บทที่ 6 เต็มไปด้วยพร (รีไรท์)
หลินซื่อยิ้มขณะอุ้มเสี่ยวลิ่วไว้ในอ้อมแขน “ท่านพี่ ดาวนำโชคของเรามาแล้ว! ให้เด็ก ๆ ทำอาหารเพิ่มเถอะ วันนี้พวกเราจะได้กินให้อิ่ม”
เซียวหย่งฝูไม่สามารถกลั้นยิ้มของตนได้ “เ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้”
ก่อนออกไปเขาก็หอมมือขาวนวลน้อย ๆ ของเซียวหน่วนหยางอย่างอ่อนโยน “วันนี้หน่วนหยางของพวกเราดูน่ารักขึ้นกว่าเมื่อวานเสียอีก!”
เสี่ยวลิ่ว : ท่านพ่อ ดูข้าบ้างสิ!
เมื่อเซียวหย่งฝูมาถึงห้องครัว น้ำบนเตาก็เดือดแล้ว “หยวนหลาง หลังจากที่ข้าทำอาหารให้แม่เ้าแล้ว เ้าต้มไข่ให้ปู่เ้าสักสามฟองนะ”
ว่าจบก็ตั้งหน้าตั้งตาใช้ตะเกียบคนน้ำและตอกไข่ลงไปห้าฟอง ไข่แดงและไข่ขาวหมุนวนอยู่ในหม้อ เมื่อเนื้อไข่สีใสเปลี่ยนเป็สีขาวก็เทน้ำแกงลงในชาม แล้วหันไปกล่าวกับลูกชายคนโต “ตอนป้อนระวังอย่าให้ร้อนล่ะ”
เซียวหยวนหลางยืนรอพร้อมชามในมือ ยิ้มยิงฟันขาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอรับท่านพ่อ ไม่ต้องห่วง”
เขายกน้ำแกงไข่มาให้ภรรยา หลินซื่อรับชามขึ้นมาซดเบา ๆ แม้จะไม่ได้ปรุงรส แต่ก็ทำให้นางรู้สึกถึงความหวานติดปลายลิ้น
“หวาน” ขณะที่พูดหลินซื่อก็เหลือบมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม ซึ่งทำให้หัวใจของผู้เป็สามีอุ่นวาบขึ้นมา
เซียวหย่งฝูอุ้มเซียวหน่วนหยางไม่ยอมปล่อยมือ หลังจากแยกบ้านมา เมื่อเห็นภรรยาและลูก ๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส เขาก็มั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าสิ่งที่ตนตัดสินใจนั้นเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้ว
“หลายปีมานี้ลำบากเ้าแล้ว” เซียวหย่งฝูสะอื้นหลังพูดไปเพียงประโยคเดียว
หลินซื่อกลับต้องเป็ฝ่ายลูบหลังปลอบโยนสามี “ท่านพี่ อย่าพูดถึงอดีตอีกเลย ตอนนี้ข้าคิดถึงแต่อนาคตแล้ว ข้ารู้สึกมีความสุขมากและรู้สึกว่าเรามีความหวังในชีวิต”
เ้าก้อนแป้งเองก็มีความสุขมาก นางยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มเล็ก ๆ และโบกมือไปมา มอบพรให้ครอบครัวเซียวอีกครั้ง
ทันใดนั้น เซียวหย่งฝูก็นั่งตัวตรงแล้วขยับเอวขยับไหล่ด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง “โอ้! อยู่ ๆ ข้าก็รู้สึกสดชื่นขึ้น หายปวดเอวเป็ปลิดทิ้ง ความหดหู่ที่สุมอกก็หายไป”
หลินซื่อพยักหน้ารับ “จริงด้วย ดูเหมือนจิตใจปลอดโปร่งขึ้น แม้แต่้น้ำแกงไข่ก็ยังมีรสชาติดีขึ้นด้วย”
โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ตอนนี้แม้แต่โต๊ะและเก้าอี้ที่ผุพังในบ้านทรุดโทรมหลังนี้ก็ยังมีสภาพดีขึ้นเล็กน้อย หญ้าสีเหลืองที่เหี่ยวเฉาในสวนก็ดูเขียวขึ้นเช่นกัน
ัเป็สัตว์มงคล เทพัประทานพรยิ่งเป็มงคลที่หายากขึ้นไปอีก
เ้าก้อนแป้งกำหมัดแน่น โชคของพวกท่านอยู่นี้แล้ว!
เมื่อวานนี้เ้าก้อนแป้งสังเกตเห็นทุกคนในครอบครัวเซียวหย่งฝูมีกลุ่มควันสีเทาก้อนเล็ก ๆ อยู่บนบ่า
โดยเฉพาะพี่ใหญ่ หากกลุ่มควันสีม่วงถูกกลุ่มควันสีดำกลืนกินจนหมด นั่นคงจะเป็วันตายของเขา
เดิมเซียวหน่วนหยางไม่รู้ที่มาของก้อนพลังขุ่นมัวนี้ จึงยังไม่ลงมือ
แต่วันนี้พอไปที่บ้านเก่าสกุลเซียว จึงได้รู้ว่าก้อนพลังขุ่นมัวนี้เดิมทีเป็ของแม่เฒ่าเหยาและเซียวหย่งเหวิน!
