ฮวาเสี่ยวซี ไม่รอให้พระองค์ตรัสจบ รีบ คว้าตั๋วเงินกลับมาไว้ในมืออย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ย ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็กระตือรือร้น
"ถ้าเช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณในน้ำใจของท่านแล้ว หากไม่รับไว้ก็ดูเหมือนจะเสียมารยาท!" นางยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกายระยิบระยับเมื่อได้ตั๋วเงินมาอยู่ในมือ
สายตาของ ฮวาเสี่ยวซีที่จ้องมอง ตั๋วเงิน นั้น... เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!จากแววตาที่แสร้งทำเป็เอียงอายและเกรงใจเมื่อครู่ บัดนี้กลับ เปล่งประกาย ราวกับเห็นขุมทรัพย์ก็มิปาน
ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยจ้องมองตัวเลขบนตั๋วเงินอย่าง ตะลึงลาน และ พึงพอใจ ราวกับต้องมนต์สะกดแววตาของนางฉายชัดถึงความ โลภ เล็กๆ ที่ซ่อนไว้ และความ ดีใจ อย่างออกนอกหน้า
นางลูบคลำตั๋วเงินเบาๆด้วยปลายนิ้ว ราวกับกำลังััวัตถุล้ำค่ารอยยิ้มที่มุมปากของนางกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดความเอียงอายเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงสีหน้าของผู้ที่ได้รับสิ่งที่ปรารถนา
สายตาของนางจับจ้องอยู่ที่ตัวเลขมูลค่าบนตั๋วเงินอย่างไม่ละไปไหนราวกับกลัวว่ามันจะหายวับไปกับตา นาง ยิ้มแก้มปริ ดวงตาเป็ประกายวิบวับบ่งบอกว่านางพอใจกับ "ค่าตอบแทนน้ำใจ" นี้เป็อย่างยิ่ง
เหล่าองค์รักษ์ ที่ยืนอยู่ด้านหลังอี้ิเจ๋อ ต่าง เห็นการเปลี่ยนแปลงในท่าทีและแววตาของ ฮวาเสี่ยวซี อย่างชัดเจนพวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
บางคน เลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของนางราวกับเป็คนละคนกับเด็กสาวที่ทำท่าทางเกรงใจเมื่อครู่
บางคน ส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความขบขัน กับความตรงไปตรงมาและท่าทางที่แสดงออกอย่างชัดเจนของนาง พวกเขารู้สึกว่าเด็กสาวผู้นี้ช่างเป็คนที่คาดเดาไม่ได้ จริงๆ
บางคน ยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเอ็นดู ในความใสซื่อและไม่เสแสร้งของนางพวกเขาคิดว่านางเป็เด็กสาวที่น่าสนใจและมีสีสัน
แต่โดยรวมแล้วทุกคนต่าง รู้สึกโล่งใจ ที่สถานการณ์ตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลงและองค์อ๋องของพวกเขาก็ปลอดภัยดีแม้ว่าวิธีการช่วยเหลือของเด็กสาวจะแปลกประหลาดไปบ้างก็ตาม
ฮวาเสี่ยวซี ก้มลงมองตั๋วเงินในมือด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งนางยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง อี้ิเจ๋อ ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็คนละคน
"ขอบคุณท่านมากนะเ้าคะ!น้ำใจของท่านช่างประเสริฐยิ่งนัก! ท่านช่างมีน้ำใจ!..ตอบแทน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและคารมคมคายราวกับเป็คนละคนกับเด็กสาวที่ทำท่าทางเหนียมอายเมื่อครู่
นางรีบเก็บตั๋วเงินไว้ในสาบเสื้ออย่างมิดชิดราวกับกลัวว่าใครจะมาแย่งชิงไป แล้วหันไปยิ้มให้ อี้ิเจ๋อ อีกครั้งด้วยท่าทางที่สดใสและเป็มิตร
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวลาท่านแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะเ้าคะ! ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยไร้อุปสรรคใดๆ! โอกาสหน้าถ้ามีเื่เดือดร้อนอีก เรียกใช้ข้าได้เสมอ!บิดาผู้นี้พร้อมช่วยเหลือเต็มที่!"
