ตอนที่ 59 ผูกสัมพันธ์ทางการค้า
“มีขายครับ แต่ราคาของพวกมัน อาจจะ...ค่อนข้างสูงอยู่บ้าง”
ไรอันตอบกลับ แต่ก็มีแอบลังเลใจอยู่บ้าง ที่จะบอกถึงราคาของพวกอาหารทะเลหรือพวกกุ้ง หอย ปู ปลา ที่มีอยู่ในร้านให้กับไลท์ได้รับทราบ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะค่อนแคะถึงราคาที่ค่อนข้างแพงของพวกมัน
อนึ่งด้วยไรอันนั้นมีน้องชายอีกคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ไรเซน’ โดยไรเซนนั้นจะรับหน้าที่ดูแล ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์ส่งให้กับร้านในหมู่บ้านดาราฉาย แม้ว่าฟาร์มเพาะเลี้ยงของไรเซนจะยังมีขนาดเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย เหมือนกับโรงฆ่าสัตว์
แต่ด้วยพลังเวทของไรเซนที่มีพลังพิเศษทางด้านการเลี้ยงสัตว์หรือเทมเมอร์ ที่อยู่ในระดับสูงถึง 2 ดาว ก็ช่วยให้ฟาร์มของไรเซน นั้นมีสัตว์บกและสัตว์น้ำมากพอจะส่งให้กับร้านแห่งนี้นั่นเอง
อย่างไรก็ตามในส่วนของสัตว์ทะเล จำพวกปลาหมึก หอย ปูและกุ้ง อันนี้แม้ไรเซนจะมีพลังพิเศษทางด้านสายการเลี้ยงสัตว์ แต่ด้วยเหตุผลบางประการของโลก The Gloria ทำให้การจับสัตว์ทะเลจึงเป็นเรื่องที่ยากมากพอสมควร
ซึ่งทันทีที่คุณตาเกล เห็นท่าทีของไลท์ ที่ดูจะสนอกสนใจในเรื่องของสัตว์ทะเลและสัตว์น้ำ ทางด้านชายชราที่รับบทเป็นผู้ดูแลการซื้อขายในครั้งนี้ ก็พลันกระตุกแขนของไลท์เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณลับบางอย่างให้กับไลท์
ไลท์เมื่อได้รับสัญญาณจากคุณตาเกล เขาก็ไม่ดื้อรั้นใดๆ รีบหยุดความสงสัยเอาไว้เพียงเท่านี้ พลางสอบถามถึงเรื่องอื่นๆ กับไรอัน
“ไม่ทราบว่าทางร้านพอจะนำเนื้อสัตว์ที่สั่งไว้ ไปส่งให้ที่ร้านของเราจะได้ไหมครับ? พอดีผมจำเป็นต้องรีบกลับไปที่ร้านแล้ว...ร้านของพวกเราคือร้านอาหารสามเวลาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับป่าดาราฉายครับ”
“ร้านอาหารสามเวลา?!” ไรอันทวนชื่อร้านออกมาในทันทีที่ได้ยิน น้ำเสียงของเขาจากที่เคยสุภาพและอ่อนน้อม จู่ๆ ก็เริ่มขุ่นมัวขึ้นมาในฉับพลัน
“ใช่ครับ มีอะไรไม่สะดวกหรือเปล่าครับ?” ไลท์รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มเปลี่ยนไป
สองผัวเมียเจ้าของร้านเนื้อสัตว์และร้านขายผัก เริ่มมองมาที่ไลท์ด้วยสายตาที่แปลกไป แต่เพราะด้วยสายตาที่ดูอบอุ่นและใจดีของไลท์ หรือจะเป็นเพราะนับตั้งแต่ไลท์ก้าวเท้าเข้ามาในร้าน เขายังไม่เคยแสดงออกถึงท่าทีกระด้างกระเดื่องกับสองผัวเมียเลยสักครั้ง
ทำให้ไรอันและจีน่า ดูจะแสดงความโกรธออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเข้าประเด็นการซื้อขายกับไลท์อีกครั้ง
“ถ้าเป็นร้านอาหารสามเวลา...ต้องขอโทษคุณไลท์เป็นอย่างสูง พวกเราขอไม่ทำการค้าใดๆ ทั้งสิ้น” ไรอันแสดงถึงเจตจำนงออกมา
แน่นอนว่าไลท์ที่ได้ยินแบบนี้ ก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อร้านขายเนื้อแห่งนี้ ดูจะไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่จีรังยั่งยืนดั่งที่เขาคิดและคาดหวัง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่ไลท์จะได้ตอบกลับและถามถึงเหตุผล ทันใดนั้นจู่ๆ ทางด้านของคุณตาเกล ก็ได้สอดแทรกขึ้นมา
“พ่อหนุ่มบอกฉันได้ไหมว่าทำไม...ร้านของคุณถึงไม่ทำการค้ากับร้านอาหารสามเวลาของฉัน?”
