ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่240 กล้องกาลเวลา

เจมส์ขับรถมาถึงร้านอาหารของเชฟปลายฝนด้วยความเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แต่ถึงกระนั้นใช่ว่าจะไร้มารยาทบนท้องถนน ยังเคารพกฏจราจรไม่ขับฝ่าไฟแดง

“เจ้านาย ทิวาสวัสครับ”

พอเดินเข้ามาในตรอกซอกซอยก็พบกับหุ่นแบนเนอร์ที่ประจำการอยู่ที่นี่

“ฉันขอดูกล้องของเมื่อเช้าหน่อย” เจมส์พยักหน้าให้หุ่นแบนเนอร์ทีหนึ่ง แล้วถามเข้าประเด็น

“เอ่อ...เจ้านายคงหมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านของคุณปลายฝนใช่ไหมครับ” หุ่นแบนเนอร์เกาศีรษะ ท่าทางโง่งม

“ใช่ ทำไมถึงทำหน้าทำตาแบบนั้น หรือว่าไม่ได้ถ่ายไว้...” เจมส์ขมวดคิ้วมุ่นเป็นปมยุ่ง

“ใช่ครับ ผมไม่ได้ถ่ายไว้ต้องขอโทษด้วยจริงๆ...”

หุ่นแบนเนอร์ที่ก้มศีรษะถูกยกขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียวของชายหนุ่ม เจ้าของถุงมือดำ

แม้ว่าเหล็กที่ถูกหุ้มด้วยผิวหนังจะมีน้ำหนักมากกว่ากระดูกมนุษย์ ทว่าเจมส์ยังสามารถยกได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว อาศัยเซรุ่มหมายเลข 3 ร่างกายของเขาได้มาอยู่ในจุดสูงสุดของมนุษย์แล้ว

“นายทำอะไรอยู่ตอนนั้น ถึงไม่ได้ถ่ายไว้!”

หุ่นแบนเนอร์ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง กลัวเหมือนกับเด็กๆ

“ผม...เอ่อ...”

“ตอบ!”

“มีสุนัขจรจัดผ่านมาพอดี ผมเลยซื้อหมูปิ้งให้มันทาน 4 ไม้ เป็นจังหวะเดียวกับที่ในร้านของคุณปลายฝนเกิดเรื่องขึ้นพอดี มันแค่ครู่เดียวผมเลยคิดว่าไม่เป็นไรหรอก แต่ใครจะรู้ว่ามันจะ...” หุ่นแบนเนอร์ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสู้หน้าเจ้านายที่น่าหวาดกลัว

เจมส์ปล่อยมือจากหุ่นแบนเนอร์ สีหน้าเขาปั้นยาก หากปราศจากหลักฐานเช่นกล้องวงจรปิด การที่ปลายฝนจะรอดจากข้อกล่าวหาก็เป็นเรื่องยาก คราวแรกเขาคิดว่าสามารถใช้ชิปความทรงจำของหุ่นแบนเนอร์ที่ประจำการอยู่ที่นี่ได้ แต่ตอนนี้ความหวังได้หายไปแล้ว

“เจ้านายครับ...ผมต้องขอโทษจริงๆ” หุ่นแบนเนอร์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด

“ช่างเถอะ” เจมส์ส่ายหน้า เขาเข้าใจดีว่าโวยวายไปก็เปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะนิสัยของหุ่นแบนเนอร์ทุกคนมักจะรักสัตว์ โดยเฉพาะสุนัข พอเห็นสัตว์ประเภทนี้ทีไรมักจะลืมคำสั่ง เข้าไปคลอเคลียเหมือนกับที่ทอยทำอยู่เสมอ

“ขอโทษจริงๆ ครับ กล้องผมสามารถบันทึกได้ 50 ปีด้วยชิปที่ฝังในสมอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะไร้ความหมายในการช่วยคุณปลายฝน ถ้าหากกล้องผมสามารถถ่ายแบบย้อนเวลาได้ล่ะก็ มันจะดีแค่ไหนนะ แต่น่าเสียดายจริงๆ ที่ฟังก์ชั่นนั้นไม่สามารถติดตั้งได้ เพราะมันผิดมาตราด้านความปลอดภัยศตวรรษ 41”

