บรรยากาศภายในบ้านของคุณพชรค่อนข้างเงียบราวกับว่าทั้งหลังมีแค่เขากับพ่อของเขาเท่านั้น มือใหญ่ของเขากอบกุมมือของผมเอาไว้หลวมๆขณะที่เราเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่มีชายผมสีดอกเลากำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“มาแล้วเหรอ”เสียงทุ้มแหบนิดๆ ทักขึ้น
“ครับ”
“เข้ามาสิแล้วนั่นใคร”
“ภีมน้องชายภัทรครับ”เขาบอกด้วยเสียงโทนเดียว
ผมผู้ซึ่งเป็ผู้น้อยยกมือไหว้คนแก่กว่าอย่างนอบน้อมพ่อของพี่เขาก็รับไหว้เช่นกัน ผมไม่รู้ว่าควรจะนำนำตัวอย่างไรดีจึงทำได้แค่กล่าวทักทายสวัสดีไปตามปกติ
“สวัสดีครับท่าน”ผมยกมือไหว้อย่างเกร็งๆ
“ท่านเทิ่นอะไรกันเรียกลุงสิน้องชายหนูภัทรไม่ใช่เหรอ” ท่านเกษมพูดอย่างกันเองจึงช่วยลดอาการเกร็งของผมไปได้บ้าง “แล้วหนูภัทรไม่มาด้วยกันหรือ”
“ผมว่าเราอย่าพึ่งพูดเื่นี้เลยครับเข้าไปนั่งก่อนดีกว่า” ร่างสูงข้างกายพาผมนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ โซฟาตัวใหญ่ใกล้กับพ่อของเขา
“บอกได้หรือยังว่าทำไมหนูภัทรถึงไม่มาด้วย”
“เื่นี้แหละครับที่ผมจะมาคุยด้วย”คุณพชรเป็คนเปิดประเด็นขึ้นมาทำเอาผมนั่งเงียบไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับคุณลุง
“มีปัญหาอะไรกัน”คุณลุงถามเสียงเรียบ แต่สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น “ฉันรู้นะว่าแกชอบชีวิตโสดของแกแต่อายุแกก็ไม่ใช่น้อยๆ แกควรมีครอบครัว”
“พ่อคือว่า...”
“แกจะอ้างอะไรฉันให้แกแต่งกับหนูภัทรออกหน้าออกตาเพราะฉันเห็นแก่หน้าแม่ของหนูภัทรเขา” ท่านเกษมพูดขึ้นโดยไม่ได้สนใจเลยว่าคนที่ร่วมวงสนทนาอยู่คือลูกชายของคนที่เขากำลังเอ่ยถึง“บ้านนั้นติดหนี้มากก็จริงแต่ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปให้สาธารณชนรับรู้ แกไม่คิดว่าจะส่งผลต่อบ้านเราหรือไง”
“แต่ผมไม่ได้รักภัทร”
“อยู่ๆ ไปก็รักกันเอง”ชายแก่เอ่ยขึ้น
ซึ่งผมคิดว่าความคิดทำนองนี้ค่อนข้างจะล้าหลังหรือเปล่าแต่ผมก็เข้าใจนะว่ายุคสมัยของเรามันต่างกัน สังคมของท่านเป็แบบหนึ่งสังคมของผมเป็อีกแบบหนึ่งไม่โทษท่านทั้งหมดหรอก
“ลุงขอโทษนะที่พูดกันตรงๆ”
“ผมเข้าใจครับ” ผมตอบด้วยเสียงเรียบ“บ้านผมเองก็มีเื่ที่ต้องขอโทษคุณลุงด้วยเหมือนกัน”
“เื่อะไร?”
“คือว่า...” อยู่ๆก็รู้สึกว่าตัวเองจะพูดไม่ออกขึ้นมา
“คืออย่างนี้ครับพ่อภัทรศยากับแม่ของเธอหลอกให้ภีมมาแต่งงานแทน” ร่างสูงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“หมายความว่ายังไง”คุณลุงดูใมากกับสิ่งที่ได้ยิน
ผมได้แต่เม้มปากเข้าหากันไม่กล้าพูดอะไรปล่อยให้พ่อลูกเขาจัดการกันเองดีกว่า ถ้าคุณลุงจะโกรธแล้วยกเลิกเื่แต่งงานผมก็ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะพี่ภัทรกับแม่ก็หักหน้าคุณลุงมากเกินไปจริงๆ
“พ่อได้ยินถูกแล้วครับภัทรศยาหนีไปั้แ่วันงานแล้ว”
“แล้วคนที่เข้าพิธีกับแก?”
