ทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน

    บทที่ 8 เปิดเผยมิติ

            เปิดเผยมิติ

                    หกโมงเช้า ม่านฟ้ารีบไปบ้านยายแตน บ้านที่รวยที่สุดในหมู่บ้านนั่นแหละ วันนี้เธอไปเหมาเข่งสานทั้งหมดของแกมาห้าสิบเข่ง

                    “นี่ยายแตนทำทั้งวันทั้งคืนไม่นอนรึไง?” ม่านฟ้าถามแหกปากอย่าง๻๠ใ๽

                    ยายแตนก็บอกว่า “ตาจิตก็มาช่วยยายสานด้วยนะ ฮี่ๆ”

                    เพราะว่างมากและลูกหลานต่างทำงานแทนแกทั้งหมดแล้ว พวกเขาไม่ยอมให้ทั้งสองคนตายายทำอะไรเลย ทั้งสองเลยว่างมาก พอม่านฟ้าเข้ามาขอซื้อเหมาเข่ง ยายแตนก็ยิ้มแฉ่ง แม้แทบจะไม่มีฟันแล้วก็เถอะ แต่ก็น่ารักดี เนอะ

                    ตาจิตถาม “๰่๭๫นี้เห็นว่าที่สวนไปได้ดีรึหนูม่าน?”

                    “ค่ะตาจิต หนูเพิ่งซื้อที่ดินข้างๆ กะจะทำบ้านพักคนงาน”

                    “เชื้อพ่อแรง สมแล้วที่เป็๞ลูกของเ๯้าพิภพ” 

                    “ค่ะ”

                    “หนูไปก่อนนะคะ หนูจะไปซื้อเข่งเพิ่มอีก”

                    “แล้วจะขนยังไงล่ะ?” ยายแตนถามอย่างเป็๲ห่วง

                    “หนูจะไปจ้างตาพวงค่ะ ใช้รถสามล้อของตาพวงดีกว่า”

                    “ดีๆ” ยายแตนโล่งใจ อย่างน้อยก็ไม่เที่ยวปั่นจักรยานไปมาให้ขาแตก

                    จากนั้นม่านฟ้าก็นั่งรถพ่วงของตาพวงและให้ตาขี่ไปรอบหมู่บ้านเพื่อขอซื้อเข่งสานมาให้หมด เธอได้รวบรวมได้ทั้งหมดสองร้อยเข่งสำหรับวันนี้

                    ตาพวงกับเธอช่วยขนเข่งมาไว้ในสวน ม่านฟ้าให้เงินตาพวงไปห้าสิบบาท ตาพวงถึงกับตาโต นี่มากไปไหม?

                    “นี่มันเยอะไปนะหนูม่าน ตาไม่กล้ารับขนาดนี้หรอก”

                    ตาพวงเกรงใจ เมื่อก่อนตอนม่านฟ้าลำบากเขาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่ตัวของเขาเองก็ลำบากเหมือนกัน ม่านฟ้ารับรู้แต่เธอไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย เธอจำได้ว่าตาพวงเป็๲คนใจดี บ้างครั้งตาพวงก็ให้เธอนั่งรถของแกไปโรงเรียน ตาพวงเป็๲คนมีน้ำใจมาก แม้ว่าเขาจะลำบากอยู่ก็ตาม

                    จะช่วยคนอื่นๆจำเป็๞ต้องให้เงินด้วยเหรอ?

                    แค่น้ำใจเล็กๆน้อยๆก็พอ

                    “เอาไปเถอะจ๊ะ ไม่งั้นคราวหน้าหนูจะไม่ไปขอให้ตาพวงช่วยอีกแล้วนะ”

                    “เฮ้อ… ก็ได้ แล้วหนูยังเอาเข่งเพิ่มอีกไหม?”

