"จะยอมเสี่ยงเทหมดหน้าตัก หรือจะวิ่งหนีไปตายดาบหน้า..."
ลอยด์ถามตัวเองเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ริมฝีปากซีดเซียวของเขาจะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา
"ถ้าเป็ผู้เล่นระดับนู้บ (Noob) คงเลือกกดถอยทัพไปแล้ว... แต่ขอโทษที ฉันไม่เคยทิ้งยูนิต SSR ไว้ข้างหลัง"
อดีตแชมป์โลกตัดสินใจเด็ดขาด เขาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด ก้าวเท้าเดินฝ่าฝูงชนที่กำลังวิ่งสวนมาตรงเข้าไปหาแฟรงค์ทันที
"นายท่าน! ท่านจะทำบ้าอะไรน่ะ! ตรงนั้นมันแนวหน้านะขอรับ!" ทหารยามวัยกลางคนที่กำลังวิ่งหนีะโเรียกหน้าตาตื่น
ลอยด์ไม่สนใจเสียงทัดทาน เขาเดินฝ่าฝุ่นควันไปหยุดยืนอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่มร่างั์ที่สูงกว่าเขาเกือบยี่สิบเิเ
"แฟรงค์" ลอยด์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น
เด็กหนุ่มร่างใหญ่สะดุ้งเล็กน้อย เขาหันขวับมามองผู้มาเยือน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าใครมายืนอยู่ข้างๆ
"นะ... นายท่าน? ท่านลอยด์?" แฟรงค์รีบคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นทันทีตามสัญชาตญาณของไพร่ที่ต้องเคารพขุนนาง "ท่านมาทำอะไรตรงนี้ขอรับ! ที่นี่อันตรายเกินไป โปรดรีบหนีไปเถอะขอรับ!"
"ลุกขึ้น" ลอยด์สั่งสั้นๆ
"แต่ว่า..."
"ฉันบอกให้ลุกขึ้น" น้ำเสียงของลอยด์ไม่ได้ตวาด แต่มันแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้แฟรงค์ต้องค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนตามคำสั่ง
ลอยด์เงยหน้ามองเด็กหนุ่มตรงหน้า สังเกตเห็นแผลเป็รูปกากบาทขนาดใหญ่ที่แขนซ้ายของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน รอยแผลนั้นลึกและน่ากลัว บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่เฉียดตาย
"ชาวบ้านหนีกันไปหมดแล้ว ทำไมนายถึงยังยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว?" ลอยด์ถามพลางปรายตามองสามง่ามขึ้นสนิมในมือของเด็กหนุ่ม "ด้วยอาวุธพรรค์นี้ นายคิดว่าจะแทงทะลุหนังของหมาป่ากลายพันธุ์ได้สักกี่ตัวกัน?"
แฟรงค์ก้มหน้าลง หลบสายตาอันคมกริบของลอร์ดหนุ่ม มือของเขากำด้ามไม้แน่นขึ้น
"ข้าทราบดีขอรับ ว่าข้าคงฆ่ามันไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว..." แฟรงค์ตอบเสียงเบาแต่ไม่สั่นคลอน "แต่ถ้าข้าหนี... ถ้าไม่มีใครยืนขวางตรงนี้ พวกมันก็จะพุ่งตรงไปที่วิหารเทพป่า ที่นั่น... น้องสาวของข้าหลบอยู่ขอรับ"
ลอยด์นิ่งฟัง กระบวนการคิดในสมองของเขาแล่นปรู๊ดปร๊าด
เงื่อนไขการปลดล็อก: ยูนิตขาดความเชื่อมั่นในตนเองอย่างรุนแรงเนื่องจากถูกกดทับจากสังคม ต้องได้รับ 'ความไว้วางใจ' ในฐานะผู้นำ...