คนพวกนั้นจะต้องใช้วิธีการชั่วร้ายบางอย่างย้ายดวงอัปมงคลมาที่ครอบครัวของเซียวหย่งฝูแน่นอน!
ทำให้ความโชคดีของครอบครัวเซียวหย่งฝูสลายหายไปสิ้น
ในเมื่อทราบแหล่งที่มาแล้ว เซียวหน่วนหยางก็ไม่รอช้า ส่งพลังงานขุ่นมัวกลับไปยังเ้าของเดิมเสียเลย
จากนี้ต่อไปนางจะเป็คนคุ้มครองครอบครัวเซียวหย่งฝูเอง!
เซียวหยวนหลางและเซียวจ้งหลางถือชามสองใบเข้ามา “ท่านพ่อ ท่านแม่ ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ พวกเราถึงรู้สึกสบายใจขึ้นมากขนาดนี้”
หลังจากได้รับพร กลุ่มควันสีดำที่อยู่ด้านหลังเซียวหยวนหลางก็เบาบางลงมาก
เซียวเฉินหลางวิ่งไปที่เตียงแล้วเอื้อมมือไปแตะน้องสาว “ข้ารู้สึกว่าพอเรามีน้องสาว พวกเราก็โชคดีขึ้น ดูสิมีไข่เยอะขนาดนี้เลยนะ”
เซียวหย่งฝูหัวเราะเสียงดัง “ข้าก็คิดว่าพวกเ้าสามคนพูดถูก”
ทันใดนั้น บุตรคนที่สี่ของสกุลเซียวก็เดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าใบหนึ่ง “ท่านพ่อ ท่านแม่ มีตะกร้าอยู่บนเกวียนด้วย”
หลินซื่อนึกขึ้นได้ว่านี่คือตะกร้าไม้ไผ่ที่ใส่หน่วนเป่ามา ผ้าที่อยู่ในนั้นดูเหมือนทำมาจากวัสดุชั้นดี นางกินอีกสองสามคำ แล้วหันไปสนใจตะกร้าใบนั้น “เ้าสี่ เอามาให้แม่สิ”
นางหยิบผ้าขึ้นมาเทียบบนตัวบุตรสาว แต่เซียวหน่วนหยางไม่ชอบมัน นางปัดป่ายมือออก
เ้าก้อนแป้งคิดในใจ ฮึ่ม มันไม่ได้หายากเลย!
หลินซื่อจึงวางไว้ข้าง ๆ และพลิกผ้าห่มผืนเล็กที่อยู่ข้างใน
เมื่อพลิกกลับ ปิ่นปักผมสีเงินก็หล่นลงมา ทำให้หลินซื่อใมากรีบเอ่ยเสียงร้อนรน “ท่านพี่ รีบไปปิดประตูหน้าต่างเร็วเข้า”
เซียวหย่งฝูก็ใเช่นกัน แต่ลูกชายของเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าปิดประตูและหน้าต่างอย่างว่องไว
เซียวหน่วนหยางมองดูท้องฟ้าเหนือศีรษะและกลอกตา ‘จะปิดประตูหน้าต่างทำไม ้าเปิดโล่งขนาดนี้’
หลินซื่อนับก้อนเงินเงียบ ๆ สามตำลึงมีหกก้อน ห้าตำลึงสองก่อน สิบตำลึงหนึ่งก้อน ปิ่นปักผมเงินหนึ่งอัน ต่างหูหนึ่งคู่ และแหวนเงินหนึ่งวง คิดรวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณห้าสิบตำลึงเงิน*[1]
บรรดาลูกชายก็หยุดกินเช่นกัน ทุกคนมองหลินซื่อนับเงินอย่างตั้งใจ
“ท่านพี่ ทั้งหมดมีเท่านี้” หลินซื่อชี้ให้สามีดู ห้าสิบตำลึงถือเป็เงินจำนวนเยอะมากสำหรับครอบครัวธรรมดา ๆ
ปกติหนึ่งครอบครัวจะทำเงินได้ปีละสองตำลึง แต่ในปีที่เกิดภัยพิบัติอย่างตอนนี้ ชาวนาไม่มีผลผลิต ไม่ต้องพูดถึงสองตำลึงเลย แม้แต่สองเหวินยังไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เก็บไว้ให้ดี พรุ่งนี้บ่ายข้าจะพาเ้าใหญ่เข้าเมืองไปซื้อน้ำตาลทรายแดง ข้าว แป้ง น้ำมันและวัตถุดิบอื่น ๆ มาเพิ่ม แล้วค่อยกลับมาจัดทำความสะอาดบ้านอีกครั้ง”
เซียวหย่งฝูอุ้มบุตรสาวไว้ในอ้อมแขนและแกล้งหยอกล้อไม่หยุด เขามองดูฟองน้ำลายฟองน้อย ๆ พลางยิ้ม “ที่สำคัญคือต้องซื้อผ้าเนื้อดีมาตัดเสื้อให้หน่วนเป่าด้วย”
เซียวหน่วนหยางยื่นมือขาวเล็กออกมาแล้วคว้านิ้วที่แกล้งนางไว้ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ดีมาก!