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นายพูดว่าอะไร...” เจมส์ทวนคำพูดซ้ำ

“ตรงไหนครับ ศตวรรษ 41 เหรอครับ” หุ่นแบนเนอร์เกาศีรษะ

“ไม่ใช่ ที่นายพูดว่ากล้องอะไรสักอย่างนี่แหละ”

หุ่นแบนเนอร์เกาศีรษะซ้ำไปมา ใบหน้าฉายแววโง่เขลา สักพักจึงได้ตอบคำถาม “ออ...ผมพูดว่า 'ถ้าหากกล้องผมสามารถถ่ายแบบย้อนเวลาได้ล่ะก็ มันจะดีแค่ไหนนะ แต่น่าเสียดายจริงๆ ที่ฟังก์ชั่นนั้นไม่สามารถติดตั้งได้'...”

“ใช่อันนี้แหละ!”

”เอ่อ...ทำไมเหรอครับ แต่ผมไม่สามารถติดตั้งฟังก์ชั่นนี้ได้นะครับ ไม่งั้นระบบผมมันจะปิดโดยอัตโนมัติ

เจมส์ไม่ได้อยู่คุยกับหุ่นแบนเนอร์ เข้าไปนั่งในรถซูเปอร์คาร์ ก่อนจะขับออกไปที่เรือ'เมจิกเชี่ยน'

อย่างรวดเร็วเขาได้ขึ้นเรือลำเล็กมาถึงเรือใหญ่

พอขึ้นมาก็เดินเข้าไปในห้อง มองดูชั้นวางหนังสือสีดำซึ่งมีความเป็นส่วนตัวและความเป็นระเบียบ

เขาหยิบหนังสือเรื่อง (อัจฉริยะเหนือมนุษย์) ขึ้นมาดู หยิบทีละเล่มทีละเล่ม ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเศษๆ ใบหน้าที่ดำคล้ำถึงกับคลายลง ถอนหายใจโล่งอกก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หลังจากยืนหาหนังสือมาเป็นชั่วโมง

“ในที่สุดก็เจอสักที” เจมส์หัวเราะด้วยความดีใจ นำโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปไว้เป็นสำเนา ก่อนจะเหยียดมือซ้ายออกไป ดึงบางอย่างออกจากหน้าหนังสือ

'กล้องถ่ายภาพแบบย้อนเวลา มันไม่สามารถถ่ายอนาคตได้ ถ่ายได้แต่เรื่องราวที่เคยผ่านมาแล้ว'

'ผลเสียด้านลบ ใช้งานหนึ่งครั้งร่างกายของคุณจะย้อนกลับไปอยู่ในช่วงเวลาของเมื่อวาน'

“ย้อนกลับไปอยู่ในช่วงเวลาของเมื่อวาน...หรือว่าเป็นการย้อนอดีตกัน?” เจมส์ไม่ค่อยเข้าใจผลเสียด้านลบ ข้อกำหนดนี้ค่อนข้างกำกวม เขาเลยลองปรับเปลี่ยนตัวเลขหน้ากล้อง เป็นเมื่อวานปีนี้เดือนนี้แล้วกดถ่ายรูป

กล้องตัวนี้นอกจากจะถ่ายรูปแบบโพลาลอยด์ได้ มันยังสามารถถ่ายแบบอัดวิดีโอ ความคมชัดไม่ต้องพูดถึง เพราะมันมาจากศตวรรษที่ไกลกว่าปี 2013 เป็นอันมาก

ด้วยตัวเอกอย่างแดรี่ กริมม์บิสต์ สร้างกล้องย้อนเวลาขึ้นมาก็เพื่อจะถ่ายดูโลกยุคก่อน เขาอยากจะรู้ว่าอะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ขยะล้นโลก ไม่มีต้นไม้ใบหญ้า หรือหากจะมีก็มีแต่พื้นที่พิเศษ และราคาต่อหนึ่งต้นก็แพงกว่าเนื้อสัตว์หนึ่งกิโลกรัม