ลอยด์เริ่มจับจุดได้แล้ว การจะซื้อใจใครสักคนในเวลาไม่ถึงนาที ไม่ใช่การพ่นคำหวานหรือสัญญาว่าจะให้เงินทอง แต่มันคือการ 'มองเห็น' ในสิ่งที่คนทั้งโลกแกล้งทำเป็มองไม่เห็น
"นายอยากปกป้องเธอ... แม้ว่าตัวเองจะต้องตายงั้นสินะ" ลอยด์พูดขึ้นช้าๆ "แต่ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อกี้ฉันได้ยินพวกชาวบ้านด่าว่านายมันโง่ มีดีแค่แรงควาย... ทำไมพวกเขาถึงเกลียดนายขนาดนั้น?"
แฟรงค์ชะงัก ร่างกายกำยำของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยราวกับถูกจี้ใจดำ แผลเป็ที่แขนซ้ายเหมือนจะกระตุกขึ้นมา
"เพราะข้า... ข้ามันผิดปกติขอรับ" แฟรงค์ตอบด้วยน้ำเสียงขื่นขม "ในโลกที่ทุกคนวัดค่ากันด้วยมานา ข้ามีมานาเพียงแค่สิบหน่วย... ต่ำกว่าชาวนาทั่วไปเสียอีก แต่ข้ากลับมีพละกำลังที่มากกว่าคนปกติหลายเท่า"
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองแนวป่า ดวงตาของเขาฉายแววเ็ปจากอดีต
"เมื่อหลายปีก่อน ตอนข้าอายุสิบขวบ... ฝูงหมาป่าหลงฝูงบุกเข้ามาในไร่ ตอนนั้นน้องสาวข้าเพิ่งหัดเดิน ข้าไม่มีอาวุธ ไม่มีเวทมนตร์ ข้าทำได้แค่พุ่งเข้าไปใช้มือเปล่า... บีบคอมันจนตายเพื่อปกป้องเธอ"
ลอยด์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เด็กสิบขวบ บีบคอหมาป่าด้วยมือเปล่า?"
"ใช่ขอรับ..." แฟรงค์ยิ้มเยาะตัวเอง "ั้แ่วันนั้น แทนที่ชาวบ้านจะขอบใจที่ข้าช่วยไล่หมาป่า พวกเขากลับหวาดกลัวข้า พวกเขาบอกว่าคนที่มีมานาต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างข้า ไม่ควรมีแรงมหาศาลขนาดนั้น พวกเขาหาว่าข้าถูกปีศาจสิง เป็ตัวกาลกิณี เป็ความผิดปกติที่น่ารังเกียจ..."
เสียงฝีเท้าของฝูงหมาป่าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงกิ่งไม้หักดังลั่น แฟรงค์ขยับตัวมายืนบังหน้าลอยด์เอาไว้โดยสัญชาตญาณ
"รีบหนีไปเถอะขอรับนายท่าน ข้ามันก็แค่ตัวประหลาดโง่ๆ ที่ไม่มีใคร้า ข้าจะยืนขวางพวกมันไว้ที่นี่เอง ท่านรีบกลับไป..."
"ผิดปกติงั้นเหรอ?"
