นี่ก็ผ่านไปสามวันแล้วหลังจากที่โลเวลได้มาอาศัยอยู่กับลุค และตลอดสามวันนั้นเองก็เป็่เวลาที่เหนื่อยมากๆสำหรับเขา เพราะโลเวลนั้นเอาแต่หยิบนู้นหยิบนี่แล้วถามว่ามันคืออะไร จนลุคแทบไม่มีสมาธิกับสิ่งประดิษฐ์ที่กำลังทำอยู่เลย แถม่กลางคืนที่นอนหลับก็เอาแต่บ่นเื่เตียง เพราะที่นอนนั้นเป็เตียงไม้เก่าที่มีฟูกหนา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้นุ่มมากพอที่จะทำให้คนที่นอนสบายตัว และนั้นเองก็ทำให้โลเวลมักจะบ่นว่าเขานอนไม่สบายตัวและ้าเตียงใหม่ จนกระทั่งความอดทนของลุคได้หมดลงและจะลากอีกฝ่ายออกจากบ้านไป
เวลาผ่านไปไม่นานท่ามกลางอากาศหนาวตอนเที่ยงคืน ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นจนเพื่อนบ้านได้ออกมาะโโวยวาย และท้ายที่สุดลุคก็ต้องลากตัวปัญหาเข้าบ้าน พร้อมกับที่มีอาการสลดลงไปเล็กน้อย
เช้าวันถัดมา
“นี่ วันนี้เ้าไปไหนหรอ” โลเวลที่เดินวนรอบตัวของลุคพร้อมกับมองไปรอบๆได้ถามขึ้น ขณะที่อีกฝ่ายกำลังก้มหน้าอ่านสิ่งที่จดอยู่ในสมุด
“เดินตามมาแล้วอย่าถามมาก” ลุคปิดสมุดก่อนจะเร่งเท้าไปยังที่หมาย พร้อมกับเ้าชายเอลฟ์ที่ะโตามมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ที่กำลังส่งยิ้มให้กับสาวน้อยสาวใหญ่ที่ชายตามองมา
ทั้งคู่เดินมาหยุดที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ก่อนที่ทหารที่เฝ้าหน้าประตูจะเปิดประตูให้ทั้งคู่เข้าไป และก่อนที่โลเวลจะได้เข้าไปเหยียบด้านในคฤหาสน์ ลุคก็ได้กำชับเื่มารยาทเพราะตอนนี้อีกฝ่ายเป็มนุษย์ธรรมดา และเขานั้นไม่อยากให้นิสัยของเ้าชายเอาแต่ใจมาทำให้งานพัง ซึ่งโลเวลก็ได้รับปากอย่างดีจนลุคแปลกใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปด้านในอย่างสุภาพเท่าที่จะทำได้
ทันทีที่เดินผ่านประตูเข้าไปลุคก็ได้เจอกับชายวัยกลางคนที่เป็พ่อบ้าน โดยเขานั้นได้ผายมือไปยังห้องห้องหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ลุคไม่รอช้ารีบสาวเท้าก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ภายในมีเด็กสาวอายุประมาณ 15 ปีที่กำลังนั่งชิบชาอยู่ เธอเป็เด็กสาวผมสีส้มรอนยาวถึงบ่า พร้อมกับใบหน้าที่มีกระเล็กน้อย และเมื่อทั้งคู่เข้ามาด้านในแล้วพวกเขาก็ไม่รอช้ากล่าวทักทายอีกฝ่ายในทันที
“ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก พวกนายแค่ไปหาแมวสีส้มตัวอ้วนๆที่หายไปให้ฉันก็พอ” เธอพูดออกไปไม่แม้แต่จะหันมามองลุคและโลเวลเลยสักนิดเดียว โดยสายตาของเธอนั้นกลับจับจ้องไปยังต้นไม้ใหญ่นอกห้องบริเวณกำแพง ที่มันกำลังปลิ้วไปตามแรงลมที่พัดผ่าน
ลุคเห็นปฎิกริยาของเด็กสาวอย่างนั้นก็ไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรเพิ่มเติม เขาเลยเดินไปคุยกับพ่อบ้านเื่แมวที่ว่า แต่ขณะที่กำลังคุยอยู่นั้น สายตาก็ได้หันไปเห็นโลเวลที่กำลังคุยอยู่กับเด็กสาวอยู่ ทันทีที่เห็นลุคก็ได้ตรงไปลากตัวอีกฝ่ายออกมาทันที พร้อมกับบ่นใส่ว่าไม่ให้ทำตัวเสียมารยาทก่อนจะหันไปคุยกับพ่อบ้านต่อ
