ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาข้ามเส้นที่ขีดไว้ เมื่อวันหนึ่งที่เธอจำได้ขึ้นมา เธอจะเ็ป.....
เพราะเขารู้ เขาเลยไม่ทำอย่างนั้น....
แกร็ก
“นายท่าน?” ทันทีที่ปิดประตูห้องเข้าไปก็ได้พบกับพี่ชายที่นั่งรออยู่บนเตียง คราวน์มาทำอะไรที่นี่?
“มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ” เธอเก็บอาการแล้วถามเสียงสุภาพ
“เปล่า ไม่มีอะไร” ฟีบีมองหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัย ไม่มีอะไรแล้วมาที่นี่ทำไม เหมือนมารอเธออยู่ ยังไงก็ตีความได้แค่แบบนี้ ก็นี่มันห้องนอนของเธอ
“มานี่สิ” เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ คนเป็น้องเดินไปหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย คราวน์นิ่งมองอยู่แบบนั้นโดยไม่พูดอะไร แค่มองนิ่งๆแต่อีกคนก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาเสียอย่างนั้น บรรยากาศแบบนี้คืออะไร ทำไมหัวใจต้องเต้นเร็วด้วย
“จำได้หรือเปล่า ตอนเด็กๆแม่บอกว่า พวกเรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง ให้รักกันมากๆ อย่าเห็นคนอื่นดีกว่า”
“ครับ ผมจำได้” แปลก ปกติคราวน์ไม่เคยพูดถึงเื่พวกนี้
“แล้วนายยังทำตามที่แม่สอนอยู่ไหม ยังรักและเคารพฉันในฐานะพี่ชายอยู่อีกหรือเปล่า หรือตอนนี้นายกำลังเห็นคนอื่นดีกว่าฉัน”
“ไม่ครับ ผมรักและเคารพคุณมากกว่าใคร ไม่มีวันที่จะเห็นคนอื่นดีกว่า”
“แต่สิ่งที่นายทำวันนี้ไม่ได้บอกแบบนั้น การที่นายยอมให้คนอื่นแตะเนื้อต้องตัวง่ายๆ ยอมไปกับคนอื่นง่ายๆ แบบนั้นไม่เรียกว่าเคารพฉัน”
“แต่ผมบอก.......................”
“แค่นี้นายก็ไม่เชื่อฟังฉันแล้ว นายกำลังอ้าปากจะเถียงออกมา หรือฉันพูดผิด?”
“เปล่าครับ คุณพูดถูกทุกอย่าง ผมขอโทษ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก จะไม่เห็นคนอื่นดีกว่า จะเคารพคุณแค่คนเดียว”
“แค่ความรู้สึกมันไม่พอหรอก...............ร่างกายนายก็ด้วย อย่าให้คนอื่นแตะต้องมัน เข้าใจหรือเปล่า”
“ครับ ผมเข้าใจและจะปฏิบัติตาม”
“ดีมาก ครั้งนี้จะยกโทษให้สักครั้ง” มือแกร่งยกขึ้นบีบคางแหลมเล็กให้เชิดขึ้น
“จะทำอะไรคระ........” ร่างเล็กทวนประโยคของอีกฝ่าย แต่ไม่ทันจะจบประโยคดี ริมฝีปากหนาของคนตัวโตทาบทับลงมา มันค่อยๆไล่บดเบียดไปกับริมฝีปากบาง จูบ! เธอกำลังโดนจูบ จูบแรก กับพี่ชาย ความรู้สึกที่เหมือนอึดอัดไปหมด ร่างกายเหมือนจะไม่มีแรง ถุงกระดาษใส่ของที่ซื้อมาร่วงหล่นจากมือ หัวใจยิ่งเต้นเร็วมากขึ้นไปอีก เหมือนจะหายใจไม่ทัน พยายามจะดันอีกฝ่ายออก แต่ฝ่ามือแกร่งเลื่อนมากดท้ายทอยเธอไว้ ลิ้นร้อนสอดเข้ามาในปาก ไล่ต้อนลิ้นเล็กของเธอไปทั่วปาก ถึงจะรู้สึกไม่ชิน แต่มันก็ทั้งหวานและวาบวามแบบแปลกๆ คราวน์ผละหน้าออกเพียงเล็กน้อย เว้นจังหวะให้เธอได้หายใจก่อนจะกดริมฝีปากลงไปอีกครั้ง เขางับริมฝีปากบนล่างสลับกัน ความวาบวามที่เกิดขึ้นทำให้น้องนอกไส้ของเขาถึงกับหมดแรง ขาแทบจะทรุดไปกองบนพื้น ดีที่เขาเกาะเกี่ยวเอวบางไว้ได้ทัน ที่จริงเขาอยากจะจูบเธอให้นานกว่านี้อีกหน่อย นานทีกว่าจะมีเหตุผลมาอ้างเพื่อทำตามใจตัวเอง แต่ทำยังไงได้น้องน้อยของเขายังอ่อนหัด ถ้ามากกว่านี้อีกฝ่ายคงได้เป็ลมไปก่อนแน่ เพราะความอาทรที่มีให้คนในอ้อมแขน เขาเลยถอนริมฝีปากออก พาร่างบางทรุดตัวนั่งบนเตียง กวาดมองสีหน้าตกตะลึงของอีกฝ่ายอีกนิดหน่อย ก่อนจะหมุดตัวเดินออกไปพร้อมกับคำสั่งสุดท้ายของค่ำคืนนี้
“อย่าให้ใครแตะต้องตัวนายอีก”
“.....คราวน์!” ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างตระหนก เธอลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองรอบตัว เธอยังอยู่ในห้อง บนเตียงของตัวเอง
“เมื่อกี้...ฝันไป...หรือ?” มือบางยกขึ้นแตะริมฝีปาก อยู่ๆเสียงของเกว็นเน็ตก็แว่วมาในหัว
“นายคิดยังไงกับคราวน์”
“ครับ? คิดยังไงหมายถึงอะไรเหรอครับ”
“ก็รู้สึกยังไงกับคราวน์”
“ผมรักและเคารพนายท่าน นับถือเขาเป็ทั้งพี่ชายและพ่อ”
“แล้วความรู้สึกอื่นล่ะ”
“ผมไม่เคยคิดอะไรที่ไม่ควรแบบนั้นกับพี่ชาย ผมพอใจแล้วที่เป็แบบนี้ ได้เป็น้องชายที่เขาอยากให้เป็”
“ถ้าพี่ชายสุดที่รักของเธอคิดล่ะ....”