ในตอนแรกไรอันเองก็ไม่มั่นใจว่า ชายชราที่มากับไลท์นั้นเป็นใคร แต่พอได้ยินเสียงของคุณตาชัดๆ ไรอันก็จดจำได้ว่า ชายชราคนนี้คือ “คุณตาเกล?!” ที่นอกเหนือจากเป็นเจ้าของร้านอาหารสามเวลาแล้ว ชายชราผู้นี้ครั้งหนึ่งในอดีต ยังเคยเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของไรอันที่เสียชีวิตไปแล้ว
อีกทั้ง คุณตาเกลยังมีสถานะเป็นถึงพ่อของ ‘มาร์คัส’ ไอ้ลูกหมา ที่กล่าวหาร้านของตนจนเสียชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเองอีกด้วย
“เรื่องนี้ทำไมคุณตา ถึงไม่ไปถาม มาร์คัส ลูกของคุณตาดูละครับ”
ไรอันไม่ได้คิดยอกย้อน แต่เพราะด้วยความโกรธที่ยังมีต่อมาร์คัส มันหนักหนาเสียจนไรอันถึงกับควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ จึงเผลอใช้คำพูดที่ดูจะล่วงเกินคุณตาเกลมากจนเกินไป โดยไม่รู้ตัว
“ไรอันใจเย็นๆ เรื่องนี้ให้ฉันเป็นคนอธิบายก็แล้วกัน เพราะดูแล้วคุณตาเกลน่าจะยังไม่รู้ถึงความจริง” จีน่า ภรรยาของไรอัน เมื่อเห็นอาการของผู้เป็นสามี ดูจะหยาบคายมากเกินไป เธอจึงขันอาสาเป็นคนเล่าเรื่องความขัดแย้งที่ร้านของเธอ มีต่อร้านอาหารสามเวลาให้กับคุณตาเกลได้รับฟัง
“เมื่อหลายปีก่อน มาร์คัสเคยเข้ามาเสนอให้พวกเราขายเนื้อสัตว์ให้กับร้านอาหารของเขาในราคาที่สูงมากกว่าปกติ สอง-สามเท่า โดยตอนแรกพวกเราก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ทำไมถึงอยากซื้อเนื้อสัตว์ในราคาแพงๆ แต่พอพวกเราล่วงรู้ถึงเหตุผลว่ามาร์คัสคิดจะเก็บเอาเงินส่วนต่างของตรงนี้เอาไว้เข้ากระเป๋าของตัวเอง พวกเราที่ไม่เห็นด้วยจึงเริ่มมีปัญหากัน” จีน่าใช้เวลาบอกเล่าเรื่องนี้อยู่นานสองนาน
คุณตาเกลที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากฝั่งของไรอันและจีน่า ก็พลันหน้าเสียขึ้นมาทันที
เพราะเท่าที่ตนเอง เคยได้ยินมาจากปากของมาร์คัส มันไม่ใช่แบบนี้เลย...แถมไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยเสียด้วยซ้ำ ทั้งเรื่องที่เนื้อสัตว์และสินค้าในตลาดที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น จนน่าตกใจ แต่จริงๆ แล้ว ราคาของพวกมันแม้จะสูงขึ้นจากแต่ก่อน หากแต่มันไม่ได้สูงเท่ากับราคาที่คุณตาต้องทนซื้อหลายปี
ได้ยินเพียงเรื่องนี้ เรื่องเดียวก็เล่นเอาคุณตาเกล โกรธมาร์คัส ไอ้ลูกชายสุดระยำ จนแทบบ้า...ส่วนเรื่องเล่าที่มาร์คัสเคยมีต่อร้านขายเนื้อแห่งนี้
คุณตาเกลไม่มีความจำเป็นต้องซักไซ้ถามถึงให้มากความ เพราะจากเรื่องที่เคยได้ยินมา มันคงไม่พ้นเป็นคำโกหกหลอกลวงที่มาร์คัสสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตนเปลี่ยนใจไปซื้อกับร้านอื่นๆ ในหมู่บ้าน
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ร้านค้าในหมู่บ้านดาราฉายที่คุณตาเกลเคยทำการค้าและเคยพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนนั้นลับหลังได้ร่วมหัวกันหลอกคุณตาเกล มาโดยตลอด
