หลังจากรับปากท่านพ่อแล้วบรรดาสาวใช้ทั้งสามนางต่างพากันละทิ้งงานที่ไม่จำเป็ในมือ เมื่อกลับจากการดูแลงานร้านสมุนไพรก็จะรีบเข้าไปห้องข้างช่วยกันจัดเตรียมชุดสำหรับงานเลี้ยงสิ้นฤดูหนาว งานปักลายเป็งานที่ต้องใช้เวลาเป็อย่างมากอีกทั้งสาวใช้ใหญ่สาวใช้น้อยทั้งสามของนางกลัวว่าจะไม่สูงค่าเพียงพอจึงเฟ้นหาผ้าที่งดงามที่สุดจากร้านผ้าชื่อดังมาใช้จำนวนหลายสิบพับ เส้นไหมคุณภาพดีสีสดใสกองเป็จำนวนมาก จากที่นางนับดูจำนวนไหมน่าจะเพียงให้คนทั้งจวนใช้ได้แต่พวกนางยังคงยืนยันต้องเตรียมไว้จะขาดสีใดสีหนึ่งระหว่างการปักมิได้มิฉะนั้นจะมีปัญหาทันที(หวังว่านางจะไม่ทำชุดที่มีผ้าทุกสีไว้บนชุดเดียวกัน มิเช่นนั้นนางจะต้องกลายเป็นกแก้วที่มีหลายสีบนตัวเป็แน่) ผ้าทุกชิ้นล้วนถูกนำมาทาบบนกายนาง สุดท้ายพวกนางตั้งใจทำหลายชุดทั้งสีฟ้า สีเหลืองไข่ไก่ สีชมพูดอกเหมย สีม่วงและสีแดง
“คุณหนูเ้าคะผิวท่านขาวอมชมพู สีฟ้าสดใสปักลายด้วยไหมทองไหมเงิน ยิ่งเด่นนะเ้าคะ”
“พวกเ้าดู สีม่วงและสีแดงยิ่งขับให้งดงามมากจริงๆ”
“โอ๊ย! พวกเราเลือกสีใดกันดีนะ ต้องปักและตัดเย็บให้สวยงามที่สุด”
“พวกเ้าว่างกันนักก็ตัดสักหลายชุดให้ข้าเลือกสิ”
เป็คำพูดที่พูดลอยๆ ออกไปโดยไม่ได้คิดของข้า ทำให้พวกนางตอบรับทันทีด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสยิ่งนัก
“ดีเ้าค่ะ ชุดที่คุณหนูใหญ่ใส่ล้วนเป็ชุดที่เรียบง่าย ไม่หรูหรา เช่นนั้นพวกเราก็ทำหลายๆ ชุด ในอนาคตหากคุณหนูเป็ที่รู้จักของสตรีอื่นๆในเมืองหลวง คงต้องไปร่วมงานเลี้ยงอีกมากมาย จะได้มีชุดที่หลากหลายให้สวมใส่ได้ไม่ซ้ำกัน ช่างเป็ความคิดที่ดียิ่งเ้าค่ะ”
“พวกเ้านี่นะ คิดอะไรกัน ข้าวุ่นวายกับกิจการของจวนจะมีเวลาไปร่วมงานเช่นนั้นได้อย่างไร”
“มิเป็ไรเ้าค่ะ มีชุดไว้มากย่อมดีกว่ามีน้อยเ้าค่ะ”
หลังจากนั้นพวกนางก็มิสนใจฟังข้าสักนิด ก้มหน้าก้มตาคุยกันสามคนออกแบบชุดที่จะตัดเย็บและออกแบบลายปักที่จะต้องใช้ ส่วนชาดและอื่นๆที่ใช้ประดับประดาพวกนางจะหาเวลาออกไปเลือกซื้อด้วยตนเอง