“ไม่... ไม่มีทาง” เขาไม่มีทางคิดอย่างนั้นกับเธอ เด็กสาวสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดออกไป คิดมากเื่ที่เกว็ดเน็ตพูดเกินไปจนเก็บมาฝันแน่ๆ...
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้องสาวกลางดึก ถึงจะไม่เต็มอิ่มกับจูบเมื่อครู่ แต่เขาก็ค่อนข้างพอใจมากทีเดียว อ่อนประสบการณ์แบบนี้สิดี เพราะมีแค่เขาเท่านั้นที่สอนเธอได้
“อะแฮ่ม ฉันรู้นะว่านายเข้าไปทำอะไรในห้องเด็กคนนั้น” เขาชะงักเท้าเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนยืนรอเขาอยู่หน้าห้อง
“ขี้หึงเหมือนกันนะท่านคราวน์ผู้ยิ่งใหญ่” เกว็นเน็ตล้อเลียนใส่
“รู้ไหมตอนนี้นายเหมือนหนุ่มน้อยที่เพิ่งหัดมีความรักเลย นี่แนะนำให้นะคราวน์เพื่อนรัก ถ้าคลั่งขนาดนั้นจับกินซะก็หมดเื่”
“เด็กนั่นเป็น้อง”
“พี่น้องบ้าอะไรจูบกัน”
“แล้วเธอกับฉันเพื่อนภาษาอะไร”
“มันไม่เหมือนกัน เพราะตอนนายจูบกับฉันมันไม่หวานหยดย้อยขนาดนั้น”
“อิจฉา? อยากได้บ้าง?”คราวน์เลิกคิ้วถาม
“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากได้อะไรที่มันเหมือนเด็กอนุบาลแบบนั้น”
“อืม ได้ ฉันจะบอกลูเซียให้ว่าเธอชอบแบบร้อนแรง”
“ไม่ได้เกี่ยวกันเถอะย่ะ”
“หึๆ” เ้าของบ้านไม่พูดอะไร แค่เหยียดยิ้มให้ เขาปล่อยให้เธอยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่แบบนั้นแล้วตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องตัวเองไป
“นี่คราวน์ ฉันจะเตือนอะไรไว้อย่างนะ ฟีบีน่ะ ต่อให้นายพยายามหาอะไรต่อมิอะไรมาปกปิดเสน่ห์ของเธอ ยังไงมันก็ปิดไม่มิดหรอก บอกเลยว่าสิ่งพวกนี้มันเป็อะไรที่ไร้ประโยชน์มาก รู้ไหมวันนี้ที่เราไปเที่ยวข้างนอกด้วยกัน มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายหลายคนมองเธออย่างสนใจ”
“ฉันไม่คิดจะสนใจอยู่แล้วว่าจะมีใครที่ไหนมาสนใจเด็กนั้น เพราะเด็กนั้นเป็ได้แค่น้อง ไม่มีทางที่มันจะเปลี่ยนไปเป็ฐานะอื่น ฉันจะไม่มีวันแตะต้องเด็กนั่นเด็ดขาด”
“สักวันเมื่อเธอรู้ ไม่ใช่แกที่ลงมือก็จะเป็เธอที่ลงมือ”
“อย่ารักน้องฐานะอื่นเด็ดขาด เด็กคนนี้เป็ได้แค่น้องเท่านั้น เมื่อวันหนึ่งที่เธอรู้ คนที่เ็ปที่สุดคือเธอ”
“ฟีบี นี่! ฟีบี!” เสียงเรียกของโลเวลดังตามหลัง พวกเขาเพิ่งเลิกคลาส
“นี่! หยุดก่อน ฟีบีรอฉันด้วย” ส่งเสียงเรียกอย่างเดียวอีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดเดิน หนุ่มน้อยนักศึกษาแพทย์จึงออกวิ่ง
“นี่! เธอ ยัยหนูฟีบี” โลเวละโสุดเสียง
กึก!
แล้วมันก็ได้ผล เขารู้ว่าวิธีนี้จะหยุดเธอได้ ฟีบีไม่ชอบให้เขาเรียกหรือปฏิบัติกับเธอเหมือนที่ปฏิบัติกับผู้หญิง แต่แค่ชั่วครู่ที่ร่างเล็กเริ่มก้าวอีกครั้ง โลเวลรีบคว้าโอกาส รีบวิ่งไปให้ถึงตัวเธอ
หมับ!
“เห้อ จับ ฮึก จับได้สักที” เด็กหนุ่มพูดไปหอบไป ผู้หญิงอะไรเดินเร็วชะมัด ร่างบางพยายามแกะมือเขาออกจากแขนของเธอ แต่โลเวลไม่ยอมปล่อย
“ปล่อย ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจอีก” เด็กสาวในคราบผู้ชายพูดเสียงนิ่ง นิ่งกว่าครั้งแรกที่เจอกันซะอีก
“กว่าฉันจะจับนายได้ไม่ใช่เื่ง่ายเลย ฉันไม่ยอมปล่อยหรอก” เธอมองหน้าเด็กหนุ่มจอมดื้อตรงหน้า
หมับ!
หวืด!
พลั๊ก!
