ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 23 สืบสกุล
ณ บ้านตระกูลอี้
อี้กังนั่งอยู่ในห้องด้วยสภาพอิจโรย ผ่านมาสามวันแล้วที่เขาหลบอยู่แต่ในห้องของตัวเองตลอดเวลาจน บิดามารดาของเขารู้สึกสงสัยขึ้นมา และเข้ามาหาเขาในเช้าวันนี้
"ลูกรัก เ้าเป็อะไรไป"
ฮูหยินใหญ่อี้เอ่ยถามอี้กังเมื่อพบหน้าบุตรชายในวันนี้ สีหน้าบุตรชายยังดูซีดขาวและอิจโรย จนนางอดที่จะใไม่ได้ อี้กังที่เพิ่งรู้ตัวว่ามารดาเข้ามาในห้องก็สะดุ้งสุดตัวก่อนจะเอ่ยแบบติดๆขัดๆว่า
"มะ ไม่ ไม่ ไม่ได้เป็อะไรขอรับท่านแม่"
"ไม่เป็ได้อย่างไร ดูสิสีหน้าของเ้าซีดเซียวขนาดนี้"
ฮูหยินใหญ่อี้เป็ภรรยาเอกของอี้ถัง ลุงใหญ่ของอี้จางหย่ง ซึ่งตอนนี้เขากลายเป็เ้าบ้านกุมอำนาจภายในบ้านทั้งหมด ก่อนหน้านี้ตอนบิดาของจางหย่งยังมีชีวิตอยู่ อี้ถังเป็เพียงผู้อาศัยเพราะเขาเป็บุตรชายภรรยารอง แต่เมื่อบิดาของจางหย่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทำให้เขากลายเป็คนกุมอำนาจและกดดันจนจางหย่งต้องออกจากบ้านไปเมื่อหลายปีก่อน
อี้ถังเองก็แปลกใจในสีหน้าของบุตรชายเช่นกัน อี้กังไหนเลยจะกล้าบอกว่าตนถูกเด็กตัวเล็กๆจัดการกล่องดวงใจจนอาจไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ แม้แต่หมอเขายังไม่กล้าเชิญมาตรวจเลยด้วยซ้ำ หากหนึ่งคนรู้ก็จะมีคนที่สองคนที่สามรู้ตามมา ดังนั้นเขาจึงกล่าวใส่สีตีไข่จางหย่งขึ้นแทนว่า
"จริงๆแล้ว ไอ้ขี้แพ้จางหย่งมันลอบทำร้ายลูกขอรับ"
อี้ถังขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"จางหย่งมันเป็พวกไร้พลังไม่ใช่หรือ"
อี้กังกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"มันมาพร้อมอันธพาลอีกสี่คนรุมทำร้ายตอนที่ลูกไม่ทันระวังตัว"
"โถ่ลูกแม่ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ พ่อกับแม่ของมันก็เป็อันธพาลจนถูกคนที่เกลียดชังดักทำร้ายตายอย่างน่าอนาถ ตอนนี้ตัวลูกมันก็เป็พวกอันธพาล เฮอะ ท่านพี่ปล่อยไว้ไม่ได้นะเ้าคะ!!"
อี้ถังที่ได้ยินเช่นนั้นก็คิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนจะกลับมามีสีหน้าเรียบเฉย เขารู้นิสัยของบุตรชายตัวเองดีจึงไม่ได้เชื่อคำพูดบุตรชายทั้งหมด เขาคว้าข้อมือบุตรชายมาจับชีพจรโดยที่อี้กังไม่ทันตั้งตัว อี้กังที่ถูกดึงมือไปใจนคิดจะชักมือกลับ แต่ไหนเลยผู้เป็บิดาของเขาจะไม่รู้ทันบุตรชายของตัวเอง เขาจับข้อมืออี้กังไว้แน่น ก่อนจะเริ่มลงมือตรวจชีพจร
อี้ถังมีความรู้ด้านการแพทย์อยู่เล็กน้อย เมื่อได้จับชีพจรของบุตรชายก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน ชีพจรค่อนข้างแปรปรวน ดูเหมือนจะมีปัญหาเกี่ยวกับเืลม แต่มองจากภายนอกไม่เห็นาแแห่งการถูกทำร้าย เขากระชากเสื้อบุตรชายลง ก็ยังไม่พบาแใดๆ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"อี้กัง เ้าถูกทำร้ายที่ใดกัน เืลมถึงได้มีปัญหาแบบนี้?"