“ข้าก็แค่จะคุยกับเด็กสาวที่ดูเศร้าๆแค่นั้นเอง” โลเวลเดินออกจากคฤหาสน์พร้อมที่มือประสานหลังหัว ในขณะที่ตัวเองกำลังแย้งลุคเื่เมื่อครู่อยู่
“แต่นายก็ควรจะดูด้วยว่าคุยกับใคร เข้าใจไหม ไม่งั้นฉันมีปัญหาแน่” ก็เป็อย่างที่ลุคว่าเพราะพวกขุนนางนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ จะถูกฆ่าตอนไหนก็ไม่ทราบ การทำตัวเป็หมาเชื่องๆคอยฟังคำสั่งไปจึงปลอดภัยกว่า
“พวกมนุษย์นี่เข้าใจยากจริงๆ”
ทั้งสองเดินออกจากคฤหาสน์ก่อนจะตรงไปยังแถวซอยเปลี่ยว เพื่อตามหาแมวตัวที่ว่านั้นตามคำบอกเล่าของพ่อบ้าน ที่ว่าแมวตัวนั้นมักจะออกมาเพ่นพ่านแถวนี้บ่อยๆ แต่นั้นเหมือนจะเป็เื่ที่คิดไปเองของพ่อบ้านก็ได้ เพราะตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงได้ พวกเขากลับก็ไม่เจอแมวหรือสุนัขสักตัวเลย นั้นจึงทำให้ลุคต้องกลับมาคิดดูอีกทีว่าแมวนั้นชอบไปไหนกันแน่ในเมืองนี้ และในจังหวะที่กำลังยืนคิดอยู่สายตาก็หันไปเห็นโลเวล ที่กำลังจับดอกไม้ที่งอกออกมาจากรอยที่กำแพงแตกออก
“ลูเทียร์บอกฉันว่านายสามารถควบคุมต้นไม้ได้ เื่จริงรึเปล่า”
“ก็ตามที่เ้าว่ามา” เขาตอบกลับขณะที่กำลังลูบดอกไม้เล็กๆดอกนั้นอยู่
“งั้นนายช่วยใช้ความสามารถนั้นตามหาแมวตัวที่ว่านั้นหน่อยซิ ฉันจะได้ไปทำงานอื่นต่อ”
“ก็ได้อยู่ แต่ข้าขอให้เ้าพูดกับข้าใหม่อีกรอบ แบบที่ขอร้องคนอื่นให้ช่วย”
ลุคถอนหายใจแรงก่อนจะพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองไว้ เพราะเขารู้ว่างานนี้จะสำเร็จเร็วขึ้นได้นั้นขึ้นอยู่กับโลเวล เ้าตัวจึงได้เรียบเรียงถ้อยคำออกมาอย่างประณีตที่สุดเท่าที่จะนึกได้ตอนนั้น
“คุณโลเวล กรุณาใช้เวทย์บทนั้นตามหาแมวสีส้มตัวที่ว่า เพื่อให้ผมนั้นสามารถไปทำงานอย่างอื่นได้” ขณะพูดลุคก็ได้บีบสมุดจดเล่มเล็กแน่นไปด้วย
“ดีขึ้นหน่อย ถึงจะไม่ดีมากก็เถอะ งั้นมาเริ่มงานกันดีกว่า” โลเวลลุกขึ้นก่อนจะเดินนำทางไป
ลุคเดินตามโลเวลที่ลัดเลาะซอยมากมายไปจนเจอกับทางออก ที่เป็สวนดอกไม้ขนาดใหญ่กลางเมืองที่มีเทคโนโลยีมากมาย ก่อนที่เอลฟ์หนุ่มจะเดินเข้าไปด้านในสวนโดยที่มีเสียงห้ามปรามของลุคดังขึ้น เนื่องจากสวนนี้นั้นเป็สวนของเมเบล กูสต์ ภรรยาคนที่สองของแม็กซีมัสผู้เป็เ้าเมือง แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเนื่องจากในตอนนี้นั้นทั้งคู่ได้ถูกทหารล้อมเอาไว้
“ข้าก็แค่อยากจะชมดอกไม้พวกนี้ก็เท่านั้น”
“ที่นี่เป็เขตหวงห้าม ห้ามผู้ใดเข้าใกล้ขณะท่านหญิงเมเบลกำลังชื่นชมสวนอยู่เด็ดขาด” หนึ่งในทหารที่กำลังเอาดาบจ่อคอทั้งคู่ได้พูดบอก
“ไม่เป็อะไรหรอก ถ้าพวกเขาอยากจะชมดอกไม้ ดอกไม้พวกนี้ข้าตั้งใจให้ทุกคนเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอด” เสียงผู้หญิงดังออกมาจากด้านในสวน ก่อนที่หญิงสาวผู้มีผมสีส้มยาวถึงหลังจะเดินออกมาพร้อมกับดอกไม้ในมือ
ทหารจำนวน 10 คนที่ใช้ดาบจ่อคอทั้งคู่อยู่ได้เก็บดาบเข้าฝัก ก่อนที่จะโค้งคำนับแก่หญิงสาวที่เดินออกมา
“แต่เพื่อความปลอดภัยของท่าน การมีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ใกล้บริเวณอาจจะเป็อันตรายได้ กรุณาให้พวกกระผมไล่คนแปลกหน้าสองคนนี้ออกไปเถอะขอรับ” ทหารคนเดิมบอกแก่หญิงสาว
