“วันนี้มีผักทอดหรือ มีผักอะไรบ้างล่ะ” คำพาที่เดินมานั่งในวงข้าวตอนกินมื้อเย็นร้องทักขึ้นเมื่อเห็นผักชุบแป้งทอดน่ากินหลายอย่างในจาน
“มีฟักทอง ใบชะพลู เห็ดนางฟ้า แล้วก็ถั่วฝักยาวจ้ะ ย่าลองชิมดู พลอยทำครั้งแรกไม่รู้อร่อยไหม”
คำพาชิมแต่ละชนิดแล้วก็ยิ้มออกมา “อร่อยทุกอย่าง ฝีมือพลอยดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ แป้งกลมกล่อมและไม่อมน้ำมันเลย”
จักรธรที่นั่งกินด้วยก็พยักหน้า “อร่อยนะ อร่อยกว่าของทอดในตลาดที่ธรกินวันก่อนเสียอีก” จักรธรยืนยันอีกเสียง
พลอยแท้ยิ้มปลื้ม
“ถ้าทำขายนี่รับรองขายได้เลยนะ กำไรน่าจะดี” จักรธรยังยกยอต่อ
พลอยแท้หันหน้ามองอย่างสนใจ อันที่จริงเธอมองหาอาชีพอยู่หลายอย่างที่คิดว่าจะทำ เพราะมองแล้วว่าคงพึ่งรายได้จากจักรธรเพียงทางเดียวไม่ได้ ตอนนี้อาจจะยังพอประคองไปได้ แต่อนาคตถ้าของขวัญโตขึ้นเรื่อย ๆ ค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็เงาตามตัว
“ถ้าพลอยทำขายจริง ธรคิดว่าไหวไหม”
จักรธรเหลียวไปมอง “คิดจะขายจริงหรือ แล้วของขวัญล่ะ จะทำไง”
พลอยแท้พยักหน้าและชี้แจงเหตุผลที่คิดไว้ทั้งหมดให้ทราบ
จักรธรและคำพาหันมามองหน้ากัน ก่อนที่คำพาจะเอ่ยปากสนับสนุน “เอาแบบนี้สิ ไปทำขายในตลาดที่ธรทำงาน ออกกันไปแต่เช้า ่สายกลับมาให้นมของขวัญก็ยังไม่สาย ของขวัญเริ่มกินอาหารอ่อนได้แล้วคงไม่งอแงมากหรอก ย่าจะดูของขวัญให้ใน่เช้า พอพลอยกลับมาก็พอดีที่ย่าไปขายผักที่ตลาดเย็น”
เมื่อตกลงกันได้แบบนี้ พลอยแท้จึงเริ่มอาชีพของตนในทันที พวกผักนั้นไม่มีปัญหา หาฟรีตามแปลงผักและริมรั้วรอบบ้านได้ จะมีต้นทุนแค่ผักพิเศษอย่างข้าวโพดอ่อนหรือหอมหัวใหญ่ ที่ต้องไปหาซื้อในตลาดเช้าวันที่ขาย โชคดีที่ราคาไม่สูงมากนัก
แต่ต้นทุนหนัก ๆ จะเป็พวกแก๊ส น้ำมัน กระทะ และบรรดาเครื่องปรุงสารพัดเล่นเอาเงินขายเห็ดที่เก็บสะสมมาได้สองพันบาทหมดเกลี้ยงในพริบตา
แล้วความเหนื่อยทั้งหมดก็ไม่สูญเปล่า ผักทอดหลากชนิดของเธอได้รับการตอบรับที่ดีมากั้แ่วันเปิดขาย เธอได้เงินมาถึงห้าร้อยบาทจากต้นทุนประจำวันไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท ทำเอาพลอยแท้ดีใจจนเนื้อเต้น ถ้าไม่นับเื่การหาเห็ดขาย นี่ถือว่าเป็ครั้งแรกในชีวิตทั้งสองยุคของเธอที่สามารถหาเงินมาได้ด้วยมือของตัวเอง
หลังจากยุ่งขายคนเดียวมาร่วมสัปดาห์ จักรธรจึงตัดสินใจเลิกเข็นรถส่งของที่ได้รอบละแค่หนึ่งบาท เขามาช่วยพลอยแท้ขายผักทอดแทน และการมาช่วยของเขา ทำให้ยอดขายต่อวันเพิ่มขึ้นมาถึงวันละหกร้อยบาท สองหนุ่มสาวรู้สึกว่าเขาและเธอเริ่มเดินมาถูกทางทีละเล็กละน้อยแล้วในชีวิตนี้