เธอคว้าแขนของเพื่อนชายเอาไว้ จับเหวี่ยง แล้วทุ่มลงกับพื่อนทันที
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก เจ็บๆๆๆ นี่นายเคยเห็นฉันเป็เพื่อนจริงๆไหมเนี่ยะ” ตอนแรกที่เขาตอบแบบนั้นเพราะคิดว่าอย่างน้อยพวกเขาก็เคยฝ่าาฝ่าเท้าของพวกอันธพาลมาด้วยกัน เธอก็น่าจะเห็นเขาเป็เพื่อนตายบ้าง ที่ไหนได้ ออมแรงสักนิดก็ไม่มี
“ผมไม่ได้เป็เพื่อนกับนาย อย่ามายุ่งกับผมอีก” เธอเหลือบมองเขาที่กออยู่บนพื้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วย
“ทำไมล่ะ ฉันทำอะไรให้นายโกรธเหรอ หรือว่าเพราะฉันก่อเื่วันนั้น ฉันขอโทษ ฉันนไม่ได้ตั้งใจ นี่ ฉันยอมปล่อยให้นายหลบหน้ามาจะอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ ยกโทษให้ฉันเถอะนะ นะๆๆๆ เรามาดีกันเถอะนะ”โลเวลส่งสายอ้อนวอนมาให้
“เอาอย่างนี้ก็ได้ ถ้านายยังโกรธอยู่ ฉันยอมให้นายอัดฟรีๆเพื่อระบายอารมณ์ก็ได้ ฉันยอมทุ่มสุดตัวเลย” เมื่อเห็นเพื่อนชายไม่แท้ของตัวเองยังนิ่ง เ้าตัวเลยทุ่มหมดน่าตักยอมยื่นข้อเสนอใหม่ ข้อเสนอของเขาทำให้อีกคนถึงกับนิ่งไปนิด เธอไม่คิดว่าอีกคนจะลงทุนขนาดนี้ เพื่ออะไรกัน เป็เพื่อนกับคนอย่างเธอ จะมีอะไรดี นอกจากนำความเดือดร้อนมาให้
“ทำไม.......ทำไมถึงยังอยากจะเป็เพื่อนกับผมอีก”
“หืม.....แล้วทำไมต้องมีเหตุผลด้วยล่ะ ก็เราเป็เพื่อนกัน ตอนนี้นายโกรธ ฉันก็ต้องง้อ ก็ถูกแล้วไง” พ่อคนอ่อนต่อโลกตอบหน้าซื่อ เขาเคยเข้าใจสถานการณ์อะไรบ้างไหม ฟีบีคิดอย่างเอือมระอา
“นายก็เห็น ครอบครัวของผม คนรอบข้างของผมเป็ยังไง พวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา คิดจะยิงใครหรือทำร้ายใครก็ลงมือได้โดยไม่ลังเล” นี่คือเหตุผลที่เธอตีตัวออกห่างโลเวลใน่หลายวันมานี่ กลัวทำเขาเดือดร้อน และก็คิดว่าเขาคงรังเกียจเธอ ไม่อยากจะเป็เพื่อนกับเธออีกแล้ว ไม่มีใครอยากเป็เพื่อนกับคนเลว
“ก็แล้วทำไมอะ มันเท่ดีออก ฉันอยากมีเพื่อนเป็คนไม่ธรรมดามานานแล้ว เอาไว้ข่มคนอื่นตอนมีเื่ เห้ย ฉันมีเพื่อนเป็ทายาทแก็ง ไม่อยากตายก็ถอยไป อะไรแบบนั้น” เขาพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ผิดกับอีกคน สำหรับเธอแล้ว การทำร้ายคนอื่นอย่างเืเย็นไม่ได้เป็เื่น่าภาคภูมิใจสักนิด เพราะนั่นเท่ากับเธอเองมีจิตใจไม่ต่างจากสัตว์ร้าย แต่ว่า ชีวิตคนเรามันไม่มีสิทธิ์เลือกมากขนาดนั้น เธอเป็คนของตระกูลเซนเลอร์แวนด์ ถ้าไม่ฆ่าเขาก็ถูกเขาฆ่า ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่ฆ่าใคร แต่การให้คนอื่นฆ่าเพื่อปกป้องเธอ ผลของมันก็ไม่ต่างกัน เธอก็เป็คนบาปเหมือนกับพวกเขา และอีกไม่นานมือของเธอก็ต้องเปื้อนเืไม่ต่างจากพวกเขา
“นายไม่เข้าใจ มันไม่มีอะไรดีหรอก คนแบบผม” เธอบอกเพื่อนเสียงหม่นก่อนจะก้าวออกห่าง
หมับ!
โลเวลคว้าข้อเท้าเธอไว้ เขาส่งยิ้มมาให้ ยิ้มอย่างจริงใจ
“เพราะเราเป็เพื่อนกัน ฉันมีเหตุผลให้นายแค่นี่ นายเป็เพื่อนของฉัน ไม่ใช่ครอบครัวของนาย”
“...เห้อ” เสียงถอนหายใจของเพื่อนทำให้โลเวลเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย
“จับสิ” ฟีบียื่นมือมาให้จับ เด็กหนุ่มยิ้มดีใจ ฟีบีเองก็ยิ้ม คำตอบของอีกฝ่ายทำให้คนฟังอย่างเธอรู้สึกเหมือนมวลที่อยู่ในใจค่อยๆจางหายไป นั่นสินะ เพราะเป็เพื่อนกัน ไม่เห็นต้องมีเหตุผลอะไรให้มากมาย
“เจ็บเป็บ้าเลย เอวต้องเคล็ดแน่ๆเลย นายต้องดูแลฉันดีๆนะโอเคไหม” อีกคนบ่นพลางเอากำปั้นทุบเอวตัวเอง
“นายหาเื่เอง ผมเตือนนายแล้ว”
“เออ ไอ้คนไร้หัวใจ”
ปี๊นนนนนนนนน
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงกดแตรดังลั่นพร้อมกับรถซุปเปอร์คาร์ยี่ห้อดังพุ่งมาจอดตรงหน้าพวกเขาสองคน กระจกถูกลดลงเผยให้เห็นใบหน้าคนขับ
“ไฮ” ร่างบางคุ้นตาในชุดสีแดงเพลิงที่เธอโปรดปรานทักทายด้วยเสียงหวาน ริมฝีปากแดงเหยียดยิ้มให้
“...สะ สะ สวยชะมัด” โลเวลเบิกตากว้าง พูดชมราวกับละเมอ เกิดมาไม่เคยเจอใครสวยขนาดนี้มาก่อนเลย นางฟ้าชัดๆ
“คุณเกว็นเน็ตมา....”