ว่าแล้วฮวาเสี่ยวซีก็หันไปะโขึ้นหลังเ้าน้ำตาลอย่างคล่องแคล่ว ควบม้าเตรียมจะควบม้าออกไปอย่างรวดเร็ว
อี้ิเจ๋อ ทอดพระเนตรตามร่างเล็กที่กำลังควบม้าจากไปก่อนจะทรงตัดสินพระทัยบางอย่างพระองค์ทรงเปล่งสุรเสียงเรียกนางด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยิน
"แม่นาง!เดี๋ยวก่อน!"
อี้ิเจ๋อ ทรงยืนประทับอยู่กับที่ทอดพระเนตรไปยังร่างเล็กที่ชะลอความเร็วของม้าและหันกลับมามองพระองค์ด้วยความสงสัยพระองค์ทรงใช้พระสุร เสียงตรัสถามด้วยความสนพระทัย
"แม่นาง...ข้ายังไม่ทราบชื่อแซ่ของแม่นางเลย หากไม่รังเกียจ โปรดบอกข้าสักหน่อยได้หรือไม่?ในวันนี้ แม่นางได้ช่วยเหลือพวกข้าไว้ข้าอยากจะจดจำไว้เพื่อตอบแทนในภายหลัง"
พระองค์ทรงมีพระทัยแน่วแน่ที่จะจดจำผู้มีพระคุณแม้ว่าวิธีการช่วยเหลือของนางจะแปลกประหลาดไปบ้างก็ตาม
ฮวาเสี่ยวซี ชะลอความเร็วของเ้าน้ำตาลหันกลับมามอง อี้ิเจ๋อ ด้วยรอยยิ้มบางๆ นาง โบกมือ ให้พระองค์เบาๆ พร้อมกับ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสบายๆ แต่แฝงไปด้วยความลึกลับ
"หากมีวาสนาต่อกัน...คงจะได้พบกันอีกแน่นอนเ้าค่ะ ท่าน..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็ทีเล่นทีจริง
"ข้าขอลาก่อนนะเ้าคะ!ท่านโชคดีนะ... อย่าให้มีใครมาตามฆ่าอีกเล่า! ไม่อย่างนั้น...ข้าอาจจะไม่ได้ผ่านมาช่วยท่านอีกเป็ครั้งที่สองก็ได้!"
ว่าแล้วฮวาเสี่ยวซีก็กระตุกบังเหียน เ้าน้ำตาลออกตัววิ่งควบทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทิ้งให้อี้ิเจ๋อ และเหล่า องค์รักษ์ มองตามร่างเล็กที่หายลับไปในเส้นทางเบื้องหน้าพร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายที่ชวนให้ขบคิดและด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งขำขันเอ็นดู และยังคงงุนงงกับเด็กสาวผู้นี้อยู่ไม่น้อย
ฮวาเสี่ยวซี เสียเวลาไปกับการช่วยเหลืออี้ิเจ๋อ และจัดการกับกลุ่มนักฆ่าเ่าั้อยู่นานพอสมควรเมื่อมองไปยังทิศทางของเมือง แสงสุดท้ายของวันก็กำลังจะลับหายไปลับขอบฟ้า ประตูเมืองคงใกล้จะปิดลงเต็มทีแล้ว
นาง ควบเ้าน้ำตาลมาอย่างรวดเร็วหวังจะเข้าเมืองหรงกวงให้ทันก่อนค่ำมืด แต่เมื่อเห็น โรงเตี้ยมหรูหรา แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ริมทางก่อนถึงประตูเมืองนางก็ตัดสินใจ หยุดพัก ม้าที่หน้าโรงเตี๊ยมนั้นเสียก่อน
โรงเตี๊ยมแห่งนี้ดูโอ่อ่ามีป้ายชื่อแกะสลักอย่างสวยงาม ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงสว่างไสวบ่งบอกถึงฐานะและความร่ำรวยของเ้าของ ฮวาเสี่ยวซีมองสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจลงจากหลังม้า จูงเ้าน้ำตาลเข้าไปผูกไว้ที่เสาด้านหน้าโรงเตี๊ยม
ฮวาเสี่ยวซีเดินอาดๆเข้าไปในโรงเตี๊ยม บรรยากาศภายในคึกคักมีผู้คนหลากหลายชนชั้นนั่งดื่มกินและพูดคุยกันเสียงดัง นางกวาดสายตามองไปรอบๆหาที่นั่งเงียบๆ สักมุมหนึ่ง
เสี่ยวเอ้อร์รีบเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มสุภาพ"เรียนคุณหนู ท่านมาผู้เดียวหรือขอรับ?เชิญทางนี้ขอรับ"