“ก็ภีมนี่ไงครับเขาต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่รู้เื่ด้วย” คุณพชรบอก และเริ่มมีอารมณ์คุกรุ่น“แถมยังโดนแม่ทิ้งให้ใช้เวรกรรมที่นี่คนเดียว”
“เื่มันเป็ยังไงบอกมาให้หมดนะเ้าพีท”คุณลุงคาดคั้นและเหมือนว่าท่านเองก็คงจะโกรธผมไม่น้อยเหมือนกันดูจากสายตาดูถูกที่มองมา
“พ่ออย่าโทษภีมเลย” เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของพ่อตัวเอง“เขาเองก็โดนหลอก”
“เล่ามาก่อนแล้วฉันจะตัดสินใจเื่นี้เอง”ท่าเกษมบอกเสียงเรียบ
คุณพชรถอนหายใจหนักๆแล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดั้แ่วันแต่งงานจนถึงวันที่พี่ภัทรติดต่อกลับมาคุณลุงก็ฟังไปมีสีหน้าหลายๆ แบบสลับกันไปทั้งสงสาร หงุดหงิด โกรธ รวมๆ กันไปจนไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับเื่นี้ดีไม่ดีผมอาจจะโดนเกลียดไปด้วย
“เื่ก็มีเท่านี้แหละพ่อพ่อจะยอมรับหรือเปล่าผมไม่รู้แต่ถ้าจะให้ผมเลิกกับภีมคงไม่ได้”
ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังสร้างความแปลกใจให้กับผมและพ่อของเขาเป็อย่างมาก
“แต่แกบอกว่าหนูภัทรกำลังจะกลับมา”
“ใช่ครับ”
“แล้วแกจะให้ภีมอยู่ในฐานะอะไรเป็เมียน้อยของผัวพี่ตัวเองหรือไง”ผมเผลอกัดปากกับคำพูดนี้ นั่นสินะฐานะตอนนี้ของผมคืออะไรกัน
“แล้วพ่อว่าผมจะยอมไหมครับ”เขาย้อนถาม
“แกถามน้องหรือยังไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้”ชายแก่ถอนหายใจอย่าคิดไม่ตก
“เราคุยกันแล้ว”
“คุย?”คุณลุงเลิกคิ้วสูงเป็เชิงถาม คุณพชรก็พยักหน้ารับ
“ภีมจะเป็เมียของผมผมแต่งกับภีมั้แ่แรกต่อให้ภัทรศยาเอาตัวเองมาอ้างว่าเป็เมียก็คงไม่ใช่เพราะผมแต่งกับภีมไม่ได้แต่งกับเธอ”
คุณพชรตอบออกมาไม่มีอึกอักแสดงถึงการที่ร่างสูงคิดมาดีแล้วสำหรับคำตอบนี้แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมเขาถึงต้องแคร์ผมขนาดนั้น
“พ่อจะว่ายังไง”
“แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหนถ้าคนเขารู้เื่ของแกฮะ!”
“ก็เอาไว้ที่เดิมแหละครับ”คำตอบของร่างสูงไม่ได้ทำให้คนเป็พ่อสบายใจ แต่กลับทำให้ท่านรัฐมนตรีเืขึ้นหน้า
“ที่ผมบอกผมไม่ได้้าให้พ่อไปแถลงข่าวว่าลูกชายพ่อมีเมียเป็ผู้ชายหรือบอกคนทั้งประเทศว่าผมถูกผู้หญิงหลอกแต่ผมแค่พาเมียมาให้พ่อเห็นว่าจริงๆ แล้วเมียผมเป็ใครว่าเขาใช่คนที่พ่ออยากให้ผมแต่งด้วยหรือเปล่า”
“...”