เสียงหัวเราะเบาๆ ของลอยด์ดังขัดขึ้นมา ทำเอาแฟรงค์ถึงกับชะงักคำพูด เด็กหนุ่มหันกลับมามองลอร์ดของตนด้วยความงุนงง
ลอยด์ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ดวงตาสีฟ้าเข้มของเขากลับเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับเพิ่งค้นพบสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก
"ฟังนะแฟรงค์" ลอยด์ก้าวออกมายืนเคียงข้างเด็กหนุ่มร่างั์ ไหล่ที่บอบบางของเขาตั้งตรงอย่างสง่างาม "พวกชาวบ้านที่บอกว่านายผิดปกติ หรือบอกว่านายโง่น่ะ... ก็แค่พวกผู้เล่นระดับล่าง ที่ประเมินศักยภาพของยูนิตระดับท็อปไม่ออกเท่านั้นแหละ"
"ผะ... ผู้เล่นระดับล่าง? ยูนิต?" แฟรงค์ทวนคำศัพท์ประหลาดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยใบหน้าเหวอๆ
"ฉันหมายความว่า พวกเขามันตาบอด" ลอยด์ขยายความ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนแฟรงค์รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา "พละกำลังที่นายมี ความกล้าหาญที่กล้าสู้กับหมาป่าด้วยมือเปล่าเพื่อปกป้องครอบครัว... สิ่งเ่าั้ไม่ใช่คำสาป และไม่ใช่ความผิดปกติ"
ลอยด์ยกมือขึ้น ตบลงบนไหล่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของแฟรงค์อย่างแรงหนึ่งที
"แต่มันคือ 'พร์' ที่โลกใบนี้ยังไม่พร้อมจะทำความเข้าใจต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจของแฟรงค์จนแหลกละเอียดตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเลย... ไม่มีใครสักคนในชีวิตที่เคยมองเขาด้วยสายตาชื่นชม ไม่มีใครเคยบอกว่าสิ่งที่เขาเป็คือพร์ ทุกคนล้วนผลักไสและเหยียบย่ำเขามาตลอด
แต่ขุนนางหนุ่มตรงหน้า... ลอร์ดผู้สูงศักดิ์ กลับยืนอยู่ข้างเขาในวินาทีที่ความตายกำลังมาเยือน และมอบคำพูดที่เขาโหยหามาทั้งชีวิตให้
"นายท่าน..." เสียงของแฟรงค์สั่นเครือ น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อคลอเบ้าตา
ลอยด์กระชับมือที่จับไหล่แฟรงค์แน่นขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนโหมดเป็ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอย่างเต็มตัว
"ฉันไม่สนว่านายจะมีมานาแค่สิบหน่วย และฉันไม่สนว่าใครจะเรียกนายว่าตัวประหลาด" ลอยด์ประกาศเสียงก้อง แข่งกับเสียงคำรามของมอนสเตอร์ที่กำลังโผล่พ้นแนวต้นไม้ "แต่ตอนนี้ นาทีนี้... ฉัน้านาย แฟรงค์ ฮาวเวิร์ธ!"
"ท่าน้า... คนอย่างข้า?"
แฟรงค์ทวนคำเสียงแ่ ดวงตาที่เคยมืดหม่นและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงต่อโลกใบนี้ บัดนี้กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เขามองสบตากับลอยด์ พยายามค้นหาความเสแสร้งหรือคำโกหกหลอกลวงแบบที่พวกขุนนางมักใช้หลอกใช้ไพร่
แต่สิ่งที่เขาพบในดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้น มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและความไว้วางใจที่ใสสะอาด ไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ
"ใช่ ฉัน้านาย" ลอยด์ตอบเสียงหนักแน่น เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเด็กหนุ่มร่างั์โดยไม่เกรงกลัว "ฉันขอสั่งในฐานะลอร์ดแห่งแคว้นเวอร์ดันต์ แฟรงค์ ฮาวเวิร์ธ... จงยืนหยัดเป็โล่ให้ฉัน ปกป้องแคว้นนี้ ปกป้องน้องสาวของนาย และพิสูจน์ให้ไอ้พวกงี่เง่าที่วิ่งหนีไปเห็นซะ ว่าคนที่พวกมันหาว่าโง่และผิดปกติ... คือวีรบุรุษที่จะช่วยชีวิตพวกมันทุกคน!"
