ตอนที่ 3 ปรับตัว...กับผีสิ!
หานซีหนิงฝันเห็นความยากลำบากในโลกก่อน
เมื่อรู้สึกตัวอีกทีท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิทแล้วทิ้งไว้เพียงความวังเวงในพื้นที่อันห่างไกลไร้ผู้คนเสียงสัตว์ป่าร้องระเบ็งเซ็งแซ่ไม่ต่างจากคืนแรกที่เธอมาโผล่ที่นี่
ร่างกายเล็กๆตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง ขยี้ดวงตาสองสามทีก่อนหันมองรอบห้องแสงสว่างจากตะเกียงทำให้ทั้งห้องไม่มืดมิดเช่นหลายคืนที่ผ่านมาความหวาดกลัวในใจที่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ลดน้อยลงก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความแปลกใจ
เธอจำได้ว่าห้องของเธอไม่มีแสงไฟมาหลายวันแล้วยังดีที่่นี้คือฤดูใบไม้ผลิ เมื่อวานฝนตกลงมาครู่เดียว จากนั้นท้องฟ้าก็สดใสมีแสงแดดอบอุ่นตลอดทั้งวัน อากาศ่กลางคืนไม่หนาวมากนัก
ทว่าเย็นวันนี้กลับต่างออกไปเธอเห็นตะเกียงน้ำมันซึ่งกลั่นจากเือสูรลาวา วางตั้งอยู่มุมโต๊ะไม้เก่าบนโต๊ะยังมีซาลาเปาเย็นชืดอยู่หนึ่งลูก วางทับอยู่บนใบตองกล้วย
์!นี่เธอไม่ได้หิวจนตาฝาดใช่หรือไม่ มันคือซาลาเปาจริงๆ
"เปาจื่อ!"หานซีหนิงกรีดร้องอย่างยินดี
แม้จะหิวจนตาลายถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรู้ได้ทันทีว่าเป็หานเซ่ออี้ที่ให้ซาลาเปาลูกนี้กับเธอ
น้ำตาเด็กหญิงคลอหน่วยอย่างยากจะควบคุมอย่างน้อยๆ พี่ชายก็ไม่ได้ทอดทิ้งเธอให้หิวตายตลอดหลายวันมานี้แววตาที่เขาใช้มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังเธอจึงมักจะคิดอยู่เสมอว่าพี่ชายรังเกียจเธอเข้ากระดูกแล้วจริงๆเป็เหตุให้เธอพยายามหาคำตอบว่าตัวเองผิดตรงที่ใด พี่ชายถึงได้ไม่ชอบเธอขนาดนี้
เพราะคิดเช่นนั้นหานซีหนิงจึงไม่กล้าเข้าใกล้เขามากส่วนหนึ่งเพราะไม่รู้ว่ายามที่เขาโมโหแล้วจะลงมืออย่างไรกับเธอ และอีกส่วนคือเธอไม่อยากเห็นแววตารังเกียจนั้นจากพี่ชาย
ซาลาเปาลูกเล็กลูกเดียวถูกยัดเข้าปากถึงจะกินแล้วไม่ทำให้อิ่มท้องแต่ก็สามารถเยียวยาจิตใจของเธอในเวลานี้ได้เป็อย่างดี เด็กหญิงเช็ดน้ำตาก่อนจะดับไฟแล้วพลิกตัวกลับเข้านอนไม่อย่างนั้นเธอคงทนความหิวจนผ่านคืนนี้ไปถึงรุ่งเช้าไม่ได้แน่...