‘ช่างเป็นหมู่บ้านที่โสมมจริงๆ’
ไลท์เองก็ฉุนขาดไม่ต่างกัน เพราะนับตั้งแต่ที่เขาเหยียบย่างเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้และได้สำรวจร้านค้าต่างๆ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากโลกของเขาคือร้านค้าแทบทั้งหมดไม่มีร้านใดที่ติดป้ายแจ้งบอกถึงราคากันเลยสักร้านเดียว
ฉะนั้นแล้ว คงมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องโดนร้านค้าพวกนี้ ร่วมหัวกันหลอกขายสินค้าราคาแพง ดั่งเช่นที่คุณตาเกลนั้นต้องกลายเป็นเหยื่อ โดยน้ำมือของลูกชายตัวเอง
“ผมต้องขอโทษแทนคุณตา กับเรื่องที่เคยผ่านมาด้วยนะครับ...แต่มีเรื่องสำคัญที่พวกคุณต้องรู้ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้านอาหารสามเวลาจะไม่มีคนที่ชื่อมาร์คัสอีกแล้ว” คุณตาเกลไม่อยู่ในสภาพที่จะพูดอะไรออกมาได้
คุณตายังคงช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นไลท์จึงอาสาเป็นตัวแทนในการขอโทษเรื่องนี้กับไรอันและร้านขายเนื้อ
“งั้นที่ฉันได้ยินมาว่ามาร์คัส ย้ายมาเปิดร้านอาหารที่หมู่บ้านก็คงเป็นความจริงสินะ?” ไรอัน เอ่ยถามกับไลท์เบาๆ เพื่อไม่ให้คุณตาเกลได้ยิน
งึก งึก~ ไลท์พยักหน้าตอบรับ
“ทุกคนต่างก็ตกเป็นเหยื่อกับเรื่องนี้ จะไม่ดีกว่าเหรอที่ต่อจากนี้พวกเราทั้งสองร้าน จะมาเริ่มต้นค้าขายกันใหม่” ไลท์นั้นค่อนข้างสนใจเนื้อสัตว์ที่สดใหม่ของร้านแห่งนี้ อีกทั้งยังมีเรื่องของสัตว์น้ำทั้งจืดและเค็มที่ค่อนข้างหายากในหมู่บ้านดาราฉาย ที่จากการสำรวจมีเพียง 2-3 ร้าน เท่านั้นที่มีขาย
ซึ่งก็ไม่รู้อีกว่าร้านที่มีขายสัตว์น้ำเหล่านั้น จะเป็นหนึ่งในร้านค้าที่รับข้อเสนอของมาร์คัสและรวมหัวกันหลอกขายสินค้าให้กับคุณตาเกลมาก่อนหน้านี้ด้วยหรือเปล่า
ดังนั้นไลท์จึงเลือกที่จะผูกมิตรเป็นคู่ค้ากับร้านของไรอัน ดูจะเข้าท่าเข้าทางเสียมากกว่า
“ที่คุณไลท์พูดมามันก็จริง...งั้นตกลง พวกเรามาเริ่มต้นการค้ากันใหม่อีกครั้งเถอะ”
ไรอันและจีน่า สองสามีภรรยา ยื่นมือของทั้งสองออกไป พร้อมๆ กับไลท์ได้ยื่นมือเข้ามาเขย่ามือของทั้งคู่...เป็นอันเริ่มต้นการค้าขายระหว่างร้านอาหารสามเวลาและร้านขายเนื้อและผัก ตั้งแต่บัดนี้
ไลท์ไม่ได้อยู่พูดคุยกับไรอันและจีน่ามากนัก เพราะตัวเขาและคุณตาเกลต่างก็ต้องรีบกลับไปเปิดร้านอาหารให้ทันในช่วงเที่ยงที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ชั่วโมง
และการที่ไรอันยอมตกลงทำการค้าร่วมกับร้านอาหารสามเวลา พ่อค้าหนุ่มจึงอยากสานสัมพันธ์การค้าระหว่างกันให้แน่นแฟ้น ด้วยการตอบรับคำขอที่จะนำเนื้อหมูที่ไลท์ได้สั่งไว้ ไปส่งให้ถึงร้าน
โดยทางด้านไลท์ก็ได้ชูความแน่นแฟ้นในแบบของเขา ด้วยการสั่งผักจากร้านของจีน่าเพิ่มเติมเข้ามาอีกอย่างละนิดหน่อย
ตัวเลขราคาที่ออกมา หักลบกันจึงไม่มีใครที่ได้เปรียบ เสียเปรียบ...ทั้งหมดนี้คือ การซื้อความสัมพันธ์ทางการค้า ที่ต้องพึ่งพากันไปอีกนาน
