จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 106 พบผู้บริหารตงไห่ Re

            ไป่ฉีนั้นทำการใช้จิตของเขาทำบางอย่าง  ก่อนจะนำจิตที่แยกออกไปกลับมา  เพียงไม่นานสมาร์ทโฟนของไป่ฉีก็มีการแจ้งเตือนว่ามีอีเมล์ใหม่เข้ามา  เขาเปิดดูมันพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้น


            “ยิ้มอะไรของนายน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม  เธอรู้สึกว่าไป่ฉีคิดอะไรบางอย่างที่ดูชั่วร้ายอยู่


            “แค่ตื่นเต้นกับงานเลี้ยงที่ทางผู้บริหารจัดให้น่ะ” ไป่ฉีกล่าว


            “เอาเถอะ  อย่าให้เดือดร้อนตัวเองล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว  เธอรู้ว่าไป่ฉีจะทำอะไรบางอย่างแน่ ๆ  แต่คนอย่างไป่ฉีเป็นพวกที่ถ้าจะทำอะไรแล้วจะนิ่งเงียบไว้  จนกว่าแผนของตนจะสำเร็จ  เขาถึงเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา


            ไป่ฉีแยกตัวไปเรียนคลาสดนตรี  ส่วนเมิ่งชิงชิงก็นั่งหาว่ามีที่ไหนเปิดรับดารา  นายแบบ  ถ่ายงานโฆษณา  ละคร หรือภาพยนตร์บ้าง  เพราะมันเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องหางานและรับงานให้ไป่ฉี


            ไป่ฉีเดินมายังห้องที่เป็นห้องเรียนคลาสดนตรี  เขาพบว่าด้านหน้าห้องมีโถงสำหรับให้นั่งรอ  มีชายหนุ่มและหญิงสาวมากมายกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่  บางคนก็นั่งเล่นสมาร์ทโฟนแบบไม่สนใจใคร  ไป่ฉีจึงเดินไปยังกำแพงด้านหนึ่งที่ยังว่างอยู่  ก่อนจะไปยืนพิงกำแพง  ระหว่างที่ไป่ฉีเดินผ่านไป  พวกชายหนุ่มและหญิงสาวต่างก็มองไปยังผู้มาใหม่  พร้อมกับพูดคุยกันเบา ๆ


            “นั่นมันไป่ฉีนี่นา” หญิงสาวมีท่าทางตื่นเต้น


            “ใครน่ะ” ชายหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ หญิงสาวถาม


            “นายไม่รู้จักเหรอ  นายแบบหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงตอนนี้  เขาเป็นพรีเซนเตอร์น้ำหอมกับครีมบำรุงผิวของมู่เทียน  แถมตอนนี้ยังมีงานละครของคุณเฉินเฟิงด้วย” หญิงสาวกล่าว


            “ไม่ใช่แค่นั้นนะ  ฉันเห็นเขาเป็นผู้ชนะรางวัลใหญ่ของรายการแอดเวนเจอร์ด้วย  ได้ไปตั้ง 1,500,000 หยวนแน่ะ” ชายหนุ่มที่นั่งใกล้ ๆ พูดขึ้น


            “รายการนั้นต้องร่างกายแข็งแรงมากนะ  ถึงจะไปแข่งได้น่ะ  นี่เขาผ่านทั้ง 5 ด่านเลยเหรอ” ชายหนุ่มข้าง ๆ ที่ได้ยินก็เดินเข้ามาร่วมวง


            “อ๊ะ จำได้แล้ว  ฉันได้ดูย้อนหลังอยู่  หุ่นแซบมาก  ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเพิ่งอายุ 16 เอง” หญิงสาวอีกคนกล่าว


            “ยัยบ้าเช็ดน้ำลายด้วย  มันจะโดนเสื้อฉันแล้ว” ชายหนุ่มกล่าว


            ไป่ฉีนั้นได้ยินทั้งหมด  แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน  จนกระทั่งมีคนคนหนึ่งพูดเสียงดังฟังชัดขึ้นมา  ทำให้เขาหันไปมองหน้าคนคนนั้นทันที


            “นี่มันคลาสดนตรี  นายแบบอย่างนายมาทำอะไรที่นี่กัน” ชายหนุ่มคนที่พูดขึ้นเดินมาหาไป่ฉี