ทันทีที่ไฟในห้องของหานซีหนิงดับลงหานเซ่ออี้ก็เดินออกมาจากมุมมืด ยืนมองเงาร่างน้องสาวผ่านหน้าต่างห้อง
หลายวันนี้เขาเห็นนางเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในเรือนทั้งยังไม่ยอมก้าวออกจากเขตที่พักก็อดคิดไม่ได้ว่าการที่เขาโยนนางทั้งที่ยังมีชีวิตลงไปในเหวอสูรจะทำให้นางหวาดกลัวจนเสียสติไปแล้วจริงๆ
หากเป็เมื่อก่อนนางจะวิ่งเข้าไปที่หมู่บ้านด้านล่าง หากไม่ขโมยอาหารของคนอื่นกินก็มักจะหายเข้าไปในป่าเพื่อเก็บผลไม้พิษกินประทังความหิว นางเป็คนตะกละกินทุกอย่างได้ไม่เลือก ทว่าั้แ่คืนที่นางใจกล้าพุ่งเข้ามาหมายจะกอดเขาเด็กคนนั้นก็ดูจะไม่เหมือนเดิม ชอบทำท่าทางแปลกๆ แววตาทั้งรักและชื่นชมเขาทว่าบางครั้งกลับพูดภาษาที่เขาฟังไม่ออก
นางต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
แม้ทุกอย่างจะปรากฏชัดออกมาเช่นนั้นหานเซ่ออี้ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เขาให้เหตุผลกับตัวเองว่าตนอาจจะคิดมากเกินไปและการฆ่านางครั้งนี้เขาอาจจะทำเกินไปจริงๆเป็ครั้งแรกที่เขาเล่นกับความรู้สึกกลัวของนาง
ทว่าเมื่อนึกถึงนางที่สร้างปัญหาให้เขาเฉกเช่นเมื่อสิบวันก่อนที่นางไปขโมยอะไรไม่ขโมยดันไปหยิบหินิญญาเข้มข้นระดับสองของหัวหน้าหมู่บ้านกลับมาเมื่อเื่นี้ถูกเปิดเผย เขาต้องรับโทษโบยยี่สิบไม้แทนนางระดับพลังยุทธ์ที่เขาลำบากฝึกฝนทั้งที่ไม่มีพื้นฐานและทรัพยากร ถึงกับลดไปสองขั้น
เทียบกับเวลาที่เขาใช้ฝึกฝนถึงสามปีก้าวข้ามระดับกายหยาบขั้นห้าจนมาถึงขั้นหกแล้ว แต่นางกลับเก่งนักเพียงชั่วข้ามคืนก็ทำให้ขั้นพลังยุทธ์ของเขาลดไปสองขั้น
เวลานั้นเขาโกรธมากทันทีที่ลุกจากฟูกที่นอนได้ เขาก็ลากนางไปทิ้งที่เหวอสูรเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องหวาดกลัวของนาง เขาพลันรู้สึกสะใจมาก ยิ่งเห็นร่างเล็กๆที่เขาเกลียดชังถูกฉีกเป็ชิ้นๆ ก็ยิ่งมีความสุขรอจนพลบค่ำวันถัดมาจึงกลับไปนำร่างของนางที่หลอมรวมจนเกิดเป็กายหยาบร่างใหม่แล้วกลับมาหยิบยืมเสื้อผ้าลุงฉีมาสวมให้นาง
หานเซ่ออี้ไม่คิดว่าความเกลียดชังต่อสายเืตระกูลอวิ๋นในตัวของนางจะลดน้อยลงจากใจเขาได้ซาลาเปาลูกนั้นก็ให้นางกินเพราะจะได้หยุดเสียงท้องร้องของนางที่รบกวนการพักผ่อนของเขา
เด็กหนุ่มยิ้มอย่างเ็าหากแค่ให้นางอดข้าวแล้วจะทำให้นางตายได้ เช่นนั้นก็คงดีไม่น้อยการมีอยู่ของนางไม่รู้ว่าจะเปิดเผยเื่ที่เขาลักลอบฝึกพลังยุทธ์ให้ผู้อื่นรู้เมื่อใดถึงตอนนั้นเขาคงไม่มีสิบชีวิตเหมือนนาง
นึกถึงชีวิตบัดซบนี้แล้วเด็กหนุ่มก็ได้แต่เก็บความเคืองแค้นไว้ในใจ จากนั้นก็หมุนกายเดินกลับห้อง
หานซีหนิงตื่นขึ้นมาใน่เช้าตรู่เพราะทนความหิวรบกวนจนแสบท้องไม่ไหว คิดจะนอนต่อก็คงไม่ได้แล้ว