“ไม่เป็อะไรหรอก ข้าเชื่อว่าพวกเขาแค่มาชมดอกไม้ แถมตอนนี้ข้าก็มีพวกเ้าอีก ถ้าพวกเขาคิดจะทำอะไรข้า ข้าเชื่อว่าพวกเ้าทั้งหมดคงจัดการได้ทันเวลา”
เมื่อพูดจบเธอก็ได้เดินเข้าไปหาลุคและโลเวลพร้อมกับมอบดอกไม้กำหนึ่งให้ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในสวนและทหารอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งนั้นเองก็ทำให้บรรยากาศกดดันหายไปเนื่องจากทหารนายนั้น แต่แม้ทหารนายนั้นจะเดินจากไปแล้ว ก็ยังคงมีทหารอีกจำนวนหนึ่งที่เดินกระจายรอบๆสวนพร้อมจับตามองทั้งคู่อยู่
“จะทำอะไรก็รีบทำ” ลุคเร่งให้โลเวลรีบทำสิ่งที่เขากำลังจะทำ เพราะสถานการ์ในตอนนี้ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ ก่อนที่โลเวลจะยื่นมือไปจับดอกไม้พร้อมกับหลับตาลง
“เจอแล้ว!” เพียงชั่วอึดใจเดียวโลเวลที่ใช้เวทมนตร์ของเอลฟ์ก็สามารถหาแมวตัวนั้นเจอ
เมื่อเจอแล้วลุคก็ได้ลากอีกฝ่ายออกจากที่แห่งนี้ทันที โดยที่ตลอดเส้นทางก็ได้มีสายตาของพวกทหารจ้องมองอยู่ตลอด หลังออกมาแล้วโลเวลก็ได้นำทางไปยังจุดที่เจอแมวตัวนั้นอยู่ในทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็ได้มาถึงตึกเก่าหลังหนึ่ง ที่แค่ภายนอกก็มีแมวชุกชุมกันเป็จำนวนมาก ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปด้านในและพบกับฝูงแมว ที่กำลังนอนเล่นบนพื้นพร้อมกับต้นอะไรบางอย่าง
ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังตามหาแมวอยู่นั้น ท่ามกลางแสงสลัวๆเพราะแสงแดดเข้ามาไม่ได้ ลุคก็ได้ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าก่อนหยิบบางอย่างออกมา ซึ่งมันคือไฟฉายที่ใช้คริสตัลมานาเป็พลังงานเพื่อให้วงจรด้านในปล่อยแสงออกมา
“แสงอะไรน่ะ” โลเวลหันไปถามลุคที่กำลังถือบางอย่างที่ส่องแสงอยู่
“ไฟฉาย รีบๆหาเลย ยิ่งไม่อยากหยิบออกมาใช้อยู่” ลุคสาดแสงไปทั่วก่อนจะพบแมวส้มตัวหนึ่ง
เขาหยิบสมุดออกมาอ่านอีกรอบเพื่อตรวจสอบ ว่าตัวที่เจอนั้นใช่ตัวเดียวกับที่ตามหาอยู่รึเปล่า ซึ่งพออ่านไปพร้อมกับสลับดูแมวตัวที่ว่า ก็ทำให้แน่ใจได้ทันทีว่าแมวส้มตัวอ้วนกลมนี้แหละที่กำลังตามหาอยู่ ลุคจึงได้บอกให้โลเวลเดินไปอุ้มออกมา จากดงแมวที่นอนดิ้นทับต้นอะไรสักอย่างอยู่
“กินอะไรเข้าไปเนี่ย” ระหว่างเดินออกจากตึกโลเวลก็ได้บ่นออกมาเพราะแมวที่กำลังอุ้มนั้นตัวหนักมาก
ทั้งคู่ผลัดกันอุ้มแมวอ้วนเพราะมันหนัก จนได้เดินมาถึงคฤหาสน์ของผู้จ้างวาน ที่ตอนนี้เด็กสาวได้มายืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ข้างรั่ว พร้อมกับพ่อบ้านที่กำลังยกโต๊ะชามาตั้งข้างๆ โดยชั่วขณะที่ลุคส่งแมวถึงมือของโลเวล อยู่ๆอีกฝ่ายก็ได้วิ่งตรงไปหาเด็กสาวพร้อมกับส่งแมวอ้วนให้เธอ
“เอาแมวมาส่งให้แล้ว” โลเวลพูดขณะที่กำลังยื่นแขนออกไป โดยที่ในมือได้มีแมวตัวนั้นอยู่ที่กำลังทำให้แขนเขาสั่น
เด็กสาวที่กำลังเหม่อมองต้นไม้อยู่ได้อุ้มแมวจากมือของโลเวล ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้และลูบสัตว์เลี้ยงของเธอ พร้อมกับส่งสายตาบางอย่างไปหาเอลฟ์หนุ่ม
“จะชวนดื่มชาก็ไม่บอก” โลเวลเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆทันที โดยมีลุคที่กำลังจะเข้าไปห้ามแต่ก็ถูกพ่อบ้านหยุดเอาไว้
แล้วลุคและพ่อบ้านก็ได้เข้าไปข้างในคฤหาสน์เพื่อคุยเื่รางวัล โดยทิ้งให้โลเวลและเด็กสาวนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่
“นายคุยอะไรกับยัยเด็กนั้น” ลุคถามโลเวลหลังจากที่ใช้เวลาไปสักพักเพื่อนั่งรอให้ทั้งคู่คุยกันเสร็จ ก่อนจะเดินทางออกมาจากคฤหาสน์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่าย
“ยัยหนูนั้นชื่อว่า ซูซาน เรียกให้ถูกด้วย ส่วนเื่ที่คุยก็เื่เรื่อยเปื่อยทั่วไป”
บทสนทนาหยุดไปครู่หนึ่่งก่อนที่โลเวลจะเริ่มพูดขึ้นมาเอง
“แม่ของยัยหนูเพิ่งจะเสียไปไม่นาน ข้าที่ััได้ถึงความเสียใจจากใบหน้าเลยเข้าไปคุยด้วย ซึ่งก็ดูเหมือนจะคุยกันถูกคอพอสมควร ยัยหนูได้บอกข้าว่าต้นไม้ที่เธอมองนั้นแม่กับเธอมักจะมานั่งเล่นด้วยกันบ่อยๆ ส่วนเ้าแมวนั้นก็เป็ของต่างหน้าของแม่ที่ทิ้งเอาไว้ให้ก่อนที่จะจากไป ข้าที่มีความเห็นใจแก่สัตว์ทุกชนิดรวมถึงมนุษย์อย่างพวกเ้าด้วย ข้าเลยร่ายเวทย์ให้ต้นไม้ต้นนั้นงอกกิ่งออกมา เปรียบเสมือนรังนกเล็กๆให้เธอนั่ง แต่เ้าไม่ต้องห่วงเื่ที่ใครจะรู้ว่าข้าเป็เอลฟ์หรอก เพราะข้าได้จัดแจงความทรงจำเป็ที่เรียบร้อยแล้ว”
“แน่ใจนะว่าเรียบร้อยแล้ว” ลุคหันมาถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง
“ก็น่าจะเรียบร้อยแหละ เ้าไม่ต้องห่วงหรอก” ก็อย่างที่เ้าตัวเคยบอกว่าเขานั้นไม่ถนัดเวทย์จำพวกเปลี่ยนความทรงจำ ลุคจึงไม่ค่อยจะเชื่อใจว่าอีกฝ่ายทำให้เด็กสาวนั้นลืมสิ่งที่เกิดตรงหน้าไป
“วันหน้าวันหลังก็คิดก่อนจะทำอะไรด้วยล่ะ” ลุคเตือนอีกฝ่ายก่อนจะเร่งฝีเท้า
ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานก็ได้เดินทางมาถึงกิลด์ และลุคก็ได้เดินขึ้นไปห้องของออสตินทันที โดยทิ้งให้โลเวลอยู่กับเกรซ พร้อมกับกำชับว่าให้ดูแลอย่าคลาดสายตา เกรซจึงได้ให้อีกฝ่ายไปนั่งอยู่ที่โต๊ะตรงกลางที่ล้อมไปด้วยนักผจญภัยหน้าโหด
ทางด้านลุคพอเข้ามาด้านในห้องก็ได้สอบถามเื่ราวทันที เกี่ยวกับเื่ราวที่เหมือนกับเหตุการณ์ลักพาตัวที่ทำให้ลุคต้องขึ้นศาล
“ภรรยาของคนที่หายไปได้บอกว่าสามีเธอได้หายไปหลายวันแล้ว ตอนแรกเธอได้ตระเวนหาแต่ก็ไม่พบ อ้อ แต่ครั้งนี้คนที่หายไปไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์อะไรพวกนั้นนะ เป็แค่คนธรรมดาทั่วไป ฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันใช่คนทำคนเดียวกันรึเปล่า แต่ให้นายไปตรวจสอบก่อนดูน่าจะดีกว่า”
“งั้นผมขอเส้นทางเดินทางกลับบ้านของคนที่หายไปหน่อย”
ลุคสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อหาเบาะแส จนกระทั่งได้มาเยอะพอสมควรเขาจึงขอไปสำรวจที่เกิดเหตุ และทันทีที่เดินออกจากห้องมาเสียงคุ้นหูก็ได้ดังจากด้านล่าง
“ใจเย็นๆซิ อาร์มันโด เขาแค่ถามเล่นๆเอง” เกรซะโห้ามอาร์มันโดที่ทำท่าทางเหมือนจะจัดการคนตรงหน้า
“ข้าจะจัดการมัน มันบังอาจมาถามคุณหนูด้วยคำถามนั้น” อาร์มันโดเตรียมชักดาบออกมา ส่วนโลเวลก็ทำท่าทางเตรียมป้องกันตัว
“ข้าก็แค่ถามเองว่านางมีคนรักรึเปล่า”
“โว้วๆ ใจเย็นๆน่า เพื่อนฉันก็แค่ถามเล่นๆเอง” ลุคเข้าไปขัดอาร์มันโดได้ทันก่อนจะพูดหยอกล้อกันเล็กน้อย
“วันหลังบอกเพื่อนของแกไว้ด้วย ไม่งั้นมันได้ตายคามือข้าแน่” อาร์มันโดพูดจบก็ได้หายตัวไป
“โทษทีสำหรับเพื่อนฉันด้วย แล้วเจอกัน” ลุคบอกลาเกรซก่อนจะพาโลเวลออกจากิลด์ไป
ทันทีที่ออกจากกิลด์ได้ระยะหนึ่งลุคก็ได้ถามโลเวลเกี่ยวกับคำถามที่ได้ถามเกรซไป
“ข้าก็เห็นนางเป็ผู้หญิงที่สวยมากๆ ข้าเลยอยากรู้ว่านางมีคนรักรึเปล่า ก็แค่นั้นเอง แต่เ้าสปิริตธาตุนั้นกลับจะฆ่าข้า ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ” โลเวลพูดอธิบายไปพร้อมกับชายตามองมายังลุคและถามอีกคำถามหนึ่ง
“เ้ากับนางมีความสัมพันธ์กันยังไงหรอ”
“ที่นายถามไปมันก็ไม่ผิดหรอก แต่สำหรับบางคนมันอาจเป็เื่ฝังใจก็ได้ เกี่ยวกับเื่ของคนรัก”
“อ่อ อย่างนี้นี่เอง คราวหน้าที่เจอนางข้าจะได้ขอโทษนาง แล้วอีกคำถามล่ะ”
“ไม่ต้องรู้หรอก”
“สำหรับข้าที่อยู่มาหลายร้อยปีแค่มองสีหน้าก็พอจะรู้ว่าพวกเ้าต้องมีอะไร ที่มากกว่าเพื่อนใช่รึเปล่า”
“แฟนเก่า” พูดจบเ้าตัวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แล้ว….”
ลุคหยุดเดินก่อนจะหันมามองค้อนโลเวลก่อนจะถามอีกฝ่าย “เลิกถามแล้วเดินตามมาเงียบๆ หรือจะกลับไปรอที่บ้าน”
“ข้าเลือกเดินตามเ้าแบบเงียบๆดีกว่า” แล้วตลอดเส้นทางก่อนจะไปถึงที่หมายโลเวลก็ไม่พูดออกมาสักนิดเดียว
สองคนเดินทางมาถึงซอยหนึ่งที่ได้จากข้อมูลของออสติน ก่อนที่ลุคจะเข้าไปสำรวจสถานที่ว่ารอบๆมีอะไรบ้าง หรือใครที่พอจะเห็นเหตุการณ์รึเปล่า แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า สาเหตุก็คงเป็เพราะมีเส้นทางที่สะดวกมากกว่า การที่ชายคนนั้นมาเดินในซอยนี้คนเดียวนับว่าแปลกมาก ลุคจึงหันไปหาโลเวลเพื่อถามอีกฝ่ายว่าสามารถใช้เวทย์นั้นช่วยได้รึเปล่า แต่คำตอบก็คือไม่ได้เพราะแถวๆนี้ไม่มีต้นไม้หรือพืชสักต้นเดียว
“บ้าเอ้ย ไม่มีเบาะแสอะไรเลยรึไงเนี่ย” ลุคโวยวายพร้อมอาละวาดไปรอบๆโดยมีโลเวลยืนดูอยู่ห่างๆ ก่อนที่เ้าตัวจะหยิบสมุดจดออกมาอ่าน
“ต้องมีสักนิดนึงแหละ มันต้องมีสักนิดแหละ” เขาบ่นไปพร้อมกับพลิกหน้ากระดาษไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดลง
“เจอแล้ว! โลเวลตามมา” ลุครีบออกเดินทันทีหลังจากเจออะไรบางอย่างจากที่เขาได้จดมา
ณ โรงงานสายการผลิตแห่งหนึ่ง
“ขอโทษที นายพอจะรู้จักคนที่ชื่อบาร์ครึเปล่า ที่ตัวใหญ่ๆผมสีน้ำตาล”
ลุคเดินเข้าไปถามชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าโรงงาน ก่อนจะได้เห็นท่าทีแปลกๆแทนคำตอบกลับมา ซึ่งมันก็พอจะบอกได้ว่าคนที่ชื่อบาร์คนั้นผู้คนไม่อยากจะพูดถึงสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงลุคก็ยังคงถามอีกฝ่ายต่อไปจนเขาเดินหนี
“เท่าไหร่”
ชายที่กำลังเดินหนีหยุดเดินพร้อมกับหันมามอง “อะไร แกจะให้เงินฉันหรอ”
“5000 4000 3….”