“พี่จ้ะ เด็กน้อย เตือนกี่ทีก็ไม่เคยจำเลยนะ”
“เอ่อ ขอโทษครับ พี่เกว็นเน็ตมาได้ยังไง”
“ขับรถมาจ้า”
“ผมหมายถึงมาทำอะไรที่นี่”
“มารับเธอกลับบ้านไง นี่ฉันอุส่าขโมยลูกรักของคราวน์มาขับเลยนะ ถ้ารู้เข้าละก็มีหวังเฉดหัวฉันกลับอิตาลีแน่ แต่ถ้าทำให้ตาคนโรคจิตนั่นโมโหได้ฉันก็พอใจ” ที่จริงไม่ใช่คราวน์หรอกที่เป็แบบนั้น ผู้หญิงตรงหน้าก็โรคจิตไม่แพ้กัน ไม่อย่างนั้นคงเป็เพื่อนกันไม่ได้ เธอขยันเหลือเกินกับการสร้างเื่ให้คราวน์โมโห แต่ก็โดนเขาเอาคืนทุกรอบไป แต่ก็ไม่เคยเข็ด
“เอ่อ พี่ครับ พี่สวยจังเลย เกิดมาผมไม่เคยเห็นใครสวยเท่าพี่มาก่อนเลย” เสียงของโลเวลเรียกสองคนให้หันมอง เธอเห็นสายตาของเพื่อนก็ได้แต่คิดว่านี่ก็โรคจิตอีกคน เห็นผู้หญิงสวยไม่ได้เลยจริงๆ
“ขออบใจจ้ะหนุ่มน้อย เป็เพื่อนของฟีบีเหรอ”
“ครับ ผมเนี่ยเพื่อนรักที่สนิทที่สุดของฟีบีเลยครับ” เด็กหนุ่มรีบเอาหน้าทันที
“มารับผมไม่ใช่เหรอครับ ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะ” ฟีบีเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกด้าน เธอสอดตัวเข้าไปนั่งทันที ไม่ได้สนใจจะล่ำลาเพื่อนแม้แต่น้อย
“ถ้าอย่างนั้น พี่สาวไปก่อนนะหนุ่มน้อย ไว้เจอกันใหม่นะ”
“ครับ บ้ายบายครับ”
“เรียนเป็ยังไงบ้างสนุกไหม”
“ก็สนุกดีครับ”
“เหรอ นี่เล่าให้ฟังหน่อยสิ ไปขอร้องอ้อนวอนอิท่าไหน คราวน์ถึงอนุญาตให้เรียนหมอ”
“ก็ไม่ได้อ้อนวอนนะครับ ผมแค่บอกไปตรงๆว่าอยากเรียน”
“ห๊ะ อะไรกันยอมง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ครับ”
“หึ” หญิงสาวคนสวยเหยียดยิ้ม แววตาเ้าเล่ห์เหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ฟีบีถามอย่างสงสังเมื่อสังเกตว่าเกว็นเน็ตมีท่าทีเปลี่ยนไป
“ช่วยอะไรหน่อยสิ”
“ครับ?”
“กดโทรศัพท์รายงานพี่ชายของเธอหน่อยว่าตอนนี้มีรถน่าสงสัยประมาณสามคันขับตามเรามา” ฟีบีบหันไปมองข้างหลังทันที แล้วก็จริงอย่างที่เ้าตัวบอก
ตืดดดด...
((ครับ)) รอสายไม่นานก็มีคนรับ
“คุณลูเซีย ตอนนี้มีคนขับรถตามพวกเรามา”
((ตอนนี้นายน้อยอยู่ที่ไหนครับ))
“อยู่ระหว่างทางกลับบ้านครับ.......”
เอี๊ยดดดด
ปรืดดดดดด
“เราไปต่อไม่ได้ข้างหน้ามันมีรถของพวกมันจอดอยู่ เราสองคนปะทะกับมันก็คงไม่รอด” คนขับบอกเสียงนิ่ง
((นายน้อย นายน้อยครับ)) เสียงเรียกของลูเซียดังขึ้นในสาย
“บอกเขาว่าตอนนี้พวกเขาถูกต้อนให้ไปตามถนนสายนอกเมืองทางทิศตะวันออก” ฟีบีรีบทำตามคำแนะนำของเกว็นเน็ตทันที
((ผมจะรีบไปช่วยนะครับ ดูแลตัวเองด้วย เกิดอะไรก็รีบติดต่อมาหาผมทันทีนะครับ))
“ครับ” เธอรับคำก่อนจะรีบวางสาย หันมาสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้า
“พกปืนหรือเปล่า”
“ครับ” เธอก้มลงปลดปืนที่คาดไว้ที่ข้อเท้าออกมา
“เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ เราอาจต้องฝึกภาคสนามกันวันนี้ แต่ไม่ต้องกลัวนะเด็กน้อย ฉันจะดูแลเธอเอง เพราะถ้าฉันปล่อยให้นายเป็อะไรไป ชีวิตฉันก็คงไม่เหลือเหมือนกัน”
“ที่พูด หมายความว่ายังไงหรอครับ”
“หึๆ หมายถึงพี่ชายเธอไง”
เอี๊ยด!!!
ปรืน!!!
“สงสัยมันคงไม่ยอมให้พวกเราได้เลี้ยวไปทางไหนเลยจริงๆ” ทางเลี้ยวสองข้างทางถูกพวกมันดักไว้หมด หรือถ้าเจอซอยเล็กๆพวกมันก็จะเบียดเข้าเลนด้านในไม่ยอมปล่อยโอกาสให้เกว็นเน็ตได้เลี้ยว พวกมันพยายามเหยียบคันเร่งขึ้นมาประกบด้านข้าง บังคับให้เธอขับไปทางตรงเท่านั้น เธอคาดเดาว่าเพราะยังมีรถขับผ่านไปมาและมีบ้านเรือนของชาวบ้านอยู่ใกล้ๆ พวกมันเลยยังไม่จัดการเด็ดขาด
“ผมจะช่วยคุณเอง” ฟีบีลดกระจกฝั่งตัวเองลงแล้วยิงไปที่ล้อรถของอีกฝ่าย
ปัง!!!
ฟืด!!!
เอี๊ยด!!!
โครม!!!
“ฮาๆๆ เก่งนี่นา” เกว็นเน็ตหัวเราะอย่างสะใจ
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...
เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นอีกครั้ง แต่ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำให้เธอนิ่งไปนิด
ติ๊ด ติ๊ด...
“รีบรับเถอะ ป่านนี้คงเป็ห่วงแล้ว” เกว็นเน็ตเหลือบมองหน้าจอ เห็นชื่อคนโทรเข้าก็ยกยิ้ม
“ครับ”
((ทำไมไม่นายรายงานฉัน)) เสียงสุขุมเป็เอกลักษณ์ดังขึ้น
“ผมไม่อยากรบกวน อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร” คำตอบของเธอทำให้ปลายสายถึงกับกัดฟันแน่น
((อย่าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาฉันอีก!))
