ัั์เพ่งมองไปที่เด็กหนุ่ม อืม เป็คนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ไม่มุ่งร้ายคนอื่น ไม่คิดอยากได้ของคนอื่น มีเมตตาและเป็คนซื่อสัตย์เป็คนที่ไม่มีพิษมีภัยมิน่าเล่าถึงผ่านม่านป้องกันอันตรายหล่นปุลงมาทับศรีษะตนได้แต่ว่าจะให้ส่งออกไปง่ายๆก็รู้สึกเสียเชิงเป็ถึงัตัวใหญ่ต้องเชื่อฟังมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยมันก็ต้องมีมาดกันหน่อย
“เ้าไม่มีคาถา เวทย์มนต์ แล้วเ้ามีสิ่งใดจึงหลุดเข้ามาได้ไหนข้าดูหน่อยซิ”
“ ได้โปรดเชื่อข้า ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ข้าบังเอิญหล่นลงมาเท่านั้นเอง”
“เ้าเด็กน้อย ในที่แห่งนี้เ้าคิดจะลักขโมยของๆข้าออกไปใช่หรือไม่”
“เปล่า ข้ามิได้จะขโมยสิ่งใดเลย(ท่านมิดูหรือไรในที่แห่งนี้ของท่านมิมีสิ่งมีค่าอันใดให้ขโมยจะต้องกลัวคนคิดมิดีมิร้ายด้วยหรือข้าละงง)”
“เ้าแน่ใจ หือ"
พรืดดดดลมถูกเป่าออกมาเบาๆจากปากัั์ผ่านตัวเด็กหนุ่มไปมันเพียงพอจะทำให้ร่างกายเขาเซถอยไปสองสามก้าวจะสะดุดก้อนหินข้างหลังล้มลงไปมือคว้าก้อนหินใกล้ๆขึ้นมา พร้อมกับยื่นไปข้างหน้า
“ท่านดู แค่ก้อนหินดำๆ ท่านยังจะไม่พอใจอะไรหินพวกนี้ใครจะ้ามันข้าควรจะนำมันออกไปหรือ เอามันออกไปให้หนักทำไมท่านคิดได้ยังไงกัน”
เด็กหนุ่มมองก้อนหินขนาดเท่าไข่ไก่ที่ยกขึ้นมาอยากจะเขวี้ยงใส่หน้าัั์ที่เป่าลมออกมาทำให้เข้าล้มลงเจ็บยิ่งนักแต่ก็ต้องตกตะลึงตาค้างกับก้อนหินที่อยู่ในมือ ยามนี้มันมีสีแดงสดมีประกายแวววาวนี่มันไฉ่เซ่อเป่าสือ(หินสี)ที่เขาเคยได้ยินหรือไม่
“ตกตะลึงเลยหรือไง เ้าเด็กน้อย”
“นี่มันไฉ่เซ่อเป่าสือหรือขอรับ”
“ไฉ่เซ่ออะไร ในมือเ้ามันหงเป่าสือ(ทับทิม) ทำไมพึ่งเคยเห็นหรือไง”
“ใช่ ขอรับที่บ้านข้าฐานะยากจน มันสวยมาก”
เด็กหนุ่มค่อยๆวางลงอย่างระมัดระวังเขากลัวมันจะเกิดริ้วรอยจะทำให้สูญเสียความสวยงามไปแต่ก็ตกตะลึงมากกว่าเดิมเมื่อเท้าทั้งสองข้างเหยียบอยู่บนสีต่างๆหลายสี เขาใล้มลงไปนั่งค่อยๆหยิบก้อนที่อยู่ใกล้เท้าขึ้นมาดูมันมีสีม่วงสดใสขนาดเล็กกว่าก้อนที่ผ่านมาเล็กน้อย
“ในมือเ้านั่นจื่อสุยจิง(แอเมทีสต์) เห็นสีขาวก้อนกลมๆ นั่นไหมนั่นคือเจินจู(ไข่มุก)”
เด็กหนุ่มมองตามเล็บัที่ชี้ผ่านหน้าเขาไปด้านข้างไข่ขนาดั์สีขาวมันใหญ่มากไข่มุกขนาดเท่านี้คนในหมู่บ้านที่เขาอยู่คงไม่เคยมีใครเห็นแน่เขาช่างโชคดียิ่งนักที่ได้มีวาสนาเห็นทรัพย์สมบัติเหล่านี้