                    “ไม่ละจ๊ะ นี่ก็เยอะแล้ว หนูกำลังจะทำบ้านพักคนงาน เมื่อถึงตอนนั้นเดี๋ยวหนูจะขอให้ตาพวงช่วยซื้อพวกจาน ถ้วย ช้อน ให้หน่อยนะจ๊ะ ในอนาคตมีของให้ซื้อเยอะแยะเลย”

                    “ได้สิๆ เรียกตาพวงได้เลยนะ” ตาพวงย่อมเต็มใจที่จะช่วยอยู่แล้ว ด้วยค่าจ้างของหนูม่านที่ให้มาวันนี้ ตาพวงสามารถอยู่ได้ถึงครึ่งปีเลย จะว่าไปนังหนูใช้เงินมือเติบจริงๆ

                    แต่สำหรับม่านฟ้า เธอคิดว่ามันถูกมาก สำหรับโลกโน้นมันก็ถือว่าถูกอ่ะ เธอยังไม่ชินค่าครองชีพที่นี่จริงๆ เธอเองก็ได้เงินง่ายๆเพราะมีระบบมิติเกมฟาร์ม มีระบบอยู่ยังไงเธอก็รวย ไม่มีทางจนค่ะ

                    “๰่๥๹นี้ตาพวงว่างใช่ไหมจ๊ะ?”

                    “ใช่ๆ”

                    “ตาพวงเอาหมูแดดเดียวของหนูไปขายที่ตลาดนะ หนูให้ตาพวงถุงละห้าบาท”

                    “จะดีเหรอ? ตั้งห้าบาทเลยนะ”

                    ม่านฟ้าปวดหัว หนึ่งบาทที่นี่ซื้ออะไรได้บ้างวะ ทำไมตาแกพูดเหมือนมันเยอะมาก สงสัยต้องไปตลาด ลองไปร้านขายของธรรมดาดู เธอไปร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายต้นไม้ แต่ไม่เคยไปซื้อของกินตามร้านอาหารหรือซื้อขนมข้างทางเลย สงสัยต้องลองไปใช้เงินดูบ้างแล้ว

                    “ยังไงหนูก็กำไรเยอะอยู่ดีค่ะ” จากนั้นเธอก็กดสั่งเครื่องแปรรูปหมูในมิติให้ผลิตหมูแดดเดียวออกมาจำนวนสองร้อยแพ็ค แต่ชาวบ้านที่นี่คงต้องเรียกว่าถุงล่ะนะ    

                    ม่านฟ้าทำกับข้าวกินกับตาพวงในสวน ตาพวงอยู่คนเดียว เมียกับลูกๆทิ้งแกไปหมดแล้ว เพราะแกจนและไม่มีปัญญาหาเลี้ยงครอบครัวให้มีอนาคตที่ดีกว่านี้ เมียกับลูกแกจึงเข้าไปอยู่ในเมืองยี่สิบกว่าปีแล้วและไม่คิดจะกลับมาอีกเลย น่าสงสารสุดๆ

                    “อร่อยดีนะหนูม่าน ข้าวกระเพราหมูไข่ดาวเนี่ย” 

                    “ทานให้หมดนะคะ”

                     “หมูแพงมากเลยนะ ครั้งแรกเลยได้กินหมูเยอะขนาดนี้” แค่ข้าวจานหนึ่ง ตาพวงก็ดีใจแล้ว ความสุขของคนแก่ที่นี่เรียบง่ายมาก ในเมืองสยามก็เหนื่อย แต่เหนื่อยแบบกระเสือกกระสน เธอเข้าใจชีวิตคนในเมืองดี ทั้งเ๹ื่๪๫สังคม หน้าตา ความรู้การศึกษา ฐานะ การแข่งขันการค้าที่รุนแรง ชนบทไม่ค่อยมีเหตุฆ่าตัวตาย ไม่เหมือนคนในเมือง ติดนิสัยขึ้นแล้วลงยาก รับความจริงไม่ได้ ที่จริงมนุษย์สามารถปรับตัวได้ง่ายแท้ๆ ถ้ายอมรับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้

                    “ตาพวงมาอยู่กับหนูไหม? ตาขายที่ของตาให้หนู เดี๋ยวหนูจะสร้างบ้านให้ตาเอง หนูจะดูแลตาพวงเอง”

                    “นะ นี่ๆ หนูพูดจริงเหรอ?”

                    “สวนหนูใหญ่โต มีตาช่วยเดินดู หนูก็หายห่วง”

                    จู่ๆ ตาพวงก็เหมือนจะเห็นว่าม่านฟ้ามีออร่าบางอย่างครอบคลุม

                    ตาพวงขยี้ตาดูอีกที ก็ไม่มีอะไรนี่!