สิ้นคำประกาศอันทรงพลัง หัวใจของแฟรงค์เต้นกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เืในกายที่เคยเย็นเยียบด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ บัดนี้สูบฉีดเดือดพล่านราวกับลาวาปะทุ
ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ถูกเหยียดหยามมาตลอดสิบเก้าปีถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความภักดีอันแรงกล้าที่พร้อมจะถวายชีวิตให้แก่ชายผู้มองเห็นคุณค่าของเขาเป็คนแรก
"ข้า... ข้าแฟรงค์ ฮาวเวิร์ธ..." เด็กหนุ่มกำด้ามสามง่ามขึ้นสนิมในมือแน่นจนเส้นเืปูดโปน "ข้าขอสาบานด้วยชีวิต! ข้าจะไม่ยอมให้มอนสเตอร์หน้าไหน ก้าวข้ามแนวรั้วนี้ไปทำร้ายท่านและน้องสาวของข้าได้เด็ดขาดขอรับ!"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังกังวานขึ้นในหัวของลอยด์ พร้อมกับคลื่นพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้า
หน้าต่างโฮโลแกรมสีทองที่เคยแสดงสถานะ 'ถูกล็อก' บัดนี้สว่างวาบขึ้นจนลอยด์ต้องหรี่ตาลง ข้อความใหม่ถูกพิมพ์ทับลงไปบนอากาศอย่างรวดเร็ว
[เงื่อนไขบรรลุ: ยูนิตได้รับ 'ความไว้วางใจ' ในฐานะผู้นำในสถานการณ์กดดันสุดขีด]
[สถานะ: ปลดล็อก (Awakened) ]
[พร์แฝง: แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ (Holy Vanguard) ระดับ SSR เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ!]
วูบ!
มวลอากาศรอบตัวแฟรงค์บิดเบี้ยวไปชั่วขณะ อณู 'มานา' ในธรรมชาติที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ จู่ๆ ก็ถูกดึงดูดเข้าไปในร่างของเด็กหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง แม้ระดับมานาในตัวเขาจะมีแค่ 10 หน่วย แต่มันกลับถูกบีบอัดและกลั่นกรองผ่านพร์ระดับตำนาน เปลี่ยนแปลงโครงสร้างกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมทวีคูณ
ลอยด์เบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าต่างระบบอัปเดตแบบเรียลไทม์
[พารามิเตอร์อัปเดต]
พลังกาย: 85 -> 150 (ทะลุขีดจำกัดมนุษย์)
ความทนทาน: 78 -> 120
สกิลติดตัว: [ปราการเหล็กกล้า] ทำงาน! (เพิ่มพลังป้องกันให้ตนเองและยูนิตพันธมิตรในรัศมี 10 เมตร 300%)
"ให้ตายเถอะ..." ลอยด์หลุดปากครางออกมา มุมปากกระตุกเป็รอยยิ้มแบบที่กลั้นไม่อยู่ "สเตตัสะโพุ่งพรวดแบบนี้ แถมบัฟป้องกันหมู่แบบพาสซีฟโดยไม่เสียมานาร่าย... ถ้าเป็ในโหมดแรงก์แมตช์ พวกผู้พัฒนาเกมต้องโดนด่าจนรีบออกแพตช์มาเนิร์ฟหมอนี่ภายในวันเดียวแน่ๆ โคตรโกง!"
แต่อดีตแชมป์โลกไม่มีเวลาให้ชื่นชมตัวเลขนานนัก เพราะในวินาทีเดียวกันนั้นเอง หมาป่ากลายพันธุ์ตัวแรกก็พุ่งทะยานทะลุแนวพุ่มไม้ออกมา!
ตัวของมันใหญ่กว่าหมาป่าปกติถึงสองเท่า ขนสีดำสนิทชี้ชัน ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมาที่ลอยด์ซึ่งดูอ่อนแอที่สุด มันอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่มีน้ำลายเหนียวหนืดหยดติ๋ง พุ่งกระโจนเข้าหาคอหอยของลอร์ดหนุ่มด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
"นายท่าน ระวัง!"
แฟรงค์ตวาดลั่น ร่างั์ของเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่สายตาของลอยด์จะมองทัน!
พร์ที่ถูกปลดปล่อยทำให้สัญชาตญาณการต่อสู้ของเขาตื่นตัวเต็มที่ เด็กหนุ่มไม่ได้เงื้ออาวุธฟัน แต่เขาใช้ด้านข้างของด้ามสามง่าม ฟาดสวนเข้าที่สีข้างของหมาป่าตัวนั้นกลางอากาศอย่างเต็มแรง
เปรี้ยง!!
