“กระโปรงตัวนี้ของฉันราคาไม่ใช่ถูกๆ นะ สั่งตัดจากในตัวเมืองมณฑลในอำเภอน่ะหาซื้อไม่ได้หรอก คุณต้องชดใช้ให้ฉันเป็กระโปรงแบบเดียวกันเป๊ะ!”หญิงสาวมองซูเจียวเจียวที่แต่งกายมอซอทว่ากลับมีใบหน้างดงามน่ารักพลางรู้สึกเหยียดหยามอยู่ในใจ
ผู้หญิงคนนี้แค่ดูก็รู้ว่าเป็คนบ้านนอกช่างสิ้นเปลืองใบหน้าดีๆ นี้เสียจริง ไม่รู้ว่าจะควักเงินกี่อีแปะมาชดใช้ให้เธอได้
ซูเจียวเจียวหัวเราะหยันเธอนั้นผ่านโลกมาแล้วถึงสองภพ หากยังถูกใครต่อใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ เช่นนี้ก็คงจะเสียชาติเกิดเปล่าๆ
“ไม่มีทาง! ฉันไม่ได้ทำ ฉันจะไม่จ่ายเงินแม้แต่อีแปะเดียว!”
เสียงโต้เถียงของทั้งสองดึงดูดความสนใจของช่างเหยียนที่อยู่ในร้าน
ฝูงชนที่มุงดูโห่ร้องขึ้น“ช่างเหยียน! รีบดูเร็วว่ากระโปรงตัวนั้นขาดเพราะถูกชนหรือเปล่า”
ช่างเหยียนเหลือบมองแวบเดียวก็รู้แก่ใจ
เขารู้จักหญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองเธอคือคุณครูเฉิน ครูสอนภาษาจีนของโรงเรียนประถมในอำเภอส่วนผู้หญิงในชุดสีเทาน่ะหรือ... เมื่อช่างเหยียนเห็นใบหน้าของซูเจียวเจียวเขาก็ใอย่างยิ่ง ไม่คิดเลยว่าจะเป็ซูเจียวเจียว
แม้ซูเจียวเจียวจะเป็ยุวชนที่ถูกส่งลงมาทำงานแต่เธอมักจะมาตัดกระโปรงที่ร้านเขาบ่อยๆ และเป็คนที่ชอบแต่งตัวมากที่สุดคนหนึ่งแต่ทำไมวันนี้ถึงได้แต่งตัวแบบนี้เล่า...
เสื้อเชิ้ตสีเทากางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีเขียวทหารผมเปียสองข้างที่เคยถักเรียบร้อยตอนนี้กลับยุ่งเหยิงเล็กน้อยดูเหมือนเพิ่งจะผ่านการเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
“อ้อ! คุณครูเฉินกับคุณยุวชนซูหรือครับ คงเป็เื่เข้าใจผิดกัน...”ทั้งสองคนเป็ลูกค้าประจำของเขาช่างเหยียนกล่าวพลางยิ้มอย่างประนีประนอมเขาไม่อยากให้การโต้เถียงของทั้งสองส่งผลกระทบต่อธุรกิจในร้านของเขา
เมื่อรู้ว่าซูเจียวเจียวเป็ยุวชนคุณครูเฉินก็ดวงตาเป็ประกายเล็กน้อย พลางแค่นเสียงเ็า“เข้าใจผิดอะไรกันคะ ฉันว่าเธอจงใจต่างหาก ช่างเหยียนคุณจะเข้าข้างเธอไม่ได้นะคะ”
ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ“ช่างเหยียนคะ คุณเป็ช่างตัดเสื้อมาหลายสิบปีแล้วรอยขาดแบบนี้คุณย่อมต้องรู้ทันทีว่าเกิดจากอะไรขอความกรุณาคุณช่วยให้ความเป็ธรรมด้วยค่ะ จงบอกเล่าแก่ผู้คนว่ารอยขาดนี้สตรีบอบบางอย่างฉันจะสร้างขึ้นได้อย่างไร”
ช่างเหยียนตรวจดูรอยขาดบนกระโปรงของคุณครูเฉินอย่างละเอียด
โชคดีที่กระโปรงเป็สองชั้นแม้ชั้นนอกจะขาดเป็รอย แต่ก็ไม่ถึงกับโป๊เปลือย