ทั้งคู่ขายผักทอดได้สองสัปดาห์ก็สามารถเก็บเงินได้ถึงสามพันบาท ตอนนี้ความฝันที่ว่าจะมีเงินหนึ่งหมื่นบาทในมือนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
“ไหน? ร้านผักทอดของสองผัวเมียไหนที่ว่าขายดี” ชายร่างใหญ่ท่าทางนักเลงะโถามเสียงดังลั่นหน้าตลาดใน่เวลาตีสามของวัน ด้านหลังของเขามีผู้ชายท่าทางน่ากลัวเดินตามมาอีกสามคน
ทุกคนต่างเหลียวไปมองกลุ่มชายฉกรรจ์เ่าั้เป็ตาเดียว ก่อนจะเบือนสายตาไปมองพลอยแท้และจักรธรที่กำลังช่วยกันตั้งร้านด้วยแววตาเห็นใจเล็ก ๆ
จักรธรเงยหน้ามองกลุ่มชายเ่าั้เช่นกัน เขามีสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นมาทันที แต่ยังทำใจดีสู้เสือ “ถ้าจะซื้อผักทอด รออีกประมาณครึ่งชั่วโมงนะครับ ยังเตรียมของไม่เสร็จ” เขาตอบกลับอย่างสุภาพ ขณะที่มืออีกข้างรีบดึงพลอยแท้มาหลบอยู่ด้านหลัง
“แกทั้งคู่มาขายผักทอดที่นี่ได้ขออนุญาตใครหรือยัง” ชายร่างใหญ่เดินมาถามด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
จักรธรงง “ที่ตรงนี้ไม่มีเ้าของมาก่อน อีกอย่างตอนคนเก็บค่าเช่าแผงมาเก็บเงินก็ไม่เห็นบอกอะไรนี่ครับ”
“แล้วแกถามฉันหรือยังว่าขายได้ไหม”
จักรธรเริ่มเดือดน้อย ๆ “แล้วพี่เป็ใครล่ะ ทำไมผมต้องไปขอพี่ด้วย”
“กูก็ขาใหญ่ในตลาดนี่ไงล่ะ กูไม่อนุญาตให้พวกมึงผัวเมียมาขายผักทอดที่นี่ รีบเก็บข้าวของออกไปจากตลาดเดี๋ยวนี้”
“อะไรกันพี่ ที่นี่เป็ตลาดเทศบาล เ้าของก็ต้องเป็เทศบาลสิ แล้วท่าทางพี่ก็ไม่น่าใช่เ้าหน้าที่ของเทศบาลแน่ ๆ เราต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะพี่ ผมกับเมียก็แค่อยากมาค้าขายหารายได้เลี้ยงปากท้อง ไม่ได้อยากมีเื่กับใครทั้งนั้น”
“ถ้าจะดื้อขายต่อก็ได้ แต่แกต้องเปลี่ยนไปขายอย่างอื่น ไม่ใช่ผักทอด” ชายผู้นั้นยื่นข้อเสนอ
“แล้วมันมีกฎข้อไหนที่ห้ามไม่ให้ขายผักทอดที่นี่ ทีอีกเ้าในตลาดทำไมถึงขายได้”
“เขามาก่อน เขาก็ต้องขายได้สิ พวกแกต้องเปลี่ยนไปขายอย่างอื่น ห้ามขายเหมือนร้านนั้นเด็ดขาด”
จักรธรเริ่มเข้าใจราง ๆ “แล้วทีไก่ทอด ลูกชิ้นทอด เห็นมีตั้งหลายร้าน ทำไมขายได้”
“แกก็เปลี่ยนไปขายไก่ทอด ลูกชิ้นทอดสิ แต่ผักทอดห้ามขายเด็ดขาด” ชายคนนั้นยังยืนยันคำเดิม
“หึ...ร้านนั้นคงส่งพี่มาใช่ไหม งั้นฝากไปบอกเขาด้วยว่าผมไม่เลิก ทุกคนมีอิสระที่จะขายอะไรก็ได้ทั้งนั้น” จักรธรปฏิเสธด้วยแววตาแข็งกร้าว
“อ้อ...อวดเก่ง” ชายร่างใหญ่ยิ้มหยันมุมปากก่อนเหลียวไปส่งสัญญาณกับชายที่เหลืออีกสามคน “ไม่เป็ไร กูจะทำให้มึงเลิกเองแบบตลอดชีวิต”
เมื่อพูดจบ ชายสามคนที่อยู่ด้านหลังต่างวิ่งกรูเข้ามาที่แผงของจักรธรพร้อมทำลายข้าวของทั้งหมดจนเสียหายย่อยยับท่ามกลางเสียงหวีดอย่างใของพลอยแท้และบรรดาแม่ค้าที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้าง