“แต่ถ้าพ่อยืนยันจะให้ผมกลับไปแต่งกับยัยนั่นผมบอกเลยนะว่าภัทรศยานั่นแหละที่จะเสียใจที่เข้ามาในชีวิตของผม” น้ำเสียงและแววตาของร่างสูงไม่ได้มีแววของความล้อเล่นแม้แต่น้อยในตอนที่เอ่ยประโยคนี้ออกมา
“แล้วภีมจะไม่เสียใจหรือไง...เอ่อภีมลุงขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้”คุณลุงพูดขอโทษออกมาทั้งที่ความจริงเขาไม่จำเป็ต้องรู้สึกผิดอะไรเลยก็ได้“เราก็รู้ใช่ไหมว่าลูกชายลุงน่ะเป็ยังไง”
ผมระบายยิ้มบางๆ เพื่อให้ท่านได้สบายใจทำไมผมจะไม่รู้คุณพชรน่ะเ้าชู้ที่หนึ่ง แต่ก็ดีที่หนึ่งสำหรับผมเหมือนกัน
“พ่อคิดว่าผมจะไม่มีวันเปลี่ยนตัวเองได้เลยเหรอครับ”
“...ฉัน”
“พ่อไม่เคยคิด” คุณพชรตอบแทนคำตอบที่หายไปของคุณลุง“แต่พ่อคงไม่รู้ว่าลูกชายคนนี้ของพ่อได้เปลี่ยนไปแล้ว”
คุณพชรพูดจบก็ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นโอบไหล่ผมไว้ผมหันไปมองมือที่จับอยู่ที่ไหล่ด้วยหัวใจเต้นรัว พลันหันไปมองว่าพ่อของเขาจะมีท่าทียังไงแต่ท่านก็แค่นั่งมองมือของลูกชายที่โอบผมนิ่งๆ เท่านั้น ไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจหรืออาการใดๆออกมา
“แกจะเอาแบบนี้จริงๆสินะ” เหมือนคุณลุงคิดคำถามนี้อยู่นานกว่าที่จะพูดออกมาตรงๆ
“ครับ”
“ตามใจแกก้แล้วกันมันชีวิตของแกนี่”
ท่านเกษมคุยง่ายกว่าที่คิดไว้เสียอีกทีแรกผมคิดว่าท่านจะไม่ยอมรับและบังคับให้เราเลิกกันแต่ทว่าทุกอย่างไม่ได้เป็แบบที่ผมกลัวหรือว่าอาจจะเป็ผมเองที่ตั้งแง่กับคนแก่มากเกินไป
ตลอดทางกลับคอนโดฯ เราสองคนก็เอาแต่เงียบอยู่ในความคิดของตัวเองผมหันหน้าออกไปมองนอกรถด้วยสายตาที่เหม่อลอย ในหัวความคิดตีกันมั่วไปหมด โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาของคนข้างๆที่มองมาเป็ระยะๆ
ตื๊ดดด
โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นทำให้ผมขมวดคิ้วแล้วตัดสินใจเอาขึ้นมาดูแล้วก็หน้าหงอยไปคุณพชรหันมามองก่อนที่จะคว้าโทรศัพท์ในมือผมไปกดปิดเครื่องแล้วโยนมันไปไว้ที่เบาะหลังอย่างไม่สนใจผมได้แต่มองตามโทรศัพท์ด้วยสายตาหม่นๆ
ขอโทษนะผมรับสายพี่ไม่ได้จริงๆ
“เปลี่ยนเบอร์เถอะ”
“ทำไม”ผมถามอย่างไม่เข้าใจ กะอิแค่พี่ภัทรโทรมาทำไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์วะถ้าแม่โทรมาจะทำไง ถ้าเขาติดต่อผมไม่ได้พวกเขาจะไม่เป็ห่วงผมเหรอ
“ไม่อยากเปลี่ยนงั้นพี่ซื้อเครื่องใหม่ซิมใหม่ให้ใช้2เครื่องไปเลย” เขาบอกก่อนที่จะตีไฟเลี้ยวเข้าไปยังห้างที่อยู่ทางผ่านไปคอนโดฯพอดี
เมื่อหาที่จอดรถได้เขาก็ไม่รอช้าเดินนำผมไปยังร้านขายโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนห้างทันทีโดยที่ผมก็ต้องรีบวิ่งตามหลังไป
“เครื่องนี้ก็ยังดีอยู่เลยพึ่งออกใหม่ไม่ถึงปีเลยนะพี่”ผมบอก เครื่องนี้พึ่งซื้อหลังจากที่กลับมาจากสวิซฯ ไม่นานนี้เอง อีกอย่างเครื่องก็ไม่ได้บุบสลายตรงไหนเสียหน่อย
“โทรศัพท์น่ะออกมาสามเดือนมันก็ตกรุ่นแล้ว”เขาบอกระหว่างที่เรากำลังเดินเข้ามาในร้าน
“แต่...”
“ไม่มีแต่ อย่าขัดใจพี่”มาแปลกจังทำไมั้แ่ออกจากบ้านคุณลุงมาเขาก็ดูจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเอาเสียเลย “เปย์เมียพี่เปย์ได้”
“มันเปลืองนี่นะเครื่องนี้ก็ยังดีๆอยู่”
“พี่รู้” คุณพชรบอกสั้นๆแล้วเดินไปดูเครื่องที่เขาโชว์ให้เล่น “แต่พี่ไม่อยากให้เราไม่สบายใจ”
“อือ”ผมเองก็พอเข้าใจแหละว่าหมายถึงอะไร
สุดท้ายผมก็ได้มือถือราคาแพงมาเครื่องหนึ่งโดยที่ไม่ได้จ่ายเงินเองสักบาทพร้อมทั้งเบอร์รายเดือนที่เปิดใหม่อีกด้วย
เมื่อได้มือถือใหม่ท้องก็เริ่มประท้วงขึ้นมาเสียแล้วระหว่างที่เดินหาร้านนั่งก็มีคนมองเราสองคนเต็มไปหมดจะว่าเป็เซเลบเหรอก็ไม่น่าใช่ปกติคนก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ก็จะอยู่ใครอยู่มันเป็เื่ปกติมากกว่าการเจอคนดังหรือเซเลบของคนที่นี่ถือว่าธรรมดามากจนพวกเขาชินไปแล้ว
“คุณอยากกินอะไร”
“ปิ้งย่างดีไหมครับไม่ได้กินนานแล้ว”
“อือ”
ร่างสูงพยักหน้าเดินนำไปยังร้านปิ้งย่างโดยมีพนักงานเดินเข้ามาต้อนรับเขาเลือกโต๊ะในสุดเพราะคนไม่ค่อยพลุกพล่านอีกอย่างคนก็นั่งอยู่ด้านหน้าเสียส่วนใหญ่พนักแอบมองส่งยิ้มให้เขานิดๆ ก่อนที่จะส่งรายการอาหารให้
“วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษถ้าเป็คู่รักทางร้านลดให้30% ค่ะ” แล้วเธอก็เงียบไปสักพัก “แต่ถ้าคุณลูกค้า...”