“เอามานี่มา” เกว็นเน็ตที่นิ่งฟังอยู่นานคว้าโทรศัพท์ไปพูดเอง อ้ำอึ้งกันอยู่ได้ วันนี้จะคุยกันรู้เื่ไหม
“นี่คราน์ ฉันก็ไม่ได้อยากจะแทรกแซงเื่ในครอบครัวของคุณหรอกนะ แต่ช่วยจัดการเื่นี้ให้ฉันก่อน อีกไม่ถึงยี่สิบกิโลก็จะเป็หน้าผาแล้ว ตอนนี้มันก็ยกโขยงกันกันมาเต็ม เชื่อว่ามากกว่าสิบคน เราสองคนมีปืนแค่สองกระบอกกับมีดพกอีกหนึ่งอัน ต่อให้ฉันเก่งแค่ไหนก็คงไม่รอด เก็บเื่พวกคุณไว้เคลียร์กันตอนที่เจอหน้า ตอนนี้มาจัดการไอ้พวกเหลือบไรนี่ก่อน” พูดจบเธอก็กดตัดสายทิ้งทันที
“คุณลูเซียรายงานมาว่า ตอนนี้นายน้อยกับคุณเกว็นเน็ตอยู่แถวถนนนอกเมืองทางทิศตะวันออกครับ อีกยี่สิบนาทีคนของเราจะไปถึงที่นั่น” เอเดนเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บรรยากาศมีแต่ความกดดันเพราะอารมณ์ของคราวน์
“เตรียมรถฉันจะไปที่นั่น” คนที่นิ่งมองโทรศัพท์อยู่นานเอ่ยปากขึ้น
“แต่ทางโน้นกำลังรออยู่” วันนี้บอสของพวกเขามีนัดตกลงเซ็นสัญญากับบริษัทชื่อดังของอังกฤษ มันเป็การร่วมทุนทั้งบนดินและใต้ดิน ถ้าทำงานนี้สำเร็จ บริษัทจะมีกำไรมหาศาลและจะแพร่อิทธิพลไปในอังกฤษ
“บอกยกเลิกไปซะ แล้วไปเตรียมรถ”
“นายท่านไม่จำเป็ต้องไปเองก็ได้......”
“ฉันบอกให้เตรียมรถ”
“ครับ” เมื่อสบกับแววตาวาวโรจน์ เอเดนจำต้องก้มหน้ารับคำแต่โดยดี
สองข้างทางตอนนี้มีแต่ป่ารกทึบ ไม่มีบ้านคน ตะวันตกดินไปแล้ว โชคดีที่มีแสงไฟข้างถนนพอให้มองเห็นทางอยู่บ้าง ตอนนี้รถที่ตามหลังมาก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น
ปัง ปัง ปัง!!!
เอี๊ยด!!!
“เวรเอ้ย!!!” เกว็นเน็ตสบถออกมา ตอนนี้รถของพวกเธอโดนยิงที่ล้อหลัง เธอกำลังพยายามควบคุมรถที่กวัดแกว่งไปมาจนแขนล้าไปหมด แม้จะเป็อย่างนั้นเธอยังไม่ปล่อยเท้าออกจากคันเร่ง ...ต้องขับต่อไปจนกว่าพวกของคราวน์จะตามมาช่วย...
ปรืน!!!
ปัง ปัง!!!
ฟีบีเองก็พยายามช่วยเธอหันไปพยายามยิงตอบโต้กลับไป แต่เห็นได้ชัดว่าฝั่งตรงข้ามก็มีฝีมือไม่น้อย เพราะครั้งนี้พวกมันบังคับรถให้พ้นจากวิถีะุของเธอได้อย่างคล่องแคล่ว
ปรืน!!!
เอี๊ยด!!!
ตอนนี้พวกเธอกำลังเข้าตาจน สถานการณ์กำลังวิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าลมรถที่ถูกยิงเจาะล้อรั่วออกมาหมดเมื่อไหร่ ความเร็วของรถก็จะลดลงไปอีก ไหนจะะุที่มีอย่างจำกัด และพวกศัตรูก็พยายามบีบให้พวกเธอขับไกลจากตัวเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเห็นจำนวนรถเกือบสิบคันที่ตามมาด้านหลังยิ่งทำให้เกว็นเน็ตเคร่งเครียดจนเหงื่อซึม
...โธ่โว้ย ตาทึ่ม ช้าจริง ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ...
“พี่เกว็นไหวไหมครับ” ไม่รู้ทำไม ตอนนี้พวกมันไม่ค่อยยิงกลับมาแล้ว แต่ยังคงไล่ตามมาไม่ปล่อยให้มีจังหวะหนีไปทางไหน
“ไม่ไหวก็คงต้องไหว แต่ว่าทำยังไงดีล่ะ เดี๋ยวชุดโปรดของพี่ต้องขาดแน่เลย” หญิงสาวทำหน้าเสียดาย ในขณะที่ฟีบีมองไปที่ชุดสวยของเธอ
“...ไว้ผมจะให้คราวน์ซื้อให้ครับ”
“ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ แต่ว่าทำยังไงดีล่ะ อีกแค่ไม่กี่กิโลเมตรก็จะเป็หน้าผาแล้ว เราคงรอให้พี่ชายของเธอมาช่วยไม่ได้แล้ว... เอายังไงดีล่ะ ะโหน้าผาไปเลยดีไหม แบบขับทยานออกไปเลย แล้วค่อยะโหนีลงน้ำจากกลางอากาศ”
“ถ้าอย่างนั้นเราคงช้ำในตายหรือไม่ก็หัวกระแทกตายครับ เพราะข้างล่างไม่มีน้ำ มีแต่ก้อนหินครับ”
“อ่า...แผนนี้ใช่ไม่ได้”
เอี๊ยด!!!
ปรืน!!!
“ถ้าอย่างนั้นก็ยอมมอบตัวแล้วรอพี่ชายเธอมาช่วยดีไหม”
“แล้วถ้าพวกมันฆ่าพวกเราั้แ่ตอนที่เรายกมือยอมแพ้ล่ะครับ”
“แผนนี้ก็ไม่ได้เหรอ” เธอเม้มปากพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นคงต้องแผนสุดท้าย”
“ครับ?” ในขณะที่ฟีบีหันไปมองอย่างสงสัยก็เห็นอีกฝ่ายกำลังมองไปที่ริมถนนข้างทาง
“อ่า เจอล่ะ นี่ หนุ่มน้อยช่วยพี่สาวบังคับพวกมาลัยรถหน่อยสิ เริ่มสิ” เธอจับมือฟีบีมาบังคับพวกมาลัยรถแล้วแง้มประตูฝั่งตัวเองให้เปิดออก
ปัง ปัง ปัง!!
หลังจากที่เกว็นเน็ตยิงะุออกไป เธอก็ก้มลงยื่นมือออกไปหยิบบางอย่างมาจากพื้นถนน เสร็จแล้วก็ปิดประตู พยักหน้าให้ฟีบีกลับไปที่เดิม
ปัง ปัง!! อีกฝ่ายยิงสวนกลับมา
“อะไรครับ”
“ทางรอดของเรา ในลิ้นชักมีะุปืนอีกเท่าไหร่”
“สองแม็กครับ”
“แบ่งกันคนละอัน พอเลยโค้งข้างหน้านี้ไป พี่จะจอดรถให้เรารีบะโลงไป แล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่า”
“แล้วพี่เกว็นล่ะครับ”
“ทำตามที่พี่บอก พี่ไม่ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่หรอกนา ตอนนี้คิดพวกคราวน์คงจะใกล้ถึงแล้ว พวกเราหนีเข้าป่าไป คิดว่าอีกไม่เกินสิบนาทีคราวน์คงจะหาพวกเราพบ โทรศัพท์ของเธอพวกติดตัวไว้อย่างให้หล่นหายเด็ดขาด มันมีเครื่องติดตามตัวอยู่ เข้าใจที่พี่พูดไหม”
“ครับ!”
