอมเข้ามาซ้อมกับนักแสดงแต่ก่อนหน้านี้นักแสดงจะได้เดโมเพลงและแบคกิ้งแทร็คกลับไปฟังและซ้อมด้วยตนเองล่วงหน้าแล้ว
“ถ้าชั่วคราวก็ไม่มีปัญหาหรอกครับแต่่ท้ายเื่ คุณคีย์เขาออกฉากบ่อยแบบนั้นจะทำให้เขาห่วงทั้งการแสดงและแอคคอมนะครับ”
“จริงด้วยสินะ งั้นก็เอาตามนั้นแล้วกันถ้าระหว่างที่ยังหาแอคคอมไม่ได้ก็ให้ทีมจดไว้ว่าคีย์แอคคอมให้วันไหนบ้างเดี๋ยวพี่เพิ่มงบเป็ค่าเหนื่อยให้เขาด้วย”
“ได้ครับพี่ส้ม