“ชีวิตครอบครัวเราจะค่อย ๆ ดีขึ้น!” หลินซื่อปาดน้ำตา
พี่น้องของเซียวหยวนหลางต่างมีสีหน้าเปี่ยมสุข “ท่านแม่ ข้าจะพาน้องไปที่บ่อน้ำก่อนนะ ไปดูว่ามีปลาหนีชิว*[2]หรือไม่ ข้าจะได้นำมาตุ๋นให้ท่านดื่มคืนนี้”
“ให้น้องสาวของเรากินให้อิ่มเถอะ” เซียวจ้งหลางมองเสี่ยวลิ่วด้วยสายตาตำหนิ “เ้าดูลิ่วเอ๋อร์สิ เขาแย่งอาหารน้องสาวเรากินหมดแล้ว”
เสี่ยวลิ่ว : กล่าวหาข้าเพราะเห็นว่าข้าพูดไม่ได้ใช่หรือไม่?
“เอาล่ะ ดูแลน้องชายของเ้าด้วย เื่ในบ้านอย่าเอาออกไปพูดข้างนอกล่ะ” หลินซื่อกำชับอย่างเป็กังวล
“ขอรับ!”
ในเวลานี้ เหนือบ้านเก่าสกุลเซียวไม่มีกลุ่มควันสีม่วงอีกต่อไป ตอนนี้มันเต็มไปด้วยมวลสีเทาหนาแน่น
แม่เฒ่าเหยาและเซียวหย่งเหวิน ไม่มีความรักความกตัญญูอย่างเช่นในอดีตอีกต่อไป
นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป พวกเขาจะต้องเผชิญกับความโชคร้ายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แม่เฒ่าเหยาเ็ปจนเหงื่อแตกพลั่ก เพราะจู่ ๆ กระเบื้องก็หล่นจากคานลงมากระแทกขาของนาง
ทำให้ร่างกายที่าเ็จากฟ้าผ่าไม่สามารถทนได้ และหมดสติไป
หลังจากตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงลูกสะใภ้อย่างเสี่ยวเหยาออดอ้อนลูกชายของตนอยู่
เพราะความคับแค้นสุมอก เมื่อไม่มีที่ให้ระบายความโกรธ นางก็เริ่มสาปแช่งทันที “หน้าไม่อาย ถูกฟ้าผ่าขนาดนี้ ยังคงคิดจะอ้อนบุรุษอีกหรือ! หากกระทบต่อการสอบของเหวินเอ๋อร์ ข้าจะ… ข้าจะฉีกเ้าเป็ชิ้น ๆ!”
เสี่ยวเหยาเ็ปมากจนขยับตัวไม่ได้ น้ำหูน้ำตาไหลจนหายใจไม่ออก
นางอยากให้สามีรู้สึกเห็นใจ แต่เมื่อเซียวหย่งเหวินเห็นน้ำมูกน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า เขาก็แทบจะอาเจียนมื้ออาหารออกมา
“เหวินเอ๋อร์ ตอนนี้ในบ้านมีเพียงเ้าคนเดียวเท่านั้นที่ขยับตัวได้ รีบไปทำกับข้าวมาให้แม่ที” แม่เฒ่าเหยาตะคอกสีหน้าทะมึน
เซียวหย่งเหวินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ “ท่านแม่ เดี๋ยวก็จะถึง่วสันตฤดูแล้ว ทำเื่พวกนี้มันกระทบต่อการเรียนของข้า”
แม่เฒ่าเหยาได้ยินก็คิดว่าลูกชายของนางพูดถูก ภายใต้สายตาที่ประหลาดใจของทั้งสองคน นางก็ยืนขึ้นและลากเสี่ยวเหยาลงจากเตียง
“นังโสเภณี เ้ารีบลุกขึ้นไปทำกับข้าวสิ ถ้าเหวินเอ๋อร์หิว ดูสิว่าข้าจะจัดการเ้าอย่างไร!”
เสี่ยวเหยาไหนเลยจะเคยได้รับความลำบากเช่นนี้ ประกอบกับเป็คนอารมณ์ร้าย ไม่นานทั้งสองก็เริ่มมีปากเสียงกัน
เซียวหย่งเหวินที่ไม่สามารถแยกทั้งสองออกจากกันได้ ก็ลุกขึ้นแล้วเดินหนีไปทันที
[1] 1 ตำลึงเงิน (两白银) เท่ากับ 1,000 เหวิน (文)
[2] ปลาหนีชิว (泥鳅) เป็ปลาที่มีลักษณะคล้ายปลาไหล มักจะอยู่ในแม่น้ำ หนอง บึง ชอบซ่อนตัวอยู่ในดินเลน เนื้อใช้รับประทานได้