            ไป่ฉีจำได้ว่าชายหนุ่มเป็นหน้าใหม่ในวงการเพลงเช่นกัน  ดูเหมือนจะเข้ามาก่อนเขาได้ไม่นาน  แต่ชื่อเสียงนะเหรอ  หึ  มันคนละชั้นกันอย่างเห็นได้ชัด  เห็น ๆ อยู่ว่าเจ้าเด็กน้อยนี้จงใจหาเรื่องเขา  ในฐานะที่เขามีชื่อเสียงมากกว่า  หากปะทะด้วย  คนที่เสียหายจะเป็นตัวเขาเองมากกว่าที่จะถูกหาว่ารังแกคนที่อ่อนแอกว่า


            “ฉันเรียนจบคลาสการแสดงขั้นสูงของอาจารย์หลิวแล้ว  เลยมาเรียนคลาสดนตรีเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเอง  จะได้สามารถรับงานได้หลากหลายน่ะ” ไป่ฉีบอกเหตุผลพร้อมกับหยิบบัตรที่ทางศูนย์ฝึกอบรมออกให้  เพื่อเป็นการรับรองว่าเขาผ่านคลาสเรียนไหนมาแล้วบ้าง


            [[[ว้าว]]] หลายคนส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้น  เสียงส่วนใหญ่มาจากคนที่เคยผ่านคลาสการแสดงมาก่อน  พวกเขารู้ถึงความยากลำบากของการเรียนคลาสการแสดงดี  แต่ไป่ฉีที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา  สามารถผ่านคลาสการแสดงขั้นสูงที่นักแสดงหลายคนไม่เคยผ่านไปถึง  บางคนผ่านแค่คลาสการแสดงขั้นกลางก็มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับแล้ว  แต่คนตรงหน้าพวกเขาผ่านคลาสการแสดงขั้นสูงไม่ยิ่งเป็นคนที่มีอนาคตไกลหรอกเหรอ


            ชายหนุ่มคนที่ถามไป่ฉีเมื่อครู่เหมือนถูกไป่ฉีตบหน้าฉาดใหญ่  ใครจะไปคิดล่ะว่าหน้าใหม่ที่เข้าวงการมาไล่เลี่ยกับเขากลับมีความสามารถถึงขั้นผ่านคลาสการแสดงขั้นสูงของบริษัทแล้ว


            “แล้วยังไงล่ะ  นายจะมาแย่งงานพวกเรารึไง” ชายหนุ่มคนนั้นยังคงหาเรื่องต่อ  ที่เขาพูดว่าพวกเราเพื่อจะหาแนวร่วม  ขณะที่เพื่อนข้าง ๆ ของเขาพยายามจะดึงแขนเสื้อเพื่อเตือนไม่ให้อีกฝ่ายก่อเรื่องและหยุดก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้  ส่วนไป่ฉีเพียงแค่จ้องมาที่ชายคนที่มาหาเรื่องเขา  ก่อนจะแค่นหัวเราะเล็กน้อย


            “วงการนี้น่ะ  นอกจากเส้นสายและอำนาจของบริษัทแล้ว  ยังมีอีกสิ่งที่คนในวงการนี้ให้ความนับถือ  นั่นคือความสามารถ  ใครมีความสามารถดีกว่าก็จะได้งาน  การได้งานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอาวุโสหรอกนะ  นี่เป็นสามัญสำนึกที่นายควรจะจำเอาไว้” ไป่ฉีกล่าว


            “หนอย  ปากดีนักนะ” ชายหนุ่มคนนั้นพยายามจะพุ่งเข้ามา  แต่คนรอบ ๆ ต่างก็ดึงตัวเขาเอาไว้  ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า  ชายหนุ่มที่ตอนแรกหมายจะยั่วให้ไป่ฉีโมโหแล้วเข้ามาหาเรื่องตน  แต่กลับถูกไป่ฉียั่วจนตัวเองโมโหและก่อเรื่องซะเอง


            “ทำอะไรกันน่ะ” ชายวัยกลางคนเดินมา  ภาพที่เขาเห็นคือชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังจะพุ่งเข้าไปทำร้ายชายหนุ่มอีกคน  ฝ่ายหนึ่งมีท่าทีเอาเรื่อง  ส่วนอีกฝ่ายมีท่าทีนิ่งเฉย  ถ้าตัดสินจากภาพที่เห็น  คนที่คิดจะพุ่งเข้าไปทำร้ายคนอื่นก่อนนั่นแหละที่กำลังจะก่อเรื่อง