“นี่แฟนผมครับ” เขาตอบและยกมือขึ้นโอบไหลของผมเอาไว้หลวมๆพนักงานยิ้มรับทันทีทั้งยังนำเสนอโปรคู่รักให้เราอีกหลายอย่าง
“ไม่ต้องเกรงใจวันนี้พี่เลี้ยงเอง”
“แน่นะ”ผมถามเพื่อความแน่ใจ
“ไม่โกหก เต็มที่เลย”
ผมยิ้มอย่างชอบใจรีบสั่งของที่ตัวเองอยากจะกินไปสองสามอย่างแล้วก็ชุด
ปิ้งย่างส่วนของเขาผมก็สั่งเป็ข้าวหมูเกาหลีให้ก็ไม่ได้บ่นอะไร
ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟจนครบผมก็นั่งเล่นมือถือที่เพิ่งได้มาใหม่รอไปพลางๆก่อนโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังถูกมองด้วยสายตาแบบไหน
“ขอมือถือหน่อย” คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นผมจึงได้เงยขึ้นขึ้นมายกคิ้วสูงอย่างตั้งคำถาม
“เลิกเล่นแล้วกินข้าวก่อน”เขาบอก
ร่างสูงมองด้วยสายตาเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังดุเด็กดังนั้นผมจึงต้องทำใจยอมว่าไม่สามารถเล่นเกมต่อได้ และหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าที่กำลังส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายดีกว่า
เนื้อหมูสันในชิ้นใหญ่ที่อีกด้านกำลังเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลอย่างช้าๆค่อยๆสุกทีละนิด ไปจนถึงเริ่มเกรียมนิดหน่อย ถูกพลิกอีกด้านแล้วใช้กรรไกรที่ให้มาตัดออกเป็ชิ้นเล็กๆย่างอีกหน่อย ผมนั่งย่างอย่างใจเย็นในขณะที่เขาตักข้าวกินจนจะหมดชามแล้ว
“อะ ให้ชิม”ผมคีบหมูที่ตัดเป็ชิ้นพอดีคำให้คนด้านหน้าเมื่อมันสุกแล้ว
“ขอบใจ” เขาเงยหน้ามองผมก็ยิ้มให้นิดๆ“เราน่ะกินเข้าไปสั่งมาตั้งเยอะ”
“ก็สั่งมาเผื่อพี่แหละ”ผมบอกแล้วคีบหมูให้เขาอีกชิ้น
กินไปคุยกันไปจนต้องสั่งชุดปิ้งย่างมาเพิ่มนี่ถ้ากินที่บ้านมีแอลกอฮอล์ด้วยนี่เจ๋งเลยนะกินให้เมาเป็หมาไปเลย
ในขณะที่อีกคนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในร้านแต่อีกคนที่ยืนอยู่ด้านนอกกำลังมองด้วยสายตาที่ไม่พอใจนักภัทรศยาเลื่อนวันกลับกรุงเทพฯ เพราะเธอร้อนใจมากเหลือเกิน จึงอ้างกับผู้เป็แม่ไปว่าเพื่อนของเธอเลื่อนวันกลับให้เร็วขึ้นแล้วที่โทรหาภีมก็เพราะจะให้อีกคนมารับแต่เห็นทีตอนนี้คงไม่ต้องในเมื่ออยู่ๆ เธอก็เดินมาเจอเข้าพอดีหญิงสาวเห็นั้แ่ที่ทั้งคู่เดินเข้าร้านแล้วแต่เธอก็มีความอดทนมากพอที่จะยืนรอและดูคนทั้งคู่ที่ด้านนอกโดยที่คนที่เธอเฝ้าดูอยู่นั้นไม่รู้ตัว
“นี่สินะสาเหตุที่แกไม่รับสายฉัน”ภัทรศยาพูดออกมาจากหัวใจที่ริษยา