ทั้งยังเ้ากี้เ้าการคุยกับพ่อบ้านฉินให้รับหน้าที่ในการจัดเตรียมเครื่องประดับมาให้พวกนางเลือกให้เข้าชุด เดือดร้อนคนโสดเช่นท่านพ่อบ้านฉินทันทีที่รับผิดชอบงานนี้ ต้องรีบสั่งให้ร้านเครื่องประดับหลินซิ่วนำเครื่องประดับชุดใหม่สุดหลายๆชุดส่งเข้ามาที่จวนเพื่อให้นางเลือก(ความจริงเป็สาวใช้ทั้งสามคนที่สุ่มหัวกันเลือก) เครื่องประดับกลับเป็เื่ที่ค่อนข้างยุ่งยากสิ่งที่ร้านค้านำมาเสนอกับไม่เป็ที่ถูกในสาวใช้ทั้งสามของนาง ก็จำเป็ที่จะต้องจัดสรร่ว่างเพื่อออกไปร้านเครื่องประดับอีก
ก่อนที่จะถึงงานเลี้ยงยังคงมีงานที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคืองานปักปิ่นของนาง ด้วยความตั้งใจของงานให้จัดงานที่เรียบง่ายเป็งานภายในครอบครัว แต่ทั้งท่านพ่อ สาวใช้ของนางและพ่อบ้านฉินต่างคัดค้านหัวชนฝาสุดท้ายตกลงกันได้ที่ท่านพ่อสามารถชวนครอบครัวสหายคนสนิทมาร่วมงานได้ นั่นยิ่งทำให้บรรดาสาวใช้เข้มงวดดูแลการกินการอยู่การบำรุงผิวพรรณของนางเพื่อความงดงามกลายเป็ภาระที่นางแทบจะวิ่งหนีทุกวัน เพราะการแช่น้ำ ชัดผิว พอกผิว มิใช่วิสัยของนาง
ต้นยามไฮ่ของทุกวันเมื่อนางเข้าห้องเพื่อพักผ่อน จะเป็เวลาที่นางนั่งสมาธิเคลื่อนย้ายลมปราณสองปีที่ผ่านมาพลังฝีมือของนางเลื่อนขั้นขึ้นมากเช่นกันด้วยวรยุทธ์ของนางยามนี้เป็ที่มั่นใจในฝีมือตนเองมาก วันนี้มิใช่วันเปิดประมูลของหอดับแสงนางอยากลองเข้าไปหาความลับของหอดับแสง จึงตั้งใจแอบเข้าไป
ชั้นสามของหอดับแสงวันนี้มู่หลงฉีหลินรู้สึกอยากมาที่นี่ ทั้งที่ปกติเขาจะมาเป็บางครั้งเท่านั้น เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างความรู้สึกคล้ายรอคอยสิ่งใดสักอย่าง ทันใดนั้นเขารู้สึกได้ถึงคนผ่านหน้าไปเบื้องล่าง
“ไม่คิดว่าจะมีคนลอบเข้ามา”
มองเงาร่างที่ผ่านไปคลับคล้ายคลับคลาเงาหลังที่เคยเห็น เขาจึงลอบตามไปข้างหลังห่างๆ ยามนี้เขากำลังไม่มีอะไรทำจึงเบื่อเล็กน้อย
“เป็เ้า”
ริมฝีปากบางยกขึ้นเล็กน้อย เพียงเห็นด้านหลังและแววตาดื้อร้นเอาแต่ใจที่กลมโตนั้น เขาก็รู้ทันทีว่าเป็เ้าเด็กน้อยที่มีโอสถล้ำค่าคราวก่อนที่หลบหนีจากการสะกดลอยขององค์รักษ์ฝีมือเยี่ยมไปได้ เป็เงาร่างนี้ที่เขาเผลอนึกถึงเวลาอยู่ลำพัง
“น่าแปลก ใยไม่มีสิ่งใดเลย ทุกสิ่งหายไปหมดเสมือนไม่เคยมีหอดับแสง มีเพียงเครื่องเรือนเหลืออยู่เท่านั้น ดูท่่าคงมิได้ร่องรอยอะไรแน่”