เสียงปะทะดังสนั่นราวกับท่อนซุงฟาดเข้ากับแผ่นหิน ร่างของหมาป่ากลายพันธุ์ขนาดมหึมาปลิวลอยละลิ่วกลับเข้าไปในป่าราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว มันกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนลำต้นร้าว ก่อนจะร่วงลงมากองกับพื้น ชักกระตุกเพียงสองสามครั้งแล้วแน่นิ่งไปทันที
แค่การโจมตีธรรมดาด้วยอาวุธขึ้นสนิม... กลับสร้างพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้!
แฟรงค์ยืนหอบหายใจเบาๆ เขาก้มลงมองมือตัวเองด้วยความตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเรี่ยวแรงมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวนี้มาจากไหน "นี่มัน... พลังของข้าจริงๆ งั้นหรือ?"
"ของจริงแท้แน่นอน" ลอยด์เดินเข้ามาตบบ่าลูกน้องคนแรกของเขา อาการปวดหัวจากสภาวะมานาต่ำเริ่มทุเลาลงเมื่อเขาปิดสกิล [Inspect] "แต่นี่เพิ่งเริ่มต้น แฟรงค์ กองระวังหน้าของพวกมันตายไปแล้ว แต่ฝูงหลักกำลังตามมา เราขืนรับมือตรงที่โล่งแบบนี้ไม่ไหวแน่ รั้วมันพังเป็แนวยาวเกินไป"
ลอยด์หันกลับไปมองทางหมู่บ้าน สมองของเขาเริ่มทำงานเข้าสู่โหมด [Micro-Management] อย่างเต็มรูปแบบ
"เราจะถอยกลับไปตั้งรับที่ตรอกแคบๆ ระหว่างคลังเสบียงกับโรงตีเหล็ก ตรงนั้นพื้นที่บีบให้พวกมันเข้ามาได้ทีละตัว บัฟป้องกันของนายจะได้ผลสูงสุด... ไปเร็ว!"
"รับทราบขอรับ!" แฟรงค์ตอบรับเสียงแข็งขัน ความมั่นใจที่เขาไม่เคยมีบัดนี้ฉายชัดบนใบหน้า
แต่ทว่า ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะหันหลังวิ่งกลับไปเตรียมตัวจัดแนวป้องกันนั่นเอง...
สวบ! แกรก!
เสียงฝีเท้าสะดุดล้มดังขึ้นจากพุ่มไม้ห่างออกไปไม่ไกล ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพุ่งพรวดพราดออกมาจากแนวป่าในสภาพทุลักทุเล เสื้อหนังสัตว์ของเขาขาดวิ่นและชุ่มไปด้วยเืสดๆ ขาข้างซ้ายมีรอยถูกกรงเล็บตะปบเป็ทางยาว
"นั่นลุงเบน! นักล่าประจำหมู่บ้านนี่ขอรับ!" แฟรงค์ร้องขึ้น ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างที่กำลังจะล้มลงหน้าคว่ำ
"ลุงเบน! เกิดอะไรขึ้นในป่า? ลุงไปล่าสัตว์แล้วโดนพวกมันล้อมเอาหรือ?" แฟรงค์ถามอย่างร้อนรน
ลอยด์รีบเดินตามมาสมทบ เขาสังเกตเห็นว่าาแของชายนักล่าไม่ได้ลึกถึงขั้นสาหัส แต่สิ่งที่ทำให้ลุงเบนหน้าซีดเผือดและตัวสั่นเทาราวกับลูกนก ไม่ใช่ความเ็ป... แต่มันคือ 'ความหวาดกลัว' อย่างสุดขีด
"หนี... แฟรงค์... นายท่าน... พะ... พวกท่านต้องหนีเดี๋ยวนี้..." ลุงเบนละล่ำละลัก น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นสะท้าน มือเปื้อนเืของเขาคว้าคอเสื้อของแฟรงค์ไว้แน่น
"ใจเย็นๆ ลุงเบน หมาป่ากลายพันธุ์แค่สิบกว่าตัว แฟรงค์พอจะรับมือไหว เรากำลังจะไปตั้งแนวป้องกัน..." ลอยด์พยายามพูดปลอบประโลมเพื่อดึงสติ
"ไม่ใช่! มันไม่ใช่แค่การรวมฝูงหาอาหารตามปกติ!"