เธอใช้สองมือนั่งนวดท้องที่รู้สึกปวดก่อนจะเลิกผ้าห่มลุกออกจากฟูกที่นอน หลับตาเดินสะเปะสะปะมาเทน้ำดื่มั์ตาเรียวหรี่หลุบมองกาน้ำร้อนที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำหยดลงถ้วยสักหยด
อันที่จริงโลกก่อนเธอเคยอ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มพล็อตนิยายที่สามารถตีตลาดจนทำเงินได้มหาศาลส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่ใช่พล็อตเกิดใหม่ก็เป็พวกทะลุมิติและที่นักอ่านชอบคือตัวเอกที่ทะลุมิติมาต่างโลกปุ๊บก็ได้สามีเลี้ยงดูทันทีเข้าด้ายเข้าเข็ม มีลูกน้อยเป็โขยง
หรือไม่แล้วก็ต้องได้พลังเจ๋งๆขยับอะไรก็ทำเงินได้อย่างรวดเร็ว คิดจะเปิดกิจการก็รุ่งโรจน์ดุจปาฏิหาริย์
"ชิ..." หานซีหนิงเบะปากมองบนคงมีแต่เธอเท่านั้นที่สภาพอนาถ
ครั้นนึกถึงความบัดซบของตัวเองจิตใจก็พลันห่อเหี่ยว ระยะนี้เธอยังใไม่หายกับการที่วาร์ปจากระเบียงชั้นเจ็ดสิบเอ็ดมาโผล่ยังต่างโลกพร้อมกับหนังสือนิยายที่อ่านเข้าใจยากเล่มหนึ่ง
"เฮ้อ!รู้อย่างนี้ตอนนั้นน่าจะตั้งใจเรียนภาษาไทยกับครูต่างชาติให้มาก"
หานซีหนิงทรุดนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดอาลัยตายอยากเข่าชนขาโต๊ะเบาๆ พลันบางอย่างกลิ้งหลุนๆ ตกลงจากโต๊ะ
"พุทราป่า!?"
์! พวกท่านยังไม่ทอดทิ้งข้า
ถึงจะแค่ลูกเดียวก็ยังดีกว่าไม่มีดูจากเมื่อวานที่มีซาลาเปามาวางไว้ในห้องบางทีหานเซ่ออี้ก็ไม่ได้เกลียดชังน้องสาวจนเข้ากระดูกดำ
หานซีหนิงคิดว่าการที่พี่ชายฆ่าเธอมาเจ็ดสิบกว่าครั้ง แต่กลับไม่ตายเช่นนี้ไม่แน่ว่าร่างกายของเด็กหญิงที่เธอมาสิงร่างอยู่อาจมีอะไรที่พิเศษบางอย่างซ่อนไว้
เมื่อวานเธออ่านนิยายจบไปบทหนึ่งแล้วก็พอจะรู้มาว่าโลกใบนี้ที่ว่า 'ครึ่งจีนแฟนตาซี' นั้นมันเป็อย่างไร
การที่เธอจะหดหัวอยู่แต่ในห้องแคบๆแบบนี้ ไม่ใช่วิธีการที่ฉลาดนัก
หานซีหนิงมองออกไปยังป่าทึบด้านหลังเรือนพึมพำเอ่ยกับตัวเองว่า "เริ่มจากป่าใกล้ๆ นี้ก่อนก็แล้วกันท้องอิ่มแล้วค่อยกลับมาอ่านนิยายต่อ"
นึกถึงบทความการเตรียมตัวเดินป่าของโลกก่อน
หานซีหนิงมีประสบการณ์เื่การเดินป่าอยู่ไม่น้อยแม้จะแค่ประสบการณ์ 'เคยอ่านทฤษฎี' ก็เถอะโลกก่อนตอนที่ยังเป็แค่ขอทาน พี่ชายก็เคยพาเธอเดินป่าอยู่หลายครั้งป่าในสวนสาธารณะ มีต้นไม้น้อยไปหน่อยแต่ก็จัดว่าเป็ป่าแหละนะ
มัดเชือกผูกขากางเกงและแขนเสื้อเสร็จแล้วก็หยิบมีดทำครัวออกไปด้วยหนึ่งเล่มพร้อมกับห้อยถุงน้ำที่ข้างเอว เธอมองไปรอบห้องครัวอีกครั้งเห็นชะลอมใบเล็กวางอยู่ข้างกองฟืนก็หยิบออกไปด้วย จากนั้นยืดอก เงยหน้ายิ้มร่ามองท้องฟ้าอย่างปลื้มปีติ ส่งเสียงร้องหนักแน่นเอาฤกษ์เอาชัย "ฮ้ะ!"
