"ซูอวี่!"
สิ้นเสียงของหัวหน้าโจว โถงกว้างที่เคยจอแจเซ็งแซ่พลันเงียบสงัดลงในชั่วพริบตา!
สองพยางค์ 'ซูอวี่' ราวกับมีมนต์สะกด ทุกคนเบิกตากว้าง จ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มชุดขาวหน้าเคาน์เตอร์ตาไม่กะพริบ
"ซูอวี่... หรือว่าจะเป็เด็กหนุ่มที่ท่านรองประธานหลิวให้ความสำคัญเป็พิเศษเมื่อไม่กี่วันก่อน!?"
"ต้องใช่แน่! ฉันได้ยินมาว่าเมืองเหิงเฉิงเพิ่งมีอัจฉริยะชื่อซูอวี่โผล่มา แต่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า นึกว่าเป็แค่ข่าวลือซะอีก คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอตัวเป็ๆ!"
"ถ้าซูอวี่มาปรากฏตัวที่นี่... งั้นก็แปลว่าสถิตินักสู้ที่อายุน้อยที่สุดของเมืองเหิงเฉิง ถูกทำลายลงแล้วจริงๆ สินะ!?"
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมไปทั่วบริเวณ
่หลายวันที่ผ่านมา ข่าวลือเื่ชายหนุ่มนาม 'ซูอวี่' ผู้ทำลายสถิติที่อยู่ยงคงกระพันนับร้อยปีของเมืองเหิงเฉิงแพร่สะพัดไปทั่ว ทว่าเนื่องจากไม่มีใครเคยเห็นหน้าค่าตา และหลิวขวงก็ไม่ได้ออกมายืนยัน ผู้คนส่วนใหญ่จึงปัดตกว่าเป็เพียงข่าวลือหลอกเด็ก
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า วันนี้... ตำนานที่ยังมีลมหายใจจะมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
จริงๆ!
เมื่อเชื่อมโยงกับเื่ที่ซูอวี่้าขอเข้าพบหลิวขวงก่อนหน้านี้ ทุกอย่างก็ฟังดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที อัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดที่ทุบสถิติร้อยปีของเมืองเหิงเฉิงจนแหลกลาญ จะขอเข้าพบหลิวขวงสักครั้งนับเป็เื่แปลกตรงไหน?
พูดให้ระคายหูหน่อย หากปล่อยให้ซูอวี่เติบโตอย่างเต็มที่ เขาย่อมก้าวข้ามหลิวขวงไปได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์!
ลมหายใจของหัวหน้าโจวถี่กระชั้นขึ้น เขารีบสลัดคราบความดุดันเมื่อครู่ทิ้งไป แล้วเอ่ยขึ้นทันที
"ท่านรองประธานหลิวเคยสั่งพวกเราไว้แล้วว่า ถ้าเป็เธอ้าเข้าพบ ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า สามารถขึ้นไปหาได้เลย... ตามฉันมาสิ!"
วินาทีนี้ ท่าทีของหัวหน้าโจวพลิกกลับจากหน้ามือเป็หลังมือ!
จากที่เคยวางอำนาจบาตรใหญ่ ตอนนี้เขากลับเปลี่ยนโหมดมาจริงจังและให้เกียรติอย่างถึงที่สุด ช่วยไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ซูอวี่คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหิงเฉิง หากผูกมิตรไว้ั้แ่เนิ่นๆ เมื่อใดที่ซูอวี่สยายปีกผงาดขึ้น ผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับย่อมมากมายมหาศาลจนไม่อาจประเมินค่า!
ซูอวี่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามแผ่นหลังของหัวหน้าโจวขึ้นไปยังชั้นบน
กระทั่งร่างของซูอวี่ลับสายตาไป บรรยากาศภายในโถงกว้างก็ยังคงเงียบกริบราวกับป่าช้า
พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์เมื่อครู่ตื่นเต้นจนแทบเนื้อเต้น เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียรัวๆ
"วันนี้เจอตัวจริงของซูอวี่ด้วยแหละ หล่อกระชากใจไปเลยค่าาา~!"