ระหว่างทางกลับจากหมู่บ้านมาถึงร้านอาหารสามเวลา ไลท์ได้พยายามพูดคุยกับคุณตาเกลเพื่อให้ชายชรานั้นไม่คิดมากจนเกินไป แม้มาร์คัสจะทำกับพ่อและแม่บังเกิดเกลาได้เจ็บแสบสักแค่ไหน...แต่ต่อจากนี้ มันจะไม่มีอีกแล้ว
ส่วนเรื่องที่ไลท์ยังคาใจเกี่ยวกับเรื่องของอาหารทะเลที่ค่อนข้างหายากในโลกนี้ ทางด้านคุณตาเกลก็ได้เล่าให้กับชายหนุ่มได้ฟังเอาไว้ดังนี้
โลกใบนี้นอกจากจะมีมนุษย์และสัตว์อสูรแล้ว ยังมีเผ่าพันธุ์อมนุษย์และปีศาจอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ปีศาจที่ว่านั้นได้ตายและสาบสูญจากโลกใบนี้ไปนานมากแล้ว ทำให้โลกใบนี้ไม่มีการรุกรานจากปีศาจ
กลับกัน...แม้พวกปีศาจจะถูกกำจัดไปหมดแล้ว แต่โลกใบนี้กลับไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ผู้คนคาดหวัง
มนุษย์ที่สุดก็คือมนุษย์ พอเริ่มอยู่กันอย่างสุขสบาย พวกเขาก็เริ่มหาเรื่องรุกรานกันเอง จนมีอาณาจักรน้อยใหญ่ ได้ล่มสลายกันไปหลายต่อหลายแห่ง
และด้วยสงครามที่มนุษย์ได้ก่อขึ้นนี้เอง ทำให้เผ่าพันธุ์อมนุษย์ต่างก็พลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย
กลุ่มคนแคระที่จัดว่าเป็นผู้ร่ำรวยมากที่สุดในโลกใบนี้ ถูกกองทัพจักรวรรดิทมิฬบุกโจมตีเพื่อปล้นชิงทรัพย์สิน จนกระทั่งอาณาจักรที่เคยรุ่งโรนจ์ของเหล่าคนแคระได้กลายเป็นดินแดนที่สาบสูญ
จนทุกวันนี้ก็ยังมีร่องรอยแห่งเพลิงสงคราม ปรากฏให้เห็นในหน้าแผนที่โลกอยู่เลย
อย่างไรก็ตาม การที่มนุษย์อย่างจักรวรรดิทมิฬได้เปิดฉากบุกโจมตีเผ่าคนแคระนี้เอง ทำให้อมนุษย์อีกจำพวกหนึ่งอย่าง ‘เอลฟ์’ ดูจะไม่พอใจกับสงครามที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
เอลฟ์ถือเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นสูงที่มีพลังเวทกล้าแกร่งกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ แม้แต่กองทัพของจักรวรรดิทมิฬที่มีชัยเหนือคนแคระก็ยังต้องศิโรราบ พ่ายแพ้ให้กับเอลฟ์แบบที่ต่อกรกันไม่ได้
หลังจากจบสงคราม เอลฟ์จึงได้ตัดขาดสัมพันธ์กับมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ก่อนจะปลีกวิเวก ปิดช่องทางทั้งหมด ไปอาศัอออยู่ที่หมู่เกาะมนตรา ในทะเลสาบมนตรา พร้อมกับสร้างคลื่นพายุลมฝนและม่านหมอกปกคลุมตัวเองเอาไว้จนถึงทุกวันนี้
และจากการกระทำนี้เอง ทำให้เหล่ามนุษย์ไม่อาจรุกล้ำเข้าไปใกล้น่านน้ำในทะเลสาบมนตราได้อีกเลย
“ด้วยเหตุนี้แหละที่ทำให้การออกหาสัตว์ทะเลเป็นเรื่องยาก การออกไปจับปลาในทะเลสาบมนตรา ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย...น้องของไรอันที่ชื่อว่าไรเซนคงต้องหมดหนทางแล้วจริงๆ ถึงกล้าเอาตัวเองไปเสี่ยงตายแบบนี้” คุณตาเกลเล่าเรื่องนี้จนจบ
ทั้งสองก็ได้กลับมาถึงร้านอาหารสามเวลา...ที่หน้าร้านในตอนนี้ ต่างเนืองแน่นไปด้วยนักผจญภัยนับร้อย
ติ้ง!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดวันพุธ