หลังจากที่รินรดาทบทวนเื่ราวที่เห็นและอ่านรูปคดีซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบเกิดความสงสัยและฉงนเป็อย่างมาก ไม่ว่าจะรูปร่องรอยที่พบในร่างกายของหญิงสาวหรือาแต่าง ๆ รวมถึงเื่ราวที่สะท้อนมาให้เห็น ต่างก็ชวนให้สงสัย เหมือนไม่ใช่แค่การฆ่าตัวตายธรรมดาธรรมดาซึ่งทำให้เธออยากรู้เป็อย่างมาก
“พี่กิต รินขอดูศพเพิ่มเติมได้ไหมคะ” รินรดาขอกิตติภพดูศพของหญิงสาวทันทีหลังจากเห็นรูปจากแฟ้มคดีอยากจะเช็กให้แน่ใจว่าศพได้ฆ่าตัวตายจริงหรือไม่แล้วร่องรอยที่เห็นเกิดจากอะไรกันแน่
“ได้สิ ศพอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจให้กรณ์ไปเป็เพื่อนก็แล้วกัน" กิตติภพบอกรุ่นน้องรินรดาพยักหน้ารับก่อนที่จะเก็บของแล้วหยิบแฟ้มรายงานติดตัวไปพร้อมกับณรงกรณ์ที่เดินตามข้างหลังไปติดๆเมื่อมาถึงโรงพยาบาลรินรดาก็ทำเื่ขอเข้าไปดูศพของผู้ตายเมื่อเธอก้าวถึงห้องดับจิตยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าไปในห้องก็มีลมจากข้างในห้องพัดผ่านหน้าของเธอเข้าอย่างจังทั้งที่ภายในห้องนั้นปิดเอาไว้อย่างมิดชิดไม่มีหน้าต่างหรือช่องระบายอากาศเลยแม้แต่จุดเดียวอีกทั้งสายลมพี่พัดผ่านก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเย็นสบายเหมือนกับลมทั่วไปแต่กับรู้สึกเย็นะเืและเศร้าสร้อยเป็อย่างมากรินรดาสลัดความรู้สึกที่ได้ััทิ้งไป แล้วเดินตามเ้าหน้าที่เข้าไปในห้องทันทีเมื่อเข้ามาในห้องทางเ้าหน้าที่ก็ได้เปิดศพให้ดูรินรดามองไปที่ร่างไร้ิญญาตรงหน้า ยังไม่ทันได้สังเกตสิ่งผิดปกติใดๆ อยู่ ๆก็มีเสียงอันแ่เบากระซิบข้างหูรินรดา
“ฉัน…ไม่..ได้ฆ่าตัว…ตายยยย”แม้จะเป็เสียงที่แ่เบาจนแทบจับใจความไม่ได้แต่เสียงที่ได้ยินก็ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวความเย็นะเืทาบทับผ่านร่างกายของเธออย่างแ่เบาสายตาของเธอเริ่มมองหาที่มาของเสียงที่ได้ยิน แต่ก็ไม่พบใครที่เป็ต้นเสียงจะมีก็แต่ณรงกรณ์และเ้าหน้าที่ประจำห้องดับจิตที่เป็ผู้ชายทั้งคู่รินรดาหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนออกมาเบาๆเป็การเรียกสติกลับคืนมา ณรงกรณ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นท่าทางของหญิงสาวไม่ค่อยสู้ดีนักจึงได้ถามหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
“เป็อะไรไหม ให้พี่ช่วยดูก็ได้นะ”ณรงกรณ์ถามหญิงสาวด้วยความเป็ห่วงเพราะเธอพึ่งจะเริ่มงานวันแรกอาจจะยังไม่ชินกับสถานการณ์จริงจึงห่วงว่าเธอจะรู้สึกตื่นกลัวจนไม่กล้าที่จะมองร่างที่ไร้ิญญาที่อยู่ตรงหน้า
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวรินดูต่อเอง” รินรดารีบปฏิเสธทันทีเธอหยิบถุงมือที่อยู่ด้านข้างมาใส่อย่างคล่องแคล่วจากนั้นเอื้อมมือไปพลิกดูศพแต่ยังไม่ได้ดูความผิดปกติใดๆ แค่ััร่างอยู่ดีๆก็มีภาพที่ไม่คุ้นสะท้อนมายังดวงตา เหมือนกำลังดูละครหลังข่าวที่ฉายออกมาเป็ฉากๆซึ่งในฉากที่เธอเห็น มีภาพหญิงสาวคนหนึ่งถูกชายฉกรรจ์สองคนกำลังฉุดกระชากลากร่างหญิงสาวเดินตามทางอันรกร้างหญิงสาวดิ้นรนและร้องขอชีวิตแต่กับไร้การตอบกลับจากชายทั้งสองคนแต่กลับหัวเราะอย่างสะใจที่เห็นหญิงสาวร้องทุรนทุรายทั้งสองคนลากร่างที่ดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการพันธนาการ แต่ก็ไม่เป็ผลเมื่อมาถึงพื้นที่รกร้างห่างไกลบ้านเรือน