“เอาล่ะ ผ่านโค้งนี้ไปเตรียมให้พร้อม”
ปรืน!!
เกว็นเน็ตเพิ่มความเร็วขึ้นอีกครั้งเพื่อให้พ้นระยะห่าง ใน่ที่เข้าโค้ง เธอเล็งยิงออกไปที่จะงอยผาที่ยืนออกมา ทำให้เศษหินพังทลายลงมาบางส่วน พอเป็อุปสรรคให้รถคันด้านหลังได้บ้าง เพราะมันทำให้รถด้านหลังผ่อนความเร็วลงเล็กน้อย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอทิ้งระยะห่างออกไป เมื่อผ่านโค้งเข้าสู่ทางตรงได้หลายร้อยเมตร
เอี๊ยด!!
เธอเหยียบเบรกรถกะทันหัน พร้อมส่งสัญญาณให้ฟีบีะโลงไป จากนั้นเธอสับเกียร์รถให้เป็เกียร์อาร์ รอเมื่อรถของศัตรูพุ่งเข้ามาใกล้แล้ว เธอเหยียบคันเร่งถอยกลับไป แล้วก้มลงใช้ก้อนหินที่เก็บขึ้นมาก่อนหน้านี้ทับคันเร่งไว้ แล้วะโลงจากตัวรถ เพราะความเร็วของรถที่เคลื่อนถอยกลังทำให้่ตัวซีกซ้ายกระแทกกับประตูรถ กระเด็นออกไป ฝ่ายศัตรูพยายามจะเบี่ยงรถหนี แต่ไม่ทันแล้ว
โครม!!!
รถของเธอถอยชนเข้ากับรถของพวกมันคันแรก และคันที่เหลือก็ชนตามหลังกัน มีสามสี่คันที่พอจะเบี่ยงหลบได้ทัน
เกว็นเน็ตพลิกตัวนอนคว่ำ ยกตัวขึ้น และเล็งยิงไปที่ถังน้ำมันของรถ
ปัง!
ตูม!
แรงะเิกระแทกใส่ตัวเธอจนกระเด็นออกไปหลายเมตร หญิงสาวปวดร้าวไปทั้งตัวเพราะอาการช้ำใน จนแทบจะลุกไม่ขึ้น
“คุณเกว็น พี่เกว็นเน็ต เป็อะไรหรือเปล่า” ฟีบีที่หมอบอยู่ที่ต้นไม้อีกฝั่งทันทีที่ได้สติ เธอรีบวิ่งมาประคองเกว็นเน็ตไว้ พยายามตบแก้มบางเบาๆเพื่อเรียกสติ จนร่างระหงค่อยๆลืมตาขึ้นมา ตรงขมับมีเืไหลซึมออกมาตามรอยแผลที่แตก
“...เด็กโง่ทำไมไม่หนีไปอีก” ฟีบีไม่สนใจเสียงบ่น เธอหันไปมองกลุ่มศัตรูที่าเ็เพราะแรงะเิเหมือนกัน เมื่อเห็นว่ายังมีโอกาสหนี เธอประคองร่างพี่สาวขึ้นมาแบกไว้บนบ่า ถึงแม้เกว็นจะร่างสูงใหญ่กว่าเธอเล็กน้อย แต่เพราะการฝึกที่ผ่านมาทำให้เธอมีแรงมากพอที่จะแบกอีกฝ่ายไปได้ไกล
ร่างบางลัดเลาะไปในป่าที่อยู่ริมถนน ที่นี่เป็รอยต่อกับพื้นที่ของอุทยาน ทำให้ในเวลามืดค่ำอย่างนี้ไม่มีใครใช้เส้นทางนี้เลย นอกจากถนนเส้นนี้ สองข้างทางมีแต่ป่า ูเาหิน และหน้าผา
“พี่เกว็นอดทนไว้นะครับ” เธอบอกเมื่อรับรู้ได้ว่าร่างระหงเริ่มไม่ขยับแล้ว ในขณะเดียวกันสายตาของเธอก็กวาดตามองรอบๆอย่างระมัดระวัง พยายามมองหาทางรอดให้ตัวเองไปด้วย
พรึบ!
ฟีบีรีบพุ่งเข้าไปหลบในพุ่มไม้เมื่อสังเกตเห็นแสงไฟจากที่ไกลๆ ...แย่แล้ว พวกมันยังตามมาอยู่
ครั้งนี้แย่แล้วจริงๆ จำนวนคนว่าเสียเปรียบแล้ว ะุก็กำลังจะหมด แรงกายของเธอก็ตกลง จนใกล้จะหมดแรงเต็มที ...คงต้องเสี่ยงแล้ว...
ฟีบีตัดสินใจจัดท่าจัดทางเกว็นเน็ตให้มิดชิด จากสายตาของศัตรูมากขึ้น ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมาแล้วรัดไว้กับที่เก็บปืนพกที่ต้นขาของพี่สาว
...หวังว่าคราวน์จะตามมาเจอ...
เสร็จแล้วเธอวิ่งหนีไปอีกทาง เมื่อเห็นว่าไกลจากเกว็นมากพอแล้ว ก็เหยียบเศษไม้ให้มีเสียงดัง
“เห้ย ทางนั้น”
ปัง! ปัง!
“อย่ายิง” เสียงพวกมันอีกคนดังขึ้น
“เห้ย! มันอยู่นั่นตามไป” หนึ่งในพวกมันคนหนึ่งติดกับ เรียกให้พรรคพวกตามเธอไป โชคดีอยู่บ้างที่ตะวันตกดินแล้ว ความมืดช่วยพลางตาพวกมันไว้
ฟีบีไม่รู้ว่าเธอวิ่งมานานแค่ไหนแล้ว รู้แค่ว่าตอนนี้เธอเริ่มขยับขาไม่ออก ร่างเล็กจึงอ้อมมาหลบหลังต้นไม้ เธอหันกลับไปมองว่าพวกด้านหลังตามมาหรือไม่
แกร็ก!