ลุงเบนเบิกตากว้างจนเห็นเส้นเืฝอย เขาส่ายหน้ารัวๆ ด้วยความตื่นตระหนก "ข้าซุ่มดูพวกมันอยู่บนต้นไม้! พวกมันไม่ได้มาจากฝูงเดียวกันด้วยซ้ำ หมาป่ากลายพันธุ์จากทิศเหนือ หมีเกราะเหล็กจากทิศตะวันตก... พวกมันวิ่งมาด้วยกัน! วิ่งรวมกันเป็กองทัพ!"
ลอยด์ขมวดคิ้วแน่น "มอนสเตอร์ต่างเผ่าพันธุ์วิ่งมาด้วยกัน? เป็ไปไม่ได้ ตามนิสัยพวกมันต้องหวงอาณาเขตและกัดกันเองสิ"
"นั่นแหละที่ข้าถึงบอกให้หนี!" ลุงเบนไอออกมาเป็ละอองเื "พวกมันไม่ได้ตั้งใจมาบุกหมู่บ้านเราั้แ่แรก... แต่พวกมันกำลัง 'ถูกไล่ต้อน' ต่างหาก!"
"ถูกไล่ต้อน?" แฟรงค์ทวนคำอย่างไม่เข้าใจ
"ใช่!" นักล่าเฒ่าพยายามปะติดปะต่อคำพูดด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึก "ข้าเห็น... ข้าเห็นรอยสลักแปลกๆ บนหน้าผากของพวกมันบางตัว เป็รอยสักเวทมนตร์สีดำสนิท! มีใคร... หรือ 'อะไร' บางอย่างในป่าลึก กำลังใช้เวทมนตร์บังคับฝูงมอนสเตอร์พวกนี้ให้บุกมาทะลวงแคว้นของเรา!"
ลอยด์ยืนนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก
ข้อมูลใหม่ที่ได้รับทำเอากระดานกลยุทธ์ในหัวของเขากระจุยกระจาย
ถ้าเป็แค่ฝูงมอนสเตอร์หิวโซที่หลงเข้ามา การใช้ยูนิตสายป้องกันอย่างแฟรงค์ยืนอุดช่องแคบก็เพียงพอที่จะถ่วงเวลาจนกว่าพวกมันจะถอดใจ แต่ถ้ามี 'ผู้บงการ' อยู่เื้ั... นั่นหมายความว่าพวกมันจะไม่หยุดโจมตีจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย หรือจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง!
"ใครกันที่มาใช้เวทมนตร์ควบคุมมอนสเตอร์บุกแคว้นที่ไม่มีใครอยากได้อย่างเวอร์ดันต์?" ลอยด์กัดฟันกรอด ความคิดในหัวแล่นเร็วปรื๋อ
ใครบางคนกำลังใช้หมู่บ้านของเขาเป็สนามทดลอง... หรือนี่จะเป็แผนการลอบกัดทางการเมืองของพวกขุนนางจากส่วนกลาง?
เสียงหอนรับกันเป็ทอดๆ ดังสะท้านมาจากทุกทิศทุกทางในป่าลึก คราวนี้มันไม่ใช่แค่สิบหรือยี่สิบตัว แต่เสียงที่ดังระงมนั่นบ่งบอกถึงจำนวนที่มากพอจะเหยียบหมู่บ้านเวอร์ดันต์ให้แบนราบเป็หน้ากลอง!
เงาดำนับไม่ถ้วนเริ่มปรากฏขึ้นตามแนวชายป่า ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ สว่างวาบขึ้นทีละคู่... ทีละคู่... จนแทบจะกลืนกินความมืดมิด
เกมเอาชีวิตรอดที่ลอยด์คิดว่าตัวเองกำลังคุมเกมอยู่... เพิ่งจะถูกกระชากเปลี่ยนกฎไปอย่างสิ้นเชิง!
(จบตอนที่ 3)