มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

ตอนที่ 232 ไป่ตู้บอกมา

เขาจำได้เมื่อครั้งแรกที่เขามาเมืองซู่หนาน สิ่งที่แย่ที่สุดก็คือรถบัสโดยสาร มหาลัยของฉินเฉานั้นอยู่ชานเมือง ดังนั้น ทุกครั้งที่เขาต้องเข้าเมือง เขาจำเป็นต้องยัดตัวเองเข้าไปในรถบัส แต่เพราะว่านักเรียนมีกันเยอะ ทุกคนจึงพากันแย่งที่นั่งกันอย่างบ้าคลั่ง


สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำคือ แม้กระทั่งก่อนที่รถบัสจะจอด ผู้คนก็จะโยนกระเป๋าหรือสิ่งของที่มีอยู่ผ่านหน้าต่างเข้ามาเพื่อจองที่นั่ง


มีอยู่ครั้งหนึ่ง ซึ่งฉินเฉาจำได้อย่างชัดเจน เขาและนักเรียนสองสามคน ขึ้นไปบนรถได้ก่อน และเห็นแต่กระเป๋ามากมายวางอยู่บนที่นั่งที่ว่างเปล่า


เมื่อพวกเขาไปถึงแถวสุดท้าย ที่มีที่นั่งอยู่ 5 ที่ ที่นั่นมีหญิงสาวนั่งอยู่คนเดียว


ฉินเฉารีบเดินเข้าไป และต้องการจะนั่ง แต่หญิงสาวคนนั้นจ้องเขาและพูด


“ขอโทษ คนอื่นจองที่นั่งนี้ก่อนแล้ว”


เขาทำได้แค่สบถสาปแช่งในใจ เวรเอ๊ย โคตรแม่แกเถอะ บัดซบ โคตรเตี่ย


ในตอนนั้น ฉินเฉาหวังว่าอยากจะบีบคอผู้หญิงคนนั้นให้ตาย และตีศพเธอ


แม้แต่ในเมือง มันก็ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนในพื้นที่ในเมือง เขาก็ต้องยัดไปในรถบัส ผู้คนพากันต่อแถวที่สถานี เมื่อช่วงไหนที่รถติด คนก็ยิ่งกลายเป็นมากกว่าเดิม


เมื่อรถบัสยังอยู่ไกลๆ ฝูงคนก็เตรียมตัวพุ่งเข้าใส่แล้ว รอเบียดเสียดตัวเองเข้าไปในรถ


บางทีคนนอกอาจจะไม่เข้าใจ ว่าทำไมผู้คนถึงต้องต่อสู้เพื่อแย่งที่นั่งกัน


เพราะว่าผู้คนนั้นเยอะ ถ้าพวกเขาไม่ได้ขึ้นไปก่อน พวกเขาก็จะไม่ได้ขึ้น


ปีนั้น ฉินเฉาก็เบียดฝูงคนไปทำงานด้วยรถบัสเหมือนกัน แต่มีหลายครั้งที่เขาเกือบไปไม่ได้ รถบัสนั้นเหมือนกับอาหารกระป๋อง บางครั้งฉินเฉาก็กังวลว่าถ้าประตูเปิด คงมีบางคนตกจากรถบัส


ฉะนั้น เมื่อหลี่เสวี่ยบอกเขาให้ไปรถบัส ฉินเฉาจึงอยากจะร้องไห้ แต่ไร้น้ำตาออกมา


ยังไงก็ตาม เธอเป็นบอสของเขา ฉะนั้น ฉินเฉาจึงใส่เสื้อโค้ตของเขา และตามก้นเธอไป


หลังจากใส่เสื้อกันหนาวของเธอ รูปร่างของหลี่เสวี่ยก็ถูกซ่อนไว้ ฉินเฉาอยากจะมีตาเอกซเรย์ เพื่อที่เขาจะได้มีอาหารตา


โชคไม่ดีที่นี่เป็นชีวิตจริง ไม่ใช่นิยายแฟนตาซี


ไม่อย่างนั้น ฉินเฉาจะต้องเรียนวิชา “ฝ่ามือคลื่นราคะ” แน่นอน เมื่อไหร่ที่เขาใช้มือสัมผัสกับผู้หญิง เหล่าผู้หญิงก็จะมีอารมณ์ และทำตามที่มือนั้นต้องการ


เมื่อตอนนั้นมาถึง ฉันจะจับมือของผู้จัดการหลี่....


หือ นับวันฉันนี่ยิ่งชั่วร้าย ฉินเฉาลูบจมูก แอบตำหนิตนเอง


ด้วยกันกับหลี่เสวี่ย ทั้งสองคนลงลิฟต์มา และเดินไปที่ป้ายรถบัส


ที่ป้ายรถบัสมีคนรออยู่แล้วเยอะมาก ทุกคนรอรถบัสอย่างกังวล มันมีรถบัสหลายสายที่โคตรห่วย แต่ละครั้ง พวกเขาจำเป็นต้องรอแทบจะครึ่งชั่วโมงกว่ารถบัสจะมาถึง และรถบัสแต่ละคันจะถูกยัดจนเต็มเปี่ยม


ฉินเฉาถามหลี่เสวี่ย และถูกบอกว่า รถบัสที่พวกเขารอก็เป็นหนึ่งในสายที่ผ่าน


แต่เขาไม่สามารถโทษกลุ่มคนได้ เพราะว่า ทุกคนก็มีงาน หรือว่าสิ่งที่ต้องทำ ถ้ามีคนช้า และตกจากรถ คนนั้นจะต้องเดินกลับบ้านเอง


แต่หลี่เสวี่ยเหมือนจะคุ้นเคยกับการนั่งรถบัส เพราะว่าตอนที่เธอยืนรอรถบัส เธอไม่แสดงถึงสัญญาณแตกตื่น หรือกังวลอะไรเลย


“ผู้จัดการหลี่ ทำไมคุณไม่ซื้อรถล่ะ?” ขณะที่พวกเขารอรถบัส ฉินเฉาก็ถามขึ้นมา “เมื่อคุณเป็นถึงผู้จัดการ การจะซื้อรถสักคันคงไม่ยากอะไรใช่มั้ยครับ ถ้าคุณซื้อรถนำเข้าไม่ไหว รถบ้านเราก็ยังโอเค”


“ซื้อรถแล้วดียังไง?” หลี่เสวี่ยพูด “แต่ละเดือนต้องจ่ายเงินเพื่อดูแลมัน ยิ่งกว่านั้น ไม่เพียงมันไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว มันยังต้องถูกดูดติดอยู่กับที่เมื่อมีการจราจรติดขัด ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอากาศหนาว ฉันคงขี่จักรยานไฟฟ้าไปแล้ว”


“ว้าว ผู้จัดการหลี่เป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย...” ฉินเฉาถอนใจด้วยอารมณ์


“ไม่จริง” หลี่เสวี่ยพูดเหตุผลที่แท้จริงออกมาเบาๆ “ฉันแค่ไม่มีเงิน”


“เอิ่ม...” ฉินเฉาเอามือลูบจมูกอย่างขลาดๆ พูดไม่ออก


“ไปกัน รถมาแล้ว!” ขณะที่ฉินเฉากำลังอาย รถบัสก็วิ่งเข้ามา รถบัสเก่าๆ คันนี้แล่นเข้ามาช้าๆ ส่งเสียงฟึดฟัด เหมือนกับคนแก่


กลุ่มคนรีบขึ้นไป พุ่งใส่รถบัส ไม่มีใครอยากจะตกรถ


ยังไงก็ตาม คนข้างในก็ไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน


หลี่เสวี่ย ผู้จัดการหลี่ผู้ยิ่งใหญ่พร้อมด้วยส้นสูงของเธอ วิ่งไปที่รถบัสอย่างไว ฉินเฉาก็ตามหลังเธอไปติดๆ


แต่เพราะว่าผู้คนรอบๆ ก็เป็นเหมือนกันกับพวกเขา พยายามวิ่งไปที่รถบัส ฉินเฉาก็กลัวว่าคนจะชนหลี่เสวี่ย เขารีบใช้ลมปราณกั้นเป็นพื้นที่เล็กๆ รอบตัวเขาและหลี่เสวี่ย


กลุ่มคนรู้สึกราวกับกำลังชนกับกำแพงที่มองไม่เห็น ทำให้พวกเขาเข้าไปใกล้ตำแหน่งประตูไม่ได้ พวกเขาจึงพากันร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่ก็ยังคงพยายามแย่งกันนำหน้า พยายามจะยึดเอาตำแหน่งแรกมาให้ได้


แต่ฉินเฉาไม่ให้โอกาสพวกเขา ด้วยเขตปราณของเขา ไม่มีใครเข้ามาใกล้ได้แม้แต่ครึ่งก้าว


ในที่สุดรถก็จอด หลี่เสวี่ยถอนหายใจ และพูดกับฉินเฉา


“วันนี้สุดยอดเลย ฉันได้ขึ้นมาเป็นคนแรกด้วย”


“ใช่ ผู้จัดการหลี่ยิ่งใหญ่ ผู้จัดการหลี่ไร้เทียมทาน” ฉินเฉารีบพูด


“หยุดประจบได้แล้ว” หลี่เสวี่ยเหล่ตามองเขาด้วยท่าทางไม่พอใจ เมื่อประตูรถบัสเปิดออก เธอก็เข้าไป และแตะบัตรสองครั้ง


