เมื่อวัยเด็กคุณพ่อของผมเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางเหตุรถยนต์ ผมอายุเพียง 9 ขวบ แม้จะเติบโตพอที่จะเข้าใจถึงความสูญเสีย แต่เท่าที่จำความได้ ผมไม่ได้เสียใจอะไรมากมายนัก ต่างจากคุณแม่ ที่ร้องไห้จนเป็ลมไปหลายครั้ง และแม้วันเวลาจะผ่านไปหลายปี ท่านก็มักจมอยู่ในภวังค์ ราวกับไม่อาจลืมเลือนวันเก่าๆ ของชีวิตได้
อันที่จริงคุณแม่คนนี้ไม่ได้เป็แม่ที่แท้จริงของผมหรอกครับ ท่านเป็แม่เลี้ยงของผม แต่ท่านได้เลี้ยงผมมาั้แ่ผมอายุ 5 ขวบ หลังจากคุณแม่ที่แท้จริงของผมได้เสียชีวิตและคุณพ่อได้มาแต่งงานใหม่กับคุณแม่เลี้ยงนั่นเอง แต่ว่าเราผูกพันกันมากท่านรักผมมาก และผมก็รักท่านมากเหมือนกัน
แม้ว่าคุณพ่อจะเสียชีวิตไปแล้วแต่คุณแม่ก็ไม่ยอมทิ้งผมไว้ตามลำพังเหมือนแม่ เลี้ยงทั่วไปยังส่งเสียผมได้เรียนต่อและรักผมเหมือนลูกของท่านเหมือนเดิม
ตอนคุณพ่อเสียชีวิตคุณแม่อายุเพียง 29 ปีเท่านั้น เมื่อประกอบกับรูปร่างหน้าตาระดับอดีตดาวมหาวิทยาลัย และตำแหน่งทางวิชาการนำหน้าชื่อ ท่านจึงเป็ที่หมายปองของเพื่อนร่วมงานทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นน้อง แต่คุณแม่กลับบอกกับผมในทุกครั้งที่โอกาสอำนวย ว่าในชีวิตครอบครัวของท่านมีผู้ชายที่ท่านรักมากแค่2คน ก็คือคุณพ่อและตัวผมเท่านั้น
ท่านไม่อยากจะปันใจไปรักใครอีก วันเวลาค่อยผ่านไปพร้อมกับร่างกายและจิตใจของผมที่เติบโตขึ้น เพียงอายุ 16 ปีผมก็สอบเทียบและเอนทรานซ์ติด แต่ได้คณะที่ไม่ชอบ จึงสละสิทธิ์ไป ผมบอกคุณแม่ว่าจะต้องเอนท์คณะที่ท่านสอนให้ได้ เพราะผมสนใจในด้านนั้น และอยากอยู่ใกล้ๆ กับคุณแม่ เมื่อพูดจบท่านก็รั้งผมเข้ามากอดและลูบศีรษะของผมด้วยกิริยาที่คุ้นเคย ซึ่งท่านมักจะทำเสมอเมื่อผมพูดอะไรถูกใจ ระหว่างที่จบมัธยมแล้ว และรอเวลาเอนทรานซ์ครั้งใหม่ผมกับคุณแม่ก็สนิทสนมกันยิ่งขึ้น
เวลาเกือบทั้งหมดของท่านนอกเหนือจากการสอนนักศึกษาที่คณะ ก็หมดไปกับผม ทั้งการติวข้อสอบ การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยความสูง 185 เิเและรูปร่างนักกีฬาของผม ประกอบกับความสูง 169 เิเของคุณแม่ และใบหน้าที่สวยเข้มอ่อนกว่าวัยของท่าน ทำให้เราดูเหมือนพี่น้องกันมากกว่าแม่ลูก
เมื่อไปไหนด้วยกัน และด้วยท่าทีสนิทสนม ผมเชื่อว่าหลายคนที่เห็น จะเข้าใจเอาว่าเราเป็คู่รักกันเอาด้วยซ้ำ บ่อยครั้งที่คุณแม่ควงคู่กับผมไปงานเลี้ยง และหลายครั้งที่ผมร่วมดื่มกับเพื่อนพ้องของคุณแม่