“ท่านั พวกมันสวยงามมากจริงๆ”
“แน่นอน ัเช่นข้า มีพวกมันมากมายนับไม่ถ้วนทำไมเ้าเปลี่ยนใจอยากได้พวกมันแล้วหรือ”
“ไม่ ไม่ใช่ขอรับ ข้าชื่นชอบความสวยงามของมัน โชคดีที่ได้เห็นแต่ข้าไม่ได้้านำมันกลับไปขอรับ"
“จริงหรือ แล้วถ้าข้าให้เ้านำกลับไปได้หล่ะ”
“ไม่ต้องหรอกขอรับของของท่านข้าเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาของพวกนี้ไม่จำเป็สำหรับข้าหากข้าอยากได้คงเป็อาหารและเงินทองให้พอเลี้ยงชีพได้ก็พอยามนี้ข้าเหลือตัวคนเดียวของเหล่านี้ไม่จำเป็สำหรับชีวิตข้า”
“เ้าเด็กน้อยเ้าไม่อยากได้จริงๆหรือ”
“ขอรับ”
“ดี จิตใจบริสุทธิ์เช่นนี้ดียิ่ง ข้าเบื่อที่นี่แล้ว ี้เีนอน(นอนจนเกินพอแล้ว) ข้าอยากออกไปข้างนอกเ้ายินดีติดตามข้าหรือไม่ แต่เ้าต้องทำตามคำสั่งข้าทุกอย่างไม่เช่นนั้นเ้าก็ติดอยู่ที่นี่จนตายไม่ต้องออกไป”
“ไหนเมื่อสักครู่ท่านบอกให้ข้าออกไปหล่ะขอรับ ตอนนี้ๆ”
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ทำไม เ้ามีปัญหาอะไร”
“ไม่ ไม่มีขอรับ”
“มานี่ พวกเราออกไปกันเถอะ”
“เดี๋ยวๆๆ ท่านัท่านจะออกไปด้วยร่างกายขนาดใหญ่เท่านี้เชียวหรือขอรับหากออกไปข้าเกรงว่าชาวบ้านจะตื่นใ ท่านจะไปที่ใดก็จะไม่สะดวกนะขอรับ”
หากท่านออกไปด้วยร่างกายแบบนี้ข้ารับรองได้ผู้คนต้องหวาดกลัวท่านอย่างถึงที่สุด แล้วท่านเองก็นิสัยไม่ดียิ่งเปลี่ยนแปลงอารมณ์ไปมาแบบนี้ต้องเป็อันตรายกับผู้คนด้านนอกเป็แน่ ตัวเขาเองถ้าต้องเดินตามัตัวโตตลอดเวลาก็กลัวมากเช่นกัน
“นั่นสินะ มนุษย์อ่อนแอตัวเล็ก อืม ข้าลดขนาดลงก็เพียงพอสินะ”
เป็อีกครั้งที่เขาต้องตกตะลึงัั์ค่อยๆ ย่อขนาดลงมาต่อหน้าต่อตาเขาจากขนาดเท่าูเาลูกย่อมๆเหลือขนาดยาวเพียงหนึ่งเชียะกว่าๆ ทั้งยังกลมป้อมมากในสายตาเขากลายเป็งูหน้าตาประหลาดสักหน่อยมีเขาโผล่ขึ้นมานหนึ่งชุน มีปุ่มบนหัวตะปุมตะป่ำลำตัวยังคงสีขาวขาทั้งหมดหายไป ขดตัวลอยอยู่เบื้องหน้า
“เ้า กำลังหัวเราะเยาะข้าหรือไง”
“ไม่ ไม่ได้หัวเราะ ข้ากำลังคิดว่าตัวท่านขนาดนี้น่ารักมากขอรับ”
“ชิ ให้มันจริงอย่างเ้าว่าเถอะ”
“พวกเราออกไปกันเถอะขอรับ”
“เ้าแน่ใจว่าไม่้าของเหล่านี้ แน่หรือ”
“ไม่ขอรับ”
“ช่างเถอะ คนโง่มีโชคของคนโง่”
“ไปกันเถอะ”