เสี่ยวเอ้อร์นำทางฮวาเสี่ยวซีไปยังโต๊ะริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ชัดเจนนางสั่งอาหารและน้ำชาอย่างง่ายๆพลางนั่งมองผู้คนที่เดินเข้าออกโรงเตี๊ยมด้วยความเบื่อหน่ายเล็กน้อยการเดินทางคนเดียวก็มีข้อเสียตรงที่เหงาเช่นนี้
ระหว่างที่รออาหารฮวาเสี่ยวซีก็หยิบตั๋วเงินหมื่นตำลึงที่อี้ิเจ๋อให้มาออกมาดูนางคลี่ตั๋วเงินออกแล้วจ้องมองตัวเลขด้วยรอยยิ้มกว้าง "ตั้งหมื่นตำลึง!ท่านอ๋องนี่ก็ใจป้ำเหมือนกันนะเนี่ย เงินจำนวนนี้ใช้เดินทางได้อีกนานเลย"
นางเก็บตั๋วเงินไว้ในสาบเสื้ออย่างดีแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ "แต่ว่า... เสียเวลาไปกับเื่ของท่านอ๋องตั้งนานกว่าจะมาถึงที่นี่ก็เกือบมืดค่ำ ไม่อย่างนั้นคงเข้าเมืองพักผ่อนสบายๆ แล้วตั้งนานแล้วหวังว่าพรุ่งนี้เช้าจะเดินทางต่อได้โดยไม่มีอะไรมารบกวนอีกนะ"
ยามค่ำคืนในเมืองอี้อัน่เทศกาลตวนอู่ช่างเป็ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับฮวาเสี่ยวซีแสงโคมไฟหลากสีสันส่องสว่างราวกับดวงดาวบนดินกลิ่นหอมของขนมจ้างอบอวลไปทั่วทุกหนแห่ง นางเดินเล่นอย่างสำราญใจราวกับปลาน้อยที่ได้แหวกว่ายในสายน้ำกว้างใหญ่ มือเล็กๆ ถือพัดกระดาษลวดลายสวยงามโบกไปมาดวงตากลมโตเป็ประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น
"ว้าว!โคมไฟรูปกระต่ายนั่นน่ารักจังเลย!"ฮวาเสี่ยวซีอุทานพลางชี้ไปยังโคมไฟสีขาวนวลที่ห้อยอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่ง"ท่านลุง! ข้าขอซื้ออันนั้นเ้าค่ะ!"
เ้าของร้านยิ้มใจดี"แม่หนูน้อยตาถึงเสียจริง โคมไฟกระต่ายนำโชคดีนะ"
ฮวาเสี่ยวซี่ยื่นเงินให้คว้าโคมไฟมาถือไว้แนบอกอย่างมีความสุข "ขอบคุณเ้าค่ะ!"แล้วนางก็ะโโลดเต้นไปยังร้านขายขนมจ้าง "อ๊ะ! ขนมจ้างไส้หมู!อันนี้ต้องลองเสียหน่อยแล้ว"
ขณะที่กำลังเคี้ยวขนมจ้างตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย นางลิ้มลองขนมจ้างหลากไส้ ทั้งไส้หมูเค็ม ไส้ถั่วแดงหวานมันและไส้เกาลัดเนื้อนุ่ม เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยพลางร้องเพลงฮัมเพลงพื้นเมืองที่ได้ยินจากวงดนตรีริมทางอย่างสนุกสนานสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าที่ตกแต่งอย่างสวยงาม นางแวะซื้อเครื่องประดับเล็กๆน้อยๆ พวงมาลัยดอกไม้หอม และตุ๊กตาผ้าไหมน่ารักๆ จนสองมือแทบจะอุ้มไม่ไหว
ขณะที่นางเพลิดเพลินอยู่นั้นนางก็ชนเข้ากับร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่ง
"โอ๊ย!"ฮวาเสี่ยวซีร้องเสียงหลง ขนมจ้างในมือแทบร่วง
"ขออภัยแม่นางข้ามิได้ตั้งใจ" ชายหนุ่มรีบประคองนางขึ้นมา รูปร่างสูงโปร่งใบหน้าคมคายราวกับรูปสลัก สวมชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตา ทำให้เขามีสง่าราศีจับตา
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ"ฮวาเสี่ยวซียิ้มแหยๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มชัดๆ"ท่าน... ท่านช่าง....หล่อ..."นางอุทานด้วยความตกตะลึงในความหล่อเหลาของเขา