“ยกมือขึ้น” อยู่ๆฟีบีก็ถูกกระบอกปืนจ่อที่ด้านหลัง เธอพลาดเอง มันแต่ระวังพวกอีกด้าน จนลืมระวังด้านหลัง เธอค่อยๆยกมือขึ้นตามคำสั่ง
ฉึก!
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงลงมีด
“พี่เกว็น ไม่เป็ไรแล้วเหรอครับ” เป็เกว็นเน็ตนั่นเองที่ลอบเข้ามาจัดการกับคนที่อยู่ด้านหลังของเธอ คว้าตัวมันเข้ามาก่อนที่จะใช้มีดพกประจำตัวปาดไปที่คออย่างรวดเร็ว
“จ้า ได้พักสี่ห้านาทีก็ดีขึ้นมากแล้ว เธอพักบ้าง เดี๋ยวพี่ล่อมันไปอีกทาง”
หลังจากนั้นเธอก็วิ่งออกไปให้พวกมันเห็น”
“เห้ย! แก”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ชายฉกรรจ์อีกคนเห็นเธอเข้า มันสาดกสะสุนใส่ทันที เกว็นเน็ตจำต้องวิ่งหลบ ตอนนี้ในปืนเธอเหลือะุอีกสองนนัด เธอไม่อยากใช้มันถ้าไม่จำเป็
“เห้ยแก อย่ายิงมั่วซั่ว ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ถ้าโดนคุณหนูเข้านายใหญ่ต้องไม่พอใจแน่” เสียงตะคอกดังขึ้น
“ครับพี่” เกว็นเน็ตที่หลบอยู่ไม่ไกลได้ยินมันเข้า คิดไว้ไม่มีผิดจริงๆ
“อั๊ก! แก.................”
ปัง ปัง ปัง! ! !
ชายอีกคนที่โดนเกว็นเน็ตจัดการไปแล้ว รวบรวมเรี่ยวแรงที่มือขยับยิงปืนขึ้นฟ้าส่งสัญญาณบอกเพื่อน
“เอ้ย! มันอยู่นั้น
ปัง ปัง! ! !
พวกมันจัดการยิ่งถล่มใส่เธอ
แควก!
“ชิส์ ขาดซะได้” เกว้นเน็ตก้มมองชุดสีแดงตัวโปรดขาดจนถึงเนินขาอ่อน
แควกกกกกกกก! ! ! เธอจัดการฉีกเศษกระโปรงที่ขาดออกเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
“เมื่อกี้ผมเห็นมีแค่ผู้หญิงคนเดียวใส่ชุดสีแดง คุณหนูไม่ได้อยู่ที่นี่พี่”
“อะไรนะ มันต้องใช้ตัวเองเป็ตัวล่อแน่ หาตัวคุณหนูให้เจอ”
“เวรเอ้ย ให้มันได้อย่างนี้สิ” เกว็นเน็ตสบถอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อแผนแตก และตอนนี้มันกำลังกระจายกำลังกลับไปทางเดิมเพื่อหาตัวฟีบี อีกไม่นานมันต้องเจอตัวเธอแน่
แกร็ก! ! !
“อย่าขยับ” ในตอนที่เกว็นเน็ตออกจากที่ซ่อนจะย้อนกลับไปช่วยฟีบี ชายอีกคนก็จี้ปืนมาหาเธอจากด้านหลัง
“แกเสร็จฉันแน่นังตัวแสบ ค่าหัวแกก็ไม่ใช่น้อยๆ รับรองว่าครั้งนี้นายใหญ่จะต้องตกรางวัลให้ฉันอย่างงามแน่ ลงนรกซะ!”
ปัง!
เกว็นเน็ตหันไปมองด้านหลังเมื่อรู้สึกตัวว่าคนที่เอาปืนจี้เธออยู่ล้มลง
“คุณเกว็นเน็ต เป็อะไรหรือเปล่าครับ” เอเดนวิ่งเข้ามาถาม
“กว่าจะมาได้นะพวกนาย ไม่รอให้ตายๆกันไปให้หมดก่อนล่ะ”
“ขอโทษครับ แต่กว่าพวกเราจะฝ่ามาถึงที่นี่ได้ก็แทบแย่เหมือนกัน ระหว่างทางมีคนของพวกเขามันดักรอพวกเราอยู่เต็มเลยครับ”
“มันคงคิดจะใช้ฟีบีเป็ตัวล่อคราวน์ออกมา ในขณะเดียวกันก็มาจัดการกับฟีบีด้วย”
“ครับ คนของเราเจ็บไปเยอะเหมือนกัน มันต้อนพวกคุณออกมานอกเมือง คงตั้งใจให้เป็แบบนี้ั้แ่แรกแน่ ตอนนี้คุณลูเซียจัดการพวกนั้นอยู่ ส่วนผมกับนายท่านมาช่วยพวกคุณที่นี่ก่อน”
“อืม เรารีบไปเถอะ ฉันให้ฟีบีซ่อนตัวอยู่อีกด้าน”
“ตอนแรกผมคิดว่าคุณอยู่กับนายน้อยเสียอีก พวกเราตามเครื่องติดตามตัวมาครับ”
ได้ยินอย่างนั้น เกว็นเน็ตจึงจับตัวเองดู ก่อนจะเจอโทรศัพท์ของเด็กสาวใส่อยู่ที่รัดปืนพกตรงต้นขา เพราะมัวแต่รีบร้อน เกว็นเน็ตจึงไม่ได้สังเกต
เสียงฝีเท้าค่อยๆย่องเข้าใกล้ร่างบางที่สลบไหลอยู่ตรงโคนต้นไม้อย่างเงียบเชียบ มันค่อยๆยกปืนขึ้นจะจ่อไปที่ร่างบาง
พลั๊ก!
แต่เพราะมัวแต่จับจ้องอยู่กับใบหน้าของเธอ ฟีบีฉวยโอกาสกวาดเท้าเตะเข้าที่ขาของอีกฝ่ายจนล้มตึง พอมันเสียหลัก เธอพุ่งเข้าไปพยายามจะแย่งปืนมา แต่มันก็จับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทั้งคู่พยายามยื้อแย่งกันไปมาไม่มีใครยอมใคร ฟีบียึดกระบอกปืนไว้ก่อนจะพลิกตัวแล้วใช้ศอกเสยใส่ปลายคางอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“อ้าก!”