เมื่อลอบเข้ามาเดินไปมาหลายห้อง รู้สึกจนใจนักคงต้องกลับมือเปล่าแล้ว นางถอนหายใจแล้วถอยกลับออกจากหอดับแสงกลับไปเดินเล่นในตลาดมือเพียงสองเค่อก็กลับจวน เพียงก้าวเท้าขึ้นบนชานหน้าเรือนเท่านั้น นางรู้สึกได้ทันทีว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลังตน มันใกล้มากระยะไม่เกินสามเชียะคิ้วเรียวบางขมวดขึ้นทันทีเหตุใดนางลดความระมัดระวังตัวลงขนาดนี้หรือเป็เพราะอีกฝ่ายฝีมือสูงส่งจนนางมิสามารถรับรู้ตัวตนจนปล่อยให้เข้ามาได้ใกล้ขนาดนี้ แย่เกินไป วันนี้จึงพลาดท่าให้อีกฝ่ายประชิดตนเองได้ นางค่อยๆหันกลับไปมองผู้มาเยือนด้านหลัง
“ท่าน ท่านติดตามข้ามาตลอดทางใช่หรือไม่”
คิ้วนางยิ่งขมวดมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็ใคร “ถูกจับได้” เสียแล้วเป็เขาได้เช่นไรบุรุษผู้นี้ติดตามนางจนถึงถิ่นของนาง ทำให้นางรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที อีกฝ่ายตามมาเพื่อสิ่งใด
“เ้า สนใจหอดับแสงมากหรือ”
“หากข้าบอกว่าสนใจ ท่านจะว่าอย่างไร”
“ข้าสามารถยกให้เ้าได้ เ้ากล้ารับหรือไม่เล่าเด็กน้อย”
“ท่านสนใจสิ่งใดจากข้า”
นางมิเชื่อว่าอีกฝ่ายจะให้หอดับแสงที่มีมูลค่าประเมินมิได้กับนางโดยมิได้สิ่งตอบแทน
“โอสถและการดูแล ทำอย่างไรก็ได้ให้ท่านปู่ของข้าดีขึ้นกว่านี้”
น่าแปลกใจทุกครั้งที่เข้าใกล้เด็กน้อยเพียงสบตากันเขากลายเป็คนพูดประโยคยาวๆเช่นนี้ได้เช่นไร สร้างความแปลกใจให้กับมู่หลงฉีหลินเป็อันมาก
เป็ครั้งแรกที่นางยืนใกล้ชิดเขาในระยะที่สามารถสังเกตุคนผู้นี้จนสามารถมองเห็นสีตาอีกฝ่ายได้ชัดเจน สีม่วงแวววาว ภายในตาเรียวที่มีแววเ็าและเฉียบขาดดุดัน ภายใต้หน้ากากสีเงินทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วประกอบกับภาพใบหน้าที่นางได้เห็นเมื่อครั้งก่อน (ถูกใจนางยิ่งขึ้น) เด็กน้อยในสายตาเขาหากนางขยับใกล้เข้าไปอีกนิดคงไม่เป็ไรสินะ เท้านางก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเขายังคงยืนอยู่กับที่ นางอมยิ้มน้อยๆ คนเบื้องหน้าเหมือนมีอาการ สายตานางเห็นใบหูของอีกฝ่ายขึ้นสีเล็กน้อย ดูท่าเขาจะปิดกั้นตัวเองมิให้คนอื่นเข้าใกล้เป็แน่ เช่นนั้นก็หยุดเพียงก้าวนี้พอ
“หอโอสถตระกูลเฉินกำลังใกล้จะเสร็จ หากรับปากท่านข้าจะได้ส่วนแบ่งของหอดับแสงเท่าใด” นางมิได้คิดจะหอดับแสงแต่หากได้ส่วนแบ่งเป็เงินทองบ้างนางย่อมรู้สึกยินดี
“ข้าบอกแล้วยกให้เ้า”
“ข้าอยากได้เป็เงินตำลึง ข้ามีรายจ่ายมากมาย ได้เป็เงินย่อมดีกว่า” นางรู้สึกอายเล็กน้อยที่จะเอ่ยออกไป