            ทุกคนรีบยืนขึ้นพร้อมทำความเคารพ  รวมทั้งไป่ฉีด้วย  ชายวัยกลางคนคนนี้คือผู้บริหารชื่อตงไห่  ไป่ฉีนั้นส่งอีเมล์นัดคนผู้นี้มาที่นี่  โดยบอกว่าเขามีหลักฐานการทุจริตของผู้บริหารชูเฟิงก๋วง  ซึ่งเป็นคนที่ตงไห่เกลียดขี้หน้ามาก


            “เธอคือไป่ฉีสินะ” ตงไห่หันมาหาไป่ฉี


            “ครับ” ไป่ฉีตอบรับ


            “ไหนล่ะ  ขอฉันตรวจสอบสิ่งที่เธอบอกฉันทางอีเมล์ได้ไหม” ตงไห่แบมือออกมา  ซึ่งไป่ฉีได้หยิบไดร์ฟที่เขาเซฟหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ส่งให้กับตงไห่


            ตงไห่เดินไปที่เก้าอี้ซึ่งด้านหน้ามีโต๊ะอยู่  เขาหยิบเอาโน้ตบุ๊กที่ถือมาด้วยวางลงบนโต๊ะ  ก่อนจะเปิดมันและนำไดร์ฟที่รับมาจากไป่ฉีมาเสียบเชื่อมต่อ


            “ทุกคนไปยืนอีกฝั่งให้หมด  ส่วนไป่ฉี  เธอมานั่งข้าง ๆ ฉัน” ตงไห่ออกคำสั่งทันที  ชายคนที่หาเรื่องไป่ฉีเมื่อครู่ใบหน้าซีดเผือดทันทีที่เห็นว่าไป่ฉีดูจะสนิทกับผู้บริหารตงไห่


            ‘บัดซบ ไอ้บ้านี่รู้จักกับผู้บริหารด้วย  ซวยแล้วกู  ไม่ใช่สิ  ดูแล้วท่าทางของคุณตงไห่ไม่ได้สนิทกับมัน  เขาน่าจะมาคุยธุระมากกว่า  ดีนะที่ฉันฉลาด  ถึงไม่ถูกการจัดฉากของมันหลอกเอา’ ชายคนนั้นคิด  ขณะที่คนอื่น ๆ ก็มองมาที่ชายคนนั้นด้วยสายตาที่หลากหลาย  เพื่อนของชายคนนั้นมีสีหน้าลำบากใจ  ส่วนบางคนมีสีหน้าสะใจ  บางคนแสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม  ส่วนหญิงสาวส่วนใหญ่สมน้ำหน้าชายคนนี้  ขณะเดียวกันพวกเธอก็มองไปที่ไป่ฉีด้วยตาเป็นประกาย  ชายหนุ่มหลายคนก็เช่นกัน  พวกเขาคิดจะประจบไป่ฉีเผื่อว่าไป่ฉีจะช่วยพูดกับตงไห่ให้สนับสนุนพวกตนบ้าง


            ‘คนพวกนี้คบไม่ได้สักคน  ส่วนตงไห่แม้ตอนนี้จะเป็นมิตรเพราะเรามีผลประโยชน์ให้เขาก็เถอะ   แต่ก็วางใจไม่ได้อยู่ดี’ ไป่ฉีคิด


            ตงไห่ตรวจสอบหลักฐานการกระทำความผิดที่ไป่ฉีนำมาให้  หลักฐานพวกนี้ชัดเจนอย่างมาก  รับรองว่าชูเฟิงก๋วงดิ้นไม่หลุดแน่นอน  นอกจากนี้ยังมีคลิปการร่วมรักของดาราหนุ่มหลายคนกับเสี้ยนหรัวเพื่อแลกกับการให้เสี้ยนหรัวป้อนงานให้กับพวกเขาอีกด้วย  ไฟล์มีจำนวนหลายไฟล์เลยทีเดียว  ตงไห่มองหน้าของไป่ฉี