พร้อมแนบรูปเซลฟี่หน้าเคาน์เตอร์ของตัวเองไปหนึ่งรูป...
ผู้หญิงหนอผู้หญิง!
...
ไม่กี่อึดใจต่อมา ซูอวี่ก็มาถึงหน้าประตูห้องทำงานของหลิวขวง ภายใต้การนำทางของหัวหน้าโจว
หัวหน้าโจวยกมือเคาะประตูเบาๆ
"เข้ามา!" น้ำเสียงทุ้มลึกทรงพลังดังลอดออกมา
เมื่อได้รับอนุญาต หัวหน้าโจวถึงกล้าผลักประตูพาซูอวี่เดินเข้าไปด้านใน
ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู ซูอวี่ก็เห็นหลิวขวงนั่งวางมาดองอาจอยู่บนโซฟา สายตากำลังกวาดมองเอกสารบนโต๊ะ ทว่าพอหางตาของหลิวขวงเหลือบไปเห็นซูอวี่ เขาก็พลันหัวเราะร่วนออกมาทันที
"ลมอะไรพัดเอาพ่ออัจฉริยะตัวน้อยของเรามาถึงที่นี่ได้ล่ะเนี่ย!"
พูดจบ เขาก็ลุกพรวดขึ้นยืนต้อนรับซูอวี่ด้วยตัวเอง!
หัวหน้าโจวที่ยืนอยู่ด้านข้างลอบเบิกตากว้าง อดรู้สึกอิจฉาตาร้อนไม่ได้ ต่อให้เป็เขาผู้กุมอำนาจสูงสุดรองจากประธาน ก็ยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติราวกับแขกวีไอพีจากหลิวขวงขนาดนี้มาก่อน!
แต่ซูอวี่... เด็กหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักสู้ กลับทำให้หลิวขวงต้องลุกขึ้นรับรองด้วยตัวเอง!
แต่ก็นั่นแหละ ใครใช้ให้เด็กนี่เป็นักสู้ที่อายุน้อยที่สุดในรอบร้อยปีของเมืองเหิงเฉิงกันล่ะ?
เมืองเหิงเฉิงไม่ใช่ว่าไม่มีอัจฉริยะ ทุกๆ ปีจะมีเด็กมัธยมปลายราวสิบยี่สิบคนที่บรรลุเข้าสู่ระดับนักสู้ฝึกหัดได้ แต่เด็กนักเรียนที่สามารถทะลวงขีดจำกัดกลายเป็ 'นักสู้เต็มตัว' ั้แ่ยังเรียนไม่จบ... ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยปรากฏขึ้นแม้แต่คนเดียว!
ซูอวี่... คือคนแรก!
เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยของหลิวขวง ซูอวี่ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมจริงจัง สายตาเหลือบมองไปทางหัวหน้าโจวอย่างแเี
ท่าทีเล็กๆ น้อยๆ นี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของหลิวขวง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆ เลือนหาย แทนที่ด้วยความเยือกเย็น
หลิวขวงเอามือไพล่หลังพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "วางใจเถอะ หัวหน้าโจวเป็คนของฉัน มีเื่อะไรก็พูดมาได้เลย!"
เมื่อได้ยินคำยืนยัน ซูอวี่ถึงได้คลายความกังวลลง
จะโทษที่เขาหวาดระแวงเกินไปก็ไม่ได้ ตระกูลหลี่มีอิทธิพลและเส้นสายในเมืองเหิงเฉิงลึกซึ้งเกินไป แถมหลี่เทียนเฮ่อยังเป็ยอดนักสู้ขอบเขตหลอมโลหิตระดับแนวหน้าของเมือง การจะยืมมือสมาคมนักสู้ไปชนกับคนระดับนี้เป็เื่ที่ยากลำบากแสนเข็ญ
ยิ่งไปกว่านั้น ใครจะกล้าเอาหัวเป็ประกันว่าในสมาคมนักสู้แห่งนี้ จะไม่มีหนอนบ่อนไส้ที่คอยเลียแข้งเลียขาตระกูลหลี่ซ่อนอยู่? แม้ซูอวี่จะมี 'ช่องสังเคราะห์' เป็ไพ่ตาย และการผงาดขึ้นเป็ยอดฝีมือก็เป็เพียงเื่ของเวลา แต่ตอนนี้เขายังเป็แค่คนตัวเล็กๆ การก้าวเดินแต่ละก้าวย่อมต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
จากนั้น ซูอวี่ก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่หลี่หลงพานักสู้ขอบเขตปราณโลหิตสามคนมาดักซุ่มโจมตีหมายเอาชีวิต ให้หลิวขวงฟังอย่างละเอียด
"...เื่ราวทั้งหมดก็เป็แบบนี้แหละครับ"
สิ้นคำบอกเล่า สีหน้าของหลิวขวงก็มืดครึ้มลงจนแทบจะมีน้ำหยด!