เพราะเด็กหนุ่มเลือกที่จะไม่นำสิ่งของมีค่าออกไปจึงได้รับโอกาสติดตามเทพัโดยไม่รู้ตัว(ัที่เขาคิดว่ากินจุ อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมากำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา)
เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินลัดเลาะไปตามทางเดินริมน้ำบนไหล่มีงูขาวตัวอ้วนพันหลับสบายอยู่ เขาเดินเรื่อยๆั้แ่ออกจากที่อยู่ของท่านไป๋(ัในร่างงูขาว) สองวันนี้พาเขาเหาะลงจากยอดูเาสูงที่ไหนสักแห่งท่านไป๋บอกว่าการออกมาเที่ยวก็ต้องเป็ที่ที่เราไม่รู้จักไม่เคยไปไม่เคยพบจึงจะพบสิ่งที่แปลกใหม่แล้วก็ปล่อยให้เขาเดินคนเดียวส่วนตัวเองนอน
“ไปทางไหนดี พาข้ามาบอกว่าจะออกมาเที่ยวแต่ท่านก็นอนหลับตลอดจะได้เห็นทิวทัศน์เหมือนข้าได้อย่างไร ท่านไป๋ไม่ตื่นมามองสักหน่อยหรือขอรับที่นี่อากาศดีและสวยงามนะขอรับ”
“เดินไปเรื่อยๆ อากาศดีข้ารู้”
ตอบรับแต่ไม่ลืมตาขึ้นมายังคงหลับอยู่เหมือนเดิม
รอบตัวที่มองเห็นมีเพียงยอดต้นไม้ที่สูงลิบเป็ป่าที่อุดมสมบูรณ์มากตลอดทางไม่ขาดแคลนผลไม้และสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ถูกจับมาเป็อาหารในทุกครั้งที่อีกฝ่ายบอกว่าหิวยามนี้เหมือนการเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ไม่มีความเร่งรีบใดๆทั้งสิ้นเขาไม่มีห่วงกังวลไม่มีครอบครัวไม่มีจุดหมายปลายทาง ชีวิตตอนนี้ก็จัดว่าดีไม่มีคนค่อยบ่นว่ามีอาหารกิน กลางคืนนอนหลับไม่ต้องกลัวอันตรายเพียงทำตามคำสั่งอีกฝ่ายเท่านั้น
“หยุด อยู่ตรงนั้นเ้าเด็กน้อย”
“ท่าน้าอะไร”
“ฮ่าฮ่าๆเอางูประหลาดตัวนั้นมาให้ข้า”
สายตาของเขาปรากฏชายฉกรรจ์โผล่ออกมาตรงหน้าคนทั้งสองคนแต่งตัวเหมือนคนหาของป่าทั่วไปสะพายธนูและย่าม เด็กหนุ่มงงมากกลางป่ากลางเขายังมีคนให้เขาเห็นด้วย
“พี่ชาย ท่านทั้งสอง้า เอ่อ งูบนไหล่ข้าหรือขอรับ”
“ใช่ ส่งมันมาให้ข้า ดูท่าจะขายได้หลายเงิน”
สายตาของชายทั้งสองคนมีแววละโมบออกมาอย่างชัดเจนเขาสองคนเห็นเด็กหนุ่มและแอบติดตามมาสักระยะหนึ่งจนแน่ใจว่ามาคนเดียวจึงออกมาขวางทางพวกเขามีอาชีพจับสัตว์ไปขายในเมืองหลายวันนี้ขึ้นเขามาไกลหวังจะได้สัตว์เข้าไปขายไม่คิดว่าจะมีสัตว์งูสีขาวสวยแปลกตาน่าจะขายได้ราคาสูงจึงหวังจะแย่งจากเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่มีรูปร่างผอมแกรนท่าทางขี้ขลาดไม่สู้คน น่าจะได้มันมาไม่ยากนัก
“ส่งมาให้พวกข้าเดี๋ยวนี้ แล้วรีบไปซะ”
“แต่ว่า”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ส่งมา”