            “เธอไปได้ของพวกนี้มาได้ยังไง” ตงไห่ถาม


            “เสี้ยนหรัวเคยให้เนี่ยฟงมาติดต่อผม  ให้ผมไปร่วมรักกับเธอที่โรงแรมแห่งหนึ่ง  แต่ผมปฏิเสธไป  จากนั้นผมจึงคิดที่จะหาหลักฐานเอาผิดเธอ  การกระทำของเธอมันน่ารังเกียจ  ผมคอยสังเกตจนรู้สถานที่และเวลาที่เธอมักนัดดาราหนุ่มมาร่วมรัก  มันคือห้องคลาสเรียนการแสดง  ในวันพฤหัสฯ ที่ทุกคนจะมาเรียนกันช่วง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป  ก่อนหน้านั้นจะไม่มีใครขึ้นมาแม้แต่คนเดียว  ผมจึงได้เข้าไปตั้งกล้องไว้ก่อนที่เสี้ยนหรัวจะมาครับ ถึงได้ภาพคาหนังคาเขาแบบนี้” ไป่ฉีอธิบาย  โดยกระซิบข้างหูของตงไห่  ตงไห่พยักหน้าอย่างเข้าใจ  ถ้าจะให้พูดก็คือไป่ฉีนั้นรังเกียจเสี้ยนหรัวอยู่แล้ว  ประจวบเหมาะกับชูเฟิงก๋วงกับเสี้ยนหรัวสนิทกัน  จึงทำให้ไป่ฉีค้นเจอหลักฐานการยักยอกเงินบริษัทของชูเฟิงก๋วงด้วย  คาดว่าไป่ฉีอาจจะจ้างนักสืบให้สืบเรื่องนี้แน่ ๆ


            “เธอจ้างนักสืบงั้นเหรอ” ตงไห่ถาม


            “ผมไม่ได้ว่างพอจะตามเรื่องเองนี่ครับ” ไป่ฉียักไหล่ของเขาเล็กน้อย  ก่อนพูดขึ้นด้วยใบหน้าเหนื่อยใจ และถอนหายใจออกมา


            “นี่คือสัญญา  เธออ่านดูก่อนได้เลย  หากเป็นไปตามที่เธอกับฉันตกลงกันก่อนหน้านี้ก็เซ็นได้เลย” ตงไห่หยิบเอาเอกสารออกมาจากกระเป๋าของเขา


            ไป่ฉีอ่านรายละเอียดอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะมองหน้าตงไห่  โดยเขาลองตรวจสอบความทรงจำของตงไห่ดูว่ามีแผนจะตลบหลังเขารึเปล่า  เมื่อไม่พบว่ามีแผนอะไรแอบแฝงอยู่  ไป่ฉีจึงเซ็นมันอย่างรวดเร็ว


            “เธออ่านสัญญานั่นเข้าใจดีแล้วใช่ไหม” ตงไห่ถาม


            “ครับ” ไป่ฉีตอบ


            “เสร็จเรื่องเมื่อไหร่  เงินจะต้องถูกโอนเข้าบริษัทภายใน 3 วัน  เธอเข้าใจใช่ไหม” ตงไห่ถาม


            “ครับ” ไป่ฉียังคงตอบรับอย่างรวดเร็ว  ตงไห่เก็บโน้ตบุ๊ก และนำเอกสารสัญญาที่มี 2 ฉบับ  ฉบับหนึ่งให้ไป่ฉี  ส่วนอีกฉบับเขาจะเก็บไว้


            “ฉันขอตัวก่อน  มีเรื่องต้องทำเยอะแยะไปหมด  ขอให้สนุกกับงานเลี้ยงเย็นนี้นะ  เธอนี่ทำให้ฉันได้ดูอะไรสนุก ๆ แบบนี้  หากละครฉากนี้ถูกใจฉัน  ฉันจะมอบของขวัญพิเศษให้เธอเลยล่ะ” ตงไห่ยกยิ้มขึ้น  ก่อนจะเดินจากไป


            เมื่อตงไห่จากไปแล้ว  ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างกรูกันเข้าไปหาไป่ฉี  เพื่อหวังจะตีสนิทกับเขา  แต่ไป่ฉีทำเพียงแค่ตอบตามมารยาทเท่านั้น  คนพวกนี้ไม่มีความจริงใจกับเขาเลยแม้แต่น้อย  สำหรับเขาแล้วเจ้าพวกนี้มันเป็นคนน่ารังเกียจที่ไม่คิดจะใช้ความสามารถของตัวเองไขว่คว้าโอกาส  แต่กลับคิดใช้ทางลัดไปสู่การเป็นคนดังและมีชื่อเสียง  พวกเขาไม่ได้ต่างอะไรกับเนี่ยฟงเลยแม้แต่น้อย  ซึ่งคนประเภทนี้ไป่ฉีรังเกียจมาก


            ไม่นานคลาสดนตรีรอบก่อนหน้านี้ได้สิ้นสุดลง  ประตูห้องเรียนถูกเปิดออก  ชายหนุ่มและหญิงสาวในห้องต่างเดินออกมา  สิ่งที่พวกเขาสะดุดตามากที่สุดคือไป่ฉี  เพราะภาพที่เห็นคือทุกคนต่างล้อมรอบไป่ฉี  โดยมีการเว้นระยะห่างจากเขาพอสมควร  ทำให้ไป่ฉีที่อยู่กลางวงนั้นเด่นขึ้นมา