เดินข้ามสะพานเล็กๆ เข้าไปในป่า
ลับหลังเด็กหญิงไปแล้วหานเซ่ออี้เดินออกมาจากมุมอับไม่ไกลจากต้นกล้วยด้านหน้าเรือนเมื่อเห็นหานซีหนิงยอมออกจากเรือนเสียทีเด็กหนุ่มบอกไม่ถูกเลยว่าอาการเช่นนี้เรียกว่าโล่งใจได้หรือไม่ความผิดปกติของนางทำให้เขากังวลจริงๆ จนไปสะกิดบ่อรู้สึกผิดในใจของเขา
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาโยนนางให้สัตว์อสูรทั้งที่ยังมีสติครบถ้วนจนทำให้นางกลัวการออกจากเรือนเช่นนี้ บางทีเขาคงไม่ย้อนกลับเรือนมาดูนางทั้งที่ตัวเขาออกไปทำงานั้แ่เช้าแล้ว
เดิมทีเขาดีใจที่นางหวาดกลัวจนไม่กล้าออกไปสร้างปัญหาให้เขาแต่คิดดูแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองทำเกินไป อย่างน้อยสายเืครึ่งหนึ่งของนางก็ยังเป็คนตระกูลหานเป็น้องสาวร่วมมารดาเดียวกันกับเขา
ฉะนั้นเขากังวลเช่นนี้ก็ถูกแล้วจะได้ไม่ผิดต่อท่านแม่ที่ตายจาก...
หานซีหนิงย่อมไม่รู้ว่าพี่ชายแอบมองอยู่เธอเดินเข้าไปในป่าด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ไม่รีบร้อน
ไหนเลยจะรู้ว่าหนึ่งชั่วยามให้หลังเธอจะมีสภาพเป็เช่นนี้
บ้าที่สุด!
เด็กหญิงหกล้มคลุกคลานกลิ้งหลายตลบจนหลงทิศหลงทางจะเดินต่อ กระทืบเท้าเร่าๆ อย่างขัดใจ
หานซีหนิงปัดใบไม้ออกจากศีรษะพ่นลมหายใจฟึดฟัด ใบหน้าเล็กบึ้งตึง นึกถึงโลกก่อนที่หลายปีใช้ชีวิตอย่างสุขสบายหยิบจับอะไรก็มีแต่ของแบรนด์ดัง เธอยังควงหนุ่มนักธุรกิจออกงานสังคมอีกด้วย
ตอนนี้ล่ะ
ฮะฮะ...ตอนนี้กลับถูก์กลั่นแกล้งให้ตกอับอีกแล้วหรือเพราะขอทานยากจนอย่างเธอไม่ควรใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในโลกก่อนหรือไรถึงได้ส่งมาให้ตกระกำลำบากเช่นนี้อีกแล้ว
ฮึ่ย! คอยดูเถอะ เธอจะรวยให้ดู์บัดซบ!