“เช่นนั้นทุกวันที่ิสิบของเดือนข้าจะให้คนส่งตั๋วเงินหนึ่งแสนตำลึงเงินมาให้เ้าใช้จ่าย หากไม่เพียงพอเ้าสามารถแจ้งกับคนที่นำมาได้ ดีหรือไม่” เสียงแหบทุ้มกล่าวออกมาเหมือนมิใช่เื่สำคัญอันใดราวกับกำลังพูดเื่ดินฟ้าอากาศ
“ตลอดไป”
“ใช่ ตลอดไป” ปากช่างเจรจาของเด็กน้อยเบื้องหน้าช่างทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
“เช่นนั้น ท่านยังยืนอยู่ทำไม” เด็กน้อยเอียงหน้ามองเขาทั้งยังเอ่ยปากไล่เขาตรงๆ นี่เป็คนแรกที่กล้าเช่นนี้ มีความกล้ายิ่งนัก
“พวกเราเจอกันสองครั้งแล้ว นับเป็สหายกันได้หรือไม่ ทั้งเ้ากับข้ามีผลประโยชน์ร่วมกันเช่นนั้นหากเชิญข้าดื่มชาสักจอกคงมิได้ลำบากกระมัง”
นางรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ไหลออกมาทันที ภายในเรือนของนางเต็มไปด้วยผ้าและเครื่องประดับมากมายกองระเกะระกะอยู่ระหว่างการเตรียมชุดให้นาง อย่างไรก็ไม่สามารถให้บุรุษผู้นี้เข้าไปได้นางยังคงมิอยากให้ความลับของนางที่ซ่อมไว้กับเขา
“ยามนี้ดึกมากแล้ว ข้ามิสะดวกหากเป็คราหน้าข้าจักเลี้ยงน้ำชาหรือสุราท่านอย่างแน่นอน ข้ายังมิอยากให้คนในจวนรู้ว่าข้าแอบออกไปจากจวน” นางพยายามส่งสายตาวิบวับๆ ที่สุดที่นางจะทำได้ หวังเพียงว่าเขาจะยินยอมจากไป
“ได้ ครั้งหน้าแล้วกัน" เงาร่างเบื้องหน้าหายไปทันทีที่เสียงเขาจบลง
ด้านนอกเรือน เฉินอวี้อันยืนหน้าตาบูดบึ้งมองเข้าไปในเรือนบุตรสาว มองดูการแต่งกายก็รู้บุตรสาวตนแอบออกไปนอกจวนแถมมีชายหนุ่มจวนอื่นติดตามมา เยว่เอ๋อร์ยังไม่ปักปิ่นก็มีคนจะเกี้ยวลูกสาวข้าฝันไปเถอะถึงจะมิได้ยินแต่ท่าทางที่แสดงออกของเ้าหนุ่มนั่นต้องมีความรู้สึกบางอย่างกับกับบุตรข้าแน่ มองดูแผ่นหลังที่หายไปก็รู้ว่าเป็ชายหนุ่มอายุต้องห่างกันมากแน่ มิอาจปล่อยให้เข้ามาในจวนได้โดยง่ายเขาจะต้องเพิ่มเวรยามและองค์รักษ์ในจวนให้มากขึ้น
“พรุ่งนี้ข้าต้องไปคัดทหารฝีมือดีมาให้มาก ดูสิพวกแมวขโมยพวกนี้จะแอบย่องเข้ามาได้อีกไหม”
เฉินอวี้อันมองบุตรสาวเข้าห้องปิดประตูเรียบร้อยก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังเรือนหลักที่พักของตน ในใจยังคิดถึคงเื่บุตรสาวของตน (ลูกสาวข้ายังเยาว์วัย ควรจะอยู่ให้ข้าเลี้ยงดูอีกสักหลายปี) ไม่ว่าใครก็อย่าได้คิดแทรกเข้ามาแย่งลูกสาวของข้าไปง่ายๆ