หลังจากกดชัตเตอร์ กล้องได้ถ่ายให้เห็นห้องในสภาพเมื่อวาน

เจมส์ยืนมองดูรูปและดูตัวเอง ก่อนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

“สรุปแล้วผมไม่ได้ย้อนเวลาไปเมื่อวาน แต่เป็นร่างกายต่างหากที่ย้อนเชิงกายภาพไปให้ดูเด็กลง นั่นหมายความว่าถ้าหากผมใช้กล้องตัวนี้บ่อยๆ จะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ในขณะที่อายุขัยเท่าเดิมสินะ”

ด้วยความที่ใช้'ถุงมือ'นับครั้งไม่ถ้วน เขาพอจะคาดเดาได้ไม่ยาก

พอได้ของเจมส์ก็คว้าหมวกล่องหนที่วางอยู่บนตู้ชั้นวางหนังสือติดมือไปด้วย

หุ่นแบนเนอร์ยังยืนรออยู่ที่เดิม ใกล้กับร้านของปลายฝนที่เกิดเหตุ

“เจ้านาย...” หุ่นแบนเนอร์ก้มหน้าสำนักผิด ไม่กล้าขอของเล่นเหมือนที่เคย

เจมส์ตบไหล่อีกฝ่าย พลางบอกว่า “ไม่เป็นไร คนเรามีผิดพลาดกันได้ เอาล่ะผมมีงานหนึ่งให้ทำ ถอดชุดออกทั้งหมดแล้วสวมหมวกนี่ นำกล้องเข้าไปถ่ายในร้านของปลายฝน เข้าใจไหม”

ที่เกิดเหตุฆาตกรรมยังถูกปิด มันไม่ดีหากเจมส์จะเข้าไปถ่ายภาพถ่ายวิดีโอโดยตรง

ดังนั้นหุ่นแบนเนอร์จึงเหมาะกับงานนี้เป็นที่สุด

“ได้ครับ ผมจะรีบถอดชุดเดี๋ยวนี้” หุ่นแบนเนอร์ไม่มีข้อโต้แย้ง ต่อให้เขาสามารถล่องหนด้วยระบบที่ถูกติดตั้ง แต่ก็ต้องยืนนิ่งๆ ถึงจะพรางตัวสำเร็จ

แต่ถ้าหากสวมใส่หมวกล่องหน แม้จะเดินคุณก็ยังล่องหนอยู่โดยไม่ต้องถอดชุด แต่หมวกจะส่งผลเสียด้านลบ ทำให้ชุดรัดร่างกายของคุณจนกระดูกแตกร้าว

อาศัยร่างกายแข็งแกร่งของหุ่นแบนเนอร์ แม้จะเผชิญผลเสียด้านลบมันก็ไร้ความหมาย ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้ร่างกายได้ แต่ที่เจมส์ให้เขาถอดเสื้อผ้าก็เพื่อลงโทษ ที่ทำหน้าที่บกพร่องเท่านั้นเอง

จัดการสวมหมวกเสร็จ หุ่นแบนเนอร์ในสภาพร่างกายล่องหนเดินย่ำเท้าไปที่ร้านของปลายฝน ในมือถือกล้องย้อนเวลา พร้อมถ่ายวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้า

กล้องของตัวเอกอย่างแดรี่มีความแม่นยำสูง นอกจากวันเดือนปีแล้วยังสามารถระบุเวลาได้ นับว่าคนที่สร้างเป็นอัจฉริยะแท้จริง

ด้วยกล้องดังกล่าวมันสามารถที่จะไล่ย้อนไปถึงอดีต ไล่ย้อนไปถึงระดับอสงไขย และไขความลับของการเกิดโลกหรือจักรวาลได้

ถ้าหากเจมส์เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็คงปลื้มปลิ่มกับกล้องย้อนเวลามาก

มีใครบ้างไม่อยากไขความลับของจักรวาล แต่ตัวเขามองว่ามันไกลตัวเกินไป และไม่ให้ความสนใจเรื่องราวในอดีต

ไม่นานหุ่นแบนเนอร์ก็กลับมา ยื่นกล้องคืนให้พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

“เสร็จแล้วครับเจ้านาย”