เด็กหญิงก้มหน้ากัดฟันเดินต่อไปจนกระทั่งพบต้นพุทราป่าต้นหนึ่ง ละอองบางอย่างสีม่วงลอยวนอยู่รอบต้นดูแล้วก็คล้ายหมอกจางๆ
หานซีหนิงหิวเกินกว่าจะสนใจหมอกสีม่วงสวยงามเอื้อมมือโน้มกิ่งพุทรา เด็ดลงมาหลายลูก ลูกไม่ใหญ่นัก เมื่อยัดเข้าปากก็ต้องกัดฟันและหลับหูหลับตาร้อง "อ้า…" ขนลุกซู่
ผลของมันทั้งเปรี้ยวและฝาดโชคดีที่เธอสามารถกินทุกอย่างได้ไม่เลือก ครู่ต่อมาจึงยิ้มแฉ่ง
"อื้ม อร่อย!"
หานซีหนิงนั่งกินพุทราป่าใต้ต้นของมันอย่างเอร็ดอร่อยทุกลูกเธอจะกินอย่างสะอาดหมดจด ไม่ให้เศษหล่นพื้นสักชิ้น ถูๆ ลูกพุทรากับเสื้อให้สะอาดจากนั้นก็กัดกินอย่างสำราญใจ
เนื้อที่ติดเมล็ด ถูกฟันเล็กๆแทะจนเหลือแต่เมล็ดแข็งๆหากเอาแว่นขยายมาส่องก็คงมองไม่เห็นเศษเนื้อที่ติดอยู่กับเมล็ด
เธอไม่ได้ตะกละแต่มันคือความยากลำบากของคนที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างอดอยาก หากไม่ประหยัด ไม่เห็นคุณค่าของอาหารกินทิ้งกินขว้าง ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหนสักวันก็คงต้องหมดตัว ในเมื่อมีอาหารให้กินหากเธอยังเกี่ยงว่าเปรี้ยวนี่ฝาดแล้วจะไม่อดตายหรือเมื่อถึงที่สุดเธอแทบจะก้มกราบผลไม้นี้ที่ทำให้เธอยังมีชีวิตอยู่ต่อด้วยซ้ำ
กินจนหนังท้องตึงหานซีหนิงก็เก็บเมล็ดพุทราที่กองสูงเกือบถึงหน้าแข้งกลับไปด้วยหนึ่งกำพร้อมกับเก็บลูกพุทราจากต้นส่วนหนึ่งใส่ชะลอม ตั้งใจจะเอามันกลับไปฝากพี่ชายระหว่างทางเธอเห็นเห็ดสีแดงสดสวยทว่ามีหนอนเจาะอยู่ก็เก็บกลับไปด้วยเธอเลือกเห็ดที่มีร่องรอยของหอยและหนอนกัดกินกลับไปทั้งหมด เก็บใส่ชะลอมที่สะพายอยู่บนแผ่นหลัง
หานซีหนิงไม่ได้เดินเข้าป่าไปลึกนักใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็กลับมาถึงเรือนของตนดวงอาทิตย์ยามนั้นคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตกมากแล้ว
ร่างผอมเล็กเดินเข้าไปในครัวคลายชะลอมบนหลังวางลงข้างเตา ในแขนเสื้อยังมีเมล็ดพุทราป่าจากนั้นก็เทของทุกอย่างที่หามาได้ลงบนโต๊ะ แยกเห็ดไว้สองตะกร้าแบ่งส่วนหนึ่งไว้ตากแห้ง อีกส่วนก็นำมาล้างให้สะอาดแล้วต้มให้สุกแช่เกลือแล้วหมักไว้ในไห...นั่นคือสิ่งที่เธอคิด
เธอไม่รู้ว่าเห็ดนี้มีพิษหรือไม่แต่ถ้าหนอนกินได้เธอก็ต้องกินได้เช่นกัน
เตาไฟเช่นนี้เธอใช้ไม่ยากโลกก่อนเคยไปยืนขออาหารจากร้านเล็กๆ ข้างถนน ยืนมองพวกเขาก่อไฟทำอาหารทุกวันวันไหนเถ้าแก่ร้านใจดีหน่อยก็แบ่งอาหารให้เธอกับพี่ชายพวกเขาก็ใช้เตาโบราณประกอบอาหารแบบนี้เหมือนกัน
"ยากกว่าที่คิด!"