“เดี๋ยวๆ 5000 ฉันขอ5000”
“3000” ลุคตอบกลับ
“4000 ขาดตัวไม่งั้นฉันไม่บอกข้อมูลแกหรอก”
“ไม่เป็ไร ผมว่าที่นี่ยังมีคนที่ยังอยากได้เงินอยู่นะ” ลุคเบือนหน้ามองไปทางอื่นก่อนจะก้าวเดินออกไป
“ก็ได้ๆ 3000”
หลังจากตกลงกันได้ลุคและชายแปลกหน้าก็ได้เดินไปคุยกัน ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้นก็คือชายที่ชื่อบาร์คนั้นเป็ขาใหญ่แถวนี้ เขามีนิสัยชอบทำร้ายคนอื่นที่พูดไม่เข้าหู ส่วนภรรยาก็เป็เ้าของบ่อนเล็กๆ
“แล้วก่อนที่บาร์คจะหายไปได้มีอะไรแปลกๆรึเปล่า” ลุคถาม
“ก็ไม่นะ ทุกอย่างปรกติดีหมด…” ก่อนที่เขาหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง “อ้อใช่ ก่อนวันที่จะหายไปหมอนั้นได้รับจดหมายน่ะ ไม่รู้ว่าจดหมายมาจากใคร แต่ฉันได้ยินข่าวลือมาว่าหมอนั้นไปติดหนี้พนันเข้า แต่ก็ไม่รู้ว่าจดหมายนั้นเกี่ยวกับเ้าหนี้รึเปล่า”
“เ้าหนี้ชื่ออะไรรู้รึเปล่า”
“อันนั้นฉันก็ไม่รู้ พอดีฉันเพิ่งมาทำงานได้ไม่นานน่ะ”
ลุคได้สอบถามชายแปลกหน้าอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาหาโลเวล แล้วพวกเขาก็เดินจากไป
ร้านเหล้า
“นายพอจะรู้จักเ้ามือที่เพิ่งไปจัดการลูกหนี้มารึเปล่า” ลุคถามอลันที่ยังคงเมาอยู่
“จะว่ายังไงดีล่ะ มันก็เยอะแต่ก็ไม่ได้เป็ข่าวใหญ่อะไร นาย้าคนไหนช่วยเจาะจงกว่านี้หน่อยซิ”
“คนที่ชื่อบาร์ค พอดีเขาหายตัวไปหลายวันแล้ว นายพอจะเคยได้ยินรึเปล่า”
“ม่ายยย”
“งั้นเจอกัน”
“เจอกัน รวมถึงเพื่อนใหม่นายด้วย วันหลังไปเที่ยวด้วยกัน ตอนนี้ฉันขอตัวหลับก่อนละกัน” แล้วเ้าตัวก็ฟุบลงกับโต๊ะ
ณ กิลด์ไกเทอร์โร่
“ไม่พบร่องรอยอะไรสักอย่าง” ลุคนั่งคุยกับออสตินด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะเสียเวลาไปทั่งวันแต่กลับไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง
“อย่างนั้นหรอ มันอาจจะเป็แค่คนหายทั่วไปก็ได้มั้ง ไม่ต้องกังวลมากหรอก” ออสตินปลอบใจลุคเพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังอารมณ์เสียอยู่
“งั้นผมขอตัวไปเตรียมตัวทำงานคืนนี้ก่อน” เ้าตัวลุกขึ้นก่อนจะรีบตรงไปยังประตู
“เื่สิ่งประดิษฐ์ใช่ไหม”
“คนร้ายมักจะกลับมาสำรวจที่เกิดเหตุเสมอ เพื่อตรวจว่ามีหลักฐานที่อาจจะทำหล่นไว้ ผมว่าจะลองไปเฝ้าดูซักหน่อย”
“ฉันว่าอย่า…”
ปัง
ลุคไม่ทันที่จะฟังคำเตือนของออสตินจบเขาก็ได้ออกจากห้องไป
“เวร ขอให้อย่าเป็อะไรเลยละกัน” ออสตินทำได้แค่ภาวนาให้ลุคไม่เป็อะไร เพราะตอนนี้เขากำลังยุ่งกับกองเอกสารมากมายหลังจากได้จัดกิจกรรมไป “แล้วเอกสารอะไรนักหนาวะเนี่ย!”
หลังจากลงมาจากชั้นบนลุคก็เจอกับโลเวลที่กำลังยืนคุยกับเกรซด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่เ้าตัวจะเดินไปทักทายทั้งคู่พร้อมกับสอบถามว่าคุยเื่อะไรกัน แต่พวกเขากลับไม่พูดอะไรแถมยังหัวเราะออกมาเหมือนกับเป็เื่ตลก ก่อนที่โลเวลจะลากตัวลุคออกไปข้างนอก
“คุยอะไรกัน ถึงดูท่าสนุกขนาดนั้น” ลุคถามเพราะเกิดสงสัยกับสิ่งที่สองคนคุยกัน
“ไม่มีอะไรหรอก ฮ่าๆหนอนน้อย กลับบ้านกันดีกว่า” แล้วโลเวลก็กอดคอลุคกลับบ้านกันไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนได้แอบคุยเื่ของเขาไป
กลางดึกในคืนนั้นลุคและโลเวลได้ออกมาเฝ้าซอยดังกล่าว เพื่อหาบุคคลน่าสงสัยที่อาจจะรู้เื่ แต่นี่ก็เป็เวลาหลายชั่วโมงแล้วที่พวกเขาได้นั่งเฝ้า ผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่แม้แต่จะเดินเฉียดซอยนี้เลยสักนิดเดียว โลเวลหาวออกมาพร้อมกับแอบงีบโดยที่ลุคไม่รู้ตัว ส่วนลุคก็ยังคงจดจ้องกับผู้คนที่ผ่านไปมาอย่างไม่ลดละความพยายาม จนเสียงระฆังจากตึกกลางเมืองได้บอกเวลาเที่ยงคืน
เสียงคนหนุ่มสาวต่างพูดคุยกันสนุกสนานหลังจากออกจากร้านเหล้า ก่อนจะเดินผ่านลุคไปโดยไม่ชายตามอง จนกระทั่งเสียงบางอย่างกระทบพื้นดังมาจากทิศทางหนึ่ง เสียงมันค่อยๆดังขึ้นบอกเป็นัยว่าเริ่มเข้าใกล้มาเรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟข้างทางที่สาดไปโดนร่างหนึ่งและฉายลงบนพื้น
เงานั้นมีกรงเล็บยาวที่แขนขวา เสียงคำรามในคอพร้อมกับเสียงเดือดอะไรบางอย่าง ร่างสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป ก่อนที่มันจะเดินมาจนถึงซอยที่ลุคและโลเวลอยู่
“เฮ้ย ตื่น ตื่น!” ลุคเอามือไปตบหน้าโลเวลหลายที่พร้อมกับหันไปมองสิ่งที่อยู่ไม่ไกลมาก
“อะไร คนกำลังหลับอยู่” แต่โลเวลกลับไม่มีทีท่าจะตื่นสักนิดเดียว
“ไม่สนล่ะ” ลุคเปลี่ยนจากการตบเป็การง้างหมัดก่อนจะ…
ปัก
“โอ้ย อะไรเนี่ย เ้าต่อยข้าทำไมคนกำลังนอนอยู่เลย” โลเวลตื่นขึ้นมาพร้อมกับโมโหใส่ลุค
“ดูนู้น” ลุคชี้ไปยังบางสิ่งที่กำลังหันมามองทั้งคู่ ก่อนจะเห็นว่ามันกำลังเตรียมตัววิ่งมาทางนี้
ทั้งคู่ไม่รอช้าชักดาบออกมาเตรียมสู้ทันที แต่พอชักออกมาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าตรงนี้มันแคบเกินไปที่จะใช้ดาบยาวๆเข้าสู้ แต่เหมือนว่ามันจะไม่ทันแล้วน่ะสิ เพราะสิ่งนั้นกำลังวิ่งตรงมา
แขนเหล็กขนาดใหญ่ข้างขวาได้ถูกง้างและซัดใส่ทั้งคู่อย่างรุนแรง โลเวลที่เหมือนจะยังไม่ตื่นดีก็ได้ถูกผลักกระเด็น ส่วนลุคที่พอป้องกันได้ก็ได้ไถลไปเล็กน้อย แต่ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัวมันหรือชายคนนั้นก็ได้กระโจนเข้าหา พร้อมกับฟาดกรงเล็บลงพื้นที่ลุคเคยยืนอยู่
“เราต้องออกจากซอยนี้ พวกเราเสียเปรียบเกินไป” ลุคะโบอกโลเวลที่ลุกขึ้นมาได้
“เ้าวิ่งไปก่อนเดี๋ยวข้ายื้อไว้ให้ก่อน” โลเวลพุ่งเข้าไปโจมตีทันทีที่พูดจบโดยไม่สนเสียงห้าม
ลุคที่อยากจะวิ่งหนีเพราะ้าจะล่อให้มันตามมา แต่ตอนนี้โลเวลกำลังสู้อยู่และเหมือนว่าจะสู้ค่อนข้างลำบาก เ้าตัวจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปช่วยอีกแรง แต่ไม่ทันจะได้เข้าไปทำอะไรโลเวลก็ได้ถูกเหวี่ยงมา ซึ่งลุคก็สามารถรับเอาไว้ได้ทัน
“หมอนั้นมันสู้ไม่กลัวตายเลย ขนาดข้าแทงไปหลายแผลแต่ก็ไม่หยุดโจมตี” โลเวลพูดให้ลุคฟังก่อนที่ทั้งคู่จะพุ่งเข้าไปสู้
ดาบสองเล่มได้ฟันใส่ชายตรงหน้า เล่มของโลเวลฟันใส่กรงเล็บเหล็กที่เหมือนมาแทนที่แขน ส่วนของลุคได้ฟันเข้าที่แขนซ้ายไม่ลึกมา ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกผลักพร้อมกับเวลาเดียวกันก็ได้เห็นของเหลวสีแดงได้ไหลเข้าร่างชายคนนั้น ที่ดูแล้วจะมีฤทธิ์ในการรักษาาแ แล้วชายคนนั้นก็ได้กระโจนตามมา แต่ครั้งนี้ลุคกลับไม่วิ่งหนีแต่ได้ใช้เวทย์ควบคุมยกชายคนนั้นขึ้นเหนือพื้นแทน
“เวทย์ของเ้านี่สะดวกดีจัง” โลเวลชมลุคหลังจากเห็นว่าเขาสามารถหยุดชายตรงหน้าได้
“ตัวหนักมาก ยื้อไว้ได้ไม่นาน ใช้เวทย์ที่ควบคุมต้นไม้มัดมันเอาไว้ได้รึเปล่า” ลุคถามพร้อมกับสีหน้าเหนื่อยๆ
“ไม่ได้ แถวนี้ไม่มีต้นไม้เลยสักต้นเดียว”
ชายที่ถูกยกอยู่เหวี่ยงตัวไปมาไม่หยุด พร้อมกับตะกุยรอบตัวจนกรงเล็บได้ไปข่วนกำแพงด้านข้าง และด้วยแรงมหาศาลก็ได้ทำให้เศษปูนจำนวนมากได้กระเด็นมาหาลุคและโลเวล ซึ่งในตอนแรกก็เป็แค่เศษชิ้นเล็กๆจนกระทั่งมันเริ่มเป็ชิ้นใหญ่ที่พอจะทำให้คนสลบได้
“เตรียมวิ่ง” ลุคล้วงมือไปหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋า ก่อนที่จะปล่อยชายคนนั้นลงมากระแทกพื้น พร้อมกับเสียงะเิที่ดังตามมา
ควันจำนวนมากจากะเิควันได้ทำให้ชายคนนั้นมองไม่เห็นทั้งคู่ ก่อนที่เขาจะวิ่งหนีไปทางเดิม
“น่าจะไปแล้ว” ลุคพูดบอกโลเวล ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเกาะกำแพง้าไว้ โดยที่ลุคเกาะได้เพราะเวทย์ควบคุม ส่วนโลเวลก็ได้แทงดาบเข้ากำแพง แล้วทั้งคู่ก็ได้ลงมาด้านล่างหลังจากแน่ใจแล้วว่าชายคนไปแล้ว
“สนุกเป็บ้าเลย วันหลังพาข้ามาอีกนะ” โลเวลหันไปบอกลุคพร้อมกับวิ่งไปรอที่ต้นซอยและเร่งให้อีกฝ่ายตามมา
“จะบ้าตาย” ลุคเดินตามไปด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
แต่ก่อนที่จะได้เดินไปไหนไกลสายตาของเขาก็หันไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่ที่พื้น มันเป็ชิ้นกรงเล็บที่น่าจะหลุดออกมาจากการข่วนกำแพงเมื่อครู่ ลุคจึงหยิบมันเก็บเอาไว้และเดินกลับบ้านไปกับโลเวล