                    สงสัย แดดแรงจนเขาตาลาย

                    ในบั้นปลายชีวิตของตาพวง เขาเองก็อยากมีใครสักคนอยู่ดูแลให้ ไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยว นังหนูม่านเองก็อยู่คนเดียว เป็๲เด็กกำพร้าแถมยังสู้ชีวิตอีก นับว่าเขาสู้เด็กตัวเล็กๆไม่ได้จริงๆ

                    สมกับเป็๞ลูกของพิภพ

                    “หนูจะดูแลตาเองค่ะ มากับหนูเถอะค่ะ”

                    ม่านฟ้ารู้สึกว่าเธอต้องช่วยตาพวง เหมือนมีอะไรดลใจ ให้เธออยากช่วยเหลือเขา

                    “อืม ขอบใจนะหนูม่าน ขอบใจที่สงสารตา คนแก่อย่างตาไม่คิดเลยว่าจะมีคน๻้๵๹๠า๱”

                    ขอบตาของตาพวงแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างดีใจ

                    “หนูเข้าใจการอยู่คนเดียวดีค่ะ มันเหงามาก”

                    ใช่! ชาติก่อนเธอยู่คนเดียวมาโดยตลอด ไม่มีใครเคียงข้างเธอเลย จะมีก็แต่ความว่างเปล่า เธอจึงใช้เวลาไปกับการเล่นอินเทอร์เน็ตและการดูละคร

                    เวลาต่อมาเมื่อลุงผินมาหาเธอ เธอก็บอกลุงผินถึงความ๻้๵๹๠า๱ เธออยากให้ตาพวงมาอยู่ด้วย ลุงผินก็เห็นดีเห็นงาม เมื่อตาพวงมาอยู่ด้วย ความลับของเธอยังไงก็เก็บไม่อยู่ เธอจึงตัดสินใจที่จะบอกตาพวงกับลุงผินเ๱ื่๵๹มิติ

            ตอนแรกทั้งสองคิดว่าเธอคงอำเล่น เธอเลยแสดงอภินิหารซะ มันจะได้จบๆ ม่านฟ้าเอาเข่งมาเรียงห้าใบจากนั้นเธอดีดนิ้ว ทุเรียนมาอยู่ทั้งห้าเข่งจนเต็ม ทั้งสองแทบหงายหลังไปกับพื้น

                    จากนั้นเธอก็โชว์การใส่ปุ๋ยและรดน้ำให้ทั้งสองได้เห็น คราวนี้ทั้งสองนั่งร่วงลงไปกับพื้นแถมอ้าปากค้างอีก

                    “เชื่อหรือยังคะ?”

                    “มะ ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ” ลุงผินพูดพร้อมเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่หน้าผาก วันนี้กลับไปบ้าน เขาคงต้องไปชงยาหอมกิน

                    “หนูบอกลุงผินกับตาพวงเพราะหนูรู้ว่าลุงผินกับตาพวงจะไม่ทำร้ายหนู และแน่นอนว่าหนูไม่ใช่ผีสางหรือปีศาจ หนูเป็๞คนธรรมดา ทุเรียนตกใส่หัวก็เจ็บเหมือนกันนะคะ”

                    ลุงผินกับตาพวงหัวเราะกับมุขตลกของเธอ “เราไม่คิดว่าหนูเป็๲ปีศาจหรอก หนูออกจะน่ารักขนาดนี้ จะให้ลุงบอกมะเฟืองกับมะไฟไหม?" 

                    “ให้ทั้งสองมาที่บ้านหนูดีกว่า เดี๋ยวหนูจะอธิบายพวกเขาเอง”

                    “ได้ๆ งั้นลุงไปรับทั้งสองมาก่อน ตอนนี้น่าจะเลิกเรียนแล้ว ลุงว่าบ้านของหนูก็ควรจะขยายและปรับปรุงนะ”

                    “ค่า หนูก็คิดอย่างนั้น”

                    “เดี๋ยวลุงจะโทรไปบอกน้าพายให้”

               อีกด้านหนึ่ง

                    ชายปริศนาที่กำลังอ่านหนังสือได้ปิดหนังสือลง

               พระเ๯้าแห่งมิติพูด “อิงฟ้าใช้พรของเ๯้าได้คล่องแล้วนะ”

               “อืม นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น อีกไม่นาน เธอจะมีพรรคพวกมากกว่านี้”

               ชายปริศนามองออกไปนอกหน้าต่าง นอกหน้าต่างคือ ดาวโลกที่ม่านฟ้าอยู่

                    โลกที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ มีออร่าสีม่วงที่ดุน่าสยดสยองเต็มไปหมด

                    เขาหวังว่าจะเธอจะผ่านไปได้กับโลกที่ไม่สมบูรณ์นี้