และไร้ผู้คนสัญจรไปมาร่างของหญิงสาวก็ถูกเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างโเี้เมื่อร่างหลุดจากการพันธนาการหญิงสาวก็รีบตะเกียกตะกายพาร่างอันสั่นเทารีบหาทางหนีทันทีแต่ยังไม่ทันจะได้หนีไปไหน ชายทั้งสองคนก็กระโจนใส่เธอด้วยความหื่นกระหายคนหนึ่งตึงร่างของเธอเอาไว้ อีกคนหนึ่งกำลังบังคับขืนใจเธอได้แต่ดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหวังเอาชีวิตรอดมือเท้าที่ถูกตรึงต่างเตะถีบไปทั่วพร้อมกับร้องะโขอความช่วยเหลือจนสุดเสียงชายที่ตึงร่างของเธอเอาไว้เริ่มล็อกร่างกายแน่นมากยิ่งขึ้นพร้อมกับเอามืออุดปากของเธอเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียงเธอดิ้นรนสุดชีวิตแต่ไม่เป็ผล เรี่ยวแรงเริ่มอ่อนลงจากนั้นสติก็เลือนรางดับวูบเข้าสู่ห้วงนิทราอันมืดมิดไม่รู้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่หูของหญิงสาวได้ยินเสียงแว่ววัตถุขนาดใหญ่ตกลงไปในท้องน้ำอันมืดมิดความเย็นะเืกระทบร่างบางที่หมดสติไปจากนั้นก็ค่อยคืนสติมาช้าๆแต่ยังรู้สึกตัวได้ไม่เต็มที่ก็ต้องดิ้นทุรนทุรายอีกครั้งเมื่อรู้ตัวว่าวัตถุที่ตกลงกระทบน้ำนั้นคือร่างของเธอนั่นเองแต่กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองได้ถูกส่งลงมาในท้องน้ำ ก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ด้วยร่างกายอันอิดโรย และด้วยอาการตื่นใทำให้เธอสูบน้ำเข้าไปอย่างเต็มปอดจึงไม่สามารถตะเกียกตะกายพาตัวเองขึ้นจากท้องน้ำอันดำมืดได้ร่างจึงค่อยๆ หมดแรงจมลงสู่ความมืดและดับลงสู่ก้นบึ้งของท้องน้ำรินรดาที่ยืนดูภาพที่ฉายอยู่ตรงหน้าน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างไม่รู้ตัวณรงกรณ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นหญิงสาวน้ำตาไหลนองหน้า จึงเรียกถามด้วยความเป็ห่วง
“รินโอเคไหม” แต่ไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใดหญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งสนิทปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างช้าๆชายหนุ่มเริ่มใจไม่ดีรีบเขย่าตัวหญิงสาวพร้อมร้องเรียกอีกครั้ง
“ริน ริน” รินรดาที่นิ่งไปสะดุ้งสุดตัวหันมองชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความงุนงง ส่ายหัวเบาๆเพื่อเรียกสติกลับมาจากนั้นค่อยๆ เช็ดน้ำตาที่เปียกเต็มแก้มออกอย่างสงสัยก่อนที่จะมองมาที่ณรงกรณ์ที่ยืนมองเธอด้วยสายตาที่ตื่นตระหนกอยู่ตรงหน้า
“พี่ว่ารินออกไปพักก่อนดีกว่า”ณรงกรณ์บอกหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง นี่เป็การลงพื้นที่วันแรกของเธอ การพบเจอศพครั้งแรกไม่ว่าใครก็ต้องกลัวเมื่อรินรดาได้ยินณรงกรณ์บอกให้ไปพักเธอก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับเพียงแค่พยักหน้ารับจากนั้นก็ถอดถุงมือใส่ถังขยะแล้วเดินออกไปข้างนอกตามคำแนะนำของรุ่นพี่อย่างว่าง่ายเมื่อออกมานอกบริเวณหน้าห้องหญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนระเบียงทางเดินอย่างหมดแรงเธอทบทวนสิ่งที่เห็นเมื่อคู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งสิ่งที่เห็นไม่ใช่ครั้งแรกก่อนที่เธอจะมา ก็เห็นเื่ราวนี้มาก่อนตอนดูรูปภาพซึ่งก็ทำให้เธอแปลกใจมากยิ่งขึ้นเพราะผู้หญิงที่เธอเห็นภาพสะท้อนทั้งสองครั้งคือผู้หญิงคนเดียวกับที่นอนไร้ิญญาอยู่ในห้องแล้วสิ่งที่เธอเห็นมันคืออะไรกันแน่