ฉินเฉาก็ตามเข้าไป และจากนั้นก็ถอนเขตปราณของเขา ในตอนนี้เอง ผู้คนข้างนอกก็พากันบ้าคลั่ง พวกเขาพากันโถมเข้ามาในรถบัสราวกับเขื่อนพัง ทั้งผลักทั้งดันกันขึ้นมา


ฉินเฉาและหลี่เสวี่ยเพิ่งจะขึ้นไปบนรถและยืนอยู่ใกล้ประตู ยังไม่ทันได้ตั้งตัว กลุ่มคนที่กำลังเข้ามาก็ผลักพวกเขาไปที่ท้ายรถ


ทั่วทั้งรถต่างเต็มไปด้วยผู้คน ผู้คนกดทับกัน ทุกคนต่างพากันตะโกนด่า แต่คนขับเป็นคนที่ตะโกนดังที่สุด


“คนข้างหน้า ขยับไปข้างหลัง เดี๋ยวนี้!”


คนข้างหลังก็ด่ากลับทันที


“ฮึ่ม ข้างหลังไม่มีที่แล้ว!”


รถบัสถูกยัดจนเต็ม หลี่เสวี่ยและฉินเฉาก็ถูกอัดอยู่ในนั้นด้วย


มือของฉินเฉาข้างหนึ่งจับราวบนหัว และอีกข้างล้วงกระเป๋า หลี่เสวี่ยถือกระเป๋าใบเล็ก มือทั้งสองข้างเอื้อมไม่ถึงราวจับบนหัว และทำได้เพียงมองไปที่ฉินเฉาอย่างกระอักกระอ่วนด้วยดวงตากลมโตของเธอ


ทั้งสองคนใกล้กันมาก หน้าอกของหลี่เสวี่ยแนบกับหน้าอกของฉินเฉา ขาของพวกเขาขยับไม่ได้แม้แต่ครึ่งก้าว ไขว้กันไปมา


แม้ว่าหลี่เสวี่ยจะใส่เสื้อผ้าหนา ฉินเฉาก็ยังรู้สึกถึงขาที่เนียนนุ่มของบอสสาวสวยนางนี้


ด้วยใบหน้าขึ้นสีจางๆ และลมหายใจที่สัมผัสได้ หลี่เสวี่ยพูดกับฉินเฉา


“ระวังไว้ อย่าบังอาจมีความคิดไม่ดีกับฉัน ไม่งั้น นายตายแน่”


“แฮ่ม ผู้จัดการหลี่ นี่ไม่ถูกต้อง” ฉินเฉาไอแห้งๆ ออกมา “ผมเป็นผู้บริสุทธิ์นะ ถ้าคุณที่เป็นหัวหน้าอยากจะใช้ ‘กฎที่ไม่มีใครสนใจ’ กับชายที่บริสุทธิ์อย่างผม ผมคงต้องคัดค้าน”


หลี่เสวี่ยอยากจะกระอักเลือด ฉินเฉาคนนี้ หน้าไม่อายจริงๆ!


“แม้ว่าผมจะเป็นแค่ผู้ช่วยของคุณ คุณสามารถใช้อำนาจเอาร่างกายของผมไปได้” ฉินเฉาพูดอย่างตัวเองเป็นคนถูก “แต่คุณไม่สามารถเอาหัวใจของผมไปได้”


“ฉันจะฆ่านาย...” หลี่เสวี่ยกัดฟันที่ขาวราวหิมะของเธอ และกลอกตาใส่ฉินเฉาซ้ำๆ


“เฮ้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำพูดพวกนี้” ฉินเฉากลืนส่วนที่สองของประโยคกลับลงท้อง ทุกคนที่พูดอย่างนั้นลงนรกไปหมดแล้ว....เอิ่ม ยกเว้นผู้หญิง


เมื่อฉินเฉากำลังเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมของหลี่เสวี่ย ในที่สุดรถก็ขยับ เพราะว่ามีคนเยอะ รถบัสจึงสั่นอย่างน่ากลัวอยู่สักครู่


คนที่กำลังยืนอยู่ในรถแทบล้ม ตามมาด้วยเสียงก่นด่าที่ตะโกนออกมา


หลี่เสวี่ยก็แทบล้มเหมือนกัน แต่โชคดี ที่ฉินเฉารีบยื่นแขนออกไปกอดเอวเธอไว้


“ผู้จัดการหลี่ ระวัง”


เอวของหลี่เสวี่ยนุ่มมาก ไม่ด้อยไปกว่าสาวงามที่ฉินเฉารู้จักในชีวิต และแพ้เพียงแค่อ้ายเสี่ยวเสวี่ยอยู่นิดหน่อยเท่านั้น