เสี่ยวอี้แค่อยากเตือนทั้งสองเท่านั้นว่าัไม่ใช่งูพวกท่านเรียกหลายครั้งจะทำให้มันโกรธเอาได้นะ
ัขาวรู้สึกหงุดหงิดเสียงดังทำให้มันรำคาญ กลิ่นของชายสองคนสาบเกินไปจะกินก็น่ารังเกียจ ชิคิดอยากได้ตัวข้า เช่นนั้นก็ลองลิ้มรสดูว่างู เ้าคู่ควรหรือไม่
เมื่อหนึ่งคนก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มก่อนที่มือจะััถูกงูขาวมีลมวูบหนึ่งพัดจนสองคนถูกพัดปลิวลอยประทะต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปหลายฉื่อ
“พวกเ้ากล้าดีอย่างไรเอามือสกปรกจะมาััตัวข้า อยากได้ตัวข้ารึ ไม่เจียมตัวจริงๆ”
“อ๊ากกก พลั๊ก โอ๊ย”
"เ้าเด็กบ้าเ้าทำอันใด จู่ๆ ทำไมมีลมพัดมากระแทกพวกข้า”
ัอย่างข้าแม้จะย่อตัวจนรูปลักษณ์เป็เพียงงูขาวแต่อิทธิฤทธิ์ก็ไม่ลดลงแค่เป่าลมเบาๆพวกเ้าก็ปลิวไปเหมือนเศษผงแล้ว หึ
“พวกท่านก็เห็นข้ายืนอยู่เฉยๆ ยังไม่ได้ขยับตัวสักนิด”
“เ้าโกหกชกมันเลยพี่ใหญ่”
“ย๊ากกก”
คนที่ดูมีอายุมากกว่าชูหมัดวิ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มกะอีแค่เด็กยังไม่โตคนเดียวมันจะแค่ไหนเชียว รูปร่างเขาก็ใหญ่กว่าแข็งแรงกว่า แต่ก็เป็อีกครั้งที่ร่างถูกลมพัดลอยขึ้นไปคาอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่
“ข้าว่าพวกท่านอย่าได้สนใจงูขาวบนไหล่ข้าเลยพวกท่านสองคนแข็งแรงท่าทางเก่งกาจมิสู้ไปหาจับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่หายากน่าจะดีกว่านะขอรับ”
ข้าช่วยพวกท่านได้เพียงเท่านี้หากยังดื้อดึงจนท่านไป๋บนไหล่ข้าอารมณ์เปลี่ยนแปลงคงมิได้เพียงถูกลมพัดไปพัดมาเช่นนี้แน่พวกท่านรีบๆ ไปจากตรงนี้เถอะขอร้อง
“ถ้าแค่งูขาวตัวเดียวพวกข้ายังนำมันมาจากเ้าไม่ได้แล้วจะไปจับสัตว์ใหญ่ตัวอื่นๆได้อย่างไร เอามาให้ข้า”
“เพี๊ยะๆๆ”
ชายร่างใหญ่คล้ายถูกตบหน้าด้วยมือขนาดใหญ่เพียงครู่เดียวใบหน้าก็บวมแดงริมปากมีเืไหลออกมา ยืนแทบไม่ไหวเขาเองก็ยังงงเบื้องหน้าไม่มีใครเข้าใกล้ตนแท้ๆกลับรู้สึกราวโดนตบอย่างแรงติดต่อกันจนมึนศรีษะไปหมด
“พี่ใหญ่ ท่านท่านเป็อย่างไรบ้าง”
“ซี๊ดดดเ้าก็เห็นข้าอยู่ดีๆ ก็เป็เช่นนี้”
“มันๆ มันเป็ปีศาจแน่ๆพี่ใหญ่พวกเรารีบหนีเถอะ”
อ้าวกล่าวหาข้าว่าเป็ปีศาจเฉยเลย เมื่อครู่อุตส่าห์คิดหาวิธีช่วยเหลือน่าจะปล่อยให้โดนมากกว่านี้เด็กหนุ่มองชายฉกรรรจ์สองคนล้มลุกคลุกคลานถอยหนีกันไป