ช่างเหยียนมองดูอยู่ครู่หนึ่งพลางเอ่ยอย่างประนีประนอม“คุณครูเฉินครับ รอยขาดบนเสื้อผ้าของคุณดูเหมือนจะถูกของมีคมบาดนะครับ ผมดูแล้วยุวชนซูเองก็ไม่ได้พกของมีคมอะไรติดตัวเลยหรือคุณครูเฉินลองคิดดูว่าวันนี้ไปไหนมาบ้างดีกว่าไหมครับ”
สีหน้าของคุณครูเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อยราวกับคิดอะไรขึ้นได้ ใบหน้าก็ดูไม่สู้ดีนัก จากนั้นก็หมดความฮึกเหิมไปเสียดื้อๆ
ช่างเหยียนเป็คนรู้จักวางตัวจึงรีบกล่าวเสริม“คุณครูเฉิน และยุวชนซู เข้าไปนั่งข้างในก่อนดีไหมครับให้ลูกศิษย์ผมช่วยปะกระโปรงให้ก่อน”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของคุณครูเฉินก็ดูดีขึ้นมากเธอถลึงตาใส่ซูเจียวเจียวทีหนึ่งแล้วพูดกับช่างเหยียน“เห็นแก่หน้าคุณนะคะ ฉันจะเข้าไปนั่งรอค่ะ”
ซูเจียวเจียวรู้สึกขอบคุณช่างเหยียนที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้เธอตอนนี้เธอก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย อีกทั้งแดดยังร้อนจัด เธอจึงเดินตามเข้าไปในร้าน
ช่างเหยียนมองผ้าลายตารางที่ซูเจียวเจียวยังไม่ได้เก็บกลับไปพลางยิ้มแล้วถาม“จะตัดกระโปรงหรือครับ”
ซูเจียวเจียวส่ายหน้า“ไม่แล้วค่ะ ตอนนี้ยังไม่ตัดกระโปรง”
เสื้อผ้าของเธอมีเยอะมากพอที่จะใส่ได้ก่อนหน้านี้พอมีเงินก็อดไม่ได้ที่จะอยากได้ชุดใหม่
“แล้วตัดเสื้อผ้าหรือครับ”
“เสื้อผ้าที่บ้านมีพอใส่แล้วค่ะ พวกนี้ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ก่อนไว้ค่อยว่ากันอีกทีค่ะ” ซูเจียวเจียวส่ายหน้าไปพลางคิดแผนการในใจอย่างรวดเร็ว
ช่างเหยียนประหลาดใจนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นซูเจียวเจียวไม่ตัดเสื้อผ้า
พอดีคุณครูเฉินเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาแล้วกระโปรงสีเหลืองของเธอนำไปให้ลูกศิษย์ในร้านช่วยซ่อมให้
เมื่อได้ยินคำพูดของซูเจียวเจียวคุณครูเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนือกว่า “คนบ้านนอกอย่างคุณวันๆ ก็เอาแต่ทำงานสกปรก จะไปใส่เสื้อผ้าดีๆ อะไรได้ อย่าเอาของดีๆไปทำให้เสียเปล่าเลย”
ซูเจียวเจียวไม่อยากตอบโต้เธอ
ตอนนี้จิตใจของเธอไม่ใช่เด็กสาววัยสิบกว่าอีกต่อไปแล้วย่อมไม่โกรธหรือโมโหเพราะคำพูดเพียงสองสามประโยค
แต่แล้วเสียงกรีดร้องของคุณครูเฉินก็พลันดังขึ้นอีกครั้ง
“กรี๊ด! คุณทำอะไรน่ะ! คุณทำกระโปรงฉันพังหมดแล้ว!”
คุณครูเฉินมองรอยปะชัดเจนบนกระโปรงเธอโกรธจนแทบจะคลั่งยิ่งกว่าเดิม
ลูกศิษย์ตัวน้อยอธิบายอย่างอึดอัด“รอยขาดมันใหญ่เกินไป ถ้าไม่ใช้ผ้าซับข้างในก็จะเย็บไม่ติดเลยนะคะ...”
ช่างเหยียนขมวดคิ้ว“รอยขาดนี้ไม่เล็กจริงๆ ด้วย คุณครูเฉินครับ ถ้าไม่สังเกตดีๆก็มองไม่เห็นหรอกครับ หรือว่าจะ...”