ปัง!!
หลิวขวงซัดหมัดกระแทกโต๊ะอย่างแรง! โต๊ะทำงานที่ทำจากวัสดุพิเศษสุดแกร่งพลันปริร้าว รอยแตกแขนงลามไปทั่วผิวกระดานในพริบตา ราวกับพร้อมจะแหลกสลายกลายเป็ผุยผงหากมีลมพัดผ่าน!
หัวหน้าโจวหน้าถอดสี คิ้วขมวดเป็ปมแน่น
"เครือธุรกิจตระกูลหลี่..."
หลิวขวงสูดลมหายใจเข้าลึก โกรธจัดจนแค่นหัวเราะออกมา "ประเสริฐ! ประเสริฐมาก! แค่กลุ่มธุรกิจกลุ่มหนึ่ง อาศัยว่ามีนักสู้ขอบเขตหลอมโลหิตคุ้มหัว แล้วกล้าเมินกฎเหล็กของสมาคมนักสู้งั้นรึ!"
"โจวเหวิน!"
หลิวขวงตวาดกร้าวเสียงดังกัมปนาท "พาหัวหน้าคนอื่นๆ ไปลากคอไอ้หลี่เทียนเฮ่อมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
หัวหน้าโจวััได้ถึงเพลิงโทสะที่ลุกโชนอยู่ในน้ำเสียงของเ้านายอย่างชัดเจน เขาไม่คิดจะหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงใดๆ และรับคำสั่งเสียงหนักแน่น
"ครับ!"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวสับเท้าก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานไปทันที
ซูอวี่มองหลิวขวงด้วยความประหลาดใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม "ท่านรองประธานหลิวครับ อิทธิพลของตระกูลหลี่ในเมืองเหิงเฉิงหยั่งรากลึกมาก การลงมือบุ่มบ่ามแบบนี้ มันจะไม่เป็การ..."
ซูอวี่ยังคงกังวล ทว่าประโยคถัดมาของหลิวขวงกลับปัดเป่าความกังขาในใจของเขาให้มลายหายไปจนหมดสิ้น!
หลิวขวงประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงโอหังและทรงอำนาจสุดขีด!
"แค่กลุ่มธุรกิจกระจอกๆ ต่อให้มันหยั่งรากลึกแค่ไหน จะลึกไปกว่าสมาคมนักสู้ของฉันได้รึ? อย่าว่าแต่ตระกูลหลี่ ต่อให้มัดรวมทุกกลุ่มธุรกิจในเมืองเหิงเฉิงมา ถ้ากล้าแหกกฎสมาคมนักสู้ คนอย่างฉัน หลิวขวง ก็พร้อมบดขยี้พวกมันให้แหลกคามือ!"
คำพูดโอหังดุดันนั้นทำเอาเืในกายของซูอวี่สูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความฮึกเหิม!
และในขณะที่ซูอวี่กำลังจะเอ่ยปากขอตัวลากลับ น้ำเสียงของหลิวขวงก็ดังขึ้นอีกครั้ง แฝงความนัยลึกซึ้ง
"จริงสิ ่หลายวันนี้ก็เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี อีกไม่นานจะมี 'บุคคลระดับสูง' เดินทางมาที่นี่ เธอจะสามารถคว้าโอกาสทองพลิกชะตาครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่... ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของเธอเองแล้ว!"