“ขอบใจ”

เจมส์รับกล้องแล้วเริ่มเปิดไฟล์วิดีโอที่บันทึกไว้

วิดีโอเริ่มเล่นเรื่องราวเมื่อเช้าของวันจากมุมสูง

มันดูเหมือนกับกล้องวงจรปิดทุกประการ สิ่งนี้คือความตั้งใจของเจมส์ ไม่งั้นหากคุณเดินเข้าไปถ่ายดุ่มๆ ตำรวจคงจะคิดว่าเป็นของปลอม ไม่ก็จัดฉากขึ้น

วิดีโอเริ่มเล่น...เล่าเรื่องราวของเช้าวันนี้

“เอ...จะเริ่มได้หรือยังวะ ตอนนี้เธอเข้าไปในครัวแล้วนะเว้ย” ชายที่สั่งอาหารกล่าว เขามากับเพื่อนอีกคน ผิวค่อนข้างดำ สักลายมังกรที่แขน ใบหน้ามีหนวดเคราแพะตรงคางยาว

“เออ เริ่มก็เริ่มวะจะได้จบงาน แต่ว่ากูต้องไม่ถูกแทงจริงนะ มึงเตรียมของพร้อมแล้วใช่ไหม” นายเอถามเพื่อนด้วยความขลาดเขลา

โชคพยักหน้า หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า “มีดปลอมที่ถูกทำขึ้นมาเหมือนในครัว เลือดไก่ใส่ถุง กูพร้อมที่จะเชือดมึงแล้ววะเพื่อน”

“ดีดี แต่ว่าก็ว่าเถอะ คนที่จ้างให้พวกเราทำแบบนี้แม่งบ้าชะมัด ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ทำไมถึงต้องยุ่งยากขนาดนั้น แค่สั่งให้กูข่มขืนก็สิ้นเรื่อง”

ร่างกายของปลายฝนที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนไม่สามารถรอดพ้นจากสายตามุ่งร้ายของเอได้ เขากระหายใคร่อยากเข้าไปขย้ำ แต่ติดตรงที่นายจ้างไม่อนุญาต

“ไปเอาผู้หญิงบาร์สิ ได้ 2 น้ำราคาแค่ 1500 เอง หรือไม่ก็พวกอยู่ใต้ต้นมะพร้าวริมทะเล ราคาถูกสุดก็แค่ 500 บาท มึงชี้นิ้วเลยว่าจะเอาคนไหน” โชคแนะนำ “วันนี้เสียแผนไม่ได้ ต้องทำงานให้เสร็จ มึงเข้าใจใช่ไหมเอ”

“เออๆ ว่าแต่กล้องนั่นจะไม่เป็นไรแน่เหรอ”

“กล้องเหรอ...” โชคหันไปมองกล้องวงจรปิดที่ถูกติดไว้ตรงมุมของร้าน ก่อนจะหัวเราะเยาะคิกคัก “ไม่ต้องกังวล กล้องมันใช้ไม่ได้ คนที่เข้ามาในร้านก่อนหน้านี้ได้ทำลายกล้องไปแล้ว หลักฐานอะไรก็ไม่มีพอที่จะจับเราหรอก”

“งั้นเหรอ...โอเคเพื่อน เริ่มกันเลย แทงกูเลย จากนั้นเทเลือดไก่ราดบนบาดแผลของกู” เอสูดหายใจเข้าลึก แอ่นอกไปด้านหน้า เตรียมพร้อมสำหรับการแทงด้วยมีดปลอม

โชคหยิบมีดทำครัวขึ้นมาแล้วเสือกแทงเข้าไปตรงอกด้านซ้ายของเอ เขารู้สึกได้ถึงแรงต้านแต่ไม่คิดอะไรมาก คิดแค่ว่ามีดเล่มนี้น่าจะทำมาสมจริง แต่แล้ววินาทีถัดมาเมื่อเอล้มลงไปบนพื้น ในสภาพมือกุมมีดทำครัวมืออีกข้างชี้หน้าเขา โชคก็รู้ว่ามีดที่ใช้แทงเพื่อนไปเมื่อครู่คือของจริง

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน