บทที่ 7 ฉันไม่ได้้าให้เธอชอบฉันสักหน่อย
ระหว่างที่ทุกคนกำลังทำความสะอาดครั้งใหญ่ก่อนวันทดลองเปิดร้าน ฟ่านจิ่นซินเดินถือไม้กวาดมาข้าง ๆ ฟ่านซีซี แล้วพูดเบา ๆ ว่า “นี่ เธอรู้ไหม ฉันไม่ชอบเธอ ถึงพี่ชายของฉันจะชอบเธอ แต่ฉันก็ไม่ชอบเธออยู่ดี”
ฟ่านซีซีมองเธออย่างแปลกใจ “ฉันไม่ได้้าให้เธอชอบฉันสักหน่อย เพราะฉันชอบผู้ชาย”
“เธอ...พี่ชายของฉันรู้หรือเปล่า ว่าเธอปากคอเราะร้ายแบบนี้ เธอคงทำตัวน่ารักต่อหน้าพี่ชายของฉันสินะ” ฟ่านจิ่นซินโมโหจนแทบจะเป็บ้า คำว่าชอบที่เธอพูด มันไม่ใช่ความชอบแบบที่ฟ่านซีซีคิดสักหน่อย
ฟ่านซีซีขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “คนที่ทำตัวน่ารักต่อหน้าพี่ชายของเธอมันก็คือเธอนั่นแหละ! พี่ชายของเธอรู้หรือเปล่า ว่าเธอกล้ามาพูดจาแบบนี้กับฉัน”
“เธอ…ฟ่านซีซี ฉันเกลียดเธอ!” ฟ่านจิ่นซินะโใส่แล้ววิ่งหนีไป
ฟ่านซีซีไม่ได้สนใจท่าทีของฟ่านจิ่นซินเลย เพราะชาติที่แล้ว ฟ่านจิ่นซินถูกผู้ชายเ้าชู้คนหนึ่งหลอกทั้งตัวและหัวใจ ไม่รู้ว่าเธอมาร้องไห้กับฟ่านซีซีตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
เห็นแก่ที่อีกฝ่ายจะมีชีวิตที่น่าสงสารขนาดนั้น เธอจะไม่ถือสาเอาความในตอนนี้ก็แล้วกัน ใครจะไปทำกับน้องสาวของพี่จิ่นเฉิงได้ลงคอ!
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ฟ่านจิ่นซินเพิ่งจะวิ่งออกไปได้ไม่นาน ก็ถูกฟ่านจิ่นเฉิงจับได้และถูกอบรมสั่งสอนไปชุดใหญ่
“ฟ่านจิ่นซิน เธออายุมากกว่าซีซีตั้งหนึ่งปี ทำไมถึงพูดจาไม่รู้กาลเทศะแบบนั้น แม้ว่าเธอจะไม่ชอบซีซี แต่ก็เก็บไว้ในใจบ้างสิ พอเธอะโออกมาแบบนี้ แม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เสียหน้ามาก ั้แ่เด็ก ๆ เธอก็เห็นแก่ตัว แต่โตจนป่านนี้แล้วยังเห็นแก่ตัวแบบนี้อีกไม่ได้นะ ถ้าไม่รู้จักเปลี่ยนนิสัย ต่อไปจะต้องเจอกับความลำบากอีกเยอะ คนข้างนอกเขาไม่ใจดีเหมือนคนในครอบครัวหรอกนะ เขาไม่มาตามใจเธอแบบนี้หรอก”
ฟ่านจิ่นซินสูดหายใจอย่างปวดร้าว “พี่...ในใจพี่...คิดว่าฟ่านซีซีดีกว่า พี่ดีกับเธอมาตลอด ั้แ่เด็ก ๆ พี่ก็ดีกับเธอมากกว่าฉัน ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็น้องสาวพี่”
ฟ่านจิ่นเฉิงขมวดคิ้ว “เธอเป็น้องสาวฉัน เป็ครอบครัวของฉัน ตอนฉันป่วยตอนสิบขวบ ฉันขอให้เธอแอบไปซื้อยากับฉันโดยไม่บอกแม่ เธอบอกว่าเธอกลัวความมืด ไม่กล้าไป ซีซีอายุน้อยกว่าเธอ แต่กลับไปเคาะประตูบ้านหมอหลี่ตอนกลางดึกคนเดียว แล้วเอายากลับมา”
“เธอบอกว่าเธอเป็น้องสาวฉัน ตอนฉันอายุสิบเอ็ดปี ฉันถูกคนผลักตกหลุมสัตว์ เธอเห็น แต่กลับยืนร้องไห้อยู่ข้างบน มีเพียงซีซีที่ไปหาเถาวัลย์จากบนเขา มัดปลายข้างหนึ่งไว้กับต้นไม้ แล้วโยนปลายอีกข้างลงไปในหลุมให้ฉันปีนขึ้นมา ตอนนั้น มือเล็ก ๆ ของซีซีเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน เธอช่วยซีซีหรือเปล่า?”
“เธอบอกว่าเธอเป็น้องสาวของฉัน ทุกครั้งที่ถึงวันเกิดฉัน เธอจำได้กี่ครั้ง มีแต่ซีซีที่จำได้แม่นยำ เธอทำอาหารไม่เป็ แต่เธอมักจะทำไข่ดาวรูปหัวใจให้ฉันในวันนั้นเสมอ”
“เธอเรียกฉันว่าพี่ชายเฉพาะตอนเธอมีความสุข พอโกรธก็เรียกฉันว่าฟ่านจิ่นเฉิง ส่วนใหญ่แล้ว ฉันก็เป็แค่คนไร้ตัวตนในสายตาเธอ ซีซีต่างจากเธอ ฉันเป็พี่จิ่นเฉิงของซีซีเสมอ ดังนั้นฉันจึงปฏิบัติต่อซีซีต่างออกไป”
ั้แ่เด็ก เขารู้สึกว่าชื่อของเขา ฟังแล้วไพเราะที่สุดก็ต่อเมื่อถูกเอ่ยออกมาจากปากของซีซี
ฟ่านจิ่นซินจ้องมองพี่ชายของเธออย่างเหม่อลอย จนลืมร้องไห้ไปชั่วขณะ
ที่แท้ ที่แท้ในใจของพี่ชายคิดเกี่ยวกับเธอแบบนี้ ที่แท้ฟ่านซีซีทำเพื่อเขามาตั้งมากมาย
ความจริง เธอก็รู้เื่พวกนี้ดี เพียงแต่เธอไม่ได้ตั้งใจหรือจงใจลืมมันไป เธอไม่เคยสนใจเื่พวกนี้เลย
ที่แท้ พี่ชายจำเื่ราวทุกอย่างเกี่ยวกับฟ่านซีซีมาั้แ่เด็ก ๆ
“เธอค่อย ๆ คิดดูก็แล้วกัน!” พูดจบ ฟ่านจิ่นเฉิงก็หันหลังเดินออกไป ไม่สนใจน้องสาวตัวเองอีก
……
วันรุ่งขึ้น ‘ร้านอีเหริน’ ก็เปิดทำการทดลองเป็วันแรก
ถึงแม้ว่าโครงการ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ จะยังขายบ้านไม่ได้มากนัก แต่พนักงานขายสาวสวยก็ยังมาอุดหนุนร้านของพวกเขา
วันแรกที่เปิดร้าน สินค้าที่ขายดีที่สุดกลับกลายเป็แตงโมที่ฟ่านซีซีเตรียมไว้ แตงโมมีขนาดใหญ่และหวานฉ่ำ วันต่อมานอกจากจะมีลูกค้าเก่ามาซื้อซ้ำ ยังมีลูกค้าอีกจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจมาซื้อแตงโมโดยเฉพาะ
ตอนแรกหลิ่วซิ่งฟางกังวลว่าแตงโมจะเยอะเกินไปจนขายไม่หมด แต่สุดท้ายก็ขายหมดเกลี้ยงภายใน่บ่าย
ตอนเย็นขณะกำลังคิดเงิน หลิ่วซิ่งฟางก็ประหลาดใจอย่างมาก
“แตงโมอย่างเดียววันนี้ขายได้ตั้งห้าร้อยหยวนแน่ะ ซีซี ต้นทุนเท่าไหร่เหรอ?”