หานซีหนิงเกาศีรษะหลังจากพยายามใช้ตะบันไฟก่อไฟในเตาอยู่นานฟางก็ใส่แล้ว ฟืนก็ใส่ไปตั้งเยอะ แต่กลับไม่ง่ายเลย
ฉับพลันนั้น จู่ๆเธอก็พบความผิดปกติบนศีรษะ เหตุใดเส้นผมถึงได้ยุ่งเหยิงเช่นนี้
เด็กหญิงวิ่งไปเปิดฝาถังน้ำที่นอกเรือนออกอย่างรวดเร็วในถังมีน้ำอยู่แค่ก้นแต่ไม่นับเป็ปัญหา เธอมองเงาตัวเองในน้ำซึ่งไม่แปลกใจที่เห็นใบหน้าตัวเองเหมือนกับโลกก่อนที่จากมา หากหานเซ่ออี้ยังมีใบหน้าเช่นนั้นเธอที่เป็น้องสาวก็ต้องมีใบหน้าคล้ายเขาไม่หกก็เจ็ดส่วน
แต่สิ่งแรกที่เธอใหลังจากที่เห็นเงาในน้ำคือสภาพสกปรกมอมแมมของตัวเองฟันเหลืองไม่ได้แปรง อะไรดำๆ เหนียวหนืดติดเส้นผมก็ไม่รู้ ซอกคอยังมีคราบขี้ไคลดำๆเต็มไปหมด มีแค่เล็บมือเล็บเท้าเท่านั้นที่เธอใช้น้ำอุ่นล้างจนสะอาด
เห็นสภาพตนเองเช่นนี้แล้วก็นึกไปถึงวันที่หานเซ่ออี้ยกเท้าถีบ
สมควรโดน
นี่มันสกปรกเกินไปแล้วตอนแรกยังคิดว่าอะไรเหม็นๆ เดินหาทั่วเรือนก็หาไม่พบซากสิ่งมีชีวิตตาย ที่แท้...
ตัวเธอเอง
หานซีหนิงวิ่งลงไปที่ลำธาร ะโตูมลงไปได้แค่หน้าแข้งก็รีบวิ่งกลับขึ้นมา
"เย็นเกินไปแล้ว!"
เธอะโต่อว่าน้ำในลำธารจนกระทั่งความโมโหในใจคลายไป จากนั้นร่างเล็กๆ ก็วิ่งกลับขึ้นไปที่ห้องครัวใหม่หิ้วถังน้ำติดมือออกมาด้วย เสร็จจากนั้นก็สาละวนจุดไฟ กว่าจะติดเส้นผมของเธอก็หายไปครึ่งศีรษะ บัดซบอะไรเช่นนี้
เมื่อกินอิ่มแล้ว น้ำก็อาบแล้วสุดท้ายก็มานอนรับลมอ่านนิยายอยู่บนพื้นระเบียงหน้าเรือน
ความคืบหน้าวันนี้เธออ่านได้เพิ่มอีกหนึ่งบทเมื่ออ่านภาษาไทยออก เข้าใจความหมาย หานซีหนิงก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากคำไหนประโยคใดอ่านไม่ออกก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ กลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นระเบียงอย่างตัดพ้อโชคชะตา...
เย็นวันนี้หานเซ่ออี้หิ้วปลาสองตัวกลับมาด้วยรอยยิ้ม
เป็อีกวันที่เขาจับปลาได้แต่หลายคืนก่อนเขายังโกรธน้องสาวจึงไม่คิดแบ่งของกินให้นาง แต่วันนี้เขาอารมณ์ดีเพราะได้งานจากหัวหน้าหมู่บ้านมาทำ ค่าจ้างคือ 'หนึ่งร้อยเงินขาว' ต่อหนึ่งเดือน
เมื่อเข้ามาในเขตลานเรือนสองเท้าก็เหยียบขั้นบันไดเตรียมจะก้าวรวดเดียวสองขั้นขึ้นไปบนเรือนทันใดนั้นสายตาสะดุดกับร่างป้อมๆ เหลืองๆ ผมสั้นกุด นอนขวางบันไดก็สะดุ้งะโหนี
"เ้า...เ้า!"