            “นั่นมันไป่ฉีนี่” หญิงสาวคนหนึ่งชี้บอกเพื่อนของเธอ


            “ทำไงดีล่ะ  ฉันไม่ได้เอาหนังสือนิยายของเขาติดมาด้วย” หญิงสาวอีกคนกล่าว


            “แต่ฉันมีกระดาษแข็งนี่  แถมมีตั้ง 10 แผ่น” หญิงสาวหยิบเอากระดาษแข็งที่เธอเตรียมไว้สำหรับขอลายเซ็นออกมา  เพราะตึกสำนักงานใหญ่ของ LSA มักมีดารารุ่นพี่เดินไปมาและพบเห็นพวกเขาได้บ่อยเลยทีเดียว  เธอจึงมักพกกระดาษแข็งพวกนี้ไว้ในกระเป๋าเสมอ


            ทั้ง 2 คนเดินเข้าไปหาไป่ฉี  ก่อนจะยื่นกระดาษแข็งให้ไป่ฉี  พร้อมกับบอกวัตถุประสงค์ของพวกเธอ  ไป่ฉียิ้มและรับกระดาษแข็งของทั้ง 2 คนมาวางไว้ตรงหน้า  ก่อนจะหยิบชุดพู่กันและหมึกที่เขาฝนกรอกใส่ขวดเอาไว้  ทุกคนต่างมองไป่ฉีด้วยความแปลกใจ  เขาเคยเห็นแต่ดาราพกปากกาแพง ๆ เพื่อเซ็นลายเซ็นให้แฟนคลับ  แต่ไม่เคยเจอใครพกพู่กันกับหมึกเพื่อเซ็นลายเซ็นให้แฟนคลับมาก่อน


            ไป่ฉีจุ่มพู่กันลงในขวดน้ำหมึก  ท่วงท่าสง่างาม  ก่อนจะตวัดพู่กันราวกับกำลังสร้างงานศิลปะชั้นยอด  ฝีพู่กันหนักแน่น  แต่กลับดูแล้วรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่แผ่ออกมา  หลายคนถึงกับดวงตาเป็นประกาย  พวกเขาเคยเห็นคนเขียนอักษรโดยใช้พู่กันมามากมาย  แต่กลับไม่เคยเห็นตัวอักษรที่สร้างแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นได้เพียงแค่จ้องมองมันเท่านั้น


            “เอ่อ คุณไป่ฉีรู้จักชื่อของพวกเราด้วยเหรอคะ” หญิงสาวถามขึ้น  เมื่อสังเกตเห็นว่าไป่ฉีมีการเขียนชื่อของพวกเธอลงไปด้วย


            “ผมแค่เดาเอาน่ะ  ชื่อตรงรึเปล่าครับ” ไป่ฉีถาม  พร้อมกับยื่นกระดาษแข็งที่เขาเซ็นไปเมื่อครู่ให้กับหญิงสาวทั้ง 2 คน


            “ตะ...ตรงค่ะ  คุณไป่ฉีเดาเก่งจนน่ากลัวเลยนะคะ  ขอบคุณสำหรับลายเซ็นนะคะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ  ก่อนจะขอตัวลา


            “เอาล่ะ  ได้เวลาเข้าห้องเรียนคลาสดนตรีสักที” ไป่ฉีเก็บพู่กันกับหมึก  ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นสาย  ท่าทางของเขาดูเป็นคนสบาย ๆ ไม่ถือตัวในความคิดของทุกคน


            ไป่ฉีเดินเข้าห้องเรียนไป  ส่วนคนอื่น ๆ ก็เริ่มเดินเข้าห้องเรียนเช่นกัน  มีเพียงชายคนที่มีปัญหากับไป่ฉีเท่านั้น  ที่จ้องไป่ฉีด้วยสายตาที่ครุ่นคิดบางอย่าง  ก่อนที่เขาจะยกยิ้มขึ้น


            ‘มีผู้บริหารหนุนหลังแล้วยังไง  ฉันจะสอนให้แกได้รู้ว่าความสามารถด้านดนตรีของแกกับฉันมันห่างชั้นกันแค่ไหน’ ชายคนนั้นคิด พร้อมกับเดินเข้าห้องเรียนไป

    ___________________________

    อัพครบแล้วสำหรับล็อตนี้ รออีก 20 ตอนในครั้งหน้านะคร้าบ ^^

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185