จู่ๆ ก็ถูกชายหนุ่มกอด หน้าของหลี่เสวี่ยก็เป็นสีแดงก่ำ ความทรงจำของเธอพลันย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนนั้น ในรถบัสที่เต็มไปด้วยผู้คน แฟนของเธอก็กอดเอวเธอไว้อย่างใจดีแบบนี้เสมอ เพราะว่าเธอจับราวไม่ถึง เธอจึงทำได้แค่เกาะแฟนของเธอ


ในตอนนั้น หลี่เสวี่ยก็คิดว่ามีผู้ชายที่เธอสามารถวางใจได้แล้ว


แต่เมื่อสามีของเธอป่วยตาย เธอก็กลายเป็นต้องพึ่งตัวเอง และกลายเป็นไม่แยแส


ตอนนี้ เธอคิดว่าผู้ชายทุกคนต่างเลวกันหมด


ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือของเขายังเริ่มเลื่อนลงไปอย่างช้าๆ!


“เฮ้...” หลี่เสวี่ยพูดอย่างเย็นชา “ถ้านายเลื่อนมือลงมาอีก ฉันจะให้นายได้เห็นดีกัน”


“แฮ่ม ผู้จัดการหลี่ ขอโทษที มือผมมันชานิดหน่อยน่ะ” โดยที่หน้าไม่แดง ฉินเฉาพูดอย่างใจเย็น “ผมก็แค่พยายามจะทำให้เลือดไหลไปที่นั่น แต่ผมไม่รู้ว่ามันไปไหน”


พร้อมกันนั้น เขาก็เลื่อนมือลงไปอีก 3 นิ้ว และวางมันลงบนบั้นท้ายงอนๆ ของเธอ


หน้าของหลี่เสวี่ยขึ้นสีเล็กน้อย เธอพลันยกเท้าขึ้น และกระทืบลงไปอย่างแรง


เมื่อนายอยากจะทำตัวหยาบคาย งั้นฉันจะกระทืบเท้านาย


“อ๊า!” ในตอนนี้เอง ชายที่ยืนถัดจากเธอพลันร้องออกมาด้วยใบหน้าโกรธแค้น เขาตะโกนเสียงดัง


“บัดซบ ใครเหยียบเท้าฉันวะ!”


หลี่เสวี่ยปิดปาก ไม่กล้าพูดอยู่ครึ่งวัน


ฉินเฉายิ้มออกมาอย่างยากจะเข้าใจ


หลี่เสวี่ยจ้องเขาอย่างรังเกียจ แต่ไม่กล้าเหยียบเท้าเขาอีก มันมีเท้าหลายคู่อยู่รอบๆ เธอ เธอไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของใครบ้าง ถ้าเธอเหยียบผิดอีก มันจะลำบาก


“นาย เจ้าคนน่ารังเกียจ...” หลี่เสวี่ยกัดฟัน มองใบหน้ามีความสุขของฉินเฉา เธออยากจะใช้ส้นสูงของเธอตบหน้าเขาสักที “นายยังไม่เอามือนายออกไปอีก?”


“ผู้จัดการหลี่ ในฐานะผู้ช่วยของคุณ นี่เป็นการเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องคุณเลยนะ!”


ฉินเฉาพลันพูดขึ้นมาด้วยท่าทางชอบธรรมสุดๆ “ในรถคันนี้ บางทีอาจจะมีพวกโรคจิตอยากจะฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้จัดหลี่ก็ได้ ดังนั้น ผมจึงใช้มือของผมป้องกันจุดที่พวกนั้นจะลงมือ ผู้จัดการหลี่ จะไม่ขอบคุณในสิ่งที่ผมทำหน่อยเหรอ”


หลี่เสวี่ยกลายเป็นเซ่อ ฉินเฉาคนนี้หน้าด้านเกินไปแล้ว ขณะที่เอาเปรียบเธอ เขายังพูดราวกับว่าเขาเป็นคนถูก ราวกับว่าเขาไม่ใช่โรคจิต แต่เป็น “เล่ยเฟิง”


“ฉินเฉา เป็นผู้ชายจะทำตัวเกะกะระรานไม่ได้นะ!” ผู้จัดการหลี่พูดอย่างช่วยไม่ได้


“ผิด!” ฉินเฉารีบส่ายหัว และพูดออกมา “คนโบราณว่าไว้ ต้นไม้ไม่มีผิว (เปลือกไม้) จะตาย แต่ผู้ชายไม่มีผิว (ไร้ยางอาย) นั่นไร้เทียมทาน!”


“คนโบราณพูดแบบนี้จริงๆ?”


“ผมไม่รู้ ไป่ตู้บอกมา”


จบตอน

คล้ายกับเรื่องมายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย ที่คุณอ่าน