หืม? หานซีหนิงเงยหน้าขึ้นมอง
"เ้าเป็ผู้ใดกัน!"เด็กหนุ่มเผยสีหน้าตื่นๆ ราวกับเห็นผี
หานซีหนิงรู้สึกใจไม่ดีรีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปหาพี่ชายเพราะคิดว่ามีใครอื่นนอกจากพวกเขาที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในเรือนหลังนี้ด้วยหรืออาจเป็ผี
ทว่าหานเซ่ออี้กลับวิ่งหนีเธอ
"ท่านพี่ ท่านอย่าทิ้งข้า ไม่เอาๆข้าไม่อยากอยู่คนเดียว ท่านอย่าทิ้งข้า!" หานซีหนิงร้องไห้วิ่งตามพี่ชายยิ่งเขาทำท่าหวาดกลัวแล้ววิ่งหนี เธอก็ยิ่งกลัวไปกันใหญ่
อะไรกัน? มีอะไรวิ่งตามหลังเธอมาอย่างนั้นหรือหานซีหนิงจะร้องไห้
หานซีหนิงไม่เหมือนหานเซ่ออี้ที่เป็คนในโลกนี้เธอยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ด้วยซ้ำ รู้แค่ว่ามีหินิญญา มีสัตว์อสูรมีพลังยุทธ์ มีผลไม้ที่ทั้งเปรี้ยวและฝาด มีไอหมอกสีม่วงและเห็ดพิษเต็มไปหมดทว่ามันคืออะไรเธอกลับไม่เข้าใจ แค่ตีความภาษาไทยก็ว่ายากแล้ว เวลาเพียงไม่กี่วันคงไม่ทำให้เธอรู้จักโลกนี้มากพอ
เด็กหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งดันศีรษะน้องสาวที่พยายามจะกอดเขาออกไปสุดชีวิตมืออีกข้างก็ยังหิ้วปลาสองตัว "ซีหนิง? เป็เ้าหรือ เหตุใดลุกขึ้นมาอาบน้ำตัดผมได้"
หานซีหนิงได้ยินพี่ชายเอ่ยเช่นนั้นก็ชะงักเธอไม่เคยถามชื่ออีกฝ่าย และไม่เคยบอกชื่อตัวเองให้เขารู้ตอนนี้เพิ่งจะตระหนักว่านี่คือ 'โลกในนิยาย' อย่างจริงจัง
เด็กหญิงหยุดฝีเท้ายืนนิ่งกับที่แล้วจากนั้นร่างกายก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะหันหลังกลับไปมองที่ระเบียง มองรอบๆ
แม้สถานที่แห่งนี้จะดูเหมือนจริงแต่กลับปฏิเสธไม่ได้ว่าเื่ราวต่อจากนี้จะเกิดขึ้นตามที่นิยายเขียนไว้
"แย่แล้ว..."
"แย่อะไร"หานเซ่ออี้หอบหายใจเหนื่อย
หานซีหนิงก้มหน้าครุ่นคิดั้แ่ที่อ่านมาเหมือนเธอจะเคยอ่านเจอชื่อตัวเองแค่บทนำ
ฉิบหาย!
หานซีหนิงวิ่งกลับเรือนอย่างไม่คิดชีวิตหวังจะอ่านประโยคที่ลิขิตชะตาชีวิตของเธอในนั้นอีกครั้ง
ตัวประกอบยังไม่ได้เป็นี่เธอโผล่แค่บนนำจริงหรือ
หานเซ่ออี้ขมวดคิ้วมองตามน้องสาวใบหน้าหล่อเหลาแต่เ็าฉายรอยไม่สบอารมณ์
นางไปขโมยเสื้อผู้ใดมาสวมอีกแล้ว!
"หานซีหนิง!"