แตงโมเป็ของที่ฟ่านซีซีติดต่อให้คนส่งมา เธอไม่เห็นราคาทุน จึงถามออกไป
ฟ่านซีซีที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “สองร้อยค่ะ ปลายเดือนค่อยจ่าย”
“โอเค จดไว้แล้ว” หลิ่วซิ่งฟางหยิบสมุดออกมา จดตัวเลขลงไปอย่างละเอียด
“ซีซี มีเถ้าแก่คนหนึ่งอยากสั่งแตงโมห้าร้อยกิโลกรัม ถามว่ามีของไหม” ทันใดนั้น ฟ่านจื้อซิงก็เดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางตื่นเต้น
ฟ่านซีซีโบกมือ “ห้าร้อยกิโลกรัมไม่มี พรุ่งนี้ไม่ขายแตงโม แต่มีสตรอว์เบอร์รีพันธุ์หงเหยียน ราคาแพงหน่อย ลูกละหนึ่งหยวน”
“อะไรนะ สตรอว์เบอร์รี่แพงขนาดนี้เลยเหรอ ขายได้เหรอ?” หลิ่วซิ่งฟางกังวลเล็กน้อย
ฟ่านซีซียิ้มด้วยความมั่นใจ “ขายได้แน่นอนค่ะ แต่เพราะแพง หนูเลยรับมาแค่จำนวนจำกัด ขายไม่หมดก็กินเอง อร่อยมาก”
“สตรอว์เบอร์รีแพงขนาดนี้ ฉันคิดว่าต้องอร่อยมากแน่ ๆ”
“รอให้พวกเราหาเงินได้ก่อน ค่อยซื้อที่ดิน แล้วปลูกเอง” ฟ่านซีซีวางแผนไว้แล้วว่าจะซื้อที่ดิน เพียงแต่ตอนนี้ เธอมีเวลาว่างน้อย เงินทุนหมุนเวียนก็มีจำกัด ทำอะไรหลาย ๆ อย่างเลยไม่สะดวก
ในฐานะนักปลูกพืชิญญา การจะไม่มีที่ดินเป็ของตัวเองสักผืน มันก็กระไรอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไม่มีที่ดิน ของพวกนั้นจะเอามาจากไหน ถ้ามีคนถามถึงแหล่งที่มาจะทำอย่างไร
หลิ่วซิ่งฟางมองฟ่านซีซีพลางอมยิ้ม เด็กคนนี้ตอนแรกพูดว่าจะซื้อบ้านที่เขตหมี่ซี ต่อมาก็แอบไปซื้อร้านค้ากับจิ่นเฉิง ตอนนี้ก็วางแผนจะซื้อที่ดินอีก เด็กที่ไหนจะกังวลเื่พวกนี้กัน
แต่่นี้เธอก็สังเกตเห็นได้ว่า ซีซีเป็เด็กที่มีความคิดเป็ของตัวเอง ทำอะไรเป็ระบบระเบียบ ไม่ใช่ทำไปเรื่อยเปื่อย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงถามด้วยความอยากรู้ว่า “ซีซี เธออยากซื้อที่ดินแถวไหนล่ะ?”
ฟ่านซีซีชี้ไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน “ตรงนั้นมีทุ่งนาผืนหนึ่ง ในอนาคตอาจจะพัฒนาเป็ที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ แต่หนูคิดว่าถ้าซื้อได้เร็วกว่านั้น สร้างเป็ฟาร์มก็คงจะดี ใกล้บ้านด้วย น่าเสียดายจัง!”
น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอไม่มีเงิน
ถึงแม้ว่าดอกไม้และต้นไม้ล้ำค่าจะมีราคาแพง แต่ไม่ใช่ทุกคนในหมี่ซีจะซื้อได้ คนในโรงเรียนสอนวาดภาพจีนซื้อไปรอบหนึ่งแล้ว คงเป็ไปไม่ได้ที่จะซื้อมากมายขนาดนั้นทุกครั้ง ที่สำคัญคือ มันดูน่าสงสัยเกินไป
พูดไปแล้ว สิ่งของทั่วไปที่ขายในราคาถูกแต่ขายได้จำนวนมาก สามารถสะสมความมั่งคั่งได้อย่างมั่นคงมากกว่า
“ซีซี ถ้าเธอ้า ฉันยังมีเงินอยู่บ้าง ประมาณสามหมื่นกว่า น่าจะพอซื้อที่นาได้”
ในเมื่อลูกชายตัดสินใจเลือกสะใภ้คนนี้แล้ว เธอก็นึกขึ้นได้ว่า ควรจะกระชับความสัมพันธ์ั้แ่ยังเด็ก แบบนี้ต่อไปจะได้ไม่มีปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้
ฟ่านซีซีชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มแย้มพลางกอดแขนแม่สามีในอนาคตของตัวเอง
“ป้าหลิ่ว หนูดีใจจริง ๆ ที่ป้าจะให้เงินหนู แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องใช้ค่ะ หนูยังต้องเรียนหนังสือ ความคิดบางอย่างก็เป็แค่ความคิด ยังไม่สามารถทำได้ในทันที แต่ว่า ถ้าป้าไม่รีบใช้เงิน ซื้อบ้านอีกหลังก็ได้นะคะ”
หลิ่วซิ่งฟางยิ้มพลางตบมือเธอเบา ๆ “เพิ่งจะซื้อบ้านไปหลังหนึ่ง จะซื้ออีกหลังทำไม พวกเราก็อยู่กันแค่นี้”