ซูเจียวเจียวก้าวเข้าไปดูใกล้ๆอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ รอยปะที่ดูไม่เอาไหนนี้มันน่าเกลียดจริงๆ
แต่ในยุคนี้ฝีมือการตัดเย็บก็เป็เช่นนี้
ชาติที่แล้วซูเจียวเจียวเป็นักออกแบบเสื้อผ้าชื่อดังระดับโลกรอยขาดแบบนี้เธอมีวิธีการซ่อมแซมให้เนียนไร้ที่ติเป็สิบๆ วิธี พอเห็นรอยปะนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะอยากแสดงฝีมือ
“คุณจะหัวเราะอะไรนักหนา! เห็นกระโปรงฉันพังแล้วคุณสะใจนักใช่ไหม!” คุณครูเฉินตาแดงก่ำ รู้สึกเสียดายจนปวดใจ
“ไร้สาระ!” ซูเจียวเจียวในตอนแรกไม่อยากยุ่งแล้วแต่พอเห็นช่างเหยียนที่ดูอึดอัด เธอก็ใจอ่อนขึ้นมาเพราะช่างเหยียนเข้ามาช่วยเธอคลี่คลายสถานการณ์จึงต้องมาเจอปัญหาจากผู้หญิงคนนี้
“ช่างเหยียนคะ บางครั้งเราไม่สามารถคืนสภาพเดิมให้กับสิ่งของได้แต่เราสามารถเติมอะไรบางอย่างลงไปได้ค่ะ...”
ซูเจียวเจียวหยิบเศษผ้าสีเบจที่เข้ากับสีกระโปรงสีเหลืองจากกองเศษผ้าข้างๆแล้วพับอย่างรวดเร็ว ทบไปทบมาเพียงไม่กี่ครั้งดอกกุหลาบสีเหลืองอ่อนนุ่มสวยงามที่ทำจากผ้าก็เป็รูปเป็ร่างขึ้น
ช่างเหยียนเข้าใจทันทีรีบรับดอกกุหลาบมาติดไว้เหนือรอยปะนั้น
รอยปะที่น่าเกลียดถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิดจนไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเป็กระโปรงที่ขาดสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือเมื่อมีดอกกุหลาบประดับอยู่กระโปรงกลับดูประณีตและสวยงามมากกว่าเดิม
ดวงตาของคุณครูเฉินเป็ประกายความโกรธบนใบหน้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เธอหลงใหลในความงามของกระโปรงอย่างสมบูรณ์
“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริงๆ! ทำไมฉันถึงคิดไม่ถึงนะ!” ช่างเหยียนปรบมือหัวเราะอย่างยินดี
ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆอย่างเป็ธรรมชาติ “แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้นค่ะ”
“ยุวชนซูไม่ต้องถ่อมตัวหรอกครับคุณใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถทำดอกกุหลาบที่ประณีตงดงามเช่นนี้ได้แสดงว่าคุณมีมือที่ช่างประดิดประดอยจริงๆ” ช่างเหยียนมองซูเจียวเจียวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทั้งชื่นชมและยกย่อง
ซูเจียวเจียวไม่ได้รั้งรออยู่ในร้านตัดเสื้อนานนัก
เมื่อคุณครูเฉินเปลี่ยนกระโปรงที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วออกมาก็ไม่เห็นซูเจียวเจียวแล้ว
“ช่างเหยียนคะ ยุวชนซูไปไหนแล้วคะ”
“เธอกลับหมู่บ้านไปแล้วครับ ทำไมหรือครับ คุณจะตามหาเธอหรือ”
คุณครูเฉินเบะปากััดอกกุหลาบสามดอกที่หน้าอก แล้วพูดอย่างเขินๆ “ใครจะไปตามหาเธอคะ...ขอบคุณคุณมากนะคะช่างเหยียน”
ช่างเหยียนหัวเราะ“ถ้าคุณจะขอบคุณ ก็ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ถ้าไม่ใช่ยุวชนซูกระโปรงตัวนี้ก็คงไม่ได้รับการซ่อมแซมให้สวยงามขนาดนี้หรอกครับ”
...
ซูเจียวเจียวไปที่สหกรณ์อีกครั้งซื้อผ้าบางส่วนด้วยบัตรแลกผ้า จากนั้นก็รีบไปที่ป้ายรถประจำทางพบว่าทุกคนขึ้นรถไปหมดแล้ว ฮั่วเจี้ยนจงก็อยู่บนรถด้วยและบังเอิญเหลือที่นั่งเพียงที่เดียว
แถมยังเป็ที่นั่งริมหน้าต่างแถวสุดท้ายอีกด้วย
ซูเจียวเจียวมุมปากกระตุกเล็กน้อยนี่มันช่าง...