เพราะความเ็ปที่ได้รับทำให้เผลอปล่อยมือ ฟีบีคว้าปืนมาอยู่ในของตัวเองได้ก็ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเล็งปลายกระบอกมืนไปที่อีกฝ่ายทันที
พลั๊ก! เธอตัดสินใจฟาดด้ามจับไปที่ต้นคอของอีกฝ่ายจนสลบเหมือด
ฟีบีกวาดตามองรอบๆตัว เธอสังเกตเห็นว่าเส้นทางหนึ่งมีร่องรอยต้นไม้หักไปเป็ทางยาว เกว็นเน็ตน่าจะล่อพวกมันไปทางนั้น เธอตัดสินใจตามไปทันที
หมับ!
แกร็ก!
อยู่ๆก็มีมือปริศนามาคว้าแขนเธอไว้จากข้างหลัง สัญชาตญาณทำให้เธอยกปืนจ่อกลับไปที่อีกฝ่ายทันที
“ที่เล็งมาน่ะ กล้ายิงหรือเปล่า” น้ำเสียงเย็นๆที่เต็มไปด้วยการดูถูกของคนคุ้นเคยทำให้เธอลดปืนลง
“นายท่าน!” คราวน์เดินนำการ์ดอีกสี่คนเข้ามา
“เกว็นเน็ตอยู่ไหน” คราวน์ตรงเข้ามาหาเธอพลางเอ่ยถามออกมา ในขณะที่คนอื่นๆ กระจายตัวออกไปที่จุดต่างๆ เพื่อตั้งรับศัตรู
ฟีบีเมื่อได้ยินคำแรกที่อีกฝ่ายเอ่ยปากหลังจากที่พบหน้ากัน สองมือบางกำปืนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหน่วงก็เต็มตื้นขึ้นมาในใจเสียอย่างนั้น
“พี่เกว็นล่อพวกมันไปทางข้างหน้านี่ครับ ผมกำลังจะไปช่วย”
“ไม่จำเป็ กลับไปที่รถซะ! คนของเรารอยู่” คราวน์มองตามสายตาของเธอไป ก่อนจะบอกเสียงเรียบ
“ผมจะไม่ทิ้งพี่เกว็น”
“ไอ้คนที่ยังไม่กล้ายิงปืนใส่ศัตรู มันช่วยใครไม่ได้หรอก มีแต่เป็ภาระ” เขาบอกโดยไม่หันมามอง
“ผมจะ......”
ปัง!
“หลบ” คราวน์กดศีรษะของเธอให้ก้มต่ำลง จนแก้มเนียนแนบไปที่หน้าอกของเขา อ้อมแขนแกร่งโอบเธอไว้แน่น รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของเขาด้วย นิ่งสงบไม่หวั่นไหว ความอุ่นจากตัวเขาที่ซึมผ่านเสื้อผ้าให้ความรู้สึกปลอดภัย
ปัง!
ปัง!
ปัง!
แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่ฟีบีไม่ได้จดจ่ออยู่กับมันสัดนิด ในหัวของเธอมีแต่เื่ที่ว่าคราวน์กำลังปกป้องเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา เสียงปืนดังก้องป่าไม่ได้ดังเข้าหูเธอสักนิด เธอรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อบอุ่นมาก...
ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง!
การปะทะกันยังคงดำเนินต่อไป คราวน์คาดเดาจำนวนของพวกมันคร่าวๆน่าจะมีประมาณสิบกว่าคน กระจายตัวกันอยู่สามจุด พวกมันพยายามล้อมเข้ามา แต่ชายหนุ่มพยายามยิงสกัดเอาไว้ ฟีบีเพิ่งจะได้สติ เธอนึกขึ้นมาได้ว่าเป็บอดี้การด์ของเขาก็ควรเป็ฝ่ายปกป้อง ไม่ใช่หลบอยู่ในอ้อมแขนของเขา เธอพยายามดันตัวเองออกมาอยู่ด้านหน้า คิดจะใช้ร่างตัวเองกำบังร่างสูงเอาไว้
“อยากตายรึไง อยู่นิ่งๆซะ” คราวน์กระชากคอเสื้อเธอมาตะคอกใส่หน้าอย่างหงุดหงิด เขาดันเธอกลับไปอยู่ข้างหลัง
ปัง! ปัง!
ปัง!
“อั๊ก! ชิส์ โดนเข้าจนได้ เห็นหรือยังเพราะความดื้อรั้นของเธอมีแต่จะทำให้แย่ลง” คราวน์ว่าอย่างหงุด ยกมือซ้ายแตะตรงต้นแขนขวา ตอนนี้มันมีเืไหลออกมาไม่หยุด เพราะมัวแต่เถียงกันเลยโดนลูกตะกั่วเฉือนเข้าให้
ควิ๊ก!
เสียงผิวปากของใครบางคนดังขึ้น ก่อนที่กลุ่มคนประมาณเจ็ดแปดคนจะเช้ามาสมทบ เป็กลุ่มของพวกของเอเดนและเกว็นเน็ตนั่นเอง
“จัดการได้เลย” คราวน์สั่งเอเดนเสียงเฉียบขาดทันทีที่กวาดตามองทุกคนจนแน่ใจว่าคนของเขามารวมกันอยู่ที่นี่ครบแล้ว
“นายท่านพานายน้อยกับคุณเกว็นไปก่อนเลยครับ”
“ไม่ ฉันจะอยู่ที่นี่ด้วย เมื่อกี้ไอ้เวรพวกนั้นมันเล่นฉันซะแสบ มันบังอาจมาทำชุดสุดที่รักของฉันเสียหาย มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต” เสียงแหลมแสบหูของเกว็นเน็ตค้านขึ้น ตอนนี้เธอกำลังโมโหเืขึ้นหน้า เธอ้าเห็นพวกมันร่างแหลกกับตา คราวน์ไม่ได้คัดค้านอะไร เขาจัดการลากแขนน้องนอกไส้ให้ออกมาด้วยกัน
ตู้ม!
ตู้ม!
ตู้ม!
คล้อยหลังได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงะเิดังสะนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่า ฟีบีเหลียวกลับไปมองอย่างตกตะลึง
“ฉันบอกนายแล้วไง ถ้าเราไม่ฆ่ามัน มันก็ฆ่าเรา โลกที่ฉันกับนายอยู่ตอนนี้มันก็เป็แบบนี้แหละ”
*******สุขสันต์วันหยุดจ้า ใครไม่อยากรอทีละตอนไปอุดหนุนอีบุ๊คกันได้ที่meb จ้า ส่วนookbeeรออนุมัติก่อนนะ
ปล. เื่นี้จะมีสองภาคจ้า ผูกปมไว้เยอะจริงๆต้องคลี่คลายให้หมด