อี้กังยังคงอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา จนฮูหยินใหญ่อี้ทนร้อนใจไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นบ้างว่า
"ลูกรัก บอกมาเถอะ คนชั่วมันทำร้ายเ้าที่ตรงไหน แม่จะบอกพ่อเ้าให้ไปจัดการกับมันเอง"
"คือข้า..."
"ข้าสั่งให้เ้าบอกมาเดี๋ยวนี้!!"
เสียงอี้ถังเอ่ยตวาดขึ้นอย่างหมดความอดทน เป็บุรุษจะมัวอ้ำๆอึ้งๆอยู่ทำไม อี้กังที่ถูกบิดาตวาดก็ใเอ่ยตอบขึ้นทันทีว่า
"ถูกทำร้ายที่กล่องดวงใจขอรับ"
"...!!!"
อี้ถังกับฮูหยินใหญ่อี้ใในคำตอบของบุตรชายจนนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนที่อี้ถังจะตั้งสติได้แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เ้าให้หมอมาดูอาการแล้วหรือยัง"
"ยังขอรับ"
"พวกเ้า ใครก็ได้ไปตามหมอจากโรงหมอตระกูลจางมาเร็ว!!"
ฮูหยินใหญ่อี้รีบบอกให้บ่าวในบ้านไปตามหมอมาทันที นางมีบุตรชายสองคน อี้เจียวหั่วเป็บุตรชายคนโตที่มีความสามารถพิเศษมากั้แ่เด็ก เมื่ออายุครบแปดปี พลังิญญามากมายได้ตื่นขึ้น ทำให้สำนักใหญ่ๆต่างหว่านล้อมพาตัวอี้เจียวหั่วไปเป็ศิษย์ สุดท้ายสำนักอัคคีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในขณะนั้นเป็ผู้ได้ตัวเขาไป ทำให้เขาต้องออกเดินทางไปร่ำเรียนวิทยายุทธั้แ่อายุได้สิบปี ดังนั้นจึงเหลืออี้กังที่อายุห้าขวบอยู่กับนางเพียงผู้เดียว อี้กังจึงถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมากกว่าบุตรคนโตของนางมาก
เวลาผ่านไม่นาน หมอจากโรงหมอตระกูลจางได้ถือล่วมยาเดินอย่างเร่งรีบเข้ามาที่จวนตระกูลอี้ ตระกูลอี้แม้ไม่ใช่ขุนนางแต่ก็มีอำนาจในเมืองหังโจวไม่น้อย ตระกูลของพวกเขามีแต่หนุ่มสาวที่มีพร์ แต่ละคนมีพลังิญญา สามารถฝึกพลังยุทธ์ได้ ทางการจึงมักมาขอความช่วยเหลือตระกูลอี้อยู่เป็ประจำ
"ไม่ทราบฮูหยินใหญ่อี้มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ"
หมอตระกูลจางเอ่ยถามขึ้นอย่างนอบน้อม ฮูหยินใหญ่อี้รู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะพูดออกมา จึงสะกิดให้สามีเป็คนเอ่ยแทน อี้ถังที่เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า
"บุตรชายของข้าถูกทำร้าย รบกวนท่านช่วยตรวจอาการให้หน่อย"
"ได้ขอรับ ไม่ทราบว่าคุณชายถูกทำร้ายที่ส่วนไหนขอรับ"
หมอตระกูลจางเอ่ยถามอี้กังที่อยู่เบื้องหน้า อี้กังตอบด้วยน้ำเสียงอันแ่เบาว่า
"กล่องดวงใจ"
"ตรงไหนนะขอรับ"
"กล่องดวงใจ"
"เอ่อ ขออภัยขอรับ ข้าน้อยได้ยินไม่ชัด"
"ข้าบอกว่ากล่องดวงใจยังไงเล่า!!"
เสียงตวาดด้วยความโมโหของอี้กังดังขึ้น จนข้ารับใช้ที่อยู่ละแวกนั้นหันมามองด้วยความสนใจ อี้กังที่รู้ตัวว่าตัวเองเสียงดังก็เงียบเสียงลงทันที หมอตระกูลจางชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะขอให้อี้กังไปรับการตรวจในห้อง
ผ่านไปพักหนึ่งหมอตระกูลจางก็เดินออกมา พร้อมทั้งเอ่ยขึ้นว่า
"คุณชายอี้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อการสืบสกุลในอนาคตได้ขอรับ"
อี้กังถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยอาการของเขา ฮูหยินใหญ่อี้ที่ได้ยินคำพูดของหมอก็ร้อนใจเช่นกันรีบเอ่ยถามขึ้นว่า
"ท่านหมอมีวิธีช่วยไหม อาการของลูกชายข้าพอมีทางแก้ไขได้ไหม?"
หมอตระกูลจางส่ายหน้า ฮูหยินใหญ่อี้ยิ่งร้อนใจกว่าเดิม นางเอ่ยต่ออีกว่า
"ท่านหมอ ต่อให้ต้องจ่ายค่ารักษาเท่าไหร่ข้าก็ยินดี ได้โปรดช่วยเหลือบุตรชายของข้าด้วย"
หมอตระกูลจางที่กำลังจะส่ายหน้าก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าเคยได้ยินว่ามีหมอเทวดาจ้าวสามารถรักษาอาการผิดปกติได้ทุกชนิด ฮูหยินใหญ่ ท่านอาจต้องไปเชิญท่านหมอจ้าวมาช่วยดูอาการ"
ฮูหยินใหญ่อี้จดจำเื่ราวที่หมอจางพูดไว้ในใจ แต่อี้ถังที่ได้ยินกลับขมวดคิ้วแน่น การตามหาหมอเทวดาจ้าวไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร หมอเทวดาจ้าวมีอีกฉายาหนึ่งคือหมอในสายลม ไม่มีใครรู้ว่าหมอผู้นี้มีหน้าตาอย่างไรและอาศัยอยู่ที่ใด ผู้คนที่ได้รับการรักษาต่างพูดกันคนละแบบจนแทบจะไม่มีใครเคยเห็นตัวตนที่แท้จริงของหมอเทวดาผู้นี้เลย แล้วเขาจะไปหาตัวคนผู้นี้ได้จากที่ใดกัน ระหว่างที่เขากำลังขบคิด อี้กังที่ได้ยินว่าตนมีโอกาสจะหายดีรีบเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านต้องช่วยข้านะ ข้ายังอยากมีทายาทสืบสกุล"
จังหวะนั้นเองอี้เจียวหั่วที่กลับจากการทำธุระให้สำนักตัวเองได้เดินเข้ามาในจวนตระกูลอี้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ นอกจากจะหาตัวหมอเทวดาแล้ว ท่านต้องช่วยแก้แค้นแทนน้องเล็กด้วยนะขอรับ"
"ใช่ๆ พี่ใหญ่พูดถูก เพราะไอ้สวะ...เอ่อ ไอ้จางหย่งนั่นที่ทำให้ข้าต้องเป็เช่นนี้"
อี้ถังที่มองไปที่ลูกชายคนเล็กถึงกับถอนหายใจออกมา เหตุใดบุตรชายทั้งสองคนของเขาถึงได้ดูแตกต่างกันขนาดนี้ คนหนึ่งพร์เหลือล้นจนใครต่อใครต่างแย่งชิงตัว อีกคนกลับเหลาะแหละไม่ได้ความ เฮ้อ
"เื่นี้ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง เจียวหั่วเ้ากลับมาั้แ่เมื่อใดกัน"
จากนั้นพวกเขาก็คุยเื่สารทุกข์สุกดิบ จนลืมไปเลยว่าท่านหมอตระกูลจางยังไม่ได้รับเงินค่าตรวจอาการ และยืนรออยู่ตรงนั้น