จนกระทั่งต่อมา เมื่อพบว่าผมดื่มเก่งขึ้น บางครั้งคุณแม่ก็ชวนผมดื่มกับท่านที่บ้าน ซึ่งนอกจากแม่บ้านและคนสวน(ที่ปกติพักอยู่บ้านคุณตาคุณยาย)แล้ว ก็มีเพียงเราสองคนแม่ลูกเท่านั้น ในบ้านขนาด 4 ห้องนอนแล้ววันที่ผลเอนทรานซ์(ครั้งที่ 2 ในชีวิตของผม)ประกาศก็มาถึง…
เมื่อพบว่าชื่อของผมติดอยู่ในรายชื่อคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกับที่คุณแม่สอน เราสองคนแม่ลูกก็กอดกันกลมอย่างไม่สนใจสายตาของใคร
คุณแม่โทร.สั่งอาหารร้านโปรด 3-4 อย่าง ให้แพคกล่องเพื่อแวะไปรับผมกลับมาฉลองกัน 2 คนที่บ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านท่านก็ไล่ให้ผมรีบอาบน้ำแต่งตัวมาทานอาหารที่มุมโปรดของท่าน
ใบหน้าของคุณแม่ยิ้มแย้มอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาหลายปี เมื่อผมแยกเดินขึ้นมาชั้นบน ก็ได้ยินท่านร้องเพลงโปรดเบาๆ มาจากห้องเตรียมอาหาร
เมื่อลงมาอีกครั้ง ผมก็พบว่าชั้นล่างของบ้านมืดสลัว และที่มุมโปรดของท่าน มีคุณแม่นั่งรอผมอยู่แล้ว ในแสงเทียนวูบไหว
ผมพบใบหน้างดงามของสตรีวัย 36 ยิ้มรับผมอยู่แล้ว เป็ใบหน้าและแววตาสวยซึ้งซึ่งผมไม่ได้พบเห็นมาหลายปี ดวงตาคมโตซึ่งมักเจือเศร้า และบางครั้งเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ณ เวลานี้ ดูจะเปี่ยมเสน่ห์และชวนให้ลุ่มหลงอย่างบอกไม่ถูก
บนโต๊ะนอกจากเทียนแท่งสวยและอาหาร 3-4 ชนิด ยังมีไวน์แดงขวดโตอยู่ด้วย เมื่อเห็นผมมอง คุณแม่ก็ยิ้มเศร้า พลางบอกว่าเป็ไวน์โปรดของคุณพ่อ ก่อนหัวเราะเบาๆ ขึ้น ราวจะสลัดภาพบางภาพออกไปจากความนึกคิด “วันนี้เราจะดื่มให้คุณพ่อกันจ๊ะ…ดื่มเพื่อบอกว่าลูกชายของพ่อประสบความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งแล้ว..”
คุณแม่ยิ้มให้ผมอีกครั้ง พลางยกแก้วไวน์ของท่านขึ้น ให้กระทบกับแก้วของผมเบาๆ ในแสงเทียน และกลิ่นรสหอมอวลของไวน์ฝรั่งเศส เมื่อประกอบกับเสียงเพลงโปรดของคุณแม่ที่ดังมาจากเครื่องเสียง ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นมาอีกหลายปี และจะด้วยอะไรก็ไม่ทราบได้ ในสายตาของผมขณะนั้น ดูเหมือนคุณแม่จะสาวขึ้น และสวยขึ้นทุกขณะ...
1 ไลท์ 1 เม้น
เท่ากับ
❤1 ล้านกำลังใจ❤
✌เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ✌
❤❤❤❤❤